หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสร้างเสริมความรอบรู้สุขภาพมารดาและเด็กปฐมวัย เพื่อการเกิดอย่างมีคุณภาพ เด็กปฐมวัยพัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยในชีวิตวิถีใหม่ เขตสุขภาพที่ 7

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 15 ) 3.3 การส่งเสริมความความรอบรู้สุขภาพของเด็กปฐมวัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากรายงานผลการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กเขตสุขภาพที่ ๗ ในระบบคลังข้อมูลสุขภาพ (HDC 31 สิงหาคม ๒๕๖4) พบว่า หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ ร้อยละ 87.0 หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการดูแลก่อนคลอด 5 ครั้ง ตามเกณฑ์ ร้อยละ 81.5 หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจาง คิดเป็นร้อยละ 12.9 หญิงตั้งครรภ์ได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และโฟลิก คิดเป็นร้อยละ 87.1 หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ร้อยละ 56.6 และได้รับการตรวจและขัดทำความสะอาดฟัน ร้อยละ 18.8 อัตราส่วนมารดาตายเขตสุขภาพที่ 7 จากปี พ.ศ. ๒๕๖2-๒๕๖4 มีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 17 ต่อแสนการเกิดมีชีพ คือ ๑๖.๔๗ ๒๙.๐๒ และ 38.93 ต่อแสนการเกิดมีชีพตามลำดับ (ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ 31 ก.ค. 2564) โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖4 มีมารดาไทยตายจำนวน 10 ราย จากสาเหตุการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) 2 ราย (ร้อยเอ็ด มหาสารคาม) Postpartum cardiomyopathy 1 ราย (ขอนแก่น) Pulmonary embolism 3 ราย (ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) Amniotic fluid embolism 2 ราย (มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) Postpartum hemorrhage 2 ราย (ขอนแก่น (เป็นต่างด้าว ไม่นับยอด 1 ราย)) Pregnancy-induced hypertension (PIH) 1 ราย (ร้อยเอ็ด) แม้เขตสุขภาพที่ ๗ มีมาตรการป้องกันมารดาตายกำหนดไว้อย่างชัดเจน และมีการทบทวนสาเหตุการตายรายกรณีทุกรายเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันมารดาตายอย่างต่อเนื่อง มีการใช้โปรแกรม Save Mom เพื่อคัดกรองความเสี่ยงหญิงตั้งครรภ์ การใช้ Early Warning Sign เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงในชุมชน และรณรงค์การใช้โปรแกรม ๙ ย่างเพื่อสร้างลูก เพื่อสร้างความรอบรู้การดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ แต่พบว่ายังไม่ครอบคลุมระดับบุคคลโดยเฉพาะกรณีครรภ์เสี่ยงและมาคลอดฉุกเฉิน ยังต้องมีการทบทวน สั่งการ พัฒนาระบบการคัดกรองและจัดการความเสี่ยงทั้งรายบุคคลและในชุมชนให้ครอบคลุมมีประสิทธิภาพโดยนำเทคโนโลยีดิจิตัลมาจัดการ มีการพัฒนาระบบเครือข่ายบริการระดับจังหวัด (Provincial Network Certificate; PNC) อย่างเป็นรูปธรรม และการพัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และเด็กในสถานบริการให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน ตลอดจนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนโควิดในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมารดาตายในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรคให้ครอบคลุม มีการกำกับติดตามเพื่อทวนสอบกรณีมารดาตายอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันมารดาตาย นอกจากนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ กรมอนามัยสนับสนุนนโยบายเรื่องการให้บริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ให้กับหญิงตั้งครรภ์ทุกกลุ่มอายุ ทุกครรภ์ ตามประกาศของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ยังพบปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ขาดทักษะในการ Ultrasound เพื่อยืนยันอายุครรภ์ที่ชัดเจน รวมถึงการกำกับติดตามข้อมูลยังมีหลายโปรแกรมเป็นภาระแก่ผู้ปฏิบัติและไม่เป็นระบบจึงต้องมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเด็นดังกล่าวและพัฒนาระบบการกำกับติดตามให้เป็นระบบเดียวกัน ด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัย ปี 2564 ในเขตสุขภาพที่ 7 จากรายงานในระบบคลังสุขภาพ (HDC 30 สิงหาคม 2564) พบว่า ภายหลังคลอดเด็กแรกเกิด - ต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว ร้อยละ 72.9 แต่จากรายงานการสํารวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2562 (MICs6) กลับพบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาไทยอย่างเดียว 6 เดือน (EBF rate) เพียงร้อยละ 14 และมีเด็กที่กินนมแม่ติดต่อกันจนถึง 1 ปี ร้อยละ 24.6 และต่อเนื่องจนถึง 2 ปี ร้อยละ 15 เด็กช่วงอายุ 9, 18, 30 และ 42 เดือน ได้รับการตรวจคัดกรองพัฒนาการ ร้อยละ 97.0 พบพัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ 40.9 ติดตามส่งเสริมกระตุ้นและประเมินซ้ำ ร้อยละ 97.9 หลังการติดตามส่งเสริมพบเด็กมีพัฒนาการสมวัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95.9 ด้านภาวะการเจริญเติบโตพบเด็ก 0 – 5 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 71.5 ปัญหาทุพโภชนาการในเด็กปฐมวัย คือ เด็กมีภาวะเตี้ย ร้อยละ 7.8 มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 6.7 และมีภาวะผอม ร้อยละ 4.3 ด้านสุขภาพช่องปากของเด็กพบว่าเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 79.6 แม้ผลการดำเนินงานด้านพัฒนาการเด็กในระบบรายงาน HDC จะผ่านเป้าหมาย แต่จากผลการสำรวจพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วยเครื่องมือ Denver II ในปี พ.ศ.๒๕๖4 พบว่า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 56.75 โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพัฒนาการสมวัย ได้แก่ อายุบิดา รายได้ครัวเรือน อายุเด็กโต โรคประจำตัวของเด็ก การเล่านิทาน/เล่าเรื่องให้เด็กฟัง และฟันผุ ส่วนผลการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและการเจริญเติบโตในเด็กปฐมวัยแม้สถานการณ์สูงดีสมส่วนจะบรรลุเป้าหมาย แต่ยังพบเด็กปฐมวัยมีภาวะทุพโภชนาการ คือ มีภาวะเตี้ย ภาวะผอม ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน เด็กชายมีส่วนสูงเฉลี่ย ๑๑๐.6 ซม. เด็กหญิงส่วนสูงเฉลี่ย ๑10.0 ซม. ซึ่งยังไม่บรรลุเป้าหมาย (เป้าหมาย ชาย 113 ซม./หญิง 112 ซม.) โดยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนคือการได้กินนมแม่อย่างเดียว ๖ เดือน ซึ่งการขับเคลื่อน พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กในระดับชุมชนจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ นอกจากนี้รายงานผลการประเมินตนเองของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ พบว่ามีการประเมินตนเองเพียง ร้อยละ 53.8 บางแห่งยังไม่ได้ประเมินตนเองเนื่องจากขาดความเข้าใจเชิงลึกของการประเมินตามข้อบ่งชี้ โดยเฉพาะข้อบ่งชี้ด้านสาธารณสุขและคุณภาพเด็กปฐมวัย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องจะต้องตระหนักในการเฝ้าระวังและให้การช่วยเหลือดูแลส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาไปตามวัยอย่างถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ถ้าปล่อยปละละเลยไม่มีกระบวนการดูแลช่วยเหลือที่ชัดเจน เด็กจะเสียโอกาสในการพัฒนาตามวัย รวมทั้งอาจเกิดปัญหาพัฒนาการที่ยุ่งยากซับซ้อน เป็นภาระต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ กลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงาน อภิบาลระบบการส่งเสริมและป้องกันสุขภาพในกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัย สนับสนุนการแก้ไขปัญหาแบบผสานวิธีร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างองค์รวม และพัฒนาเครื่องมือตลอดจนแนวทางการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพมารดาและเด็กปฐมวัย โดยมุ่งหวังให้สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ของตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ตัวชี้วัด เป็นไปตามค่าเป้าหมายของการดำเนินงาน สอดคล้องตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เกิดความยั่งยืนของระบบการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มสตรีและเด็กปฐมวัยในพื้นที่รับผิดชอบต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. ขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และพัฒนาการดำเนินงานเพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ ภายใต้โครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ โครงการมหัศจรรย์ 1000 วันแรกของชีวิต โครงการขับเคลื่อน พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กอายุ 2-6 ปี 2. เพื่ออภิบาลและพัฒนาระบบบริการเฝ้าระวังคัดกรองความเสี่ยงและการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มมารดาและเด็กปฐมวัย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิตัลมาจัดการ เพื่อการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามชุดสิทธิประโยชน์ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ 3. ส่งเสริม สนับสนุน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกภาคสุขภาพให้เข้มแข็งเพื่อยกระดับมาตรฐานบริการงานอนามัยแม่และเด็ก และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยคุณภาพ 4. เพื่อสร้างความรอบรู้ ทักษะ การสื่อสาร และความตระหนักในการส่งเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็กแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูผู้ดูแลเด็ก ภาคีเครือข่าย หญิงวัยเจริญพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด หญิงให้นมบุตร และผู้เลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ ด้วยสื่อดิจิตอล 5. กำกับติดตาม เยี่ยมเสริมพลัง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และค้นหานวัตกรรมการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก การบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ฯ การดำเนินงานมหัศจรรย์ 1000 วันแรกของชีวิต การส่งเสริมการเจริญเติบโต พัฒนาการ สุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัย และการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พื้นที่ต้นแบบเล่นเปลี่ยนโลก 770 แห่ง
2.Best Practice การดำเนินงานแม่และเด็ก และ สพด. 4D 8 เรื่อง
3.สรุปบทเรียนการดำเนินงานพัฒนาการเด็กปฐมวัย 1 เรื่อง
4.ผลการวิจัย ประสิทธิผลของคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ผู้เลี้ยงที่เป็นปู่ย่า ตายาย 1 เรื่อง
5.โปรแกรมการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย DSPM Online 1 รูปแบบ
6.สรุปรายงานกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์คัดกรองพัฒนาการ อาหารตามวัย และ Line ๙ ย่างเพื่อสร้างลูก 3 เรื่อง
7.สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบด้านสุขภาพช่องปาก ระดับเขต 1 แห่ง
8.ตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 231 ตำบล
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.การใช้ Digital Technology เพื่อการเฝ้าระวังความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ในเขตสุขภาพที่ 7 2.การสร้างความรอบรู้ในการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ผ่าน ANC แบบ New Normal 3.การขับเคลื่อนและกำกับติดตามการบูรณาการงานส่งเสริม ป้องกัน และเฝ้าระวังสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในสถานการณ์ COVID-19 และ พ.ร.บ.นมผง 4.ชี้แจงและทบทวนแนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการ การเจริญเติบโต และสุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัย ตามชุดสิทธิประโยชน์ในวิถีชีวิตใหม่ 5.พัฒนาตำบลรอบรู้เพื่อเด็กปฐมวัยพัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยในชีวิตวิถีใหม่ 6.สร้างความรอบรู้เรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัยแก่ผู้เลี้ยงดู และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 7.ประชุมคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก ระดับเขต (MCH BOARD)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การประชุมวิเคราะห์ตัวชี้วัดสำคัญการใช้ Digital Technology การเฝ้าระวังความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์เขตสุขภาพที่ 7 (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 3,800.00
2 นำเสนอการใช้งานโปรแกรมเฝ้าระวังความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 3,800.00
3 จัดประชุมติดตามการสร้างความรอบรู้ในการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ผ่าน line OA, โปรแกรมด้าวย่างเพื่อสร้างลูก, Save mom ( ANC New normal) (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 3,800.00
4 ประชุมพัฒนาศักยภาพมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กระดับจังหวัดปี 2565 (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 3,800.00
5 ประกวดสื่ออินโฟกราฟฟิกเพื่อรณรงค์สัปดาห์นมแม่โลกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานการณ์ COVID-19 ผ่าน facebook ศูนย์อนามัยที่ 7 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 3,500.00
6 จัดกิจกรรมสัปดาห์นมแม่โลกและประชาสัมพันธ์โครงการส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 6,018.00
7 ประชุมวางแผนเพื่อเตรียมเนื้อหากิจกรรม“เพื่อนใจ แม่วัยรุ่น” 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 1,710.00
8 ประชุมถ่ายทอดวิธีการสอนการใช้สื่อเนื้อหา “เพื่อนใจ แม่วัยรุ่น” 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 1,710.00
9 ประชุมประเมินผลการใช้สื่อ “เพื่อนใจ แม่วัยรุ่น” 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 1,710.00
10 ประชุมเตรียมการพัฒนาโครงการ เพื่อเป็นแนวทางในการของบกองทุนสุขภาพตำบล 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,700.00
11 ประชุมเพื่อประเมินผลและสรุปบทเรียนการพัฒนาตำบลรอบรู้ ฯ (Online) 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 5,700.00
12 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือก Best Practice การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก (Online) 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 29,568.00
13 ชี้แจงสัปดาห์รณรงค์คัดกรองพัฒนาการและอาหารตามวัย และ Line ๙ ย่างเพื่อสร้างลูก ปี 2565 ในชีวิตวิถีใหม่ (Online) 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 2,850.00
14 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือกสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ 4D ระดับดีเด่น (Best Practice) (Online) 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 87,240.00
15 ประชุมคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการเกิดทารกกลุ่มอาการดาวน์เขต 7 (ออนไลน์) 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 7,600.00
16 ประชุมทบทวนมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กปี 2565 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 15,200.00
17 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และกำกับติดตามงานในพื้นที่ตำบลรอบรู้เพื่อเด็กปฐมวัยพัฒนาการสมวัยสูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยในชีวิตวิถีใหม่ (online ผ่าน FB Live) 2 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 3,800.00
18 ประเมินประสิทธิผลของคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย สำหรับผู้เลี้ยงดูเด็กที่เป็น ปู่ย่าตายาย 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 6,000.00
19 พัฒนาศักยภาพผู้อำนวยการเล่น (Play worker) สำหรับครูผู้ดูแลเด็ก เขตสุขภาพที่ 7 (Online) 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 9,315.00
20 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาฐานข้อมูลตัวชี้วัดสำคัญการใช้ Digital Technology เฝ้าระวังความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ในเขตสุขภาพที่ 7 (รวบรวมข้อมูลตัวชี้วัด, จัดทำฐานข้อมูลตัวชี้วัด ปรับปรุงฐานข้อมูลตัวชี้วัด) 3 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 11,400.00
21 ประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้งาน Platform และพัฒนาบุคลากร (U/S) การควบคุมและป้องกันการเกิดทารกกลุ่มอาการดาวน์ เขต 7 4 จังหวัด 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 69,150.00
22 ประชุมคณะกรรม MDSR/ NDSR (ออนไลน์) 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 15,200.00
23 ประชุมเยี่ยมเสริมพลังและสุ่มติดตามการปฏิบัติตามมาตรฐานแบบ New normal ในงานอนามัยแม่และเด็ก ป้องกันการแพร่ระบาด Covid -19 และเฝ้าระวังตาม พรบ. Milk code 4 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 38,380.00
24 ชี้แจงและทบทวนแนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวังและส่งเสริมการเจริญเติบโต พัฒนาการ และสุขภาพช่องปากในเด็กปฐมวัย ตามชุดสิทธิประโยชน์ในวิถีชีวิตใหม่ (Online) 4 จังหวัด 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 25,650.00
25 พัฒนาศักยภาพทีมนำตามหลักสูตร (4D) ด้านพัฒนาการ โภชนาการ ทันตสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม (Online) 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 14,785.00
26 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และกำกับติดตามงานในพื้นที่ตำบลรอบรู้เพื่อเด็กปฐมวัยพัฒนาการสมวัย สูงดีสมส่วน ฟันไม่ผุ ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยในชีวิตวิถีใหม่ 4 จังหวัด 1 มิ.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 64,974.00
27 ประชุมสรุปผลงานการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก และ Best Practice เขตสุขภาพที่ 7 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565 7,600.00
28 ประชุมถอดบทเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานเพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย สำหรับเครือข่ายบุคลากรที่ดูแลเด็กปฐมวัยในพื้นที่ (Online) 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565 11,400.00
29 สุ่มติดตามและสนับสนุนการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบ (ร่วมกับวัยทำงาน) ณ สถานประกอบการในพื้นที่ 4 จังหวัด 8 แห่ง 1 มิ.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 11,440.00
30 ร่วมนำเสนอ Best Practice และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมระดับพื้นที่ ในงานมหกรรมสร้างรากฐานประเทศไทย สร้างเด็กปฐมวัยให้มั่นคง 9 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 27,500.00
31 พัฒนาศักยภาพและฝึกทักษะการเฝ้าระวังและคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วย DSPM ใน 4 จังหวัด 12 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 26,400.00
32 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพ Admin line OA ในการใช้งานระบบ line OA แม่และเด็กเขตสุขภาพที่ 7 (ออนไลน์) 60 คน 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 9,800.00
รวมเป็นเงิน 536,500.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
536,500.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานบริการสาธารณสุข และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่ 7 โรงพยาบาลทุกระดับในเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7, ผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็ก และ IT จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและเขตสุขภาพที่ ๗

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายชนัตถ์ มาลัยกนก นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ นางธิโสภิญ ทองไทย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ นางกรแก้ว ถิรพงษ์สวัสดิ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางสาวอธิษฐาน สารินทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวสุพัตรา บุญเจียม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นายปิยะ ปุริโส นักโภชนาการชำนาญการ นางสาวประทุม โพธิจินดา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวธนิศรา นามบุญเรือง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางสาวพีรญา มายูร พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายชนัต มาลัยกนก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS PLUS HL)

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 21 ) 6.1 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็ก วัยเรียนวัยรุ่นตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New normal)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เด็กและเยาวชนนับเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศเนื่องจากจะเจริญเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต การดูแลให้เด็กมีอัตราการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมวัยจะส่งผลให้มีการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีคุณภาพ อย่างไรก็ตามโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมของประชาชน จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 ในประเทศไทยซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จึงได้มีประกาศมาตรการงดการจัดการเรียนในรูปแบบ On-site ของสถานศึกษาซึ่งมีผลต่อการส่งเสริมความรอบรู้และภาวะทุพโภชนาการของเด็กวัยเรียน (Rundle A G, et al, 2020) ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non Communicable Disease - NCD) เพิ่มมากขึ้น ข้อมูลการเจริญเติบโตของเด็กไทยอายุ ๖-๑๔ ปี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 สูงดีสมส่วนเพียงร้อยละ 58.0 เป้าหมายกำหนดร้อยละ ๖๖ โดยพบเด็กเริ่มอ้วนและอ้วนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา๒๕๖4 ร้อยละ 11.6 เป้าหมายกำหนดไม่เกินร้อยละ ๑๐ และภาวะเตี้ยร้อยละ 10.4 ตามลำดับ เป้าหมายกำหนดไม่เกินร้อยละ ๕ เขตสุขภาพที่ ๗ สูงดีสมส่วนร้อยละ 68.9 เด็กเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 6.9 และเตี้ยมากถึงร้อยละ 7.4 ส่วนสูงเฉลี่ยเด็กอายุ ๑๒ปี พบว่ายังไม่ผ่านค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี ๒๕๖๕ โดยเด็กชายมีส่วนสูงเฉลี่ย ๑๔7.๙เซนติเมตร (เป้าหมาย ๑๕๔.0 ซม.) เด็กหญิงมีส่วนสูงเฉลี่ย ๑๔9.0 เซนติเมตร (เป้าหมาย ๑๕๕.0 ซม.) ซึ่งการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ทำได้เพียงร้อยละ 39.9 เท่านั้น (ข้อมูลระบบ Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ณ 16 สิงหาคม ๒๕๖4) วิกฤติการณ์ของโรคโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างมากขึ้นส่งผลให้โรงเรียนไม่สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ฝึกทักษะและสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับนักเรียนได้ ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมพัฒนาเป็นโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ จำนวน 310 แห่ง แต่สามารถดำเนินงานผ่านด้านกระบวนการเพียง 21 แห่ง การระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเด็กในสถานศึกษายังส่งผลต่อกลุ่มเด็กพิเศษซึ่งมีความเจ็บป่วยพิการทั้งทางร่างกายและสติปัญญา เด็กในสถานพินิจรวมถึงสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีการเฝ้าระวังคัดกรองสุขภาพให้แก่กลุ่มเด็กพิเศษ แต่ยังพบว่าบุคลากรขาดความรู้และทักษะเฉพาะในตรวจสุขภาพกลุ่มเด็กพิเศษ รวมถึงระบบการเฝ้าระวังและส่งเสริมสุขภาพให้แก่เด็กพิเศษ เด็กในสถานพินิจและสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมยังไม่ชัดเจน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนคือ เด็กวัยเรียนเข้มแข็ง แข็งแรงและฉลาดตามแนววิถีชีวิตใหม่ในยุคดิจิตอล ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ ๗ จึงได้จัดทำโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างบุคลากรด้านสาธารณสุข บุคลากรด้านการศึกษาและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพใน เด็กวัยเรียนส่งผลให้เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ ๗ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและสามารถจัดการปัญหาสุขภาพของตนเองพร้อมรองรับสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ตลอดจนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เติบโตสมวัย เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อให้เด็กอายุ 6-14 ปี ในเขตสุขภาพที่ 7 มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ รวมทั้งมีภาวะการเจริญเติบโตสมวัย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เด็ก 6-14 ปี เขตสุขภาพที่ 7 สูงดีสมส่วน 66 ร้อยละ
2.โรงเรียนเข้าร่วมกระบวนการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบ 10 แห่ง
3.โรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันก้าวท้าใจ 410 แห่ง
4.โรงเรียนเข้าร่วมกระบวนการพัฒนาโรงเรียนรอบรู้ 410 แห่ง
5.นักเรียนเข้ารับการพัฒนาศักยภาพนักเรียนแกนนำ 2060 คน
6.งานวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับเด็กวัยเรียน 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ประชุมชี้แจงแผนงานกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน ปีงบประมาณ 2565 ในรูปแบบออนไลน์ (บูรณาการร่วมกับกลุ่มยุทธศาสตร์ฯ ศูนย์อนามัยที่ 7) 2.ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพการสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New normal) ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 3.พัฒนาโรงเรียนต้นแบบด้านสุขภาพและค้นหานวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน 4.ประชุมพัฒนาศักยภาพการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพเด็กพิเศษ (ออนไลน์) 5.กิจกรรมก้าวท้าใจ in school 6.สนับสนุนการดำเนินงานเสริมสร้างความรอบรู้ในการป้องกันและลดความเสี่ยงการติดโรคโควิด-19 7.ศึกษาผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อภาวะสุขภาพของเด็กวัยเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดขอนแก่น 8.เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานศึกษา สถานดูแลเด็กพิเศษ โรงเรียนพระปริยัติธรรม และสถานพินิจ 9.ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน เขตสุขภาพที่ 7

