หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
ขับเคลื่อนนโยบายเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก ประจำปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 19 ) 5.2 ขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กปฐมวัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กอายุ 2 – 6 ปี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ที่กำหนดทิศทางของประเทศในระยะยาว เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว และสามารถเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ใหม่ของโลกได้ สำหรับยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพโดยเฉพาะวัยเด็กปฐมวัย ได้แก่ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์” ซึ่งมุ่งเน้น การพัฒนาเพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้รับการบริการทางสังคมที่มีคุณภาพด้วยนโยบายประเทศไทย 4.0 รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) เน้นการพัฒนาศักยภาพคนให้สนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศ การสร้างสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม การกระจายรายได้ บริการทางสังคมมีคุณภาพ และมีการกระจายอย่างทั่วถึง และขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561-2573 มุ่งเน้น การส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยในเด็กปฐมวัยจะส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ ภาษา สังคม และวินัยผ่านกระบวนการเล่นเพื่อพัฒนาสมอง เพื่อยกระดับศักยภาพในการทำงานของประชากรไทยในการสร้างผลิตภาพ (Productive Growth Engine) ให้ประเทศอย่างเต็มศักยภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้เห็นความความสำคัญของการส่งเสริมการเล่นของเด็กปฐมวัย เพราะการเล่นสร้างให้เด็กมีพัฒนาการสมวัย มีทักษะที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตก้าวไปสู่ยุคแห่งโลกอนาคตตอบรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จึงได้ประกาศนโยบายเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก ปี 2564ขึ้น โดยการขับเคลื่อนแนวคิด 3F (Family Free Fun) โดยครอบครัว ชุมชนและสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยมีส่วนร่วม ซึ่งกรมอนามัย โดยกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ ได้นำนโยบายดังกล่าวมาจัดทำโครงการขับเคลื่อนนโยบาย “เด็กไทย เล่นเปลี่ยนโลก” ประจำปี 2564 อย่างเป็นรูปธรรมโดยการสร้างกระแสมหกรรมการเล่น (Play Day) ขึ้น การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลกนำร่องในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ครอบคลุมทุกจังหวัด โดยดำเนินการครบตามองค์ประกอบ 4P ได้แก่ Play space (พื้นที่เล่น) Play process (กระบวนการเล่น ประกอบด้วยกิจกรรมทางกายและเล่นอิสระ) Play worker (ผู้อำนวยการเล่น) และPlay management (หน่วยบริหารจัดการเล่น) และควบคู่กับการพัฒนาทักษะผู้อำนวยการเล่น (Play worke) ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์อนามัยที่ 1-12 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) และสำนักสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ขับเคลื่อนร่วมกัน ผลลัพธ์สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยผ่านการอบรมทักษะผู้อำนวยการเล่นทั้งสิ้น 2,322 คน และเกิดพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก จำนวน 787 แห่ง ครอบคลุมทุกจังหวังทั้ง 12 เขตสุขภาพ ในปี 2565 กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ โดยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนนโยบายเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก ประจำปี 2565 ขึ้น เพื่อเป็นการขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกตำบล และเพิ่มพื้นที่การดำเนินงานอีกเป็นพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ครอบครอบทั้ง 13 เขตสุขภาพ โดยจะบูรณาการดำเนินงานร่วมกับงานมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต และการขับเคลื่อน 4D ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีการจัดมหกรรมการเล่น (Play Day) เพื่อสร้างกระแสความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายฯ การพัฒนาทักษะผู้อำนวยการเล่น (Play worker) จะทำทั้ง 3 บริบท คือ ครอบครัว ชุมชนและสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ร่วมกับภาคีเครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก การพัฒนาช่องทางการเข้าเรียนออนไลน์หลักสูตรผู้อำนวยการเล่น (Play worker) เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ และการผลิตสื่อสนับสนุนการดำเนินงานขับเคลื่อนให้แก่ภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่แต่ละเขตสุขภาพทั้ง 13 แห่ง ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กปฐมวัยไทยทุกคนมีพัฒนาการที่สมวัยและมีทักษะที่จำเป็นพร้อมก้าวไปสู่ยุคแห่งโลกอนาคต

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสื่อสารสร้างกระแสความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก ปี 2565 2. เพื่อพัฒนาทักษะผู้อำนวยการเล่น (Play Worker) ให้แก่บุคลากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. เพื่อผลิตสื่อสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการนอนหลับสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอดและเด็กปฐมวัยให้แก่หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 4. เพื่อพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผู้อำนวยการเล่น (Play Worker) 7255 คน
2.พื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก 7255 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้ารับการอบรมพัฒนาทักษะผู้อำนวยการเล่น (Play Worker) 7255 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก 7255 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : หน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาทักษะผู้อำนวยการเล่น (Play Worker) และพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบเด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก 7255 แห่ง
4.เชิงเวลา : ดำเนินงานโครงการฯ แล้วเสร็จก่อนกำหนด 1 เดือน

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประชุมทีมงานวางแผนการดำเนินงาน 2. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรผู้อำนวยการเล่น (Play worker) ) E-learning และระบบสื่อสาร ประเมินผลการขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบ “เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” 3. จ้างผลิตและเผยแพร่สื่อแอนนิเมชั่นความรู้กิจกรรมทางกายและการนอนหลับสำหรับหญิงตั้งครรภ์หญิงหลังคลอดและเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี 4. จัดประชุมภาคีเครือข่ายเตรียมจัดงานมหกรรมส่งเสริมการเล่นอิสระและการเล่นที่ครอบครัวมีส่วนร่วมตามช่วงวัย 5. จ้างจัดงานมหกรรมส่งเสริมการเล่นอิสระและการเล่นที่ครอบครัวมีส่วนร่วมตามช่วงวัย 6. จ้างผลิตและเผยแพร่สื่อแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ “เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” ให้แก่หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 7. ประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูประบบบริหารและวิธีทำงาน กรมอนามัย กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย จำนวน 2 ครั้ง 8. เยี่ยมเสริมพลังติดตามประเมินผลการขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบ “เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” 9. รายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรผู้อำนวยการเล่น (Play worker) E-learning และระบบสื่อสาร ประเมินผลการขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบ “เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 20,900.00
2 จ้างจัดงานมหกรรมส่งเสริมการเล่นอิสระและการเล่นที่ครอบครัวมีส่วนร่วมตามช่วงวัย 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 300,000.00
3 จัดประชุมภาคีเครือข่ายเตรียมจัดงาน มหกรรมส่งเสริมการเล่นอิสระและการเล่นที่ครอบครัวมีส่วนร่วมตามช่วงวัย 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 18,500.00
4 จัดประชุมคณะกรรม การเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูประบบบริหารและวิธีทำงาน กรมอนามัย กลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย 2 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 2,100.00
5 จ้างผลิตและเผยแพร่สื่อแอนนิเมชั่นความรู้กิจกรรมทางกายและการนอนหลับสำหรับหญิงตั้งครรภ์หญิงหลังคลอดและเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี 3 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 200,000.00
6 เยี่ยมเสริมพลังติดตามประเมินผลการขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบ “เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” 4 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 ก.ย. 2565 121,000.00
7 จ้างผลิตและเผยแพร่สื่อแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ “เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” 500 เล่ม 1 เม.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 70,000.00
รวมเป็นเงิน 732,500.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
732,500.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. โรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด 2. กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย 3. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ดูแลเด็กอายุ 2 – 6 ปี ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด 4. คลินิกสุขภาพเด็ก (WCC) ในสถานบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. เด็กปฐมวัย ครูผู้ดูแลเด็ก พ่อแม่ 2. ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและการเล่นของเด็ก และครูผู้ดูแลเด็กในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 3. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด 4. คัตเตอร์แม่ละเด็ก ศูนย์อนามัย 1-12, สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง (สสม.) และสสจ. 76 จังหวัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. คลินิกสุขภาพเด็ก (WCC) และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด 2. ศูนย์อนามัยที่ 1-12, สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง (สสม.) และสสจ. 76 จังหวัด 3. กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย 4. กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5. ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สสส. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) และ สสย.