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 คัดเลือกนวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนดีเด่นระดับเขต 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 5,300.00
2 ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานก้าวท้าใจ in School (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 1,550.00
3 ประชุมสัมมนากิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพเด็กวัยเรียนภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และ Kick off ก้าวท้าใจ in School (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 44,725.00
4 การแข่งขัน ก้าวท้าใจ in school (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 46,750.00
5 การแข่งขัน Jump Rope Kids เขตสุขภาพที่ 7 และกิจกรรมรณรงค์วันดื่มนมโลก 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 92,000.00
6 สนับสนุนการดำเนินงานเสริมสร้างความรอบรู้ในการป้องกันและลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรคโควิด-19 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 250,830.00
7 ศึกษาผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อภาวะสุขภาพของเด็กวัยเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดขอนแก่น 1 เรื่อง 1 ต.ค. 2564 - 30 เม.ย. 2565 16,910.00
8 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในโรงเรียนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ออนไลน์) 4 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 6,200.00
9 เยี่ยมติดตามโรงเรียนต้นแบบด้านการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ 8 แห่ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 11,440.00
10 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพยการสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New normal) ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 9 คน 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 11,400.00
11 เยี่ยมประเมินโรงเรียนต้นแบบด้านสุขภาพ 10 แห่ง 1 ก.พ. 2565 - 31 ส.ค. 2565 3,900.00
12 เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานศึกษา สถานดูแลเด็กพิเศษ โรงเรียนพระปริยัติธรรม และสถานพินิจ 30 แห่ง 1 มี.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 69,685.00
13 ประชุมพัฒนาศักยภาพการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพเด็กพิเศษ (ออนไลน์) 50 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 5,500.00
14 ประชุมพัฒนาศักยภาพการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ออนไลน์) 410 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 4,170.00
15 ประชุมพัฒนาศักยภาพนักเรียนแกนนำสุขภาพ (ออนไลน์) 2060 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 6,200.00
รวมเป็นเงิน 576,560.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
576,560.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรด้านการศึกษา บุคลากรด้านสาธารณสุขที่รับผิดชอบงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนใน 4 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 7 บุคลากรด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล บุคลากรด้านการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวสุวิชชา สังข์ทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวกรวิภา ภาคภูมิ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 4. นางสุภาภรณ์ ศรีสุพรรณ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางกฤษดา เอื้ออภิศักดิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6. นางปาริชาต ภามนตรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางบังอร กล่ำสุวรรณ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
-

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ภายใต้สถานการณ์โควิด -19

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 2 ) 1.2 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัยได้สนองงานโครงการตามพระราชดำริในโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยนักเรียนควบคู่ ไปกับการศึกษาเล่าเรียน ให้มีสุขภาพแข็งแรง รับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ดื่มน้ำเสริมไอโอดีน และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม รวมทั้งดูแลสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งพบการเพิ่มขึ้น ของจำนวนผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว โดยมีการแพร่ระบาดในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย เด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดารแม้จะอยู่ในที่ห่างไกล แต่ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการ โดยให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ทำให้การดำเนินงาน หลายกิจกรรมยังไม่บรรลุผลเท่าที่ควร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียนรวมทั้งผลจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้ต้องประกาศปิดสถานศึกษา ดังนั้นจึงต้องย้ายการศึกษาจากโรงเรียนไปสู่ครัวเรือน และชุมชน เพื่อที่จะสามารถให้การศึกษาเด็กได้อย่างต่อเนื่องมากที่สุด จะเห็นได้ว่าในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 สะท้อนให้เห็นว่าระบบสาธารณสุขและโภชนาการมีความสำคัญอย่างยิ่ง ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นหน่วยงานภายใต้กรมอนามัย ได้นำแนวนโยบายดังกล่าวมาดำเนินการในโรงเรียนพื้นที่เป้าหมายของโครงการ จำนวน 3 แห่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 โดยการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัย การควบคุมป้องกันการขาดสารไอโอดีน และจัดการสิ่งแวดล้อม โรงอาหาร และน้ำดื่มน้ำใช้ในโรงเรียน การสนับสนุนสื่อ วัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์สุขภาพเด็กในเขตสุขภาพที่ 7 พบเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วนร้อยละ 68.9 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายประเทศแต่ต่ำกว่าค่าเป้าหมายของเขตสุขภาพที่ ๗ ที่กำหนดไว้ร้อยละ 76.0 และเด็กเริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 6.9 ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ร้อยละ 10 แต่พบปัญหาเด็กเตี้ยมาก ถึงร้อยละ 7.4 ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 5 (ข้อมูลระบบ Health Data Center กระทรวงสาธารณสุข ณ 16 สิงหาคม 2564) ในโรงเรียนในโครงการพระราชดำริจากรายงานการตรวจสุขภาพของนักเรียนเมื่อ ปี 2563 พบเด็กวัยเรียนสูงดีสมส่วนร้อยละ 83.9 เริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 13.1 ผอมร้อยละ 3.0 และเตี้ย 1.1 และจากการสำรวจพฤติกรรมการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนของนักเรียนและผู้ปกครองในโรงเรียนโครงการพระราชดำริทั้ง 3 แห่ง ปีงบประมาณ 2564 พบว่านักเรียนและผู้ปกครองมีการรับรู้เรื่องโรคขาดสารไอโอดีนระดับดี นักเรียนดื่มน้ำเสริมไอโอดีนทุกวันร้อยละ 80.6 และมีเด็กร้อยละ 61.3 ที่ดื่มน้ำเสริมไอโอดีนมากกว่า 1 แก้วต่อวัน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับระดับไอโอดีนในปัสสาวะนักเรียน โดยพบค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะ 240.4 ไมโครกรัม/ลิตร แสดงถึงภาพรวมของนักเรียนในโรงเรียนโครงการพระราชดำริไม่มีภาวะขาดสารไอโอดีน แต่พบว่ามีนักเรียนร้อยละ 31.8 มีระดับไอโอดีนในปัสสาวะมากกว่า 300 ไมโครกรัม/ลิตร ซึ่งแสดงถึงการดื่มน้ำเสริมไอโอดีน รวมทั้งสารไอโอดีนในอาหารในปริมาณมากเกินกำหนด ส่วนพฤติกรรมการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนของผู้ปกครองพบว่า ผู้ปกครองส่วนมากประกอบอาหารรับประทานเอง มีการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหารร้อยละ 52.4 รับประทานอาหารทะเล 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ จากสถานการณ์ดังกล่าวจะพบว่า เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารยังมีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะ เรื่องอ้วน การจัดการเรื่องน้ำดื่มเสริมไอโอดีนในโรงเรียน และการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือนต่ำกว่า ค่าเป้าหมาย ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 7 จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) เขตสุขภาพที่ 7 ขึ้น เพื่อมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติส่งผลให้มีทักษะ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการใช้ชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างสมดุลด้วยกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติและมีส่วนร่วมในการพัฒนา ตามแนววิถีชีวิตใหม่ 2. เพื่อขยายการพัฒนาความรู้ในการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีจากโรงเรียนสู่ชุมชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเขตสุขภาพที่ 7 สูงดีสมส่วน 66 ร้อยละ
2.เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเขตสุขภาพที่ 7 เริ่มอ้วนและอ้วน 10 ร้อยละ
3.เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเขตสุขภาพที่ 7 มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
4.เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเขตสุขภาพที่ 7 มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ 30 ร้อยละ
5.พัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร เขตสุขภาพที่ 7 ให้เป็นโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 3 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. เสริมสร้างศักยภาพเด็กนักเรียนแกนนำในการป้องกันส่งเสริมสุขภาพตนเองภายใต้สถานการณ์โควิด-19 2. ศึกษาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อสุขภาพเด็กในโรงเรียนโครงการพระราชดำริ (กพด.)เฝ้าระวังการเจริญเติบโตและการสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อม 3.ติดตามการปรับพฤติกรรมของนักเรียนและผู้ปกครองในการป้องกันการขาดสารไอโอดีนและการพัฒนาคุณภาพน้ำ การจัดการสุขาภิบาลอาหารและอนามัยสิ่งแวดล้อม 4.แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 5.สนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนและภาคีเครือข่ายในด้านองค์ความรู้และสื่อวิชาการต่างๆ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางด้านการศึกษา เรื่องการใช้งานก้าวท้าใจ การใช้แพลตฟอร์ม HLS และการส่งเสริมสุขภาพในสถานการณ์โควิด-19 (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 1,086.00
2 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือกนักเรียนที่มีผลงานเด่นกิจกรรมก้าวท้าใจin schoolและเยี่ยมติดตามการพัฒนาคุณภาพน้ำ การจัดการสุขาภิบาลอาหาร อนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และการดำเนินงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 16,093.00
3 ติดตามการพัฒนารูปแบบการปรับพฤติกรรมของนักเรียนและผู้ปกครองในการป้องกันการขาดสารไอโอดีน การพัฒนาคุณภาพน้ำ การจัดการสุขาภิบาลอาหาร อนามัยสิ่งแวดล้อม และโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 3,228.00
4 เก็บตัวอย่างปัสสาวะนักเรียนเพื่อตรวจปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะและสัมภาษณ์พฤติกรรมนักเรียนและผู้ปกครองในการป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน 3 แห่ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 7,093.00
5 ประชาสัมพันธ์เพื่อให้นักเรียนสมัครเข้าร่วมกิจกรรมก้าวท้าใจ in schoolและใช้Application ก้าวท้าใจและดำเนินกิจกรรมก้าวท้าใจในโรงเรียน 150 คน 1 ม.ค. 2565 - 30 เม.ย. 2565 22,500.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
50,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงเรียนในโครงการพระราชดำริ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ๓ แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านโนนสะอาดห้วยตะกั่ววิทยา โรงเรียนบ้านศุภชัยและโรงเรียนบ้านกุดหว้า

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
นักเรียน ผู้ปกครอง บุคลากรด้านการศึกษาโรงเรียนในโครงการพระราชดำริในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคึมชาติและดอนดู่ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เด็กวัยเรียน ผู้ปกครอง บุคลาการด้านการศึกษา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต ๓

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ นางกฤษดา เอื้ออภิศักดิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสุภาภรณ์ ศรีสุพรรณ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวสุวิชชา สังข์ทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางปาริชาต ภามนตรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวชนิดาภา วงศ์รักษา พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางสาวกรวิภา ภาคภูมิ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกฤษดา เอื้ออภิศักดิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางบังอร กล่ำสุวรรณ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นภายใต้พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ประจำปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
9) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 25 ) 7.1 พัฒนาระบบและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในปัจจุบันมีวัยรุ่นทั่วโลกอยู่ประมาณ ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงจากเด็กสู่ความเป็นผู้ใหญ่ วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเลียนแบบสิ่งแวดล้อมต่างๆที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งในปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้โดยง่าย เช่น โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ซึ่งวัยรุ่นยังไม่มีความพร้อมด้านวุฒิภาวะความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่สามารถตัดสินใจเลือกรับข้อมูลข่าวสารส่งผลให้ให้เกิดปัญหาสังคมตามมา เช่น การทะเลาะวิวาท, ปัญหายาเสพติด, การมีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัยอันควร และปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม จากการสำรวจของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (2561) พบว่า อายุเฉลี่ยของนักเรียนที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอยู่ที่อายุ 15 ปี นำไปสู่ปัญหาการตั้งครรภ์ การทำแท้ง ซึ่งข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยทำแท้งพบว่า ร้อยละ 92.6 ไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ ร้อยละ 41.3 ไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆ ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพเชื่อมโยงไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว จากสถานการณ์ปัญหาวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ ๗ ปี 2564 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ค่าเป้าหมายคือไม่เกิน 1.0 ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี 1,000 คน โดยในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2564 (ข้อมูล HDC Adjust วันที่ 30 มิ.ย.64) ภาพรวมเขตสุขภาพที่ 7 มีอัตรา 0.86 ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี 1,000 คน ซึ่งบรรลุเป้าหมาย และเมื่อเปรียบเทียบรายจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, ขอนแก่น มีผลงานบรรลุเป้าหมาย คือ 0.38, 0.76 และ1.00 ตามลำดับ ส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่บรรลุเป้าหมายคือ 1.48 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15 - 19 ปีค่าเป้าหมายคือ ไม่เกิน 27 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน โดยในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2564 (ข้อมูลHDC Adjust วันที่ 30 มิ.ย.64) ภาพรวมเขตสุขภาพที่ ๗ มีอัตรา 18.59 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน ซึ่งบรรลุเป้าหมาย และเมื่อเปรียบเทียบรายจังหวัดพบว่าทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 มีผลงานบรรลุเป้าหมาย โดยจังหวัดมหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ขอนแก่น และกาฬสินธุ์มีผลงาน ดังนี้ 13.98, 18.77, 19.67 และ21.18 ตามลำดับ ร้อยละของการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ค่าเป้าหมายคือไม่เกินร้อยละ 13.50 โดยในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2564 (ข้อมูล HDC วันที่ 30 ก.ค.64) ภาพรวมเขตสุขภาพที่ 7 คิดเป็นร้อยละ 13.44 ซึ่งบรรลุค่าเป้าหมาย และเมื่อเปรียบเทียบรายจังหวัด พบว่าจังหวัดมหาสารคาม และขอนแก่น บรรลุค่าเป้าหมาย คือ 10.42, 11.33 ตามลำดับ ส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ไม่บรรลุค่าเป้าหมายคือ 15.55,16.71 ตามลำดับ ร้อยละของหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอด/แท้งบุตร ได้รับบริการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรเป้าหมายคือไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ใน โดยในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2564 (ข้อมูลHDC วันที่ 30 ก.ค.64) พบว่าภาพรวมเขตสุขภาพที่ 7 คิดเป็นร้อยละ 73.92 ซึ่งยังไม่บรรลุเป้าหมาย และเมื่อเปรียบเทียบรายจังหวัดพบว่า จังหวัดมหาสารคาม และกาฬสินธุ์ บรรลุค่าเป้าหมายคือ 84.87, 80.41 ตามลำดับ ส่วนจังหวัดขอนแก่น และร้อยเอ็ด ไม่บรรลุค่าเป้าหมายคือ 77.53, 56.57 ตามลำดับ ถึงแม้ว่าเขตสุขภาพที่ 7 สามารถดำเนินการลดอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15–19 ปี และอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10–14 ปีแต่ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ยังสูงกว่าค่าเป้าหมายและร้อยละของหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอดหรือหลังแท้ง ได้รับการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรยังต่ำกว่าค่าเป้าหมาย ซึ่งยังถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและสมควรได้รับการแก้ไข การดำเนินงานแก้ไขปัญหาวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนเชิงสังคมอย่างต่อเนื่อง อาศัยครอบครัว เป็นฐาน ภายใต้การสนับสนุนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 6 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย มีบทบาทในการดูแลป้องกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นในพื้นที่ ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาแก่วัยรุ่นและครอบครัว รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยกลไกสำคัญที่ส่งผลให้การดำเนินงานลดปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 7 จากการวิเคราะห์การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า คณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด มีการวางแผนงานตามยุทธศาสตร์และบูรณาการแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ และมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น จึงได้จัดทำ “โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นภายใต้พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ประจำปีงบประมาณ 2565” เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.๒๕๕๙ และส่งเสริมให้องค์กรหลัก 6 กระทรวง แลกเปลี่ยนเรียนรู้และบูรณาการการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 7 ซึ่งจะส่งผลสามารถลดพฤติกรรมเสี่ยง ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิตและพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม รวมทั้งการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่วยให้วัยรุ่นเกิดความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดเรียนรู้จนเข้าใจสามารถนำไปปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการคลอดและการตั้งครรภ์ซ้ำลดลง

8. วัตถุประสงค์ :
5.1 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 5.2 เพื่อผลักดันให้มีหน่วยงานต้นแบบฯ ระดับเขตครบทั้ง 6 กระทรวง และมีศูนย์ประสานการดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นทั้ง 4 จังหวัด 5.3 เพื่อถอดบทเรียน/ขยายผลหน่วยงานต้นแบบฯในการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเขตสุขภาพที่ 7 5.4 วิจัย พัฒนารูปแบบการขยายผลหน่วยงานต้นแบบขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 7 5.5 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้มีการประเมินตนเองของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด 6 กระทรวงผ่าน THAI STOP COVID+ Application

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด (4 จังหวัด) 2 ครั้ง
2.มีหน่วยงานต้นแบบระดับเขตในการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (6 กระทรวง) ภายใต้ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นฯ 6 แห่ง
3.มีศูนย์ประสานการดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นภายใต้ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 4 แห่ง
4.สถานศึกษาระดับวิทยาลัย/มหาวิทยาลัยมีการประเมินTsc plus Application และมีมาตรการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ครู บุคลากร ทำการประเมินความเสี่ยงของตนเอง ผ่าน Thai save Thai Application ผ่านเกณฑ์สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ 91 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. สนับสนุนการจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันฯ 4 จังหวัด จังหวัดละ 2 ครั้งไตรมาสที่ 1 และ 4 2. ถอดบทเรียนหน่วยงานต้นแบบขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 6 กระทรวง ในเขตสุขภาพที่ 7 ขอนแก่น (หน่วยงานประเมินตนเองตามเกณฑ์มาตรฐานหน่วยงานต้นแบบฯ (On Line) 3. ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขยายผลหน่วยงานต้นแบบฯให้ครบ 6 กระทรวง และศูนย์ประสานการดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นต้นแบบครอบคลุมทั้ง 4 จังหวัด(ผ่านระบบ Cisco Webex meeting) (มอบเกียรติบัตร) 4. ประชาสัมพันธ์ให้มีการประเมินตนเองของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด 6 กระทรวงผ่าน THAI STOP COVID+ Application เช่น โรงเรียน, วิทยาลัย, มหาวิทยาลัย, โรงงาน, สถานประกอบการ ผ่านการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมคณะอนุกรรมการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระดับจังหวัด 4 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 122,030.00
รวมเป็นเงิน 122,030.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
122,030.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- คณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 4 จังหวัด - เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบงานวัยรุ่น 4 จังหวัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 7