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางทับทิม ศรีวิไล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นายวัชรินทร์ แสงสัมฤทธิ์ผล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวปทุมรัตน์ สามารถ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นายเศวต เซี่ยงลี่ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา 5. นายธวัชชัย ทองบ่อ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางทับทิม ศรีวิไล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
“เด็กไทย ใส แซ่บ สุข…ยุควิถีชีวิตใหม่” ภายใต้โครงการ ChOPA & ChiPA Game

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 22 ) 6.2 ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ในยุคดิจิตัล
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศรองรับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุข (พ.ศ.2561–2580) และแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560–2564) ได้กำหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมเด็กวัยเรียนให้แข็งแรงและฉลาด ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่น มีการประสานการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพควบคู่ไปกับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ภาวะทุพโภชนาการในเด็กไทยยังเป็นปัญหาสำคัญ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเด็กอ้วนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์ภาวะโภชนาการของเด็กไทยในฐานข้อมูลสาธารณสุข ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2560-2564) พบเด็กอ้วนสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ (ไม่เกินร้อยละ 10) ร้อยละ 11.1, 11.8, 12.89, 14.77,11.07 ตามลำดับ และยังพบว่าเด็กสูงดี สมส่วน ยังต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ (ร้อยละ 66) และมีแนวโน้มลดลง ร้อยละ 65.2, 65.5, 62.44, 57.84, 58.35 ตามลำดับ และพบว่า มีภาวะเตี้ย (ร้อยละ 5.1, 5.7, 8.9, 5.88, 3.49 ตามลำดับ ค่าเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ (ร้อยละ 5) (HDC, 2564) และจากการเฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมด้านกิจกรรมทางกายของประชากรไทย ปี 2555 - 2562 ของศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า กลุ่มเด็กวัยเรียน วัยรุ่น (อายุ 6-17 ปี) มีกิจกรรมทางกายเพียงพอน้อยที่สุดที่ร้อยละ 24.90, 20.90, 27.60, 23.20, 26.40, 25.30, 26.20, 24.4 ตามลำดับ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 เป็นต้นมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ซึ่งต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันวิกฤติการณ์ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อฯ กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม เช่น การปิดสถานศึกษา การปิดสถานที่ออกกำลังกาย การจำกัดปริมาณจำนวนคนและเวลาในการใช้พื้นที่สาธารณะ การรณรงค์ให้อยู่บ้าน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลุ่ม เป็นต้น การดำเนินชีวิตภายใต้ข้อจำกัดที่กล่าวข้างต้นนี้ ส่งผลกระทบให้เด็กและเยาวชน มีกิจกรรมทางกายลดลง เหลือเพียงร้อยละ 17.10 เท่านั้น การสร้างเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชนให้แข็งแรงพร้อมเผชิญกับวิถีชีวิตใหม่ จึงมีความจำเป็นต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจในสหสาขาวิชา ควบคู่ไปกับการมีกิจกรรมทางกายชีวิตวิถีใหม่ภายใต้ 6 มาตรการหลักป้องกันโรคโควิด 19 ในสถานศึกษา อันประกอบด้วยการคัดกรองวัดไข้และอาการเสี่ยงก่อนเข้าสถานศึกษาการรณรงค์ส่งเสริมให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ จัดระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร ทำความสะอาดห้องเรียน/พื้นผิวสัมผัสร่วม เปิดหน้าต่างประตู ระบายอากาศ และไม่จัดกิจกรรมรวมกลุ่มคนจำนวนมาก เหลื่อมเวลา ลดเวลาทำกิจกรรม การดำเนินชีวิตภายใต้ข้อจำกัดนี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพเด็กไทยยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ในปีงบประมาณ 2565 นี้ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ จึงได้วางแผนดำเนินการสนับสนุน สนับสนุนและสร้างเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยวิถีใหม่ มีความรอบรู้ด้านกิจกรรมทางกายเพื่อการจัดการโรคอ้วน ในเด็กไทยยุควิถีชีวิตใหม่ ภายใต้โครงการ “เด็กไทย ใส แซ่บ สุข…ยุควิถีชีวิตใหม่” ภายใต้โครงการ ChOPA & ChiPA Game โดยประสานการมีส่วนร่วม การพัฒนาศักยภาพ และสร้างแรงบันดาลใจ ภายใต้การวิเคราะห์และออกแบบ โดยใช้กลยุทธ์ PIRAB ประกอบด้วย P : ประสานภาคีร่วมขับเคลื่อนภารกิจ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมระหว่างโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น และภาคประชาชน ด้วย I : ยกระดับมาตรฐานงานองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพ ซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงคุณภาพ ควบคู่ไปกับเชิงปริมาณ R : กำกับ ติดตาม ประเมินผลการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทางระบบออนไลน์แบบมีส่วนร่วม A : การสื่อสารรณรงค์ผ่านแคมเปญฟิตหุ่นเฟิร์ม เพิ่ม Six Pack, กระโดด โลด เต้น เล่นเปลี่ยนร่าง และ แชะ โชว์ แชร์ เผยแพร่สู่สังคม B : พัฒนาศักยภาพบุคลากร สู่การขับเคลื่อนงานกิจกรรมทางกายในเด็กไทยยุควิถีชีวิตใหม่ โดยมีเป้าประสงค์ให้เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นอายุ 5 -17 ปี มีความฉลาดรู้ทางการเคลื่อนไหว (Physical Literacy : PL) มีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity : PA ) มีสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness : PF) และการนอนหลับพักผ่อน (Sleep : S) ที่เหมาะสมและเพียงพอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ สูง สมส่วน แข็งแรง ฉลาด มีอารมณ์ดี และมั่นคง มีสุขภาวะพร้อมที่จะเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง ตลอดจนถ่ายทอดสู่เพื่อนและครอบครัวในยุควิถีชีวิตใหม่ สอดคล้องกับเป้าประสงค์ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 3 “การมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี” เป้าประสงค์ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ “คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21” ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสร้างเสริมให้เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมีความฉลาดรู้ทางการเคลื่อนไหว (Physical Literacy : PL) มีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity : PA) เหมาะสมเพียงพอ มีสมรรถภาพทางกายดี (Physical Fitness : PF) และนอนหลับพักผ่อน (Sleep : S) เหมาะสมและเพียงพอ 2. เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทย สูงสมส่วนแข็งแรง และฉลาด มีสุขภาวะ พร้อมที่จะเฝ้าระวังสุขภาพของตน ให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง เพื่อนและครอบครัวในยุควิถีชีวิตใหม่ 3. เพื่อยกระดับมาตรฐานงานส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นภายใต้ยุควิถีชีวิตใหม่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร “การจัดการโรคอ้วนในเด็กไทย” 1 รูปแบบ
2.ติดตามและประเมินองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อเด็กไทย สูง สมส่วน แข็งแรง IQ EQ ดี 4 หน่วยนับ
3.ติดตามและประเมินรณรงค์การมีกิจกรรมทางกาย ภายใต้แคมเปญ 1) ฟิตหุ่นเฟิร์ม เพิ่ม Six Pack 2) กระโดด โลด เต้น เล่นเปลี่ยนร่าง 3) แชะ โชว์ แชร์ เผยแพร่สู่สังคม 4 หน่วยนับ
4.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อการจัดการโรคอ้วนในเด็กไทยยุควิถีชีวิตใหม่ รูปแบบเสมือนจริง 1 รูปแบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เด็กอายุ 6-14 ปี สูงดี สมส่วน 66 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : สื่่อเผยแพร่กิจกรรมรณรงค์การมีกิจกรรมทางกาย 1 รูปแบบ
3.เชิงคุณภาพ : จำนวนองค์กรรอบรู้สุขภาพ ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายฯ 7 แห่ง
4.เชิงคุณภาพ : ระดับความพึงพอใจในการเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 80 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : จำนวนองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศ ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายฯ 40 แห่ง
6.เชิงเวลา : จัดกิจกรรมในโครงการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 1 หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ระยะที่ 1 ระยะเตรียมการ 1.1 ประชุมคณะกรรมการ/คณะทำงาน บูรณาการแผนปฏิบัติการไตรมาส 1-4 1.2 วิเคราะห์สถานการณ์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กวัยเรียนวัยรุ่น 1.3 จัดทำแผนปฏิบัติการคลัสเตอร์วัยเรียนวัยรุ่น 1.4 จัดทำ/เสนออนุมัติ โครงการ/แผนงบประมาณ 1.5 จัดทำแนวทางการติดตาม/ประเมินผลองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพ ระยะที่ 2 ระยะปฏิบัติการ 2.1 จัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร “การจัดการโรคอ้วนในเด็กไทย” 2.2 ประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงณ์การมีกิจกรรมทางกาย ภายใต้แคมเปญ 2.2.1) ฟิตหุ่นเฟิร์ม เพิ่ม Six Pack 2.2.2) กระโดด โลด เต้น เล่นเปลี่ยนร่าง 2.2.3) แชะ โชว์ แชร์ เผยแพร่สู่สังคม 2.3 รับสมัครองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพ 2.4 ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพ ระยะที่ 3 ระยะติดตามประเมินผลและจัดการความรู้ 3.1 ติดตามและประเมินผลองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพ 3.2 นิเทศติดตามเสริมพลังศูนย์อนามัยร่วมกับกรมอนามัย 3.3 วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน/การบริหารงบประมาณ รายเดือน รายไตรมาส 1-4 3.4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อการจัดการโรคอ้วนในเด็กไทยยุควิถีชีวิตใหม่ รูปแบบเสมือนจริง 3.5 เผยแพร่กิจกรรมรณรงณ์การมีกิจกรรมทางกาย ภายใต้แคมเปญ 3.5.1) ฟิตหุ่นเฟิร์ม เพิ่ม Six Pack 3.5.2) กระโดด โลด เต้น เล่นเปลี่ยนร่าง 3.5.3) แชะ โชว์ แชร์ เผยแพร่สู่สังคม 3.6 จัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน เสนอผู้บริหาร และคลัสเตอร์วัยเรียนวัยรุ่น - สรุปผลการปฏิบัติงาน รายกิจกรรม รายเดือน รายไตรมาส 1-4 - สรุปผลงบประมาณ รายกิจกรรม รายเดือน รายไตรมาส 1-4 3.7 จัดทำบทสรุปสำหรับผู้บริหาร 3.8 จัดทำข้อเสนอสำหรับ ปีงบประมาณ 2566

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดการโรคอ้วนในเด็กไทย “เด็กไทย ใส แซ่บ สุข…ยุควิถีชีวิตใหม่” และกิจกรรมรณรงค์การมีกิจกรรมทางกาย ภายใต้แคมเปญ 1) ฟิตหุ่นเฟิร์ม เพิ่ม Six Pack 2) กระโดด โลด เต้น เล่นเปลี่ยนร่าง 3) แชะ โชว์ แชร์ เผยแพร่สู่สังคม ด้วยระบบออนไลน์ 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
2 จัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร “การจัดการโรคอ้วนในเด็กไทย” 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อการจัดการโรคอ้วนในเด็กไทยยุควิถีชีวิตใหม่อย่างยั่งยืน รูปแบบเสมือนจริง 1 รูปแบบ 1 เม.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 248,000.00
4 ติดตามและประเมินองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพ ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อเด็กไทย สูง สมส่วน แข็งแรง IQ EQ ดี ด้วยระบบออนไลน์ 4 หน่วยนับ 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 0.00
5 ติดตามและประเมินรณรงค์การมีกิจกรรมทางกาย ภายใต้แคมเปญ 1) ฟิตหุ่นเฟิร์ม เพิ่ม Six Pack 2) กระโดด โลด เต้น เล่นเปลี่ยนร่าง 3) แชะ โชว์ แชร์ เผยแพร่สู่สังคม 4 หน่วยนับ 1 ม.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 0.00
รวมเป็นเงิน 248,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
248,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงแรม/โรงเรียน/หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในพื้นที่กรุงเทพ/ปริมณฑล และต่างจังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรด้านสาธารณสุข บุคลากรด้านการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
กลุ่มที่ 1 โรงเรียนและบุคลากรขับเคลื่อนงาน (บุคลากรผู้รับผิดชอบงานเด็กวัยเรียน งานวัยรุ่น และงานออกกำลังกายในพื้นที่เป้าหมายของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ผู้บริหารสถานศึกษา ครูพลศึกษา ครูสุขศึกษา ครูผู้นำ ในโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนขยายโอกาส รวมไปถึงผู้นำชุมชน ท้องถิ่น หรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ) กลุ่มที่ 2 เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง (เด็กวัยเรียน และเด็กวัยรุ่น ที่มีปัญหาอ้วน เตี้ย ผอม ไม่แข็งแรง มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ติดหน้าจอ) กลุ่มที่ 3 ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้การสนับสนุนงบประมาณ ชมรม สมาคม องค์กรหรือหน่วยงานอิสระที่ขับเคลื่อนภารกิจส่งเสริมสุขภาพของเด็กและเยาวชน และบุคลากรอื่นๆ ที่สนใจ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนภัสบงกช ศุภะพิชน์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีกิจกรรมทางกายวัยเรียนและวัยรุ่น 2. นางสาวขนิษฐา ระโหฐาน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวภิมณณัฏฐ์ พงษ์เกษตรการ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวปิยะนุช ฤทธิ์ชารี นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางสาวศิรินญา วัลภา นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6. นางสาวกนกวรรณ ดอกไม้ นักวิชาการสาธารณสุข 7. นางสาววัชราภรณ์ เถาว์แล นักวิชาการสาธารณสุข 8. นายสมภพ จันทะดวง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนภัสบงกช ศุภะพิชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
ส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 2 ) 1.2 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยปัญหาสุขภาพและการเจริญเติบโตของเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ รับอุปถัมภ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนา ในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสามเณร และจากการติดตามผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2562 ตามตัวชี้วัดที่ 9 ร้อยละของสามเณรมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนไม่เกินร้อยละ 10 พบว่า สามเณรจำนวน 5,649 รูป มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 22.18 และการวัดผลครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 24.69 ถือได้ว่าสถานการณ์เริ่มอ้วนและอ้วนในสามเณรเป็นปัญหาที่สำคัญและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน (สำนักราชวัง สวนจิตลดา, 2563) ภาวะอ้วนในสามเณรนี้ มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เนื่องจากไม่สามารถเลือกฉันอาหารเองได้ จึงต้องบริโภคอาหารที่ฆราวาสนำมาถวาย โดยอาหารส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของกะทิและน้ำตาล ประกอบกับการไม่มีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอและเหมาะสม และในการศึกษาด้านพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขตภาคเหนือตอนบน พบวา ในปีการศึกษา 2560 และ 2561 ที่ผ่านมาพบว่า สามเณรส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบสมรรถภาพทางกายและมีแนวโน้มไม่ผ่านเกณฑ์มากขึ้น ร้อยละ ๖๗.๓ และ ๘๒.๒ ตามลําดับ เมื่อวิเคราะห์ในรายด้าน พบว่า สามเณรไม่ผ่านเกณฑ์ด้านการทดสอบด้านความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อมากที่สุด ร้อยละ ๕๑.๒ และร้อยละ ๖๑.๑ ตามลําดับ รองลงมาไม่ผ่านเกณฑ์ด้านความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ ร้อยละ ๓๓.๗ และ ๓๐.๑ ตามลําดับ ส่วนด้านความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจสามารถทําได้ดี (อโนชา วิปุลากร, ชัญญา อนุเคราะห์, ไพรชล ตันอุด, นณธภัทร ธีระวรรธนะสิร, 2561) จะเห็นว่าปัญหาภาวะอ้วนของสามเณร ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุข ที่สำคัญ ที่ต้องพัฒนารูปแบบการแก้ไขปัญหาและเฝ้าระวัง กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ สนองต่อพระราชประสงค์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และตระหนักถึงความสำคัญในการเร่งพัฒนารูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรที่ถูกต้อง เหมาะสม ไม่ขัดต่อพระวินัย มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง มีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ มีร่างกายแข็งแรง IQ EQ ดี มีสุขภาวะ ตลอดจนสร้างเสริมทักษะสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพ ให้สามเณรมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์อย่างยั่งยืน