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางธัญลักษณ์ วัฒน์ศิริธรรม รักษาการพยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 2. นายวิมล ปักกุนนัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางประพิณทิพย์ ปักกุนนัน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นายมเหศักดิ์ ภูริวัฒน์ภากร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5. นางสาวรัตติกานต์ รักษาภักดี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6. นางวิลาสินี วิบูลย์วัฒนากุล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 7. นางสาวดารณี แสนศรี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 8. นางสาวมุธิตา อันทะเกต พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิมล ปักกุนนัน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางธัญลักษณ์ วัฒน์ศิริธรรม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ RHD และ YFHS ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid - 19) ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
8) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน
9) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
10) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 25 ) 7.1 พัฒนาระบบและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพของวัยรุ่นเป็นปัญหาที่มีความสำคัญทั่วโลก เนื่องจากสถานการณ์และแนวโน้มปัญหาการตั้งครรภ์ ความเครียด สุขภาพจิต การติดสารเสพติด การเจ็บป่วยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ของวัยรุ่นและเยาวชนทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว ตลอดจนเทคโนโลยีในปัจจุบันส่งผลให้วัยรุ่นและเยาวชนจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย พฤติกรรมการใช้สารเสพติด การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และปัญหาด้านสุขภาพจิต จากการสำรวจของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (2561) พบว่า อายุเฉลี่ยของนักเรียนที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอยู่ที่อายุ 15 ปี นำไปสู่ปัญหาการตั้งครรภ์ การทำแท้ง ซึ่งข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยทำแท้งพบว่า ร้อยละ 92.6 ไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ ร้อยละ 41.3 ไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆ ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพเชื่องโยงไปถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว จากสถานการณ์ปัญหาวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 7 ปี 2564 (ไตรมาสที่ 3) (HDC adjusted กระทรวงสาธารณสุข, 2564) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อพันประชากรคิดเป็นอัตรา 20.81 (เป้าหมายไม่เกิน 27) โดยจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 มีอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี พบว่าจังหวัดกาฬสินธุ์มากที่สุดคือ 22.85 รองลงมาเป็นขอนแก่น ร้อยเอ็ดและมหาสารคาม 22.62, 21.54 และ 14.92 ตามลำดับ อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ10-14 ปี ต่อพันประชากร คิดเป็นอัตรา 0.97 ไม่เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้คือไม่เกิน 1.0 เมื่อพิจารณารายจังหวัดพบว่า จังหวัดกาฬสินธุ์มากที่สุดคือ 1.48 รองลงมาเป็นจังหวัดขอนแก่น 1.31 และจังหวัดมหาสารคาม 0.76 และ จังหวัดร้อยเอ็ด 0.42 ตามลำดับ ข้อมูลจาก HDC กระทรวงสาธารณสุข (2564) พบว่าการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี คิดเป็นร้อยละ 13.44 (ไม่เกินร้อยละ 13.5) โดยพบมากที่สุดคือ จังหวัดกาฬสินธุ์ 16.04 รองลงมาเป็น ร้อยเอ็ด ขอนแก่นและมหาสารคาม 15.61, 11.80 และ10.24 ตามลำดับ และยังพบว่าหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอดหรือหลังแท้ง ได้รับการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรร้อยละ 73.29 ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้คือ ร้อยละ 80 จังหวัดที่สามารถดำเนินการมากที่สุดคือจังหวัดมหาสารคามร้อยละ 83.54รองลงมาเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ 78.30 จังหวัดขอนแก่น 76.77 และน้อยที่สุดคือจังหวัดร้อยเอ็ด 56.73 ถึงแม้ว่าเขตสุขภาพที่ 7 สามารถดำเนินการลดอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี และอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปีแต่ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ยังสูงกว่าค่าเป้าหมายและร้อยละของหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอดหรือหลังแท้ง ได้รับการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรยังต่ำกว่าค่าเป้าหมาย ซึ่งยังถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและสมควรได้รับการแก้ไข การดำเนินงานแก้ไขปัญหาวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนเชิงสังคมอย่างต่อเนื่อง อาศัยครอบครัวเป็นฐาน ภายใต้การสนับสนุนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงานและกระทรวงมหาดไทย มีบทบาทในการดูแลป้องกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นในพื้นที่ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ที่พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาแก่วัยรุ่นและครอบครัว รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยกลไกสำคัญที่ส่งผลให้การดำเนินงานลดปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ 7 จากการวิเคราะห์การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด มีการวางแผนงานตามยุทธศาสตร์และบูรณาการแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ และมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การขับเคลื่อนงานผ่านระบบสุขภาพอำเภอ (DHS) ในทุกพื้นที่ภายใต้อำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มีอำเภอที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 77 อำเภอ โดยมีการติดตามการดำเนินงานผ่านคณะอนุกรรมการพัฒนาสุขภาพกลุ่มเด็กวัยรุ่น/นักศึกษา (15-21 ปี) เขตสุขภาพที่ 7 และในปี พ.ศ. 2556-2560 การดำเนินงานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ (RHD) และสถานบริการที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นและเยาวชน (YFHS) ซึ่งการประเมินมาตรฐานควรประเมินซ้ำ (Re-accreditation เพื่อรับรองคุณภาพซ้ำ) ทุก 3 ปีเพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องได้มาตรฐาน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) รัฐบาลได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกพื้นที่ เนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เป็นโรคที่ติดต่อที่รุนแรง สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและส่งผลกระทบกับระบบต่างๆของร่างกาย เช่น ภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตลอดจนไตวาย ประกอบกับในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ทั้งยังไม่มียารักษาโรคโดยตรง จึงมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากทั่วโลก องค์การอนามัยโลกต้องประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเป็นการระบาดใหญ่ และขอให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดเด็ดขาดยิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 1,083,951 คน เสียชีวิต 9,788 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2564 ศูนย์ข้อมูล COVID-19) และมีการใช้ Application ไทยชนะ โดยขอให้ประชาชนได้ทำการ Check in ทุกครั้งที่เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อควบคุมและตรวจสอบการแพร่เชื้อ จากสถานการณ์ดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 7 จึงได้ปรับรูปแบบการดำเนินงาน/กิจกรรมในโครงการพัฒนาพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ RHD และ YFHS ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า(Covid-19) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy) ภายใต้วิถีชีวิตใหม่(New Normal) ของวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 7 และสอดคล้องกับสถานการณ์ ตลอดจนมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นเกิดการเรียนรู้ เข้าใจสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ตลอดจนขับเคลื่อนการดำเนินงานพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และพัฒนาศักยภาพ RHD และ YFHS เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน ตลอดจนส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิตและพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม รวมทั้งการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่วยให้วัยรุ่นเกิดความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดการสื่อสารเพื่อสร้างกระแสการเรียนรู้จนเข้าใจสามารถนำไปปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการคลอดและการตั้งครรภ์ซ้ำลดลง

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อประเมินรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับอำเภอ (Reaccredit) 2. เพื่อประเมินรับรองมาตรฐาน YFHS (Re-accredit) รพ.ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน 3 ปีขึ้นไปและพัฒนาศักยภาพทีมประเมิน YFHS 3. เพื่อนิเทศ ติดตาม รพ.ที่ยังไม่เคยผ่านการประเมิน YFHS ในเขตสุขภาพที่ 7 4. เพื่อสร้างกระแสการดำเนินงาน RHD และ YFHS และถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 7 ภายใต้วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) 5. เพื่อส่งเสริมให้เกิด YFHS ต้นแบบและเพิ่มการเข้าถึงบริการ YFHS ในสถานศึกษารวมถึงการเข้าถึงบริการยาฝังคุมกำเนิดผ่าน YFHS (นำร่อง) 6.เพื่อศึกษาการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นเขตสุขภาพที่ 7

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนอำเภอในเขตสุขภาพที่ 7 ผ่านการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับอำเภอ (Re-accredit) 15 แห่ง
2.จำนวน รพ.ที่ผ่านการรับรอง YFHS 3 ปีขึ้นผ่านการรับรองมาตรฐาน YFHS (Online) 13 แห่ง
3. จำนวน รพ.ที่ยังไม่ผ่านการรับรอง YFHS ได้รับการนิเทศ ติดตาม 2 แห่ง
4.จำนวนต้นแบบการดำเนินงาน YFHS ในสถานศึกษา (นำร่อง) 1 แห่ง
5.รายงานผลการวิจัยการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่นเขตสุขภาพที่ 7 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 . ประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน(YFHS) และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ (บูรณาการกับการชี้แจงแผนงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น) 2 .ประเมินรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับอำเภอ(Reaccredit) ออนไลน์ 3 .ประเมินรับรองโรงพยาบาลตามมาตรฐานการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน(YFHS) ที่ผ่านการรับรองมานานกว่า 3ปี (Re-accredit online) ผ่าน application YFHS ของกรมอนามัย 4 .นิเทศ ติดตาม รพ.ที่ยังไม่เคยผ่านการประเมิน YFHS ในเขตสุขภาพที่ 7 แบบออนไลน์ผ่านระบบ Video Conference : Cisco WebEx 5 .ประกวดเรื่องเล่าเร้าพลังการดำเนินงาน RHD และ YFHS ภายใต้วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) แบบออนไลน์ผ่านระบบ Video Conference : Cisco WebEx และถอดบทเรียนการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) 6 .ประชุมเพื่อจัดตั้งคลินิกบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (YFHS) ในสถานศึกษา (นำร่อง) 7 .ศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่น เขตสุขภาพที่ 7 (บทที่ 4 - 5) และตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานผ่านวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 8 .สรุปผลการดำเนินโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประกวดเรื่องเล่าเร้าพลังการดำเนินงาน RHD และ YFHS ภายใต้วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) แบบออนไลน์ผ่านระบบ Video Conference : Cisco WebEx และถอดบทเรียนการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 4,710.00
2 จัดประชุมแนวทางจัดตั้งคลินิกบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (YFHS) ในสถานศึกษา (นำร่อง) 1 แห่ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 950.00
3 ประชุม นิเทศ ติดตาม รพ.ที่ยังไม่เคยผ่านการประเมิน YFHS ในเขตสุขภาพที่ 7 (สุ่มประเมิน) 2 แห่ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 5,910.00
รวมเป็นเงิน 11,570.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
11,570.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 มี.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบงานวัยรุ่น 4 จังหวัด - บุคลากรผู้รับผิดชอบงานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ในดับอำเภอ อปท. สถานศึกษา ชุมชน และครอบครัว - เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคลินิกวัยรุ่นในโรงพยาบาลเขตสุขภาพที่ 7

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
วัยรุ่นและเยาวชนในเขตสุขภาพที่ 7

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางธัญลักษณ์ วัฒน์ศิริธรรม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางวิลาสินี วิบูลย์วัฒนากุล ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางสาวดารณี แสนศรี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นายวิมล ปักกุนนัน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวรัตติกานต์ รักษาภักดี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวมุธิตา อันทะเกต ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นางประพิณทิพย์ ปักกุนนัน ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารสุขชำนาญการ นายมเหศักดิ์ ภูริวัฒน์ภากร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายมเหศักดิ์ ภูริวัฒน์ภากร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางธัญลักษณ์ วัฒน์ศิริธรรม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการเข้าถึง Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) ผ่าน Platform วัยรุ่น ศอ.7 ขอนแก่น เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
9) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 22 ) 6.2 ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ในยุคดิจิตัล
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของสังคมไทย รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเด็กวัยรุ่นในด้านการรับรู้ ความคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสังคม ทำให้เด็กวัยรุ่น มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ อันส่งผลก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้น ได้แก่ การติดต่อสื่อสารทางสังคมออนไลน์ การท่องโลกอินเตอร์เน็ต ความทันสมัยที่เน้นวัตถุนิยมมากกว่าจิตใจ จากผลของการเปลี่ยนแปลงไปนี้ ทำให้เด็กวัยรุ่น มีแนวโน้มที่จะมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือในการแก้ปัญหา ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้ สำรวจความรอบรู้ด้านเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต ในวัยรุ่น อายุ 10-19 ปี เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2564 พบว่า เด็กวัยรุ่น อายุ 10-19 ปี จำนวน 2,168 คน มีความรอบรู้ด้านเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในระดับปานกลาง ร้อยละ 22.5 ในระดับต่ำ ร้อยละ 7.7 คะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ฯ อยู่ในระดับสูง มีจำนวนมากที่สุดได้แก่ การเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 81.2 และคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ฯ อยู่ในระดับสูง มีจำนวนน้อยที่สุด ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูล ร้อยละ 54.2 โดยจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ปัญหาในโรงเรียนและครอบครัวสามารถป้องกันได้ ซึ่งตาม พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 มาตราที่ 6 ระบุสาระสำคัญว่า สถานศึกษาควรดำเนินการจัดให้มีการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษาให้เหมาะสมตามช่วงวัยของนักเรียนหรือนักศึกษา โดยจัดหา พัฒนาผู้สอน และให้คำปรึกษา ตลอดจนจัดให้มีระบบดูแลช่วยเหลือ คุ้มครอง และส่งต่อให้ได้รับบริการอนามัยการเจริญพันธุ์และการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเหมาะสม ในปัจจุบันหลักสูตรการเรียนการสอนเพศวิถีศึกษา พบว่าอุปสรรคสำคัญของการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาในโรงเรียน ได้แก่ เนื้อหาวิชาที่เรียนมีมากเกินไป ครูส่วนหนึ่งมองว่าเป็นการชี้โพรงให้กระรอก และอาจเป็นการส่งเสริมให้มีการชิงสุกก่อนห่าม จึงทำให้ครูขาดความมั่นใจในการสอน ดังนั้น เพื่อให้การเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตในโรงเรียนมีรูปแบบของสื่อที่น่าสนใจ ทันสมัยเข้าถึงทั้งครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยผนวกกับการ บูรณาการงานส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการสื่อสารกับเด็กวัยรุ่น โดยตรง ผ่าน Platform เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านเพศวิถีศึกษาให้กับครูและนักเรียน โดยนักเรียนสามารถประเมินสุขภาพวัยรุ่นและคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้ จึงได้จัดทำโครงการ ส่งเสริมการเข้าถึง Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต ในโรงเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพครูผู้สอนและนักเรียนแกนนำซึ่งจะช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม ตลอดจนเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร และความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง ทันสมัย ของกลุ่มวัยรุ่นและ เยาวชน ผ่าน Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) ผ่าน Platform วัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2. เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านเพศสุขภาพเกี่ยวกับสิทธิตาม พรบ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ในการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร ทำให้วัยรุ่นได้รับการช่วยเหลือ และส่งต่อวัยรุ่นที่มีปัญหาต่อไป 3. เพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นสามารถประเมินความเสี่ยง ด้านเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิต ด้วยตนเองและเข้าถึงช่องทางการช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาได้สะดวก รวดเร็ว และตรงความต้องการของแต่ละบุคคล

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1. 1. นักเรียนวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 7 เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ผ่าน Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) ผ่าน Platform วัยรุ่น ศอ.7 ขก. 50 ร้อยละ
2.นักเรียนวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 7 มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
3.นักเรียนวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 7 มีความรอบรู้ด้านเพศวิถีศึกษา ผ่าน Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) ผ่าน Platform วัยรุ่น ศอ.7 ขก. 50 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงการ การเข้าถึง ข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ด้านเพศ ผ่าน Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) ผ่าน Platform วัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ( บูรณาการกับการประชุมคณะอนุกรรมการฯ 4 จังหวัดผ่านการประชุม พรบ.ฯของ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2. ทำหนังสือประชาสัมพันธ์ วิธีการใช้ Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) ผ่าน Platform วัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ให้กับ ศึกษาธิการ,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทั้ง 4 จังหวัด 3. ทำหนังสือแจ้งทางโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 เพื่อแนะนำให้นักเรียนกลุ่มวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี ตอบแบบคัดกรองประเมินความเสี่ยง ด้านเพศวิถีศึกษา ด้วยตนเอง เพื่อจะได้ทราบถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ในกลุ่มวัยรุ่น ผ่านTeenage Digital Platform (Line Official Teen Club) 4. ติดตามการใช้แพลตฟอร์ม (Platform) และและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประโยชน์ และปัญหา อุปสรรคในการใช้ Teenage Digital Platform 5 . สรุปผลการเข้าถึงแพลตฟอร์ม และสรุปผลการคัดกรองประเมินความเสี่ยงด้านเพศวิถีศึกษา ด้วยตนเอง ให้สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สื่อสารประชาสัมพันธ์แบบคัดกรองประเมินความเสี่ยงด้านเพศวิถีศึกษา ด้วยตนเอง และวิธีการใช้ Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) ผ่าน Platform วัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2564 1,760.00
2 จัดประชุมติดตามการใช้แพลตฟอร์มพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประโยชน์ และปัญหาอุปสรรคของการใช้Teenage Digital Platform ผ่าน WebEx Cisco (ครึ่งวัน) 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 350.00
3 สนับสนุนและส่งเสริมการเข้าถึง Teenage Digital Platform (Line Official Teen Club) และมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 5 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 4,000.00
รวมเป็นเงิน 6,110.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
6,110.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- คณะอนุกรรมการ พรบ.ฯ ทั้ง 4 จังหวัด - ศึกษาธิการจังหวัด 4 จังหวัด - เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบงานวัยรุ่นระดับจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด - โรงเรียนมัธยมในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง 4 จังหวัด - ครอบครัววัยรุ่นและกลุ่มวัยรุ่นที่เข้าร่วมโครงการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ครอบครัววัยรุ่นและกลุ่มวัยรุ่น ในเขตสุขภาพที่ 7 ที่เข้าร่วมโครงการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.) นางธัญลักษณ์ วัฒน์ศิริธรรม รก.พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 2.) นายวิมล ปักกุนนัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3.) นางประพิณทิพย์ ปักกุนนัน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4.) นายมเหศักดิ์ ภูริวัฒน์ภากร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5.) นางสาวรัตติกานต์ รักษาภักดี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6.) นางวิลาสินี วิบูลย์วัฒนากุล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 7.) นางสาวมุธิตา อันทะเกต พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 8.) นางสาวดารณี แสนศรี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางประพิณทิพย์ ปักกุนนัน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางธัญลักษณ์ วัฒน์ศิริธรรม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายบริการทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับวัยรุ่นและหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อม (RSA) และขับเคลื่อนงานยุติการตั้งครรภ์ ที่ปลอดภัยปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
10) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 25 ) 7.1 พัฒนาระบบและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในปัจจุบันมีวัยรุ่นทั่วโลกอยู่ประมาณ ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงจากเด็กสู่ความเป็นผู้ใหญ่ วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเลียนแบบสิ่งแวดล้อมต่างๆที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งในปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้โดยง่าย เช่น โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ซึ่งวัยรุ่นยังไม่มีความพร้อมด้านวุฒิภาวะความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่สามารถตัดสินใจเลือกรับข้อมูลข่าวสารส่งผลให้ให้เกิดปัญหาสังคมตามมา เช่น การทะเลาะวิวาท ยาเสพติด การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ส่งผลเสียทั้งด้านสุขภาพร่างกาย จิตใจ และตามมาด้วยผลกระทบในระยะยาว โดยองค์การสหประชาชาติได้ตระหนักถึงปัญหานี้และกำหนดให้การลดอัตราการคลอดในผู้หญิงอายุ 16-19ปี เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ทุกประเทศต้องบรรลุให้ได้ภายในปี พ.ศ.2573 จากการสำรวจของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (2563) พบว่า อายุเฉลี่ยของนักเรียนที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอยู่ที่อายุ 15 ปี นำไปสู่ปัญหาการตั้งครรภ์ การทำแท้ง ซึ่งข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยทำแท้งพบว่า ร้อยละ 98.8 ไม่ตั้งใจให้ตั้งครรภ์ ร้อยละ 37.9 ไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใดๆ จากข้อมูลสถานการณ์ปัญหาวัยรุ่นในเขตสุขภาพที่ ๗ ปี ๒๕๖4 (ไตรมาสที่ 3) (HDC adjusted กระทรวงสาธารณสุข, 2564) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ ๑๕ – ๑๙ ปี ต่อพันประชากรคิดเป็นอัตรา 20.81 (เป้าหมายไม่เกิน 27) โดยจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 มีอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี พบว่าจังหวัดกาฬสินธุ์มากที่สุดคือ 22.85 รองลงมาเป็นจังหวัดขอนแก่น 22.62 จังหวัดร้อยเอ็ด 21.54 และจังหวัดมหาสารคาม 14.92 ตามลำดับ อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ ๑๐–๑๔ ปี ต่อพันประชากร คิดเป็นอัตรา 0.97 ไม่เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้คือไม่เกิน 1.0 เมื่อพิจารณารายจังหวัดพบว่า จังหวัดกาฬสินธุ์มากที่สุดคือ 1.48 รองลงมาเป็นจังหวัดขอนแก่น 1.31 และจังหวัดมหาสารคาม 0.76 และ จังหวัดร้อยเอ็ด 0.42 ตามลำดับ ข้อมูลจาก HDC กระทรวงสาธารณสุข (2564) พบว่าการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า ๒๐ ปี คิดเป็นร้อยละ 13.44 (ไม่เกินร้อยละ 13.5) โดยพบมากที่สุดคือ จังหวัดกาฬสินธุ์ 16.04 รองลงมาเป็นจังหวัดร้อยเอ็ด 15.61 จังหวัดขอนแก่น 11.80 และจังหวัดมหาสารคาม 10.24 ตามลำดับ และยังพบว่าหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอดหรือหลังแท้ง ได้รับการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรร้อยละ 73.29 ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้คือ ร้อยละ 80 จังหวัดที่สามารถดำเนินการมากที่สุดคือจังหวัดมหาสารคามร้อยละ 83.54 รองลงเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ 78.30 จังหวัดขอนแก่น 76.77 และน้อยที่สุดคือจังหวัดร้อยเอ็ด 56.73 ถึงแม้ว่าเขตสุขภาพที่ ๗ สามารถดำเนินการลดอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ ๑๕–๑๙ ปี และอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ ๑๐–๑๔ ปี แต่ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ยังสูงกว่าค่าเป้าหมายและร้อยละของหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอดหรือหลังแท้ง ได้รับการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวรยังต่ำกว่าค่าเป้าหมาย ซึ่งยังถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและสมควรได้รับการแก้ไข การดำเนินงานแก้ไขปัญหาวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนเชิงสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การสนับสนุนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงานและกระทรวงมหาดไทย มีบทบาทในการดูแลป้องกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นในพื้นที่ ตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาแก่วัยรุ่นและครอบครัว รวมทั้งส่งต่อให้ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายบริการทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับวัยรุ่นและหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมและขับเคลื่อนงานยุติการตั้งครรภ์ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สหสาขาวิชาชีพที่รับผิดชอบการดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นและสตรีที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม มีศักยภาพและเสริมพลังเครือข่ายการทำงาน RSA (Referral system for safe abortion) ในการดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นและสตรี ที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ให้เข้าถึงบริการสุขภาพด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ได้อย่างปลอดภัย และมีความเข้มแข็ง ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายบริการทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับวัยรุ่นและหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมและขับเคลื่อนงานยุติการตั้งครรภ์ โดยมุ่งเน้นให้ภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่7 เกิดการมีส่วนร่วม มีการบูรณาการร่วมกันทุกระดับ เพื่อส่งเสริมให้วัยรุ่นมีทักษะชีวิตและพฤติกรรมอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม และสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ได้อย่างปลอดภัย

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาศักยภาพและเสริมพลังเครือข่ายการทำงาน RSA (Referral system for safe abortion) เขตสุขภาพที่ 7 ให้สามารถดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นและสตรีที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ได้อย่างปลอดภัย และมีความเข้มแข็ง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผู้รับผิดชอบงานดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นและสตรีที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมในเขตสุขภาพที่ 7 ได้รับการพัฒนาศักยภาพการบริการสุขภาพด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และเสริมพลังเครือข่ายการทำงาน RSAที่เข้มแข็งในเขตสุขภาพที่ 7 40 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
จัดประชุมพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นและสตรีที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมในเขตสุขภาพที่ 7 (4 จังหวัด) ออนไลน์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นและสตรีที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมในเขตสุขภาพที่ 7 (4 จังหวัด) ออนไลน์ 40 คน 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 3,890.00
รวมเป็นเงิน 3,890.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
3,890.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.ผู้รับผิดชอบงานดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นและสตรีที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมในเขตสุขภาพที่ 7 2.เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ YFHS ศูนย์อนามัย ที่ 7

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางธัญลักษณ์ วัฒน์ศิริธรรม รก.พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 2. นายวิมล ปักกุนนัน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางประพิณทิพย์ ปักกุนนัน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นายมเหศักดิ์ ภูริวัฒน์ภากร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5. นางสาวรัตติกานต์ รักษาภักดี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 6. นางวิลาสินี วิบูลย์วัฒนากุล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 7. นางสาวดารณี แสนศรี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 8.นางสาวมุธิตา อันทะเกต พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางธัญลักษณ์ วัฒน์ศิริธรรม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการวัยทำงาน หุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ ๒๕๖5

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 26 ) 8.1 การเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามที่รัฐบาลได้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนซึ่งมียุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมเพื่อสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคในทุกมิติ และให้การเติบโตของประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืนโดยทุกคนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นั้น พบว่ายังมีประเด็นความท้าทายในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้สูงอายุโดยประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย (Aged Society) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา และคาดว่าประเทศไทยจะเป็น“สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์” (Complete Aged Society) ในปี พ.ศ. 2564 คือ ประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 5 และเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super Aged Society) ภายในปี พ.ศ.2578 โดยประมาณการว่า จะมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยจากแนวโน้มของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น นำมาซึ่งภาวะเสี่ยงและปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยเรื้อรัง จากการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุมีอุบัติการณ์การเกิดโรคมากกว่าวัยอื่นๆ ถึง 4 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่าผู้สูงอายุเกิน 65 ปี ประมาณ 4 ใน 5 คน จะมีโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 โรค ส่วนปัญหาทางด้านจิตใจผู้สูงอายุที่สำคัญคือ ภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูญเสียบุคคลใกล้ชิด รวมทั้งการขาดรายได้ การเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ในสังคม และเมื่อพิจารณาสาเหตุการเสียชีวิตในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อเป็นกลุ่มโรคที่คร่าชีวิต ประชากรไทยถึงร้อยละ 75 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด หรือประมาณ 320,000 คนต่อปี ในจำนวนนี้พบว่าประมาณครึ่งหนึ่ง หรือราวร้อยละ 55 เสียชีวิตที่อายุต่ำกว่า 70 ปี ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดว่าเป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และยังพบว่ากลุ่มโรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรสูงอายุ อยู่ในภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ติดเตียง และทำให้เกิดการสูญเสียปีสุขภาวะของประชากรไทย จากข้อมูลการสำรวจล่าสุดในปี 2557 พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้สูญเสียปีสุขภาวะของเพศชาย จากโรคหลอดเลือดสมอง อยู่ในลำดับที่ 3 (ร้อยละ6.9 ) รองจากการเสพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอุบัติเหตุทางถนน ส่วนในเพศหญิงลำดับที่ 1 ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง (ร้อยละ 8.2 ) รองลงมาเป็นโรคเบาหวานและโรคซึมเศร้า คิดเป็น ร้อยละ7.9 และ 5.4 ตามลำดับ ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งล่าสุด ครั้งที่ 5 ปี 2558 พบว่าอัตราการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในสามของประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไปมีอัตราชุกของการเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 8.9 ในปี 2558 คิดเป็นจำนวนประมาณ 4.8 ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 300,000 คน ในขณะที่โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.4 เป็นร้อยละ 24.7 คิดเป็น 13 ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มปีละ 600,000 คน นอกจากนี้ยังพบว่าสถานการณ์น้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยความชุกของภาวะน้ำหนักเกิน(BMI ≥ 23 kg/m2) เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 34.7 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 37.5 ในปี 2558 อีกทั้งจากรายงานของสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ปี 2562 พบว่าวัยทำงานเพียง 1 ใน 3 ที่มีการกินผักได้ตามปริมาณที่เพียงพอ และมีมากถึง ร้อยละ 10.1 ที่เติมเครื่องปรุงรสเค็มทุกครั้งเมื่อกินอาหาร อีกร้อยละ 16.9 ที่มีการดื่มเครื่องดื่มรสหวานทุกวัน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเพียงมากถึง 1 ใน 3 และออกกำลังกายไม่เพียงพอ ร้อยละ 20.7 จากข้อมูลการข้อมูล การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเขตสุขภาพที่ 7 ปี 2564 พบว่า ประชาชนวัยทำงานมีการกินผักวันละ 5 ทัพพี 4วัน/สัปดาห์ขึ้นไป ร้อยละ 73.53 มีกิจกรรมทางกายมากกว่าหรือเท่ากับ 150 นาที/สัปดาห์ ร้อยละ 75.04 นอนวันละ 7-9 ชั่วโมงอย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 93.62 แปรงฟันก่อนนอนด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ นานอย่างน้อย 2 นาทีทุกวัน ร้อยละ 76.82 พฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน ร้อยละ 48.72 นั้น แสดงให้เห็นว่า วัยทำงานมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วน และการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งนี้หากย้อนไปถึงสาเหตุสำคัญก่อนที่จะเป็นโรคเรื้อรังพบว่า ส่วนใหญ่เกิดมาจากพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากทั้งปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยทางสังคม เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง กลยุทธ์ทางการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เทคโนโลยีการสื่อสาร ค่านิยมของคนในสังคม ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต จนนำมาซึ่งภาวะอ้วนและโรคเรื้อรังในที่สุด ทั้งนี้หากสามารถจัดการกับปัจจัยกำหนดสุขภาพ ทั้งปัจจัยที่เกิดจากสภาพแวดล้อม ปัจจัยทางสังคม ปัจจัยตัวบุคคล เช่นพฤติกรรม ความเชื่อส่วนบุคคล เหล่านี้ย่อมจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชากรดีขึ้นไม่ต้องเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรผู้สูงอายุ โดยการจัดการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการจัดการกับปัจจัยกำหนดสุขภาพนั้นแน่นอนว่าควรกระทำก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ (Complete aged society) เป็นประเด็นท้าทายที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องให้ความสำคัญและร่วมมือขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน ตั้งแต่ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ รวมไปจนถึงการเตรียมความพร้อมในระดับบุคคล และการเตรียมความพร้อมเชิงระบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยควรให้ความเข้มข้นตั้งแต่ในช่วงวัยทำงานซึ่งจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุในอนาคต เพื่อให้เป็น สังคมผู้สูงอายุที่มีพลัง (Active Aging Society) ทั้ง 7 มิติ ประกอบด้วย ความสุข สุขภาพ ความมั่นคง นวัตกรรม สภาพแวดล้อม การออม ที่อยู่อาศัย กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพประชากรวัยทำงานในสถานประกอบการ จึงได้จัดทำชุดความรู้สุขภาพ 10 เรื่อง (10Packages) ปลอดภัยดี งานดี มีความสุขในสถานประกอบการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชากรวัยทำงานในสถานประกอบการได้มีความตระหนักถึงการป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ สามารถประเมินตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลรอบข้าง รวมทั้งสามารถลดพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ต่อการเกิดโรคเรื้อรังและโรคจากการประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องเหมาะสม จากสถานการณ์ที่ประเทศไทยเกิดการระบาดของ COVID-๑๙ ระลอก ๓ ( ๑ เมษายน ๒๕๖๔-ปัจจุบัน) ทำให้มีการรายงานจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มากกว่า ๑0,00๐ รายต่อวัน และมีจำนวนผู้ติดเชื้อ สะสมของประเทศไทยมากกว่า ๖00,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสมมากกว่า ๕,00๐ คน สาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็วคือพฤติกรรมเสี่ยงของตัวบุคคลและสถานประกอบการที่ไม่ละเลยปฏิบัติตามมาตรการ โดยเฉพาะสถานประกอบการ สถานบันเทิงซึ่งเป็นคสัสเตอร์ที่เป็นสาเหตุหลักในการเริ่มต้นการระบาดในครั้งนี้ และแพร่กระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ในเขตสุขภาพที่ ๗ มีผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน- ๒ สิงหาคม ๒๕'๖๔ จำนวน ๑๖.๘๒๙ ราย จังหวัดที่มีผู้ป่วยสะสมสูงที่สุด คือจังหวัดขอนแก่น ๔,๘๙3 ราย รองลงมาคือจังหวัดร้อยเอ็ด ๔,๓๗๐ รายจังหวัดกาฬสินธุ์ ๔,๑๘๕ ราย และจังหวัดมหาสารคาม ๓,๓๘๑ ราย ตามลำดับ กำลังรักษา ๙,๖๔๙ ราย และมีผู้เสียชีวิต ๖๖ ร่าย (ข้อมูลจาก EOC เขตสุขภาพที่ ๗ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔) โดยผู้ป่วยมีประวัติกลับจากพื้นที่เสี่ยง เคยไปในที่ชุมชนพลุกพล่านหรือที่แออัด จากการสัมผัสผู้ติดเชื้อในครอบครัวมากขึ้น และมักไม่แสดงอาการซึ่งมาตรการสำคัญที่ต้องดำเนินการคือ การทำให้ประซาชน รับรู้ เข้าใจถึงความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนก่น จึงได้จัดทำโครงการวัยทำงาน หุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ ๒๕๖5 เพื่อเตรียมความพร้อมประชากรวัยทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงาน (25-59 ปี) ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง โดยการลดปัจจัยเสียง เพิ่มปัจจัยปกป้อง ก่อนเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อป้องกันภาวะอ้วน การเจ็บป่วยจากการติดเชื้อ COVID-๑๙ ของประชากรวัยทำงาน โดยการเตรียมความพร้อมดังกล่าวต้องบูรณาการให้บรรลุผลทั้ง ในมิติสุขภาพ และคุณภาพชีวิต ตามปัจจัยกำหนดสุขภาพ เช่น สังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม ทั้งในระดับนโยบาย ระดับบุคคล ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ท้องถิ่น ระดับองค์กร/สถานประกอบการ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานด้วย 10 Package และมีการเตรียมการเพื่อยามเข้าสู่วัยสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 2. เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนระบบฐานข้อมูลสุขภาพผ่านระบบ Digital Heal Platform สนับสนุนการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพวัยทำงานในครอบครัว ชุมชน และสถานประกอบการ 3. เพื่อให้เกิดการบูรณาการของการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรควัยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ และเอกชน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 4. เพื่อส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีสังคม สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี และมีเมนูชูสุขภาพในร้านค้าชุมชนและองค์กร

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนเครือข่ายที่มีการขับเคลื่อนนโยบาย/มาตรการเกี่ยวกับส่งเสริมพฤติกรรมวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด อำเภอละ 1 เครือข่าย 77 หน่วยงาน
2.สถานประกอบการมีการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคด้วย 10 Packages หรือการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 8 แห่ง
3.มีต้นแบบ(Best Practice) การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานรอบรู้สุขภาพดี วิถีใหม่ ต้านภัยโควิด 4 แห่ง
4.มีรูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัย โควิด 1 รูปแบบ
5.ประชาชนเขตสุขภาพที่ 7 มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ 762331 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. เขียนโครงการเสนอขออนุมัติจัดโครงการ 2.ขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในชุมชน องค์กรภาครัฐ และสถานประกอบการ 2.1ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรควัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 7 2.2 พัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายในการเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด เขตสุขภาพที่ 7 2.3 เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคร่วมกับภาคีเครือข่ายระดับจังหวัด 2.4 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและคัดเลือกต้นแบบใน ชุมชน องค์กรภาครัฐ สถานประกอบการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด เขตสุขภาพที่ 7 3. พัฒนาและขับเคลื่อนระบบฐานข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพผ่าน Digital Health Platform สนับสนุนการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพทำงานหุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด เขตสุขภาพที่ 7 3.1 สำรวจข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงานเขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 33,592 คน 3.2 รณรงค์สร้างกระแสผ่านสื่อออนไลน์ Digital Health Platform และสนับสนุนการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด เขตสุขภาพที่ 7 4. ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เช่น เมนูชูสุขภาพ สวนสาธารณะเพื่อการออกกำลังกาย อื่นๆ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรควัยทำงานเขตสุขภาพที่ 7 (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 1,900.00
2 นิเทศติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 1,900.00
3 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและคัดเลือกต้นแบบสถานประกอบการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานหุ่นดีสุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด ในชุมชน องค์กรภาครัฐ (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 47,370.00
4 เปิดตัวก้าวท้าใจ season 4 ต้านภัยโควิด 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 17,750.00
5 ชี้แจงการดำเนินงานร้านอาหาร นโยบาย Healthy Canteen เมนูชูสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้ นโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 1,900.00
6 สรุปผลการดำเนินงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 1,900.00
7 พัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายในการเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด เขตสุขภาพที่ 7 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 65,710.00
8 รณรงค์สร้างกระแสวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดี วิถีใหม่ต้านภัยโควิด เขตสุขภาพที่ 7 ผ่านสื่อออนไลน์ 4 จังหวัด 1 ม.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 30,000.00
9 ลงพื้นที่ให้คำแนะนำการดำเนินงานตามมาตรฐานแก่ ร้านอาหาร นโยบาย Healthy Canteen เมนูชูสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้ นโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 4 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 8,400.00
10 เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศติดตาม กำกับการดำเนินงานHealthy Canteen เมนูชูสุขภาพ หวานน้อยสั่งได้ 4 จังหวัด 1 ก.พ. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 8,800.00
11 ลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานหุ่นดี สุขภาพดีต้านภัยโควิด 12 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 32,520.00
12 สำรวจข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพความรอบรู้และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน 33592 คน 1 พ.ย. 2564 - 31 พ.ค. 2565 24,000.00
รวมเป็นเงิน 242,150.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
242,150.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข/จังหวัด/สถานประกอบการ อุตสาหกรรม ในเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข/จังหวัด/สถานประกอบการ อุตสาหกรรม และภาคีเครือข่ายอื่นๆ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน/ครอบครัว /ชุมชน ในเขตสุขภาพที่ 7