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้สามเณรที่มีภาวะอ้วนและไม่อ้วน มีรูปแบบกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม เพียงพอต่อการมีสุขภาพที่ดี นำไปสู่การมีความพร้อมและพัฒนาคุณภาพทางการเรียนที่ดีขึ้น 2. เพื่อแสวงหาความร่วมมือและสนับสนุนภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อการจัดการโรคอ้วนในสามเณรยุควิถีชีวิตใหม่อย่างยั่งยืน 3. เพื่อส่งเสริมให้สามเณรเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ สูง สมส่วน แข็งแรง และฉลาด มีสุขภาวะ พร้อมที่จะเฝ้าระวังสุขภาพของตนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและเพียงพอ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ได้เครือข่ายผู้รับผิดชอบงานโรงเรียนพระปริยัติธรรมในโครงการ กพด. ระดับศูนย์อนามัย 2 แห่ง
2.สนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพแก่ภาคีเครือข่าย 1 รูปแบบ
3.องค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ
4.ข้อมูลโณงเรียนพระปริยัติธรรมในโครงการ กพด. รายจังหวัด 6 จังหวัด
5.การติดตาม และประเมินผลการใช้เครื่องมือสนับสนุนการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ
6.เผยแพร่รูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ
7.ประชาสัมพันธ์การขอรับรางวัลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสามเณร ตามพระราชดำริ ฯ 1 รูปแบบ
8.ประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 1 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : สามเณรอายุ 6 – 14 ปี สูงดี สมส่วน 66 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : สามเณรมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 10 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : ระดับความพึงพอใจในการเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 80 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : ระดับความพึงพอใจในการใช้สื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายฯ 80 ร้อยละ
5.เชิงเวลา : จัดกิจกรรมในโครงการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 8 หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ระยะที่ 1 ระยะเตรียมการ 1.1 วิเคราะห์สถานการณ์ของสามเณรที่มีภาวะอ้วนและเริ่มอ้วนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา 1.2 ทบทวนวรรณกรรม/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.3 จัดทำแผนปฏิบัติการแบบบูรณาการ 1.4 จัดทำ/เสนออนุมัติ โครงการ ระยะที่ 2 ระยะปฏิบัติการ 2.1 รวบรวมข้อมูลโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในโครงการ กพด.ของแต่ละจังหวัด 2.2 จัดทำข้อมูลโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 2.3 ประสานผู้รับผิดชอบงานกิจกรรมทางกาย งานเด็กอ้วน และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ของศูนย์อนามัย 2.4 ประชาสัมพันธ์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 2.5 สนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียน พระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 2.6 ประชาสัมพันธ์การขอรับรางวัลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสามเณร ตามพระราชดำริ ฯ ระยะที่ 3 ระยะติดตามและประเมินผล 3.1 นิเทศติดตามเสริมพลังศูนย์อนามัยร่วมกับกรมอนามัย 3.2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 3.3 จัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน เสนอผู้บริหาร และคลัสเตอร์วัยเรียนวัยรุ่น 3.4 จัดทำบทสรุปสำหรับผู้บริหาร 3.5 จัดทำข้อเสนอสำหรับ ปีงบประมาณ 2566

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำข้อมูลโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ฯ 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
2 ประชาสัมพันธ์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
3 สนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
4 เผยแพร่รูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียน พระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
5 ประชาสัมพันธ์การขอรับรางวัลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสามเณร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
6 ติดตาม และประเมินผลการใช้เครื่องมือสนับสนุนการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 0.00
7 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม 1 รูปแบบ 1 เม.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 0.00
8 รวบรวมข้อมูลโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในโครงการ กพด. ของแต่ละจังหวัด 6 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
รวมเป็นเงิน 0.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
0.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในโครงการ กพด.

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มที่ 1 บุคลากรผู้รับผิดชอบงานกิจกรรมทางกาย งานเด็กอ้วน และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร(กพด.) ของศูนย์อนามัย บุคลากรสาธารณสุขในระดับพื้นที่ที่ดูแลโรงเรียนเป้าหมาย ครูหรือผู้เกี่ยวข้องอื่นในโรงเรียนพระปริยัติธรรม กลุ่มที่ 2 สามเณร ประชาชน ชุมชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
สำนักงานโครงการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กรมการศาสนา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนภัสบงกช ศุภะพิชน์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีกิจกรรมทางกายวัยเรียนและวัยรุ่น 2. นางสาวศิรินญา วัลภา นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางสาวขนิษฐา ระโหฐาน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวภิมณณัฏฐ์ พงษ์เกษตรการ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5. นางสาวปิยะนุช ฤทธิ์ชารี นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6. นางสาวกนกวรรณ ดอกไม้ นักวิชาการสาธารณสุข 7. นางสาววัชราภรณ์ เถาว์แล นักวิชาการสาธารณสุข 8. นายสมภพ จันทะดวง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนภัสบงกช ศุภะพิชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
ส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 2 ) 1.2 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยปัญหาสุขภาพและการเจริญเติบโตของเด็ก จึงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะทรงช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาส ในถิ่นทุรกันดาร ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทรงเริ่มงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาตั้งแต่ พ.ศ. 2523 ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินงานภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2560 - 2569) ทรงขยายพื้นที่การดำเนินงานออกไปยังสถานศึกษาในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนไปยังโรงเรียน/ศูนย์การเรียน จำแนกรายสังกัดได้ดังนี้ สังกัดสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สังกัดกรุงเทพมหานคร และสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, 2564) กรมอนามัย ในฐานะหน่วยร่วมสนองงานตามพระราชประสงค์ต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร มีเป้าหมายในการเสริมสร้างสุขภาพของเด็กและเยาวชนนักเรียน ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการติดตามภาวะโภชนาการของทุกกลุ่มอายุ พบว่า ในช่วง 10 ปีนี้นอกจากจะพบปัญหาโภชนาการขาดแล้ว ยังมีแนวโน้มของภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนรวมกันเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุ โดยกลุ่มเด็กประถมศึกษาและมัธยมศึกษา มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนรวมกันสูงสุด และพบว่า เด็กระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษามีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนเพิ่มขึ้น มีสมรรถภาพทางกายต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (สำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, 2564) กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ โดยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีกิจกรรมทางกายวัยเรียนและวัยรุ่น สนองต่อ พระราชประสงค์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และตระหนัก ถึงความสำคัญในการเร่งพัฒนารูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ในการแก้ไขปัญหาอ้วน เตี้ย ผอม และไม่แข็งแรง ให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์อย่างยั่งยืนขยายผลสู่การยกระดับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) เพื่อสนองต่อพระราชประสงค์ต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนเหล่านี้ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารที่มีภาวะอ้วน เตี้ย และผอม มีรูปแบบกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม เพียงพอต่อการมีสุขภาพที่ดี นำไปสู่การมีความพร้อมและพัฒนาคุณภาพทางการเรียนที่ดีขึ้น 2. เพื่อแสวงหาความร่วมมือและสนับสนุนภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนงานการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อการจัดการโรคอ้วน เตี้ย และผอมในเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 3. เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร สูง สมส่วน แข็งแรง และฉลาด มีสุขภาวะ พร้อมที่จะเฝ้าระวังสุขภาพของตนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและเพียงพอ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ได้เครือข่ายผู้รับผิดชอบงาน กพด. ระดับศูนย์อนามัย 13 แห่ง
2.สนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพแก่ภาคีเครือข่าย 1 รูปแบบ
3.องค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ
4.ข้อมูลสถานศึกษาของสถานศึกษาในโครงการ กพด. รายจังหวัด 77 จังหวัด
5.ข้อมูลสถานศึกษาของสถานศึกษาในโครงการ กพด. รายสังกัด 8 รายการ
6.การติดตามและประเมินองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ
7.เผยแพร่รูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ
8.ประชาสัมพันธ์การสมัครขอรับรางวัลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เด็กอายุ 6 – 14 ปี สูงดี สมส่วน 66 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : เด็กมีภาวะเตี้ย 5 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : เด็กเริ่มอ้วนและอ้วน 10 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : เด็กมีภาวะผอม 5 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจในการใช้เครื่องมือสนับสนุนการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายฯ 80 ร้อยละ
6.เชิงเวลา : จัดกิจกรรมในโครงการแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 1 หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ระยะที่ 1 ระยะเตรียมการ 1.1 วิเคราะห์สถานการณ์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1.2 ทบทวนวรรณกรรม/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.3 จัดทำแผนปฏิบัติการแบบบูรณาการ 1.4 จัดทำ/เสนออนุมัติ โครงการ ระยะที่ 2 ระยะปฏิบัติการ 2.1 รวบรวมข้อมูลสถานศึกษารายสังกัดสังกัดของแต่ละจังหวัดในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ฯ 2.2 จัดทำข้อมูลสถานศึกษาในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 2.3 ผลิตสื่อมัลติมีเดียการสมัครขอรับรางวัลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ฯ 2.4 ประสานผู้รับผิดชอบงานกิจกรรมทางกาย งานเด็กอ้วน และสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ของศูนย์อนามัย 2.5 เผยแพร่รูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร และจัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร“การจัดการโรคอ้วนในเด็กไทย”ด้วยระบบออนไลน์ บูรณาการร่วมกับโครงการ “เด็กไทย ใส แซ่บ สุข…ยุควิถีชีวิตใหม่” ภายใต้โครงการ ChOPA & ChiPA Game 2.6 ประชาสัมพันธ์การสมัครขอรับรางวัลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ฯ ระยะที่ 3 ระยะติดตามและประเมินผล 3.1 จัดประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อส 3.2 จัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน เสนอผู้บริหาร และคลัสเตอร์วัยเรียนวัยรุ่น 3.3 จัดทำบทสรุปสำหรับผู้บริหาร

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำข้อมูลสถานศึกษาในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ฯ 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
2 สนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
3 เผยแพร่รูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
4 ประชาสัมพันธ์การสมัครขอรับรางวัลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
5 พัฒนาศักยภาพบุคลากร การจัดการโรคอ้วนในเด็กไทย ส่งเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารด้วยระบบออนไลน์ 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
6 การติดตามและประเมินองค์กรที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศและองค์กรรอบรู้สุขภาพด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยระบบออนไลน์ 1 รูปแบบ 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 0.00
7 รวบรวมข้อมูลสถานศึกษารายสังกัดของแต่ละจังหวัดในโครงการ กพด. 77 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
รวมเป็นเงิน 0.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
0.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานศึกษาในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มที่ 1 บุคลากรผู้รับผิดชอบงานกิจกรรมทางกาย งานเด็กอ้วน และงานสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ของศูนย์อนามัย บุคลากรสาธารณสุขในระดับพื้นที่ที่ดูแลสถานศึกษาเป้าหมาย ครู หรือผู้เกี่ยวข้อง ในสถานศึกษาในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กลุ่มที่ 2 นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. สำนักงานโครงการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กรมการศาสนา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้รับผิดชอบงานออกกำลังกายในพื้นที่เป้าหมาย 2. กลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง ในถิ่นทุรกันดาร