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางชัญญานุช ปานนิล นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ นายยุทธยา สุภาปัญญากุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางเดือนเพ็ญ ใจเต้ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางวาสนา มงคลศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวสุนันทินี ศรีประจันทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางชัญญานุช ปานนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพตามแนวทางโครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ เขตสุขภาพที่ 7 ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 8 ) 1.8 พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
โรคมะเร็งเต้านมเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทั่วโลกและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของสตรีทั่วโลก และมีแนวโน้มการเกิดโรคมะเร็งเต้านมจานวนเพิ่มขึ้นทุกปี (World Cancer Research Fund International, 2018) จากสถิติทั่วโลกปี 2561 มีอัตราตาย 13.0 ต่อแสน ประชากร อัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมเท่ากับ 46.3 ต่อแสนประชากร พบจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 2.1 ล้านรายทั่วโลก(BrayF,FerlayJ,2018) ในประเทศไทยโรคมะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของสตรีไทย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และส่งผลต่อครอบครัวในด้านการดูแลครอบครัว และเศรษฐกิจ การเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านมโดยการค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น และได้รับการรักษาในระยะแรกๆเป็นวิธีที่จะลดอัตราการเสียชีวิตได้ การตรวจพบมะเร็งเต้านมระยะที่ 1-2 จะมีอัตราการอยู่รอดที่ 5 ปี สูงสุด 85-99 % หากตรวจพบในระยะที่ 3 อัตราการอยู่รอดจะลดลงอยู่ที่ 40-50% และจะลดลงเหลือเพียง 18-20 % หากตรวจพบในระยะที่ 4 (ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล,2560) จากการสำรวจของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ปี 2562 พบว่าสตรีไทยมีความรู้เกี่ยวกับ โรคมะเร็งเต้านมและการตรวจเต้านมตนเองระดับปานกลาง ร้อยละ46.32 มีพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพียง ร้อยละ 48.2 และมีทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเองที่ถูกต้องอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 52.14 ปัจจุบันการเกิดโรคมะเร็งเต้านมพบได้ในสตรีที่อายุน้อยมีมากขึ้น การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Examination:BSE) เป็นวิธีที่สตรีทุกคนสามารถทำได้ และถ้าตรวจถูกต้อง สม่ำเสมอจะสามารถค้นหาความผิดปกติได้เร็วขึ้น(Early detection Early Protection) การเสริมสร้างให้สตรีมีพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและตรวจเต้านมด้วยตนเองได้เป็นผลสำเร็จอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนควรมีการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับเต้านม (Breast Health Literacy) ให้สตรีตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Examination:BSE) อย่างถูกต้องสม่ำเสมอจะช่วยค้นหาความผิดปกติได้เร็วขึ้น(Early detection Early Protection) (อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์, 2560) โรคขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กไทยที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา ทั้งนี้ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารไอโอดีนทุกๆวัน ปัจจุบันสถานการณ์การขาดสารไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 7 ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังคงพบปัญหาในบางจังหวัด ดังข้อมูลคือ 1) ความครอบคลุมการใช้เกลือไอโอดีนในครัวเรือน 20-40 ppm. ในปี 2561-2563 เขตสุขภาพที่ 7 พบร้อยละ 89.9, 88.5 และ91.7 ตามลำดับ 2) การดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน ร้อยละ 87.8 ,90.7 และ 94.5 ตามลำดับ 3) ค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ พบ 128.4,169.7 และ 159 ไมโครกรัมต่อลิตร 4) ปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ไม่ต่ำกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลิตร มากกว่าร้อยละ 50 พบร้อยละ 41.8 ,54.9 และ 53.4 ตามลำดับ 5) ระดับฮอร์โมน TSH ในทารกแรกเกิดมากกว่า 11.2 มิลลิยูนิต/ลิตร ในปี 2561-2563 พบร้อยละ 9.3,11.2 และ 21.9 ตามลำดับ 6) ผลการสุ่มตรวจร่างกายนักเรียนระดับประถมในเขตสุขภาพที่ 7 ปี 2561 จำนวน 405 ราย พบภาวะคอพอกภาพรวมเขต ร้อยละ 8.6 ส่วนจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ พบร้อยละ 4.7,3.7,12.7, และ 13.4 ตามลำดับ กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งเสริมให้คนไทยมีลูกเพื่อชาติหลังพบอัตราการเกิดน้อย-ด้อยคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันผู้หญิงไทยแต่งน้อยน้อยลงหรือช้าลง มีการศึกษาที่สูงขึ้น ทำให้อัตราการเพิ่มประชากรไทยลดลงจาก 2.7 ในปี 2513 ลดลงเหลือ 0.4 ในปี 2558 ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ภายใน10 ปี อัตราการเพิ่มประชากรไทยจะเท่ากับศูนย์ คืออัตราการเกิดเท่ากับอัตราการตาย ไม่มีประชากรเพิ่มเนื่องจากอัตราการเกิดน้อยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 แสนคนต่อปี นอกจากนี้ยังพบปัญหาการเกิดน้อยด้อยคุณภาพ โดยในปี2558 พบอัตราการตายมารดาอยู่ที่ 20 ต่อการเกิดมีชีพแสน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการตกเลือด มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กร้อยละ 39 ทารกคลอดก่อนกำหนดร้อยละ 10.4 ทารกเสียชีวิตจากภาวะพิการแต่กำเนิดร้อยละ7 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดโครงการส่งเสริมสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการมีบุตรให้มีคุณภาพตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ การเข้าถึงสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขจากรัฐของผู้ต้องขังยังเป็นปัญหาสำคัญของการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในเรือนจำและทัณฑสถาน เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีกำลังไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้ต้องขังซึ่งมีจำนวนมาก เรือนจำหลายแห่งจึงใช้ระบบคัดกรองในแดนก่อนเพื่อไม่ให้มีปริมาณผู้ต้องขังมาที่สถานพยาบาลจำนวนมาก จนเป็นภาระของสถานพยาบาลมากเกินไป โดยส่วนใหญ่เรือนจำให้อาสาสมัครนักโทษประจำแดนนั้นๆ เป็นผู้คัดกรองเบื้องต้น จึงมีความเป็นไปได้ที่อาสาสมัครคัดกรองหรือผู้บังคับบัญชาการแดน ซึ่งไม่มีความรู้เฉพาะทางการแพทย์ อาจวินิจฉัยผิดและทำให้ผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยเข้าไม่ถึงบริการด้านสุขภาพตามสิทธิของตน รวมถึงการส่งเสริมและป้องกันโรค อย่างทั่วถึงเท่าเทียมและเสมอภาค กระทรวงยุติธรรมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย จัดทำโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยและการส่งเสริมสุขภาพที่จำเป็นแก่ผู้ต้องขัง ขับเคลื่อนผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) ซึ่งเป็นอาสาสมัครที่ทำหน้าที่ในเรือนจำ การสร้างความรอบรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่ผู้ปฎิบัติงานในเรือนจำและทัณฑสถาน โดยมีเป้าหมายให้มีความสามารถ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และพฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior) ที่เหมาะสม สามารถเป็นแกนนำในงานส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และการฟื้นฟูสุขภาพ ตลอดจนเฝ้าระวังสุขภาพและคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นได้ สื่อสารโน้มน้าวให้ผู้ต้องขังตื่นตัวและรับผิดชอบต่อตนเองในการเฝ้าระวัง ดูแลสุขภาพตนเอง ชุมชน ตามบริบทเรือนจำ และสร้างโอกาสให้กลุ่มผู้ต้องขังเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพอนามัย ของตนเองและชุมชนตามบริบทเรือนจำ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ต้องขังในประเทศไทยได้เข้าถึงสิทธิทางสุขภาพอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ กติการะหว่างประเทศหรือพันธกรณีระหว่างประเทศ อันมีมาตรฐานและประสิทธิภาพที่พึงจะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำ โครงการส่งเสริมสุขภพตามแนวทางโครงการพระราชดำริและเฉลิมพระเกียรติเขตสุขภาพที่ 7 ปี 2565 เพื่อพัฒนาระบบ พัฒนาคน สร้างความรอบรู้และการแก้ไขปัญหาภาวะขาดสารไอโอดีนในประชาชน การป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิงวัยเจริญพันธุ์ การป้องกันโรคมะเร็งเต้านม ควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขัง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โรคโลหิตจาง โรคมะเร็งเต้านม 2. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โรคโลหิตจาง โรคมะเร็งเต้านมและงานราชทัณฑ์ปันสุข 3. เพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์การควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 โรคขาดสารไอโอดีน โรคโลหิตจาง โรคมะเร็งเต้านม 4. เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 โรคขาดสารไอโอดีน โรคโลหิตจาง มะเร็งเต้านม การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 5. เพื่อให้สตรีไทยมีการตรวจเต้านมตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ 6. เพื่อสร้างการเข้าถึงข้อมูลและการรับบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีร้านอาหาร โรงอาหาร รถเข็น แผงลอย ฟู๊ดทรัค และโฮมเมด ในเขตสุขภาพที่ 7 ใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนและผลิตภัณฑ์ปรุงรสเค็มเสริมไอโอดีน เพิ่มขึ้น 100 แห่ง
2.มีชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 7 เพิ่มขึ้น 100 แห่ง
3.หญิงวัยเจริญพันธุ์ในสถานประกอบการ เข้าร่วมโครงการสาวไทยแก้มแดง 1 แห่ง
4.ดำเนินงานสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ ทัณฑสถาน 7 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดทำโครงการเสนอผู้บริหารเพื่อขออนุมัติ 2. จัดกิจกรรมรณรงค์สตรีไทยห่างไกลมะเร็งเต้านม เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลก (ตุลาคม 2565) โดยบูรณาการร่วมกับมูลนิธิกาญจนบารมีในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่(Mammogram) 3. ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการพระราชดำริฯ เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2565 4. ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการพระราชดำริฯ เขตสุขภาพที่ 7 5. พัฒนาระบบ บุคลากรและภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานโครงการพระราชดำริ เขตสุขภาพที่ 7 6. พัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและการตรวจเต้านมด้วยตนเองในสตรีอายุ 20 ปี ขึ้นไป 7. สำรวจข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและการตรวจเต้านมด้วยตนเองของนักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัย 8. จัดอบรมเสริมสร้างความรอบรู้สตรีไทยรุ่นใหม่ ห่างไกลมะเร็งเต้านมให้แกนนำนักศึกษาหญิงในสถาบันศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในจังหวัดขอนแก่น 9. คัดเลือกพื้นที่ต้นแบบและถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม 10. เฝ้าระวังภาวะพร่องไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ โดยตรวจระดับสารไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ 11. ขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสู่ความยั่งยืน 1.2 ประชุมราชการถอดบทเรียนต้นแบบการจัดการชุมชนส่งเสริมไอโอดีน 13. ประชุมราชการถอดบทเรียนต้นแบบเครือข่ายอาหารเสริมไอโอดีน 14. ติดตามการดำเนินงานสร้างความรอบรู้เรื่องโควิด-19 การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ 15. ประเมินการใช้สื่อด้านส่งเสริมสุขภาพในเรือนจำ 16. ประชุมการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านทันตกรรม 17. ประชุมราชการพัฒนาโปรมแกรมการจัดการอาหารของเรือนจำ 18. สื่อสารสร้างความรอบรู้โรคโควิด-19 และการป้องกันโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กออนไลน์ของหญิงวัยเจริญพันธุ์ในสถานประกอบการ เขตสุขภาพที่ 7 19. จัดกิจกรรมสื่อสารสร้างความรอบรู้ให้ประชาชนมีความรอบรู้เรื่องโควิด-19 และป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสื่อสารสร้างความรอบรู้ให้ประชาชนมีความรอบรู้ การป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก โดยรณรงค์สาวไทยแก้มแดง ในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ 2564 และวันไอโอดีนแห่งชาติ (25 มิถุนายน 2564) 20. เฝ้าระวัง ติดตาม สุ่มประเมินคุณภาพเกลือ การใช้เกลือและผลิตภัณฑ์ปรุงเสริมไอโอดีนในร้านอาหาร โรงอาหาร รถเข็น แผงลอย ฟู๊ดทรัค และโฮมเมด ในเขตสุขภาพที่ 7 21. การสร้างความรอบรู้การป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โดยการผลิตสื่อความรู้การป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เพื่อสนับสนุนประชาชนในเขตสุขภาพที่ 7 22. เยี่ยมติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ ในเขตสุขภาพที่ 7 23. สรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ถอดบทเรียนต้นแบบการจัดการชุมชนส่งเสริมไอโอดีนดีเด่น 1 จังหวัด 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 9,500.00
2 รณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติออนไลน์ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 8,440.00
3 คัดเลือกพื้นที่ต้นแบบและถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านม 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 18,220.00
4 ประชุมการพัฒนาโปรแกรมการจัดอาหารในเรือนจำพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 5,110.00
5 รณรงค์สาวไทยแก้มแดงในสถานประกอบการในจังหวัดขอนแก่นและรณรงค์ออนไลน์ 2 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 4,340.00
6 ประชุมราชการส่งเสริมการใช้เกลือ,ผลิตภัณฑ์ปรุงรสเสริมไอโอดีน ปรุงอาหารและเมนูสุขภาพ 3 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 37,034.00
7 เยี่ยมติดตามการส่งเสริมร้านอาหารในพื้นที่ใช้เกลือและผลิตภัณฑ์ปรุงรสเสริมไอโอดีนและเมนูชูสุขภาพ 4 จังหวัด 1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 28,900.00
8 เยี่ยมติดตามการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำเขตสุขภาพที่ 7 7 แห่ง 1 มี.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 11,790.00
9 พัฒนาบุคลากรและภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยบูรณาการให้เชื่อมต่อกับกับระบบบริการสุขภาพ service plan สาขามะเร็ง 48 คน 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 26,170.00
10 อบรมสร้างความรอบรู้สตรีไทยรุ่นใหม่ห่างไกลมะเร็งเต้านมให้แกนนำนักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัย 80 คน 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 28,300.00
11 สำรวจข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและการตรวจเต้านมด้วยตนเองของนักศึกษาหญิงในสถานศึกษาในจังหวัดขอนแก่น 200 คน 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 11,000.00
12 เฝ้าระวังคุณภาพเกลือเสริมไอโอดีนในครัวเรือน 300 ชุด 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 22,500.00
13 เฝ้าระวังภาวะพร่องไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ก่อนได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีนเหล็ก และโฟลิก 1200 คน 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 10,136.00
14 ค่าจ้างเหมาเก็บปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์และสำรวจคุณภาพเกลือบริโภคเสริมไอโอดีนในครัวเรือน 1200 ชุด 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 21,600.00
รวมเป็นเงิน 243,040.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
243,040.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ระดับจังหวัด/อำเภอ/ตำบล : สสจ. สสอ. รพ.สต. ภาคีเครือข่ายนอกกระทรวง : มหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องถิ่นจังหวัด และภาคประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางชัญญานุช ปานนิล นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ นายยุทธยา สุภาปัญญากุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางเดือนเพ็ญ ใจเต้ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางวาสนา มงคลศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวสุนันทินี ศรีประจันทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางชัญญานุช ปานนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางเพ็ญนิดา ไชยสายัณห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว (Long Term Care) แบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ

4. cluster :
วัยทำงาน
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 26 ) 8.1 การเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ( 33 ) 10.1 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ผู้สูงอายุ หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ปี 2564 นี้ ประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ (Aged Society) แล้ว โดยมีการประมาณการว่ามีสัดส่วนผู้สูงอายุในช่วง 60 ปีขึ้นไปถึง 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 13 ล้านคน และคาดการณ์ว่า อีก 20 ปีข้างหน้า หรือปี 2583 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุ 20 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของคนไทยจะเป็นผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปจะมีมากถึง 3.5 ล้านคน นอกนั้นมีความเจ็บป่วยด้วยโรคและปัญหาสุขภาพ อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม โรคซึมเศร้า พิการและติดเตียง ผู้สูงอายุในชุมชนได้รับการดูแลโดยการเยี่ยมบ้านของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้สูงอายุและญาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ต้องการความช่วยเหลือและการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขมาก รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้การสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน โดยกำหนดกิจกรรม การคัดกรองเพื่อจำแนกกลุ่มผู้สูงอายุตามภาวะพึ่งพิง และการผลิต ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) อย่างพอเพียง เพื่อมุ่งเน้นให้การช่วยดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงระยะยาวและผู้สูงอายุระยะสุกลางในชุมชนได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ กลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานในชุมชนที่สำคัญคือ การสร้างและพัฒนาศักยภาพฟื้นฟู และเพิ่มทักษะผู้ปฏิบัติด้านการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ให้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ทุกจังหวัดเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการเข้าถึงหน่วยบริการด้านดูแลผู้สูงอายุด้านสุขภาพและสังคมให้เป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กรมอนามัย ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดทำโครงการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว (Long Term Care) แบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565 กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยสูงอายุได้จัดกิจกรรมอบรมฟื้นฟูความรู้ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) อบรมความรู้ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการดูแลส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะกลาง ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวในชุมชน ปีงบประมาณ 2565 ขึ้น เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงานแบบบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงระยะยาวและผู้สูงอายุระยะกลางในชุมชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อฟื้นฟูความรู้และเพิ่มทักษะในการปฏิบัติด้านการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวของผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 8.2 เพื่อให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงระยะยาวและผู้สูงอายุระยะกลางในชุมชน ได้รับการดูแลที่ดีอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี 8.3 เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงหน่วยบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน ได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัยและมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 8.4 เพื่อพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มทักษะบุคลากรสาธารณสุขด้านการดูแลผู้สูงอายุพึ่งพิงระยะยาวและผู้สูงอายุระยะกลางในชุมชน 8.5 เพื่อได้แนวทางการดำเนินงานในการดูแลผู้สูงอายุป่วยระยะกลางและผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงระยะยาวในชุมชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ได้รูปแบบ แนวทาง ทักษะ การดำเนินงาน Long term Care และปัญหาอุปสรรคของการดำเนินงานจากประสบการณ์ของ Ageing Manager/ Care Manager ต้นแบบ 80 ร้อยละ
2.จำนวนผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรฟื้นฟูความรู้ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 80 ร้อยละ
3.ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ผ่านเกณฑ์ 95 ร้อยละ
4.ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลตาม Care plan 90 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดประชุมพัฒนาศักยภาพบุคคลากรในการดูแลผู้สูงอายุป่วยระยะกลางและผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว ในระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนแบบบูรณาการ 2. จัดอบรมหลักสูตรการอบรมฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ ( Care Manager) กระทรวงสาธารณสุข 3. จัดอบรมหลักสูตรการอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) กระทรวงสาธารณสุข 4. จัดประชุมและเสนอผลงาน Best Practice ด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 5. จัดประชุมพัฒนาศักยภาพด้านการคัดกรองและดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมในชุมชน นำร่อง 6. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการดูแลผู้สูงอายุป่วยระยะกลาง ร่วมกับการดูแลผู้สูงอายุพึ่งพิงระยะยาว คัดกรองและดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมในชุมชนเขตสุขภาพที่ 7 7. ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน ระยะดำเนินการ : ระหว่างเดือน เม.ย.2565 และ ก.ค.2565 8. เยี่ยมเสริมพลังการขับเคลื่อนการดำเนินงานภาคีเครือข่าย เขตสุขภาพที่ 7 รูปแบบออนไลน์ 9. ขับเคลื่อนการใช้งานแอปพลิเคชั่นสมุดบันทึกสุขภาพ (Blue Book) ในเขตสุขภาพที่ 7

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนา platform Care Manager 1 ระบบงาน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 40,900.00
2 ประชุมและเสนอผลงาน Best Practice ด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 พ.ค. 2565 63,632.00
3 ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 พ.ค. 2565 12,300.00
4 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการดูแลผู้สูงอายุป่วยระยะกลาง ร่วมกับการดูแลผู้สูงอายุพึ่งพิงระยะยาว คัดกรองและดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมในชุมชนเขตสุขภาพที่ 7 4 แห่ง 4 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 9,814.00
5 พัฒนาศักยภาพบุคคลากรในการดูแลผู้สูงอายุป่วยระยะกลางและผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว ในระบบการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนแบบบูรณาการ ณ ห้องประชุม ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 40 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 16,300.00
6 การจัดอบรมหลักสูตรการอบรมฟื้นฟูพัฒนาศักยภาพผู้จัดการ การดูแลผู้สูงอายุ ( Care Manager) กระทรวงสาธารณสุข 100 คน 22 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 31,700.00
7 พัฒนาศักยภาพด้านการคัดกรองและดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมในชุมชน นำร่อง 100 คน 3 ม.ค. 2565 - 28 ม.ค. 2565 36,658.00
8 จัดอบรมหลักสูตรการอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) กระทรวงสาธารณสุข 110 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 228,096.00
รวมเป็นเงิน 439,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
439,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
4 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรในหน่วยบริการสาธารณสุข ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และ มหาสารคาม

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรในหน่วยบริการสาธารณสุข ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และ มหาสารคาม

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสดุดี ภูห้องไสย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางอโนทัย ฝ้ายขาว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางกัญญา จันทร์พล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวประภาศรี ทุมสิงห์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสดุดี ภูห้องไสย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสูงวัยสุขภาพดี ชีวีมีสุข (Preventive Long Term Care) ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 33 ) 10.1 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ โดยประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ในปี 2564 มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ 12 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 18 ในอนาคตอันใกล้ประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอีกมาก ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ (Complete Aged Society) และคาดว่าในปี พ.ศ.2574 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) คือ มีประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 28 สำหรับประชากรสูงอายุในเขตสุขภาพที่ 7 ในปี 2564 มีร้อยละ 17.9 ซึ่งนับได้ว่าได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว จากแนวโน้มของกลุ่มผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นนี้จะทำให้ผู้สูงอายุกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่ต้องได้รับการดูแลมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงของสุขภาวะทุกด้านมากขึ้นทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตไปในทางเสื่อมลง ทำให้ความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันลดลงเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อพิจารณาผู้สูงอายุเขตุสุขภาพที่ 7 ตามกลุ่มความสามารถในการดำรงชีวิตประจำวัน (ADL) แล้วพบว่า เป็นกลุ่มติดสังคม ร้อยละ 96.2 กลุ่มติดบ้านติดเตียง ร้อยละ 3.3 กลุ่มติดเตียง ร้อยละ 0.5 และจากคัดครองความเสี่ยงด้านสุขภาพพบว่ามีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สูงสุดคือ เบาหวานร้อยละ 13.0 ความดันโลหิตสูง ร้อยละ 12.8 เสี่ยงพลัดตกหกล้ม เข่าเสื่อม อ้วน สุขภาพช่องปาก และสมองเสื่อม ร้อยละ 7.3 5.2 5.1 และ 1.3 ตามลำดับ และจากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 พบว่าผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ครบ 8 ข้อเพียงร้อยละ 33.7 โดยพบว่าพฤติกรรมพึงประสงค์รายข้อที่น้อยที่สุด 3 อันดับได้แก่ กิจกรรมทางกาย การกินผักผลไม้ และการดื่มน้ำสะอาดครบ 8 แก้วต่อวัน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในงานด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในสังคม จึงได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดยบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น และชุมชน มาโดยตลอด โดยมีการขับเคลื่อน หลักสูตร “ไม่ล้ม ไม่ล้ม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวแซบ ผ่านโรงเรียนผู้สูงอายุ พัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้โดยใช้แผนส่งเสริมผู้สูงอายุสุขภาพดี สุขเพียงพอชะลอชรา ชีวายืนยาว (Individual wellness plan) ในโรงเรียนผู้สูงอายุต้นแบบ เป็นต้นดังนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนา ต่อยอดงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเขตพื้นที่รับผิดชอบของ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยสูงอายุ จึงได้จัดทำ “ส่งเสริมสูงวัยสุขภาพดี ชีวีมีสุข (Preventive Long Term Care) ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปี 2565” ในครั้งนี้ขึ้น โดยมุ่งหวังให้ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 7 สุขภาพดี ดูแลตัวเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสร้างชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy Communication) แบบบูรณาการ บ้าน วัด โรงเรียนผู้สูงอายุ 2. เพื่อขยายผลการดำเนินงานจัดทำแผนการดูแลสุขภาพรายบุคคลแก่ผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ 3.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสาธารณสุขในการดำเนินงานประจำสู่งานวิจัย (R2R) 4. ขับเคลื่อนการดำเนินงานเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age Friendly City)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ประชากรสูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
2.ผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 มีการจัดทำ Wellness Plan 3500 คน
3.ชมรมผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 ผ่านเกณฑ์คุณภาพด้านสุขภาพ 8 แห่ง
4.มีพื้นที่ต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 2 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : บุคลากรด้านสาธารณสุขได้รับการอบรมการดำเนินงานประจำสู่งานวิจัย (R2R) 80 คน
2.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุเป้าหมายได้เรียนรู้การจัดทำแผนการดูแลสุขภาพรายบุคคล 20 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายในเขตพื้นที่สุขภาพที่ 7 ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการ 4 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ประชุมชี้แจงการดำเนินงานการจัดทำแผนดูแลสุขภาพรายบุคคลในชุมชน 2.จัดทำสื่อ/ชุดความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 3.การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย และการวิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัยด้านส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเขตฯ 7 4.ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานจัดทำแผนดูแลสุขภาพรายบุคคลเพื่อการป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ 5.จัดประชุมชี้แจงสถานการณ์การพลัดตกหกล้ม และจัดทำรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในชุมชนแบบบูรณาการ 6.จัดทำสื่อส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มเพื่อใช้ในชุมชน 7.ประเมินผลรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มใช้ชุมชนแบบบูรณาการ 8.ขับเคลื่อนการจัดทำแผนการดูแลสุขภาพรายบุคคลผ่านระบบดิจิตัล (Anamai Care) 9.ขับเคลื่อนการดำเนินงานเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ (Age Friendly city) 10.ขับเคลื่อนการดำเนินงานการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุ เขตฯ 7 และการใช้งาน Application H4U

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงสถานการณ์การพลัดตกหกล้ม และจัดทำรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในชุมชนแบบบูรณาการ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 8,700.00
2 ประเมินผลรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มใช้ชุมชนแบบบูรณาการ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2566 19,260.00
3 การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย และการวิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัยด้านส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเขตฯ 7 4 จังหวัด 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 101,790.00
4 จัดทำสื่อส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มเพื่อใช้ในชุมชน 10 ชุด 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 20,000.00
5 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานจัดทำแผนดูแลสุขภาพรายบุคคลเพื่อการป้องกันภาวะพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 77 แห่ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 80,850.00
6 ขับเคลื่อนการจัดทำแผนการดูแลสุขภาพรายบุคคลผ่านระบบดิจิตัล (Anamai Care) 2000 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 40,000.00
7 จัดทำสื่อ/ชุดความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 7 2400 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 120,000.00
รวมเป็นเงิน 390,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
390,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2566

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1.ประชุมออนไลน์ ณ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2. 4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 3.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 3 จังหวัดและโรงแรมในจังหวัดขอนแก่น 4.ชุมชนในความดูแลของ รพ.สต. ต้นแบบจำนวน 1 แห่งของเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยบริการ อปท.ในเขตสุขภาพที่ 7 2.เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อสม./CM/CG /ผู้นำชุมชน และผู้สูงอายุในพื้นที่เป้าหมาย 77 อำเภอใน 4 จังหวัด 3.ผู้สูงอายุที่ได้รับการจัดทำแผนดูแลสุขภาพรายบุคคลเพื่อการป้องกันภาวะพลัดตกหกล้ม พื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 4.เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน ร.ร. ผู้สูงอายุ จากอปท. รพ.สต. ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน/อสม.) /ครูผู้สอนและผู้บริหารโรงเรียนผู้สูงอายุ/แกนนำผู้สูงอายุ 5.ผู้นำ/แกนนำด้านสุขภาพในชุมชนต้นแบบ / ผู้สูงอายุในพื้นที่เป้าหมาย 6.เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน/อสม.) แกนนำผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุในพื้นที่เป้าหมาย 7.เจ้าหน้าที่ สสจ. 4 จังหวัดของเขตสุขภาพที่ 7

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน/อสม.) แกนนำผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุในพื้นที่เป้าหมาย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสดุดี ภูห้องไสย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางอโนทัย ฝ้ายขาว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวประภาศรี ทุมสิงห์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางกัญญา จันทร์พล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางกัญญา จันทร์พล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสดุดี ภูห้องไสย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 39 ) 12.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะแบบบูรณาการ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การส่งเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจาก พระสงฆ์บางรูปอาพาธด้วยโรคต่างๆ ในขณะที่บางรูปไม่เคยเข้ารับการตรวจสุขภาพ ทำให้ไม่สามารถ รู้ว่ามีภาวะเสี่ยงต่อโรคใดบ้าง ซึ่งจากข้อมูลกรมการแพทย์ ปี 2559 พบว่า พระสงฆ์-สามเณรอาพาธมารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ โรคไขมันในเลือดสูง 9,609 ราย โรคความดันโลหิตสูง 8,520 ราย โรคเบาหวาน 6,320 ราย โรคไตวายเรื้อรัง 4,320 ราย และโรคข้อเข่าเสื่อม 2,600 รายในขณะที่ ปี 2559 พบว่า ผู้ป่วยที่เป็นพระสงฆ์เข้ารับบริการเป็นผู้ป่วยใน ในสถานบริการสาธารณสุขเขต 7 ป่วยด้วยโรค 5 อันดับแรก คือ โรคกระเพาะอาหารลำไส้อักเสบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคปอดอักเสบ โรคไตเรื้อรัง (ระยะที่ 5) และโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือด โดยสาเหตุของการเกิดโรคส่วนใหญ่มาจากปัญหาการบริโภคไม่ถูกหลักโภชนาการ อีกทั้งพระสงฆ์ไม่สามารถเลือกฉันอาหารเองได้ ต้องฉันอาหารตามที่ฆราวาสตักบาตร หรือนำอาหารมาถวาย ประกอบกับสถานภาพของพระภิกษุ ไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้พระสงฆ์และวัดมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพเป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชน และจัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย และภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและพระสงฆ์นักพัฒนาได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด–อสว.) เพื่อส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) และขับเคลื่อนการดำเนินงานธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบและแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่สำคัญคือ พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม โดยมี พระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) เป็นผู้ปฏิบัติดูแลพระสงฆ์อาพาธ รวมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ และการจัดการปัจจัยที่คุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ด้วย "ทั้งนี้บทบาทของพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด (อสว.) มีหน้าที่สื่อสารเรื่องสุขภาพพระสงฆ์ เฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสุขภาพ ในวัดและชุมชน ประสานงานด้านสุขภาพพระสงฆ์กับคณะสงฆ์ และหน่วยงาน ด้านสาธารณสุข ให้บริการสุขภาพเบื้องต้นแก่พระสงฆ์ในพื้นที่ รวมถึงให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพแก่ชุมชน และดำรงตนเป็นตัวอย่างที่ดีด้านสุขภาพ ตามหลักพระธรรมวินัย” นอกจากนั้นพระคิลานุปัฏฐาก ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดให้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพพัฒนาต่อยอดสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565 ขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพพระสงฆ์ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. ขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะและพระคิลานุปัฏฐาก 2. เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ พัฒนาทักษะ กาย ใจ ในพระสงฆ์/สามเณร และนักบวชในวัด 3 เพื่อสนับสนุนการประเมินคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์และนักบวชสูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป) ในวัดเขตสุขภาพที่ 7 4 เพื่อสนับสนุนให้พระสงฆ์/สามเณรและนักบวช มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) ได้รับการดูแลส่งเสริมสุขภาพตามหลักพระธรรมวินัย สามารถขยายผลสู่การพัฒนาสุขภาวะของชุมชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พระคิลานุปัฏฐาก 1 รูป/1 ตำบล 120 คน
2.วัดส่งเสริมสุขภาพผ่านเกณฑ์ 40 ร้อยละ
3.พระสงฆ์มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 15 ร้อยละ
4.วัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพอย่างน้อยจังหวัด ละ ๑ วัด 4 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
กิจกรรมที่ 1 : จัดอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) 70 ชั่วโมง - พัฒนาการใช้งานระบบข้อมูลพระสงฆ์ สามเณร แม่ชี - การพัฒนาวัดส่งเสิรมสุขภาพ - แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมส่งเสิมสุขภาวะพระสงฆ์และวัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ ด้านสุขภาพ กลุ่มเป้าหมาย : พระสงฆ์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ทั้งหมด 120 รูป พื้นที่ดำเนินงาน : ณ วัดโพธิการาม ต.โพนสูง อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด การติดตามประเมินผล 1. แบบทดสอบก่อนและหลังการอบรม 2. การติดตามผลหลังการอบรม 3 เดือน นิเทศติดตาม Application และ Line และโทรศัพท์ ระยะเวลาดำเนินงาน : เดือนกรกฎาคม 2565 กิจกรรมที่ 2: เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะและบูรณาการงานในพื้นที่ (ออนไลน์) กลุ่มเป้าหมาย : พระคิลานุปัฏฐาก ในพื้นที่ เขตสุขภาพที่ 7 พื้นที่ดำเนินงาน ประชุมออนไลน์ ระยะเวลาดำเนินงาน : เดือนสิงหาคม 2565 กิจกรรมที่ 3: ติดตามผลประเมินพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์พระสงฆ์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ในระบบโปรแกรมข้อมูล วัดส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กลุ่มเป้าหมาย : พระสงฆ์ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 พื้นที่ดำเนินงาน : พระสงฆ์ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 โดยในระบบโปรแกรมวัดส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย การติดตามประเมินผล 1. ติดตามประเมินผลพฤตกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของพระสงฆ์ในโปรแกรมวัดส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ระยะเวลาดำเนินงาน : มกราคม - กันยายน 2565

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก(พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) 70 ชั่วโมง 120 คน 1 ก.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 170,000.00
รวมเป็นเงิน 170,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
170,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
วัดในเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 และภาคีเครือข่าย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ และพระ ในเขตสุขภาพที่ 7

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสดุดี ภูห้องไสย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2.นางอโนทัย ฝ้ายขาว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3.นางสาวปาริชาติ ชนะหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4.นางกัญญา จันทร์พล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5.นางสาวประภาศรี ทุมสิงห์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอโนทัย ฝ้ายขาว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสดุดี ภูห้องไสย

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมและสนับสนุนงานทันตสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
5) ร้อยละของเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)
7) ร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 44 ) 13.3 บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากลไกการดูแล และคุณภาพต่อเนื่อง
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน เป็นทิศทางการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี (ด้านสาธารณสุข) พ.ศ.2560-2579 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ซึ่งกรมอนามัยได้กำหนดตัวชี้วัดระดับกรมอนามัยเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ด้านสุขภาพช่องปาก ได้แก่ การดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสมในทุกกลุ่มวัย โดยเน้นเรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การลดปัญหาฟันในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กปฐมวัย และนักเรียนประถมศึกษาทั้งที่ปกติและมีความพิการ โรงเรียนเครือข่ายเด็กไทยฟันดี โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มวัยทำงานที่จะมีผลต่อกลุ่มผู้สูงอายุในอนาคต โดยจัดให้มีโครงการฟันเทียมพระราชทาน และการจัดบริการป้องกันโรคในช่องปากตามชุดสิทธิประโยชน์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล จากผลการดำเนินงานของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ฯ ในปี พ.ศ. ๒๕63 –2564 พบว่า หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ร้อยละ 56.6, 56.6 ตามลำดับ และได้รับการตรวจและขัดฟันทำความสะอาดฟัน ร้อยละ 18.9, 18.8 ในกลุ่มเด็ก 3 ปี ปราศจากฟันน้ำนมผุ ร้อยละ 79.6, 79.6 ตามลำดับ ในเด็กกลุ่ม 12 ปี พบว่าปราศจากฟันแท้ผุ ร้อยละ 76.4 และ 73.9 ตามลำดับ จากรายงาน ท02 ในปี พ.ศ. 2560-2562 กลุ่มผู้สูงอายุมีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ ลดลง เป็นร้อยละ 69.55, 64.53 และ 54.99 ดังจะเห็นว่าปัญหาฟันผุในเด็กเล็กเริ่มเห็นตั้งแต่เด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ และมีฟันผุเพิ่มขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น รวมทั้งผู้สูงอายุยังมีการสูญเสียฟันแท้สูง ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การบริการในคลินิกทันตกรรมในบางพื้นที่ต้องหยุดไป ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานทันตสาธารณสุขมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงควรสร้างแรงจูงใจ และสนับสนุนการพัฒนางานทันตสาธารณสุขโดยการสนับสนุนความรู้และการสื่อสารให้พื้นที่ได้ทราบข่าวสารและแหล่งเรียนรู้ในการดำเนินงานทันตสุขภาพ ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและสนับสนุนงานทันตสาธารณสุข ศูนย์อนามัยที่ 7 ปีงบประมาณ 2565 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนและการพัฒนางานทันตสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนไทยมีสุขภาพช่องปากที่ดีและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพช่องปากในทุกกลุ่มวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. สนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานทันตสาธารณสุขให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ปี 2564 ที่ผ่านเกณฑ์พัฒนาระดับดีมากและยอดเยี่ยมได้รับการติดตามประเมินผล 1 แห่ง
2.มีรูปแบบการส่งเสริมดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองในโรงเรียนมัธยมศึกษา 1 แห่ง
3.ภาพพลิกการดูแลสุขภาพช่องปาก 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
กิจกรรมที่ 1 ประชุมคณะกรรมการทันตสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 กิจกรรมสำคัญ: ประชุมเพื่อวางแผน ขับเคลื่อน และติดตามการดำเนินงานทันตสาธารณสุข และติดตามระบบการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และเด็กอายุ 4-12 ปี รวมถึงการดูแลสุขภาพช่องปากวัยทำงานและผู้สูงอายุ ในเขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 2 ครั้ง กลุ่มเป้าหมาย: คณะอนุกรรมการสาขาสุขภาพช่องปาก เขตสุขภาพที่ 7 พื้นที่ดำเนินการ: จังหวัดขอนแก่น ระยะเวลาดำเนินการ: ตุลาคม 2564 เมษายน 2565 กิจกรรมที่ 2 จัดทำภาพพลิกการดูแลสุขภาพช่องปาก กิจกรรมสำคัญ: จัดทำภาพพลิกการดูแลสุขภาพช่องปาก กลุ่มเป้าหมาย: รพช. รพ.สต. เขตสุขภาพที่ 7 ระยะเวลาดำเนินการ: ธันวาคม –มกราคม 2565 กิจกรรมที่ 3 ประเมินและคัดเลือกเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ปี 2565 เขตสุขภาพที่ 7 กิจกรรมสำคัญ: 1. คัดเลือกเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดีที่ผ่านเกณฑ์พัฒนาระดับประเทศ ในระดับ “ดีมาก” และ “ยอดเยี่ยม” ที่ผ่านการประเมินระดับจังหวัด 2. ติดตามประเมินผลการดำเนินงานเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดีที่เคยผ่านการประเมิน กลุ่มเป้าหมาย: โรงเรียนและภาคีเครือข่ายที่ดำเนินงานตามเกณฑ์ “เครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี” พื้นที่ดำเนินการ: เครือข่ายโรงเรียนในเขตสุขภาพที่ 7 ระยะเวลาดำเนินการ: มีนาคม 2565 กิจกรรมที่ 4 ประกวดและคัดเลือกคลิปวีดีโอส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองในโรงเรียนมัธยมศึกษา กิจกรรมสำคัญ: คัดเลือกคลิปวิดีโอการส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปาก กลุ่มเป้าหมาย: โรงเรียนมัธยมศึกษา เขตสุขภาพที่ 7 ระยะเวลาดำเนินการ: พฤษภาคม-กรกฎาคม 2565 กิจกรรมที่ 5 ประกวดและคัดเลือกคลิปชมรมผู้สูงอายุ ฟันดี สุขภาพดี กิจกรรมสำคัญ: คัดเลือกคลิปชมรมผู้สูงอายุ ฟันดี สุขภาพดี กลุ่มเป้าหมาย: ชมรม/โรงเรียนผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 ระยะเวลาดำเนินการ: สิงหาคม-กันยายน 2565

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคณะกรรมการทันตสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 เม.ย. 2565 7,600.00
2 ประเมินและคัดเลือกเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ปี 2564 เขตสุขภาพที่ 7 1 แห่ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2566 18,200.00
3 ประกวดและคัดเลือกคลิปวีดิโอส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองในโรงเรียนมัธยมศึกษา 1 แห่ง 1 พ.ค. 2565 - 29 ก.ค. 2565 2,100.00
4 ประกวดและคัดเลือกคลิปชมรมผู้สูงอายุ ฟันดี สุขภาพดี 1 แห่ง 1 ส.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 2,100.00
5 จัดทำภาพพลิกการดูแลสุขภาพช่องปาก 1 เรื่อง 3 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 70,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2566

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ทันตบุคลากร และภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 7

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตบุคลากร ภาคีเครือข่ายและประชาชนในเขตสุขภาพที่ 7

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวศริญทิพย์ ชาลีเครือ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ และยกระดับท้องถิ่นชุมชนจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดีในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 56 ) 16.1 การคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพเพื่อสนับสนุนการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมเมืองสุขภาพดี
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับท้องถิ่น ชุมชน จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันประชาชนไทยประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายประการทั้งเขตเมืองและเขตชนบทส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจและโรคระบบทางเดินอาหารเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า เด็กอายุระหว่าง 1 เดือน ถึง 5 ปี เสียชีวิตจากปัญหามลพิษอากาศ ปัญหาสุขอนามัย ปัญหาสิ่งแวดล้อมในครัวเรือนไม่มีความปลอดภัยประมาณ 1.7 ล้านคน ทั้งนี้เมื่อพิจารณาอัตราป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจที่ระบุว่าเกิดจากมลพิษสิ่งแวดล้อม ในปี 2563 พบว่าเขตสุขภาพที่ 7 มีอัตราป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจสูงเป็นอันดับ 2 (อัตราป่วย 15,729.46 ต่อ 100,000 ประชากร) และมีอัตราป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงสูงเป็นอันดับ 5 (อัตราป่วย 965.72 ต่อ 100,000 ประชากร (ที่มา : https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/) ทั้งนี้ปัญหาการเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปัญหามลพิษอากาศโดยเฉพาะปัญหาจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองที่มีละอองที่มีขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้งประเทศสูงขึ้นทุกปี นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ สาเหตุของปัญหาหลักเกิดจากกิจกรรมการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดก๊าชเรือนกระจกในบรรยากาศเพิ่มมากขึ้นต่อปัจจัยต่างๆ เช่น ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนโตรเจนออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งก๊าซเหล่านั้นส่งผลให้อุณหภูมิผิวโลกสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ในวงกว้างทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งประเทศไทยอีกด้วย เช่น คลื่นความร้อนเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนมีความแปรปรวน ในหลายพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนลดลงส่งผลให้สมดุลน้ำมีแนวโน้มลดลงทำให้บางพื้นที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรง สำหรับพื้นที่ในเขตรับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นมีความเสี่ยงจากแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศหลักคือจากโรงไฟฟ้าชีวมวล และการเผาในพื้นที่ทางการเกษตรในพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด และยังมีพื้นที่เสี่ยงด้านสาธารณภัย (อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดจากน้ำและอาหารเป็นสื่อ) นอกจากนี้ยังพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2563 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเพียงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับเขตสุขภาพต่างๆ ผนวกกับท้องถิ่นยังขาดความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายเพื่อการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ รวมทั้งขาดการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศ จากความสำคัญดังกล่าวศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ และยกระดับท้องถิ่นชุมชนจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดีในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565 เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในการยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและสร้างความรอบรู้ชุมชนให้มีการจัดการเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ รวมถึงสามารถปรับตัวต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามบริบทของพื้นที่