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนภัสบงกช ศุภะพิชน์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีกิจกรรมทางกายวัยเรียนและวัยรุ่น 2. นางสาวขนิษฐา ระโหฐาน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวภิมณณัฏฐ์ พงษ์เกษตรการ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวปิยะนุช ฤทธิ์ชารี นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางสาวศิรินญา วัลภา นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6. นางสาวกนกวรรณ ดอกไม้ นักวิชาการสาธารณสุข 7. นางสาววัชราภรณ์ เถาว์แล นักวิชาการสาธารณสุข 8. นายสมภพ จันทะดวง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนภัสบงกช ศุภะพิชน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
ก้าวท้าใจ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 29 ) 8.4 ขับเคลื่อน 10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใช้กำหนดทิศทางการพัฒนาของประชาคมโลก เพื่อให้การดำเนินงานของประเทศมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก ประเทศไทยจึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน ซึ่งมียุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนา และยกระดับคนในทุกมิติ และในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ วัยทำงานเป็นวัยที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนเป็นกำลังหลักของครอบครัว ในการดูแลสมาชิกที่เป็นกลุ่มวัยต่างๆ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2563 พบว่า ประชาชนวัยทำงาน อายุ 15 - 59 ปี มีจำนวน 43.26 ล้านคน ซึ่งถือเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ การส่งเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงานให้มีสุขภาพดี จะทำให้ประชาชนวัยทำงานมีสมรรถนะในการทำงานได้เต็มศักยภาพ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน ยกระดับการพัฒนาประเทศ แต่จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีตามกระแสโลกาภิวัฒน์ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชากรวัยทำงาน ปัจจุบันพบว่า วัยทำงานมีแนวโน้มการเสียชีวิต ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs (non-communicable diseases ) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 36 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี และประมาณ 320,000 คนต่อปี ในประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 75 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด โดยมีสาเหตุจากโรคหลอดเลือดสมองเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือโรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง เบาหวาน และความดันโลหิตสูงตามลำดับ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ซึ่งจากข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์จากทุกองค์กรทั่วโลก แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมทางกายและการออกกำลังกาย ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึง การศึกษา เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม การมีกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกาย นำไปสู่การเติบโตและพัฒนาการทางสังคม ที่ดีของเด็ก รวมถึงการเรียนรู้และสมาธิ อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังและช่วยพัฒนาสุขภาพจิตของผู้ใหญ่ และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่จากข้อมูลพบว่า ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ประชาชนไทยประมาณ 1 ใน 3 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ซึ่งการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต 11,129 ราย และก่อภาระค่าใช้จ่ายทางสุขภาพของประเทศ อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พบว่า ผู้ที่ขาดกิจกรรมทางกาย และออกกำลังกายน้อย มีความรุนแรงของโรคถึงขั้นเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่มีกิจกรรมทางกาย และออกกำลังกายเป็นประจำถึง 2.49 เท่า กรมอนามัยในฐานะที่เป็นองค์กรหลักของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ จึงดำเนินโครงการก้าวท้าใจ season 4 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีกิจกรรมทางกายและการออกกำลังเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงลดความรุนแรงของการโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึงสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนัก ความรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับการมีกิจกรรมทางกายผ่านภาคีเครือข่าย และ Digital Physical activity literacy platform ที่ช่วยสร้างรูปแบบกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และเป็นการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพของประชาชนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพด้านกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพิ่มขึ้น 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกาย 3. เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนัก และการรับรู้ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย และการออกกำลังกายให้กับประชาชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนคนเข้าร่วมโครงการก้าวท้าใจ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 5000000 คน
2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมความรอบรู้ด้านกิจกรรมทาง 30 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนคนเข้าร่วมโครงการก้าวท้าใจ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 5000000 คน
2.เชิงคุณภาพ : ระบบจัดเก็บข้อมูลส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ได้รับการยอมรับ และนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานได้จริง 1 ระบบ
3.เชิงเวลา : ร้อยละของกิจกรรมที่ดำเนินงานตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 1.1 จัดจ้างเช่าระบบฐานข้อมูล และบริหารงานลงทะเบียนและบริหารจัดการข้อมูลส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 2. การขับเคลื่อนนโยบาย/มาตรการการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกาย เล่นกีฬา และนันทนาการ 2.1 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการออกกำลังกาย 2.2 ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนภาคีและประชาสัมพันธ์ 2.3 ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการแต้มสุขภาพ (Health point) 2.4 ประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการก้าวท้าใจ ปีงบประมาณพ.ศ. 2565 3. การสร้างกระแส ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/การออกกำลังกาย 3.1 การประชาสัมพันธ์และเปิดตัวมหกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกายก้าวท้าใจ 3.2 การจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียนการดำเนินงานการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 3.3 การประชาสัมพันธ์ผ่าน Line OA ก้าวท้าใจเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง 3.4 การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กิจกรรมทางกายผ่าน FB fanpageก้าวท้าใจ และ Youtube channel ก้าวท้าใจ 4. การสนับสนุนสื่อองค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย/ออกกำลังกาย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 4.1 จัดทำระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 4.2 การออกแบบและผลิตต้นฉบับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เรื่อง "หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน" 4.3 ประชุมจัดทำมาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และสวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย 4.4 จัดทำคู่มือมาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และสวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดจ้างเช่าระบบฐานข้อมูล และบริหารงานลงทะเบียนและบริหารจัดการข้อมูลส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 1 ระบบ 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 3,000,000.00
2 การประชาสัมพันธ์และเปิดตัวมหกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ก้าวท้าใจ Season 4 1 เรื่อง 1 พ.ย. 2564 - 30 เม.ย. 2565 500,000.00
3 การจัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียนการดำเนินงานการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 ก.ย. 2565 400,000.00
4 จัดทำระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 1 ระบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 500,000.00
5 การออกแบบและผลิตต้นฉบับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เรื่อง "หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานคลินิกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงาน" 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 45,000.00
6 ประชุมจัดทำมาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และสวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 4,400.00
7 จัดทำคู่มือมาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และสวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย 1 เรื่อง 1 เม.ย. 2565 - 31 ส.ค. 2565 190,000.00
8 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการออกกำลังกาย 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 77,100.00
9 ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนภาคีและประชาสัมพันธ์ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 51,950.00
10 ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการแต้มสุขภาพ (Health point) 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 24,950.00
11 การประชาสัมพันธ์ผ่าน Line OA ก้าวท้าใจเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 380,000.00
12 การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้กิจกรรมทางกายผ่าน FB fanpageก้าวท้าใจ และ Youtube channel ก้าวท้าใจ 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 465,463.00
13 ประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการก้าวท้าใจ "Season 4" 10 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 38,000.00
รวมเป็นเงิน 5,676,863.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
5,676,863.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. หน่วยงานส่วนกลางกรมอนามัย 2. ศูนย์อนามัยที่ 1 – 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 3. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับ 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5. สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ/เอกชน 6. หน่วยงานภาคเอกชน/สถานประกอบกิจการ 7. พื้นที่ 77 จังหวัด 8. หน่วยงานภาคีเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. บุคลากรกรมอนามัย (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) 2. ภาคีเครือข่าย ได้แก่ บุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ประชาชนทุกกลุ่มวัย นักเรียน/นักศึกษา 2. บุคลากรกรมอนามัย (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) 3. บุคลากรภาคีเครือข่าย ได้แก่ บุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคลากรหน่วยงานภาคเอกชน/สถานประกอบกิจการ และบุคลากรภาคีเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวสุพิชชา วงค์จันทร์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นายวสันต์ อุนานันท์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวณัฐนันท์ แซมเพชร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นางสาวณิชา คงทวีศักดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นายอภิรติ ชัยวิจิตร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 6. นางสาวขวัญจิรา นัดประสิทธิ์ ตำแหน่ง นักกายภาพบำบัดปฏิบัติการ 7. นายชวพล หัชลีฬหา ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา 8. นางสาวบุษยา ภูฆัง ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา 9. นางนฤมล กิ่งแล ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา 10. นายกิตติพงษ์ ภัสสร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวสุพิชชา วงค์จันทร์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
ขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 29 ) 8.4 ขับเคลื่อน 10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ (Physical Inactivity) ถูกกำหนดให้เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับที่ 4 ของสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลก เนื่องจากการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) โดยพบว่า การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอส่งผลให้ เกิดการเสียชีวิต 3.2 ล้านคนต่อปีของทั้งโลก และคนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสูงถึง ร้อยละ 71 ของการเสียชีวิตทั้งหมดและก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ ซึ่งระดับกิจกรรมทางกายประชากรไทยในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา จากข้อมูลของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สำรวจระดับกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่ง พบว่า ประชากรไทยมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ และระยะเวลาการมีพฤติกรรมเนือยนิ่งในแต่ละวันไม่รวมเวลานอนหลับนั้นสูงเกิน 14 ชั่วโมงต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใช้กำหนดทิศทางการพัฒนาของประชาคมโลก โดยเฉพาะ SDG3 ชีวิตที่มีสุขภาพดีและ สุขภาวะ (Good Health and Well-being) ซึ่งประเทศไทยได้มุ่งเน้นในประเด็นเรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (non-communicable diseases) เนื่องจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ไม่น้อยกว่า 36 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63 ของสาเหตุการตายทั้งหมด กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน จึงได้จัดทำแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561–2573 ที่มีเป้าหมายให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉงด้วยกิจกรรมทางกายภายใต้สภาพแวดล้อม ที่เหมาะสม ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การส่งเสริมกิจกรรมทางกายประชาชนทุกกลุ่มวัย การส่งเสริมสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย และการพัฒนาระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอตามแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (พ.ศ. 2561 - 2573) กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ จึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอต่อสุขภาพ 2. เพื่อขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ขับเคลื่อน กำกับ ติดตามและประเมินผล แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 1 แผน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ผ่านกลไกการประชุมคณะกรรมการบริหารการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 5 ครั้ง
2.เชิงคุณภาพ : รายงานผลการดำเนินงานแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 1 ฉบับ
3.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ทบทวนและจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนาม 2. ทบทวนและจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เสนอประธานคณะกรรมการบริหารการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย(ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) ลงนาม 3. ขับเคลื่อน กำกับ ติดตามแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561 – 2573 ผ่านการประชุม คณะกรรมการบริหารการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 4. ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 5 ระบบ 5. ผลิต เผยแพร่ สื่อ ภาพเคลื่อนไหว แอนนิเมชั่นและองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดจ้างผลิต เผยแพร่ สื่อ ภาพเคลื่อนไหว แอนนิเมชั่นและองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 439,350.00
2 ประชุมคณะกรรมการบริหารการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย(ออนไลน์) 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 82,800.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมการประชุมคณะกรรมการบริหารการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (ออนไลน์) 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 5,850.00
4 ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 5 ระบบ (ออนไลน์) 1) ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้และวิจัยกิจกรรมทางกาย 2) ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการเฝ้าระวังการมีกิจกรรมทางกาย 3) ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร 4) ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการสื่อสารรณรงค์กิจกรรมทางกาย 5) ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย 10 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 189,000.00
รวมเป็นเงิน 717,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
717,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ทั่วประเทศ/กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
คณะกรรมการบริหารการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนทุกกลุ่มวัยและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนงพะงา ศิวานุวัฒน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวธวัลรัตน์ ใหม่รัตนไชยชาญ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 3. นางณัฏฐกา กิจสมมารถ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 4. นางสาวสมฤทัย พลยุทธ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นายสันสนะ ณรงค์อินทร์ ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ 6. นางสาวรดาธร เชื้อทองดี ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนงพะงา ศิวานุวัฒน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
ส่งเสริมความรอบรู้และสุขอนามัยในการนอนหลับที่ดีและมีคุณภาพ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 34 ) 10.2 ส่งเสริม สนับสนุนความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้สูงอายุ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การสูงวัยของประชากรเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในต้นสหัสวรรษนี้ ประชากรโลกมีอายุสูงขึ้น เนื่องมาจากอัตราเกิดที่ลดลงและผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นประชากรโลกกำลังมีอายุสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี 2563 โลกของเรามีประชากรรวมทั้งหมด 7,795 ล้านคน โดยมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 1,050 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 14 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุวัยปลายที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป มีจำนวนมากถึง 146 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ของประชากรทั้งหมด ในปี 2563 ประเทศสมาชิกอาเซียน 6 ประเทศ เป็นสังคมสูงอายุแล้ว คือมีอัตราผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 10 ได้แก่ สิงคโปร์ (ร้อยละ 21) ไทย (ร้อยละ 18) เวียดนาม (ร้อยละ 12) มาเลเซีย (ร้อยละ 11) อินโดนีเซีย (ร้อยละ 10) และเมียนมา (ร้อยละ 10) ซึ่งในปี 2563 ประเทศไทยมีประชากรรวม 66.5 ล้านคน ประชากรสูงอายุของประเทศไทยได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเร็วมาก โดยผู้สูงอายุได้เพิ่มจำนวนเป็น 12 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 18 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งประเทศไทยกำลังจะกลายเป็น“สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” ภายในปี 2565 นี้ ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประชากรรวมของประเทศไทยจะเพิ่มช้ามาก อัตราเพิ่มจะลดต่ำลงจนถึงขั้นติดลบ แต่ประชากรสูงอายุจ ะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 4 ต่อปี ผู้สูงอายุวัยปลายที่มีอายุ80 ปีขึ้นไป จะเพิ่มด้วยอัตราเฉลี่ยร้อยละ 7 ต่อปี จากสถานการณ์ของผู้สูงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม ซึ่งผู้สูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปในทางเสื่อม การทำงานของอวัยวะต่างๆมีประสิทธิภาพลดน้อยลง ความคิดและการตัดสินใจช้าลง การรับรู้ การแสดงปฏิกิริยาช้าลง ความจำลดลง มีภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น และรวมไปถึงคุณภาพการนอนหลับของผู้สูงอายุก็จะลดลงตามไปด้วย ซึ่งการนอนหลับในผู้สูงอายุที่ไม่ดีพบความชุกในประชากรทั่วโลกร้อยละ 30-35 และพบในวัยผู้สูงอายุมีคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดีถึงร้อยละ 50 จากการสำรวจของมูลนิธิการนอนหลับแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า คุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี พบได้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพตามอายุที่เพิ่มขึ้น อายุ 60-69 ปี พบร้อยละ 32.1 และอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไปพบถึงร้อยละ 52.53 โดยพบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงของระยะเวลาในวงจรการนอนหลับ เช่น ผู้สูงอายุเกิดการนอนหลับยาก ตื่นนอนตอนกลางคืนหลายครั้งถึงร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ โดยปกติในวัยผู้ใหญ่จะต้องการเวลาในการนอนหลับ 6-8 ชั่วโมง แต่สำหรับผู้สูงอายุต้องมีเวลาในการนอนหลับเฉลี่ย 7.5 ชั่วโมงต่อคืน และจากข้อมูลในระบบ Aging health data ของสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งได้จากการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุในระดับชุมชนและสถานบริการสุขภาพ พบว่า ผู้สูงอายุที่มีอาการด้านการนอนหลับผิดปกติ จำนวน 13,347 ราย จากการคัดกรองทั้งหมด 142,633 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9.36 ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ปัญหาการเกิดคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดีมักพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งปัญหาการนอนหลับไม่เพียงพอมีผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมากมาย ผลกระทบระยะสั้น ได้แก่ ประสิทธิภาพการทำงานและความตื่นตัวลดลง ความจำและการรู้คิดบกพร่อง ปัญหาสัมพันธภาพผลกระทบระยะยาว ได้แก่ ปัญหาสุขภาพร่างกายเพิ่มขึ้น เช่น การทำหน้าที่ของสมองบกพร่อง ความจำ และการรู้คิดบกพร่อง มีภาวะหลงลืม พลังงานในร่างกายลดลง การทำหน้าที่ด้านการเคลื่อนไหวลดลง ระดับน้ำตาลสูงขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน ปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ความผิดปกติทางด้านอารมณ์ สุขภาพจิตบกพร่อง การติดสุรา โดยผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่ ความปลอดภัยลดลง มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม การได้รับบาดเจ็บและการตายจากการทำงาน และการใช้ยวดยานพาหนะ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง คุณภาพชีวิตลดลง อัตราการตายเพิ่มขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการนอนหลับในผู้สูงอายุนั้นมีความสำคัญ โดยเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเกิดการพักผ่อน ฟื้นฟูสภาพการทำงานของร่างกายให้ปกติและซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่เสียหายเป็นส่วนหนึ่งทีส่งผลต่อภาวะสุขภาพที่ดี เหตุผลดังกล่าว กรมอนามัย โดยกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ มีความตระหนักถึงปัญหาและ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมความรอบรู้และสุขอนามัยในการนอนหลับที่ดีและมีคุณภาพ ปี 2565 ภายใต้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 “โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565”และแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573 เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยรวมถึงผู้สูงอายุมีการนอนหลับเพื่อสุขภาพที่ดี รวมทั้งส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายผู้สูงอายุไทยเป็นหลักชัยของสังคม และมีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (Health Adjust Life Expectancy : HALE) ที่ 75 ปี

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ 2. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เรื่องการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จัดงานประกาศนโยบายและแถลงข่าวการสร้างความรอบรู้และการมีสุขอนามัยการนอนที่ดีและมีคุณภาพทุกกลุ่มวัย “วันนอนหลับโลก” 1 ครั้ง
2.คลิปวิดีทัศน์หลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีการจัดงานประกาศนโยบายและแถลงข่าวการสร้างความรอบรู้และการมีสุขอนามัยการนอนที่ดีและมีคุณภาพทุกกลุ่มวัย 1 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : คลิปวิดีทัศน์หลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย 1 เรื่อง
3.เชิงปริมาณ : มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ 1 ครั้ง
4.เชิงปริมาณ : มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสำนักข่าว 5 แห่ง
5.เชิงคุณภาพ : เผยแพร่องค์ความรู้หลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย 80 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : การเผยแพร่ประกาศนโยบายและแถลงข่าวการสร้างความรอบรู้และการมีสุขอนามัยการนอนที่ดีและมีคุณภาพทุกกลุ่มวัย 80 ร้อยละ
7.เชิงเวลา : แล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดงานประกาศนโยบายและแถลงข่าวการสร้างความรอบรู้และการมีสุขอนามัยการนอนที่ดีและมีคุณภาพทุกกลุ่มวัย “วันนอนหลับโลก” - ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนและกำหนดรายละเอียดการจัดกิจกรรมในโครงการ - ขออนุมัติโครงการ - ประชุมคณะทำงานกำหนดหัวข้อการประกาศนโยบาย ประเด็นเนื้อหาทางวิชาการ - จัดทำเนื้อหาเนื้อหาทางวิชาการ หัวข้อการประกาศนโยบาย ออกแบบการนำเสนอและบทโทรทัศน์ - ดำเนินการจัดทำรายละเอียดการจัดจ้างการเผยแพร่ประกาศนโยบายและแถลงข่าวการสร้างความรอบรู้และการมีสุขอนามัยการนอนที่ดีและมีคุณภาพทุกกลุ่มวัยตามระเบียบพัสดุ - ดำเนินการจัดการประกาศนโยบายและแถลงข่าวการสร้างความรอบรู้และการมีสุขอนามัยการนอนที่ดีและมีคุณภาพทุกกลุ่มวัย 2. จัดทำคลิปวิดีทัศน์หลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย - จัดทำเนื้อหา ออกแบบการนำเสนอและบทโทรทัศน์ - จัดทำรายละเอียดการจ้างการจัดทำคลิปวิดีทัศน์หลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย - จัดจ้างการจัดทำคลิปวีดีทัศน์หลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย - ถ่ายทำหลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย - ตรวจความถูกต้องในการตัดต่อวีดีทัศน์ฯ - เผยแพร่วีดีทัศน์หลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย ผ่านทางช่องทางสื่อสารต่างๆ เช่น Youtube พื้นที่เครือข่ายต่างๆ ศูนย์อนามัยที่1-12 สสม. ชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ สสจ. และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดงานแถลงข่าว การประกาศนโยบายการสร้างความรอบรู้และการมีสุขอนามัยการนอนที่ดีและมีคุณภาพทุกกลุ่มวัย “วันนอนหลับโลก” 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 30 เม.ย. 2565 150,000.00
2 ผลิตและเผยแพร่คลิปวิดีทัศน์หลัก 10 ประการการมีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดีทุกกลุ่มวัย 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 150,000.00
3 ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนและกำหนดหัวข้อการประกาศนโยบาย ประเด็นการสร้างความรอบรู้และการมีสุขอนามัยการนอนที่ดีและมีคุณภาพทุกกลุ่มวัย “วันนอนหลับโลก” 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 0.00
รวมเป็นเงิน 300,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
300,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยเขตที่ 1 - 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ศูนย์อนามัยที่ 1-12 และ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 2. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 3. ผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 4. ประชาชนทุกกลุ่มวัย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ศูนย์อนามัยที่ 1-12 และ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง 2. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 3. ผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 4. ประชาชนทุกกลุ่มวัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนงพะงา ศิวานุวัฒน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวสุธาภรณ์ ถาวรบูรณทรัพย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางสาวพรรณี ทับธานี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นายธวัชชัย แคใหญ่ ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนงพะงา ศิวานุวัฒน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
พัฒนาการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 35 ) 10.3 ส่งเสริมการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายเพื่อลดโอกาสการหกล้มของผู้สูงอายุ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในปี 2564 ประเทศไทยก้าวสู่“สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” โดยจะมีสัดส่วนประชากร ผู้สูงวัยถึง ร้อยละ 20 ในปี พ.ศ. 2574 จะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของผู้สูงอายุเสื่อมลง มีประสิทธิภาพลดน้อยลง ขาดความคล่องแคล่วว่องไว การเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน ความคิดและการตัดสินใจช้าลง สภาพทางร่างกายเสื่อมถอยของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อ การรับรู้การแสดงปฏิกิริยาช้าลง ความจำลดลง มีภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น การบาดเจ็บที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ คือ การพลัดตกหกล้ม ซึ่งในผู้สูงอายุ 1 ใน 3 หรือมากกว่า 3 ล้านคนหกล้มทุกปี และพบว่าอัตราการเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ ของปี พ.ศ. 2562 ร้อยละ 11.84 (แหล่งที่มา ข้อมูลมรณบัตร พ.ศ. 2555 – 2562 กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข) ส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุ (1) ด้านร่างกาย เกิดการบาดเจ็บตั้งแต่เล็กน้อยไปถึงรุนแรง อาจเกิดความพิการหรือเสียชีวิต (2) ด้านเศรษฐกิจ เสียค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล และถ้าหากมีภาวะแทรกซ้อน อาจทำให้ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลนานขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายสูง และ (3) ด้านจิตใจ มีความกังวลใจ ขาดความมั่นใจในการเดิน กลัวการหกล้ม อาจเกิดภาวะซึมเศร้าทำให้ช่วยเหลือตัวเองได้ลดลง ปัญหาเหล่านี้สามารถป้องกันและทำให้ลดลงได้ หากมีการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย และการพัฒนาชุดความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกิจกรรมทางกายและออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้สูงอายุเกิดความรอบรู้ด้านการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม และป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ ชะลอและป้องกันภาวะความเสื่อมถอยของร่างกายในด้านต่าง ๆ ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง ช่วยเหลือตนเองได้ และเป็นผู้สูงอายี่มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป เหตุผลดังกล่าว กรมอนามัย โดยกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ มีความตระหนักถึงปัญหาและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ ปี 2565 ภายใต้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กรมอนามัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2565 “โครงการพัฒนาระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนแบบบูรณาการ”และแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573 เพื่อพัฒนากลไกและแนวทางการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ถูกต้อง และเหมาะสม รวมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขระดับพื้นที่ให้สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเข้มแข็งมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายผู้สูงอายุไทยเป็นหลักชัยของสังคม