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อผลักดันการดำเนินงานจังหวัดจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการลดลงของอัตราป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยและมลพิษสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อพัฒนาชุมชนต้นแบบที่มีการจัดการเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ 3. เพื่อพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4. เพื่อส่งแสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จังหวัดมีการดำเนินการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการลดลงของอัตราป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยและมลพิษสิ่งแวดล้อม 60 ร้อยละ
2.มีชุมชนต้นแบบที่มีการจัดการเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ 1 แห่ง
3.มีชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 1 แห่ง
4.ร้อยละเทศบาลมีการพัฒนาระบบคุณภาพบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) ระดับพื้นฐานขึ้นไป 70 ร้อยละ
5.องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นมีมาตรการทางกฎหมายเพื่อการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม 10 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.สนับสนุนผลักดันขับเคลื่อนให้เกิดการจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น 2.พัฒนาชุมชนต้นแบบที่มีการจัดการเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ 3.พัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4.เยี่ยมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ การจัดการสิ่งปฏิกูล ขยะอิเล็กทรอนิกส์ โรงไฟฟ้าชีวมวล และพื้นที่เสี่ยงอื่นๆในพื้นที่ 4 จังหวัด 5.ประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) 6.ส่งเสริมมาตรการทางกฎหมายเพื่อการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่น

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องแนวทางการจัดทำห้องปลอดฝุ่นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 3,800.00
2 ประชุมเรื่องส่งเสริมการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างห้องปลอดฝุ่นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ช่วยเด็กไทยปอดสะอาดในพื้นที่เสี่ยงมลพิษอากาศ (แบบ Onsite และ Online) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,782.00
3 ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเก็บรวบรวมข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 1 แห่ง 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 3,120.00
4 ประชุมชี้แจงแนวทางการประเมินคุณภาพระบบบริการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมแบบ Onsite และ Online 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,700.00
5 จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการจัดการสิ่งปฏิกูลเพื่อตัดวงโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี จังหวัดขอนแก่น 3 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 24,426.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการปรับตัวต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 ก.ค. 2565 30,550.00
7 เยี่ยมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยง การจัดการสิ่งปฏิกูล ขยะอิเล็กทรอนิกส์ โรงไฟฟ้าชีวมวลและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆในพื้นที่ 4 จังหวัด 4 จังหวัด 1 พ.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 5,880.00
8 ประชุมคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข 4 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 7,320.00
9 อบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าพนักงานสาธารณสุขและเจ้าพนักงานท้องถิ่นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบกลิ่นรบกวนพร้อมทั้งขึ้นทะเบียนผู้ดมกลิ่นในเขตสุขภาพที่ 7 4 จังหวัด 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 27,300.00
10 ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุร้องเรียนและอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุขและการเยี่ยมติดตามการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 4 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 7,800.00
11 ลงพื้นที่ประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการประเมิน LPA ร้อยละ 80 ขึ้นไป 40 แห่ง 1 ก.พ. 2565 - 30 เม.ย. 2565 36,012.00
รวมเป็นเงิน 157,690.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
157,690.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่เสี่ยงมลพิษอากาศ/พื้นที่เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ /พื้นที่เสี่ยงมลพิษสิ่งแวดล้อม จากโรงงานอุตสาหกรรม/พื้นที่เสี่ยงขยะอิเล็กทรอนิกส์/พื้นที่เสี่ยงจากการจัดการสิ่งปฏิกูล/พื้นที่เสี่ยง ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชน และภาคีเครือข่าย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาววาทินี จันทร์เจริญ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวปิยมาภรณ์ ดวงมนตรี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3.นายเรืองยศ บุญภักดี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4.นางสาวทัตพิชา คลังกลาง ตำแหน่ง นิติกร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวปิยมาภรณ์ ดวงมนตรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววาทินี จันทร์เจริญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการสาธารณสุขและองค์กรปกครองท้องถิ่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพดี ปลอดภัยจากโควิด-19 เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
18) ร้อยละของสถานบริการการสาธารณสุขที่จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 60 ) 17.1 ส่งเสริมการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุข
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการการสาธารณสุขที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข ระยะ ๒๐ ปี ภายใต้ยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค (PP&P Excellence) นั้น กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายสำคัญเพื่อสนับสนุนเป้าหมายให้ประชาชนมีสุขภาพดี โดยการผลักดันให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานให้บริการด้านสุขภาพ ที่มีความใกล้ชิดประชาชน และชุมชน มีการพัฒนาตนเองให้เป็นต้นแบบที่ดีทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีสำหรับประชาชนผู้มาใช้บริการ รวมถึงประชาชนที่อยู่ในชุมชนโดยรอบบริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาล ภายใต้โครงการ GREEN & CLEAN Hospital ปัจจุบันโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 958 แห่ง พัฒนาผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐานขึ้นไป จำนวน 955 แห่ง และเป็นระดับดีมาก จำนวน ๓๕๘ แห่ง โดยมีโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์ระดับดีมากในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้โรงพยาบาล ที่ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก เป็นโรงพยาบาลที่มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานวิชาการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา (Healing Environment) เป็นแหล่งเรียนรู้และมีการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในชุมชน เพื่อนำไปสู่ประชาชนสุขภาพดี ในปีงบประมาณ 2564 พบว่าโรงพยาบาลและโรงพยาบาลในสังกัดศูนย์วิชาการในเขตพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 81 แห่ง ผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐานและดีขึ้นไป ๘๑ แห่ง (๑๐๐%) ระดับดีมาก ๗5 แห่ง (๙2.59%) ระดับดีมาก Plus 3๐ แห่ง ร้อยละ 37.04 เมื่อวิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้รพ.ยังไม่บรรลุเป้าหมาย สรุปได้ดังนี้ ผู้รับผิดชอบงานบางแห่งไม่เข้าใจเกณฑ์ฯ และขาดความองค์ความรู้เฉพาะด้าน 58 แห่ง (71.60) ซึ่งจากการวิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหา พบว่าเกิดจากผู้รับผิดชอบงานไม่ได้จบด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรงเนื่องจากบางโรงพยาบาลไม่มีกรอบอัตรากำลังนักวิชาการสุขาภิบาล มีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ และไม่ได้รับการอบรมทบทวนองค์ความรู้เนื่องจากข้อจัดของบประมาณ ในขณะที่บางโรงพยาบาลมีตำแหน่งแต่เป็นลูกจ้างพอสอบบรรจุได้ก็ไปทำงานที่อื่น ตรวจคุณภาพน้ำเสียไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานวิชาการ 38 แห่ง (46.91%) ซึ่งจากการวิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหานี้เกิดจากโรงพยาบาลมีการขยายเตียงทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียเดิมที่ออกแบบไว้ไม่รองรับปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น มีการขยายงานบริการเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะหน่วยฟอกไตทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียโหลด แบบของระบบบำบัดน้ำเสียไม่เหมาะสมกับบริบทของโรงพยาบาลขาดศักยภาพในการดูแลระบบเอง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียไม่มีความรู้ จุดบริการน้ำดื่มไม่เพียงพอโดยเฉพาะบริเวณแผนกผู้ป่วยนอก 32 แห่ง (39.50%) ซึ่งจากการวิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหานี้เกิดจากผู้รับผิดชอบของโรงพยาบาลไม่เข้าใจเกณฑ์ และเกณฑ์ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนต่อการปฏิบัติ ไม่มีการเฝ้าระวังการปนเปื้อนของโคลิฟอร์มในน้ำด้วยชุดทดสอบ 54 แห่ง (66.66%) ซึ่งจากการวิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหานี้เกิดจากโรงพยาบาลไม่เห็นความสำคัญในการดำเนินงาน ในขณะที่โรงพยาบาลบางแห่งขาดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนและไม่เข้าใจในกระบวนการควบคุมคุณภาพน้ำบริโภคในโรงพยาบาล โรงครัวโรงพยาบาลไม่รักษามาตรฐานสุขาภิบาลโรงครัว ร้อยละ ๒๙.๖๓ เนื่องจากผู้รับผิดชอบงานบางจังหวัดไม่ได้มีการตรวจประเมินรับรองภาคสนามทำให้ขาดคุณภาพเนื่องจากภาระงานเยอะและขาดการสุ่มติดตามคุณภาพมาตรฐานโรงครัวหลังจากการรับรอง ด้านการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ พบว่ามีการส่งเอกสารกำกับการขนส่งขยะติดเชื้อของหน่วยงานสถานบริการสาธารณสุขของรัฐไม่ครอบคลุมทุกแห่ง การประเมินในบางเกณฑ์คลาดเคลื่อนจากเกณฑ์มาตรฐาน ในสถานบริการของเอกชนทั้งโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการและสถานพยาบาลสัตว์ยังไม่มีข้อมูลในการตรวจประเมินการจัดการ การเก็บขน การกำจัดกำจัด เพื่อให้บุคลากรในทุกระดับมีความรู้ ความเข้าใจ ในเกณฑ์มาตรฐานและนำไปใช้พัฒนาสถานบริการและประเมินการดำเนินงาน รวมทั้งสรรหาต้นแบบการดำเนินงานสถานบริการลดโลกร้อน จากการสำรวจ ติดตาม การดำเนินงานด้านการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุขในปี 2563 พบว่า ในพื้นที่รับผิดชอบของเขตบริการสุขภาพที่ 7 มีปริมาณขยะติดเชื้อประมาณ 2,250 ตัน การจัดการมูลฝอยติดเชื้อของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 81 แห่ง มีการจัดการที่ถูกสุขลักษณะร้อยละ 100 ปัญหาอุปสรรคที่พบส่วนใหญ่ คือ ไม่มีระบบการควบคุมกำกับ ติดตาม เก็บข้อมูลใน รพ.เอกชน คลินิก สถานพยาบาลสัตว์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่ออกข้อกำหนดและไม่มีการควบคุมกำกับ ติดตาม รพ.และบริษัทขนส่งและยังไม่มีรูปแบบการเคลื่อนย้ายมูลฝอยติดเชื้อจากชุมชนไปเก็บรวบรวมที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์การจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณสุข พบว่าทำให้ลดการเกิดโรคจากการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น โรคไข้เลือดออก โรควัณโรค เป็นต้น ด้านสถานการณ์การจัดการสิ่งปฏิกูล เขตสุขภาพที่ 7 พบว่า ครัวเรือนที่มีส้วมใช้มีจำนวนทั้งหมด 1,296,750 แห่ง ครัวเรือนที่ได้รับบริการสูบส้วม 1,057,118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 81.52มีการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูลในที่สาธารณะ จำนวน 118 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 29.5 รถเถื่อนไม่มีใบอนุญาตจำนวน 48 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 12.0 บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านจัดการสิ่งปฏิกูลได้อย่างถูกต้องโดยบูรณาการในการจัดอบรม EHA : 3002 แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลในชุมชนต้นแบบ อบต.นาชุมแสง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น มีการจัดทำค่ากลางการจัดการสิ่งปฏิกูลและขยายผลค่ากลางความสำเร็จทั้งอำเภอภูเวียง จ.ขอนแก่น มีการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่โครงการชลประทานเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีการออกข้อกำหนดท้องถิ่นเรื่องสิ่งปฏิกูล ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั้ง 21 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 อปท.ในเขตสุขภาพที่ 7 มีระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล 24 แห่ง แต่จากวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรคจากการทำงาน ยังพบว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่บังคับใช้กฎหมายด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล/ข้อบัญญัติท้องถิ่นไม่เป็นปัจจุบัน การก่อสร้างระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลติดขัดเรื่อง แบบแปลน/งบประมาณ/การขอใช้ที่ดิน/การต่อต้านจากประชาชน และในปี 2565 มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างอีก 12 แห่ง ข้อมูล ปี 2564 องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในเขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 463 แห่ง สมัครและผ่านการประเมิน อบต.น่าอยู่ 49 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 10.58 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการสาธารณสุขและองค์กรปกครองท้องถิ่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพดี ปลอดภัยจากโควิต-19 เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2565 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อพัฒนาการดำเนินงานและต้นแบบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานบริการสาธารณสุขลดโลกร้อนและองค์กรปกครองท้องถิ่นในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เขตสุขภาพที่ 7 2. เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในกระทรวงสาธารณสุข นอกกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองท้องถิ่น ให้มีความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 3.เพื่อส่งเสริมความรอบรู้และเยี่ยมเสริมพลังโรงพยาบาล/องค์กรปกครองท้องถิ่น/กำกับติดตามการจัดการสิ่งปฏิกูล 4.เพื่อส่งเสริมยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ผ่านมาตรฐาน ใน setting โรงแรม สถานีขนส่ง (บขส.สถานีรถไฟและสนามบิน) สถานีบริการเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีโรงพยาบาลผ่านเกณฑ์ Green and Clean Hospital plus 8 แห่ง
2.ได้ Best practice และ นวัตกรรม GCH/ อบต.น่าอยู่ 8 งาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ส่งเสริมยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ผ่านมาตรฐาน ใน setting โรงแรม สถานีขนส่ง (บขส.สถานีรถไฟและสนามบิน) สถานีบริการเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 2.ส่งเสริมการบริหารจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม มูลฝอยติดเชื้อและมูลฝอยประเภทอื่น/สิ่งปฏิกูล ให้มีประสิทธิภาพในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 3 ขับเคลื่อน GREEN & CLEAN Hospital และพัฒนา นวัตกรรมต้นแบบอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4 ส่งเสริมการบริหารจัดการมูลฝอยติดเชื้อและมูลฝอยประเภทอื่น/สิ่งปฏิกูล ให้มีประสิทธิภาพ ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่นสอดรับ อบต.น่าอยู่

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และค้นหา Best Practice การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อบต.น่าอยู่ 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 58,180.00
2 ส่งเสริมความรอบรู้และเยี่ยมติดตามเสริมพลัง อปท.ที่มีระบบหรือมีแผนสร้างระบบสิ่งปฏิกูลของพื้นที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 8 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 12,680.00
3 สุ่มประเมินรับรองสถานพยาบาลลดโลกร้อนระดับ Plus และสุ่มติดตามสถานพยาบาลลดโลกร้อนระดับดีมาก/ดี/พื้นฐาน 20 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 43,800.00
4 ส่งเสริมความรอบรู้และเยี่ยมติดตามเสริมพลังภาคีเครือข่ายให้มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านมาตรฐานในพื้นที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 25 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 14,200.00
5 จัดกิจกรรมรณรงค์ล้างส้วมพร้อมกันรับวันสงกรานต์ 200 คน 1 เม.ย. 2565 - 7 เม.ย. 2565 10,000.00
รวมเป็นเงิน 138,860.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
138,860.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สสจ./สสอ./รพศ./รพท/รพช./รพสต./อปท./รพ.เอกชน/พื้นที่ Best practice อวล. (4 จังหวัด)/โรงแรม /สถานีขนส่ง (บขส.สถานีรถไฟและสนามบิน) /สถานีบริการเชื้อเพลิง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
จนท.สาธารณสุข ประชาชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาววาทินี จันทร์เจริญ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. นางปิยนันท์ ชีคกี้ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวนิติยาภรณ์ ศรีชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางปิยนันท์ ชีคกี้

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววาทินี จันทร์เจริญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 16

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำและการขับเคลื่อนงานในสถานการณ์โควิด-19 ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 51 ) 15.1 ยกระดับมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในสถานประกอบการประเภทสถานที่จำหน่ายอาหาร
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการท่องเที่ยว