8. วัตถุประสงค์ :

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ขับเคลื่อนและประกาศนโยบาย “ผู้สูงวัย เคลื่อนไหวดี ไม่มีล้ม” 1 ครั้ง
2.คลิปวิดีทัศน์การประเมินสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ 1 เรื่อง
3.คู่มือการประเมินสมรรถภาพทางกายและความเสี่ยงการหกล้มผู้สูงอายุ Online 1 เล่ม
4.ทบทวนวรรณกรรมเรื่องสวนออกกำลังกายและฐานออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ขับเคลื่อนและประกาศนโยบาย “ผู้สูงวัย เคลื่อนไหวดี ไม่มีล้ม” 1 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : ทบทวนวรรณกรรมเรื่องสวนออกกำลังกายและฐานออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน 1 เรื่อง
3.เชิงปริมาณ : คลิปวิดีทัศน์การประเมินสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ 1 เรื่อง
4.เชิงปริมาณ : คู่มือ Online การประเมินสมรรถภาพทางกายและความเสี่ยงการหกล้มผู้สูงอายุ 1 เล่ม
5.เชิงคุณภาพ : 2. ถ่ายทอดความรู้ สร้างความตระหนักการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกิจกรรม ทางกาย และการออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุ 80 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : ทบทวนวรรณกรรมเรื่องสวนออกกำลังกายและฐานออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน 80 ร้อยละ
7.เชิงเวลา : แล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ผลักดันนโยบายและการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ 2. สร้างความตระหนักมีกิจกรรมทางกายและออกกำลังกายเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ 3. พัฒนาองค์ความรู้การประเมินสมรรถภาพทางกายและความเสี่ยงการหกล้มของผู้สูงอายุ 4. เพื่อพัฒนาเครื่องมือการประเมินสมรรถภาพทางกายในผู้สูงอายุ 5. เพื่อพัฒนาฐานออกกำลังกายของผู้สูงอายุในชุมชน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จ้างจัดงานแถลงข่าว การประกาศนโยบาย “ผู้สูงวัย เคลื่อนไหวดี ไม่มีล้ม” 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 พ.ค. 2565 150,000.00
2 ผลิตและเผยแพร่คลิปวิดีทัศน์การประเมินสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 200,000.00
3 ผลิตและเผยแพร่คู่มือ Online การประเมินสมรรถภาพทางกายและความเสี่ยงการหกล้มผู้สูงอายุ 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 100,000.00
4 ทบทวนวรรณกรรมเรื่องสวนออกกำลังกายและฐานออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 100,000.00
5 ติดตามผลการใช้เครื่องมือการประเมินสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุและความเสี่ยงการหกล้มผู้สูงอายุรูปแบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 ก.ย. 2565 0.00
6 จัดประชุมคณะทำงานเพื่อจัดเตรียมเนื้อหาข้อมูลการประกาศนโยบาย“ผู้สูงวัย เคลื่อนไหวดี ไม่มีล้ม” 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 0.00
รวมเป็นเงิน 550,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
550,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยเขตที่ 1 - 12 และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยการออกกำลังกาย 2. ผู้สูงอายุ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1.กรมอนามัย และกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพมีข้อมูลการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุด้วยกิจกรรมทางกายและออกกำลังกาย 2. บุคลากรสาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องกิจกรรมทางกายที่เพียงพอและเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ 3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีชุดองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนงานกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางนงพะงา ศิวานุวัฒน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวสุธาภรณ์ ถาวรบูรณทรัพย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางสาวพรรณี ทับธานี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นายธวัชชัย แคใหญ่ ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนงพะงา ศิวานุวัฒน์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เป็นค่าตอบแทนสำหรับกำลังคนด้านสาธารณสุข (พ.ต.ส.) ค่าแพทย์ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว และค่าเช่าบ้านให้กับบุคลากรที่มีสิทธิ์ดังกล่าว

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทนสำหรับกำลังคนด้านสาธารณสุข (พ.ต.ส.) 2. เพื่อจ่ายเป็นค่าแพทย์ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว 3. เพื่อจ่ายเป็นค่าเช่าบ้านให้กับบุคลากรภายในกองฯที่มีสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้าน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ได้ครบถ้วน ถูกต้อง 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เบิกจ่ายค่าแพทย์ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัวได้ถูกต้อง ครบถ้วน 1 หน่วยงาน
2.เชิงปริมาณ : เบิกจ่ายค่า พตส. ได้ถูกต้อง ครบถ้วน 1 หน่วยงาน
3.เชิงปริมาณ : เบิกจ่ายค่าเช่าบ้านได้ถูกต้อง ครบถ้วน 1 หน่วยงาน
4.เชิงคุณภาพ : เบิกค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ให้กับบุคลากรผู้มีสิทธิ์ได้ถูกต้องตามระเบียบ 1 หน่วยงาน
5.เชิงเวลา : เบิกค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ให้กับบุคลากรผู้มีสิทธิ์ได้ตรงตามเวลา 1 หน่วยงาน

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ตรวจสอบสิทธิ์ของบุคลากร 2. ทำเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณให้ผู้ที่มีสิทธิในการเบิก

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าแพทย์ไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 420,000.00
2 ค่า พตส. 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 120,000.00
3 ค่าเช่าบ้าน 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 72,000.00
รวมเป็นเงิน 612,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
612,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวพรรณี พันธ์เสือ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพรรณี พันธ์เสือ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เพื่อมุ่งเน้นให้การบริหารจัดการองค์กรกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพดำเนินงานบรรลุภารกิจหลัก อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ พัฒนาและจัดทำเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการมีกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ ส่งเสริมสนับสนุนกลไกการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการให้คำปรึกษา แนะนำทางวิชาการด้านการมีกิจกรรมทางกายเพื่อให้เกิดผลลัพธ์สู่ประชาชน ได้แก่ ประชาชนมีทางเลือกในการมีกิจกรรมทางกาย และมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอนั้น บุคลากรในหน่วยงานต้องมีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานและองค์กรจะต้องมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ จึงจะได้ผลสำเร็จของงานที่มุ่งไว้

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนากระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้สามารถปฏิบัติตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นผลให้เกิดความสำเร็จของงานตามที่มุ่งหวัง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.การบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพและสามารถดำเนินงานได้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ 1 หน่วยงาน
2.พัฒนาบุคลากรขององค์กรให้เกิดทักษะที่ในการปฏิบัติงานนักวิชาการ/บุคลากรมีความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการมีกิจกรรมทางกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพนักวิชาการ/บุคลากรมีความรู้และสามารถใช้งานระบบ IT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : บุคลากรของกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพได้รับการทักษะที่ในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง 1 หน่วยงาน
2.เชิงคุณภาพ : บุคลากรในองค์กรสามารถปฏิบัติตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1 หน่วยงาน
3.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมได้ตามที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง 2. จัดทำรายงานขอซื้อขอจ้างและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามแผนเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานการดูแลรักษาความปลอดภัยและป้องกันอันตรายจากการปฏิบัติงาน 3. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ/อบรม/สัมมนาให้แก่บุคลากรในหน่วยงานเพื่อมุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์ 4. ประเมินผลสัมฤทธิ์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 30,000.00
2 ค่าผ่านทางพิเศษ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 12,000.00
3 ค่าปฏิบัติงานนอกเวลราชการ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 120,000.00
4 ค่าจ้างเหมาบุคลากรภายนอกปฏิบัติงาน 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 1,272,000.00
5 ค่าวัสดุสำนักงาน 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
6 ค่าเช่าครุภัณฑ์ (เครื่องถ่ายเอกสาร) 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 30,000.00
7 ค่าถ่ายเอกสาร 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 20,000.00
8 ค่าน้ำดื่ม 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 24,000.00
9 พัฒนาศักยภาพบุคลากรกองฯ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 250,000.00
10 ค่าดูแลบำรุงรักษาครุภัณฑ์สำนักงาน 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 80,000.00
11 พิมพ์สื่อ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 50,000.00
12 ค่าใช้จ่ายเดินทางของเจ้าหน้าที่ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 141,600.00
รวมเป็นเงิน 2,079,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
2,079,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวพรรณี พันธ์เสือ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวพรรณี พันธ์เสือ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายอุดม อัศวุตมางกุร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายบัญชา ค้าของ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................