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ๒๐ ปี กำหนดให้คนไทยมีอายุคาดเฉลี่ยสุขภาพดี ๘๕ ปี แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าคนไทยมีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีเพิ่มขึ้นจาก ๖๕.๔ ปี ในเพศชาย และ ๗๑.๔ ปี ในเพศหญิง ใน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็น ๖๘.๕ ปี ในเพศชาย และ ๗๔.๒ ปี ในเพศหญิง ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยเพศหญิงมีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีมากกว่าเพศชาย ซึ่งโรคติดต่อสำคัญที่เป็นปัญหาระดับประเทศและเป็นปัญหาลำดับแรกของเขตบริการสุขภาพที่ ๗ คือ โรคอุจจาระร่วง และโรคอาหารเป็นพิษ มีข้อมูลอัตราการเกิดโรคอุจจาระร่วงของประเทศ ณ เดือน กรกฎาคม ๒๕๖๔ พบว่า เขตสุขภาพที่ ๗ มีผู้ป่วยสูงเป็นลำดับสามของประเทศที่มีอัตราป่วยที่ ๑,๑๘๙.๗ ต่อประชากรแสนคน โดยจังหวัดมหาสารคามมีผู้ป่วยสูงเป็นลำดับ 3 ของประเทศ พบอัตราป่วย ๑,๖๑๗.๖๘ ต่อประชากรแสนคน ส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ พบว่ามีอัตราป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงต่อประชากรแสนคนเท่ากับ ๑,๒๙๗.๖๗, ๑,๒๖๖.๐๒ และ ๖๗๐.๓๔ ตามลำดับ นอกจากนี้เขตสุขภาพที่ ๗ มีอุบัติการณ์ผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ ข้อมูลสะสมจากวันที่ ๑ มกราคม-๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๔ ที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือจังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีค่า ๑๘๖.๑๒ ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ มีอัตราป่วย ๑๔๓.๐๔, ๙๙.๕๙ และ ๗๐.๕๑ ต่อประชากรแสนคนตามลำดับ โดยมีกลุ่มอายุที่พบสูงสุด คือ กลุ่มอายุ ๐-๔ ปี ที่มีอัตราป่วยเท่ากับ ๒๔๔.๖๕ ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือกลุ่มอายุ ๕-๙ ปี และ ๖๕ ปี ขึ้นไป มีอัตราป่วย ๒๓๐.๓๔ และ ๑๙๗.๘๑ ต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ โดยพบว่าสาเหตุการเกิดนั้นเกิดจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว ปรสิตและหนอน พยาธิในลำไส้ จากการรับประทานอาหาร และน้ำไม่สะอาด การไม่ล้างมือให้สะอาดก่อนการเตรียมหรือปรุงอาหาร และภาชนะบรรจุอาหารสกปรกมีเชื้อโรคปะปน และพบว่าเกิดอุบัติการณ์ของโรคโคโรนาไวรัส 2019 ในสถานที่จำหน่ายอาหารที่มีหลักฐานพยานยืนยันการติดเชื้อชัดเจน ๔ แห่ง เกิดในตลาดสด ๓ แห่ง และตลาดค้าส่ง ๒ แห่ง การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ดูแลและคุ้มครองสุขภาพประชาชนตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.๒๕๓๕ ที่มีเจตนารมณ์ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัย ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ที่เอื้อต่อการส่งเสริมการสุขภาพดี แต่มีข้อมูลที่พบว่าท้องถิ่นมีสาเหตุปัญหาในระดับพื้นที่ด้านการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค จะพบว่ายังขาดการควบคุมกำกับติดตาม การบริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้าน ตามที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารจัดการประปาหมู่บ้าน พ.ศ.๒๕๔๘ กำหนดไว้ ในประเด็นด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ พบว่าโรงเรียนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ยังมีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรื่องสุขาภิบาลอาหาร การจัดการส้วมและการส่งเสริมพฤติกรรมการล้างมือ ยังมีข้อมูลการจัดการที่ไม่ดีพอ ที่จะส่งเสริมให้เกิดสุขอนามัยที่ดีแก่นักเรียน นอกจากนี้ยังพบว่าผลการตรวจเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำของหน่วยตรวจสอบอาหารปลอดภัยเขตสุขภาพที่ ๗ ยังพบว่า ตัวอย่างอาหารและน้ำที่ได้จากการเก็บตัวอย่างในพื้นที่ ยังมีการปนเปื้อนเกือบร้อยละ ๓๐ แม้ว่าที่ผ่านมามีการดำเนินงาน Clean Food Good Taste สำหรับร้านอาหาร แผงลอยจำหน่ายอาหาร ตลาดสด ตลาดนัด และอาหารริมบาทวิถี แต่ยังขาดการติดตามเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารที่ต่อเนื่อง และจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ทางรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากแผนตัวชี้วัด ๑๔๐y๑ ให้ข้ามไปถึง Level๒ ในประเด็นส่งเสริมมิติทางเศรษฐกิจที่ต้องควบคู่ไปกับมิติด้านสุขภาพ จนเกิดรูปแบบการบริโภคอาหารถนนคนเดิน หรือ Street Food ซึ่งเป็นที่นิยมในการเป็นแหล่งซื้ออาหารเพื่อรับประทานนอกบ้านของประชาชนคนไทยในหลายพื้นที่ โดยในพื้นที่เขตสุขภาพที่ ๗ ณ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๔ มีถนนอาหารที่ได้รับมาตรฐาน ๕ แห่ง จากที่มีการดำเนินงานถนนอาหาร กว่า ๒๐ แห่ง ด้านคุณภาพน้ำบริโภคนั้น จากผลการสำรวจข้อมูลและสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำบริโภคในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ จำนวน ๑๐๐ ตัวอย่างพบว่า ร้อยละ ๗๒ ไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำบริโภคของกรมอนามัย พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยไม่ผ่านด้านกายภาพ ๔๕ ตัวอย่าง เคมี ๒๒ ตัวอย่าง แบคทีเรีย ๕๕ ตัวอย่าง ซึ่งศูนย์อนามัยที่ ๗ มีระบบประปาที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบรวมทั้งสิ้น ๑,๒๒๐ แห่ง แต่มีระบบประปาหมู่บ้าน จำนวน ๓๐ แห่งที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานของกรมอนามัย นอกจากนี้เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากการดำเนินงานองค์การบริหารส่วนตำบลจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อท้องถิ่นชุมชนน่าอยู่ และการออกประเมินมาตรฐานคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม ในเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล รวม ๙๖ แห่ง ในด้านอัตรากำลัง พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยส่วนใหญ่ขาดบุคลากรที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุขและอนามัยสิ่งแวดล้อมโดยตรง และยังขาดความรอบรู้ในการบังคับใช้กฎหมาย ในการตรวจเพื่ออนุญาต และติดตามด้านสุขลักษณะที่ยังมีการออกตรวจติดตามด้วยแบบตรวจสามตอนยังได้รับการตรวจปฏิบัติที่น้อยมาก เนื่องจากทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสบปัญหาการรับมือการระบาดของโรคโควิด ๑๙ ในพื้นที่ ในขณะที่โรงเรียนที่เป็นพื้นที่โครงการพระราชดำรินั้น พบว่าผู้ดูแลระบบประปาและภาคีเครือข่ายพื้นที่โรงเรียนในโครงการพระราชดำริยังขาดการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น โดยยุทธศาสตร์สุขาภิบาลอาหารและน้ำ จึงได้จัดทำโครงการโครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำและการขับเคลื่อนงานในสถานการณ์โควิด-19 ปีงบประมาณ 2565 เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ ๗ ให้มีการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อรับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำระบบประปาหมู่บ้าน ให้ผู้มีหน้าที่ดูแลระบบประปาหมู่บ้าน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรรมการประปาหมู่บ้าน ในพื้นที่เป้าหมาย ๒๔ หมู่บ้านมีความรู้ในขั้นตอนการผลิตน้ำที่ได้ตามเกณฑ์และมีผลการทดสอบคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์ของกรมอนามัย 24 หมู่บ้าน ๕.๒ เพื่อพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการโรงเรียนในพระราชดำริ โครงการเฉลิมพระเกียรติ ด้านสุขาภิบาลอาหารและสุขาภิบาลน้ำ ตลอดจนการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่นๆที่จะส่งเสริมสุขภาพของนักเรียนในโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ ทั้ง ๓ โรงเรียน ๕.๓ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำในสถานประกอบการประเภทสถานที่ จำหน่ายอาหาร ให้เป็นสถานที่มีสุขลักษณะตามมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมให้คนทุกกลุ่มวัยมีสุขอนามัยที่ดี และสามารถดำรงชีวิตให้ปลอดภัยในกระแสอุบัติการณ์ของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวร้ส (โควิด19) ในพื้นที่ Street Food ๔ แห่ง Healthy Market ๒๐ แห่ง ร้านอาหาร Clean Food Good Taste Plus ๒๐ แห่ง ตลาดสด ๑ แห่ง ตลาดค้าส่งต้นแบบ ๑ แห่ง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.น้ำบริโภคในโรงเรียนในโครงการพระราชดำริผ่านมาตรฐาน 40 ร้อยละ
2.มีโรงเรียน กพด.ต้นแบบการจัดการน้ำบริโภค 3 แห่ง
3.Street Food ผ่านมาตรฐานถนนอาหารริมบาทวิถี 4 แห่ง
4.Healthy Market ได้รับการเยี่ยมเสริมพลัง 20 แห่ง
5.ร้านอาหารผ่านมาตรฐาน Clean Food Good Taste Plus 20 แห่ง
6.ระบบประปาหมู่บ้านผ่านการรับรอง 24 แห่ง
7.อปท.มีการขับเคลื่อนการพัฒนาน้ำประปาหมู่บ้านได้มาตรฐาน 4 แห่ง
8.ตลาดค้าส่ง ตลาดสดต้นแบบ Covid Free Setting 2 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเพื่อการบริโภค 1) ประเมินสภาพแวดล้อมและสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำประปาหมู่บ้านในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลและวินิจฉัยสภาพปัญหาในการผลิตน้ำประปา กลุ่มเป้าหมาย อปท. จำนวน 4 แห่ง ระบบประปาหมู่บ้าน 24 แห่ง 2) จัดประชุมคืนข้อมูลและขับเคลื่อนการจัดการคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่แบบ Online ๓ จังหวัด Onsite ๑ จังหวัด ผู้เข้าประชุมเป็นผู้อำนวยการกองช่าง ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านแบบ On Site จำนวน ๓๐ คน ใช้เวลา ๑ วัน จัดที่ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น รวมกับประชุม On Line 3 ครั้ง โดยแพร่สัญญาณจากศูนย์อนามัยที่ ๗ ไปจังหวัดต่างๆมีกลุ่มเป้าหมายจังหวัดละ 30 คน 3) ออกเชิงรุกพบปะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อผลักดันการตั้งงบประมาณและกระตุ้นให้เกิดการแก้ไขปัญหาคุณภาพระบบประปาหมู่บ้านให้ผ่านมาตรฐาน กลุ่มเป้าหมาย อปท. จำนวน 4 แห่ง ระบบประปาหมู่บ้าน 24 แห่ง 4) จัดประชุมเยี่ยมติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจประเมินรับรองคุณภาพน้ำประปาแบบ Onsite ๑ จังหวัด Online ๓ จังหวัด 5) ตรวจประเมินรับรองคุณภาพระบบประปาหมู่บ้านสะอาดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพของกรมอนามัย กลุ่มเป้าหมาย อปท. จำนวน 4 แห่ง ระบบประปาหมู่บ้าน 24 แห่ง ๗.๒ โครงการพัฒนาและยกระดับระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ๑) พัฒนาองค์ความรู้และยกระดับการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ในร้านอาหารของโรงแรม วัด สถานที่ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นของเอกชนโดยผู้เข้าประชุมเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าของตลาดเอกชน เจ้าของกิจการร้านอาหาร แบบ On Line ในทุกจังหวัด จังหวัดล่ะไม่น้อยกว่า ๔๐ คน โดยแพร่สัญญาณจากศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น 2) ตรวจเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ สำรวจการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่นๆ 3) พัฒนาและยกระดับสถานประกอบการให้ได้มาตรฐานใน ตลาดนัดเพื่อสุขภาพ ถนนอาหาร ร้านจำหน่ายอาหาร ตลาดค้าส่ง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เป็นหลักในการขับเคลื่อน รวมทั้งเกิดการยกระดับการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนให้คนไทยสุขภาพดีและเกิดเป็น Covid Free Setting โดยใช้วิธีการดำเนินการจัดประชุมในพื้นที่ที่จะยกระดับ ดำเนินการสำรวจ พัฒนาแก้ไข นำเข้าเทคโนโลยีสู่เป้าหมาย โดยศูนย์อนามัยออกติดตามเยี่ยมจนดำเนินการได้แล้วเสร็จ มีพิธีการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์โดยใช้การเปิดตลาดค้าส่งต้นแบบ Covid Free Setting เพื่อสร้างเป็นต้นแบบของเขตสุขภาพที่ 7 ๗.๓ โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๑) สำรวจสถานการณ์การจัดการด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำทางภาคสนามของโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ (โรงเรียน กพด.) 3 แห่ง ๒) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อคืนข้อมูลและกำหนดแนวทางในการจัดการคุณภาพด้านอาหารและน้ำของโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ ผู้เข้าประชุมเป็นครูผู้ดูแลด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำของโรงเรียน สพฐ.ต้นสังกัด เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำนักเรียนและแกนนำหมู่บ้าน รวม ๓๐ คน ๑ วัน ที่ห้องประชุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ๓) เยี่ยมติดตามความก้าวหน้าในการจัดการคุณภาพด้านอาหารและน้ำบริโภคตามแนวทางที่กำหนด ๔) สุ่มตัวอย่างน้ำบริโภคของโรงเรียนส่งทดสอบทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 6 ตัวอย่าง และเฝ้าระวังคุณภาพด้านกายภาพของสุขาภิบาลโรงอาหาร เก็บตัวอย่างอาหาร ภาชนะและมือทดสอบการปนเปื้อนของโคลิฟอร์มแบคทีเรีย 5) สร้างการเรียนรู้ร่วมกันในสถานการณ์จริงของพื้นที่เป้าหมาย โดยการสื่อสารข้อมูลการดำเนินการจัดการคุณภาพน้ำในกลุ่มไลน์พัฒนาคุณภาพน้ำ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนที่สามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรค หรือเสริมศักยภาพของผู้ดูแลด้านการจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่เป้าหมาย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.2จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อคืนข้อมูลและขับเคลื่อนการจัดการคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ (Online และ Onsite) 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 6,900.00
2 1.4จัดประชุมเยี่ยมติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมก่าอนการตรวจประเมินรับรองคุณภาพน้ำประปาแบบ (Onsite และ Online) 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 5,700.00
3 2.2ประชุมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลาดในการพัฒนาสู่การเป็นต้นแบบ Free Covid Setting and Smart Digital Market 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 9,750.00
4 2.6รณรงค์วันล้างมือโลกต้านโควิด-19 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 3,710.00
5 3.2จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคืนข้อมูลและกำหนดแนวทางในการควบคุมคุณภาพด้านสุขาภิบาลอาหารและการจัดการน้ำบริโภค 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 7,940.00
6 3.1สำรวจสถานการณ์การจัดการคุณภาพด้านสุขาภิบาลอาหารและการจัดการน้ำบริโภคของโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ 3 แห่ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 2,240.00
7 3.3เยี่ยมติดตามความก้าวหน้าในการจัดการคุณภาพด้านอาหารและน้ำบริโภคตาม แนวทางที่ก้าหนด 3 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 2,240.00
8 3.4สุ่มตัวอย่างคุณภาพน้ำบริโภคของโรงเรียนส่งทดสอบทาง ห้องปฏิบัติการและเฝ้าระวังคุณภาพด้านสุขาภิบาลอาหาร 3 แห่ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 2,840.00
9 1.1ประเมินสภาพแวดล้อมและสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำประปาหมู่บ้านในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลและวินิจฉัยสภาพปัญหาในการผลิตน้ำประปา 4 แห่ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 19,940.00
10 1.5ตรวจประเมินรับรองคุณภาพระบบประปาหมู่บ้านสะอาดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพของกรมอนามัย 4 จังหวัด 1 พ.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 15,300.00
11 2.1จัดประชุมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการในการยกระดับสถานประกอบการจำหน่ายอาหาร (ออนไลน์) จังหวัดละ 1 ครั้ง รวม 4 ครั้ง 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 4,800.00
12 2.3เยี่ยมติดตามเสริมพลังผู้ประกอบการตลาดในการพัฒนาสู่ต้นแบบ Free Covid Setting 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 2,880.00
13 2.4เพิ่มทักษะด้านการใช้ Digital Platform TSC+/TST/CFGT Plus ในผู้เป็นเจ้าของกิจการ (On Line) 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 4,800.00
14 2.5ประเมินติดตามผลการดำเนินงานการพัฒนาและยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ พร้อมตรวจเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารและน้ำในเป้าหมาย 4 จังหวัด 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 20,680.00
15 1.3ออกเชิงรุกพบปะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อผลักดันการตั้งงบประมาณและกระตุ้นให้เกิดการแก้ไขปัญหาคุณภาพระบบประปาหมู่บ้านให้ผ่านมาตรฐาน 24 แห่ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 10,280.00
รวมเป็นเงิน 120,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
120,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
11.1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด /สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น/โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลชุมชน/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/โรงพยาบาลสังกัดเอกชน 11.2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีฐานะเป็นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลขนาดสามัญพิเศษ และองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดสามัญ 11.3 พื้นที่ที่มีการดำเนินการ Street Food/Green and Healthy Market 11.4 หมู่บ้านที่เป็นเป้าหมายการเก็บตัวอย่างน้ำประปา 11.5 สถานที่จำหน่ายอาหาร โรงอาหาร ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 11.6 ร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของรัฐ และเอกชน 11.7 โรงเรียนในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ในอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 3 โรง 11.8 หน่วยงานราชการอื่นๆที่ดูแลเป้าหมายหรือมีภารกิจเกี่ยวข้องในมิติสุขภาพและมิติเศรษฐกิจ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาววาทินี จันทร์เจริญ หัวหน้ากลุ่ม พัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม 2.นายสุวิศิษฎ์ ช่างทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3.นางสาววาสนา คณะวาปี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายสุวิศิษฎ์ ช่างทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววาทินี จันทร์เจริญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 17

1. ชื่อโครงการ :
โครงการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 62 ) 18.1 ยกระดับมาตรฐานการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับมาตรฐานการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจที่พบใหม่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มโคโรนาไวรัส (Corona Virus) พบผู้ป่วยครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ของประเทศจีนในวันที่ 8 ธันวาคม 2019 จึงเรียกว่าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อมาองค์การอนามัยโลกได้ให้ชื่อใหม่เป็น COVID-19 หรือ โควิด-19 ซึ่งผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการตั้งแต่ระดับความรุนแรงน้อย ได้แก่ คัดจมูก เจ็บคอ ไอ และมีไข้ ในบางรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการปอดอักเสบหรือหายใจลำบากร่วมด้วย ซึ่งหากรุนแรงมากอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้โดยติดต่อผ่านทางละอองฝอย ที่มีเชื้อไวรัสโคโรนา จากการไอ หรือจามรดกัน แล้วหายใจเอาเชื้อเข้าสู่ปอด รวมไปถึงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ โดยที่มือสัมผัสกับน้ำมูกน้ำลายหรือสัมผัส สิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เช่น ธนบัตร โทรศัพท์ กลอนประตูสิ่งของต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกจำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิงชาวจีนอายุ 61 ปี ในวันที่ 8 มกราคม 2562 และมีการพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนสิงหาคม 2564 มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 20,000ราย/วัน และจากข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อของกรมควบคุมโรครายงานการพบผู้ติดเชื้อ ณ วันที่ 1 กันยายน 2564 พบว่า ทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อ 215,844,454 ราย เสียชีวิต 4,493,899 ราย และในประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อจำนวน 1,213,954 คน เสียชีวิต 11,841 คน (กรมควบคุมโรค, 2564) ซึ่งคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ลำดับที่ 14 จากการพบผู้ป่วยจำนวนมากส่งผลให้สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับที่มีอยู่เกิดสภาพการแออัดจนเกิดความไม่เพียงพอและเกินขีดความสามารถในการให้บริการในสถานพยาบาล ทำให้ต้องมีการจัดเตรียมโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอยของชุมชน (Community Isolation) และบ้านพักผู้ติดเชื้อ (Home Isolation) ที่จัดตั้งและดูแลโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน่วยงานสาธารณสุขและองค์กรอื่นในชุมชน โดยได้รับอนุญาตผ่านคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดสำหรับให้บริการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยของชุมชน จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมหลายประการ ได้แก่ ในสถานบริการสาธารณสุข ศูนย์พักคอย Hospitel โรงพยาบาลสนาม พบปัญหาการจัดการขยะติดเชื้อที่มีจำนวนมากขึ้นจากข้อมูลปริมาณมูลฝอยติดเชื้อของปี 2563 พบว่า มีปริมาณมูลฝอยติดเชื้อเกิดขึ้นประมาณ 47,962 และได้รับการจัดการอย่างถูกต้องประมาณ 47,440 ตัน คิดเป็นร้อยละ 98.91 และในปี พ.ศ. 2564 คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก ทั้งจากภาคการสาธารณสุข ครัวเรือนและชุมชนที่จัดตั้งเป็น Community Isolation และ Home Isolation ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 ตันต่อวัน หรือประมาณ 30 เท่าเมื่อเทียบจากปี 2563 นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูล การจัดหาน้ำดื่มนำใช้ที่สะอาดและเพียงพอ การสุขาภิบาลอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน กรมอนามัยจึงได้กำหนดมาตรการควบคุมป้องกันในสถานประกอบการ ตลาดร้านอาหาร ในรูปแบบของการประเมินตนเองโดยใช้ Platform Thai Stop COVID Plus Platform Clean Food Good Taste การประเมินพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนโดยใช้แบบสำรวจพฤติกรรมAnamai Poll การประเมินความเสี่ยงของตนเอง ของสถานประกอบการโดยใช้ Platform Thai Save Thai เป็นต้น รวมทั้งกำหนดมาตรการสำหรับสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อเพื่อเตรียมเปิดเมืองต้อนรับการกระตุ้นทางเศรษฐกิจและสังคม จากความสำคัญดังกล่าว ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้จัดทำโครงการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเตรียมความพร้อมของทีมปฏิบัติการด้านภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัย ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2. เพื่อสร้างความตระหนักและผลักดันให้สถานประกอบการใน Setting ที่รับผิดชอบดำเนินการตามมาตรการป้องกันโควิด-19 (COVID Free Setting) โดยการประเมินตนเอง 3. เพื่อสร้างความรอบรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน แบบ Universal Prevention ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 4. เพื่อสร้างเครือข่ายการดำเนินงานและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์โควิด-19 5. เพื่อให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการบริหารจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ของโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย ระดับตำบล แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สถานประกอบกิจการใน Setting ที่รับผิดชอบมีการดำเนินการตามมาตรการ COVID Free Setting เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 85 ร้อยละ
2.ทีมปฏิบัติการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามหลักสูตรที่ กรมอนามัยกำหนด 1 กลุ่ม
3.ประชาชนที่มีพฤติกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่พึงประสงค์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 85 ร้อยละ
4.มีผลการศึกษาระบบการบริหารจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ของโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย ระดับตำบล ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.สถานประกอบกิจการใน Setting ที่รับผิดชอบดำเนินการตามมาตรการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 2.จัดทีมปฏิบัติการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามหลักสูตรที่ กรมอนามัยกำหนด 3.ประชาชนที่มีพฤติกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่พึงประสงค์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 4.ศึกษาระบบบริหารจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย (Community Isolation) ระดับตำบล ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการบริหารจัดการระบบอนามัยสิ่งแวดในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 1 ครั้ง 1 ก.ย. 2565 - 30 ก.ย. 2565 65,980.00
2 เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์เปิดเมือง Khon KAEN COVID Free Setting for MICE City 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 1,750.00
3 ออกเก็บข้อมูลในพื้นที่เป้าหมาย 4 จังหวัด 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 20,700.00
4 จัดกิจกรรมรณรงค์เปิดเมือง Khon KAEN COVID Free Setting for MICE City 100 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 29,420.00
รวมเป็นเงิน 117,850.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
117,850.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. สถานประกอบการในSetting ที่รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ 2. หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย 3. โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ผู้ประกอบการในสถานประกอบการ ชมรม สมาคมธุรกิจ 2. บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชน และภาคีเครือข่าย 3. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และแกนนำชุมชน ประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ผู้ประกอบการในสถานประกอบการ ชมรม สมาคมธุรกิจ 2. บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชน และภาคีเครือข่าย 3. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และแกนนำชุมชน ประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาววาทินี จันทร์เจริญ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นายสุวิศิษฎ์ ช่างทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางปิยนันท์ ชีคกี้ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวปิยมาภรณ์ ดวงมนตรี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายสุวิศิษฎ์ ช่างทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววาทินี จันทร์เจริญ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 18

1. ชื่อโครงการ :
โครงการ การขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ พัฒนาสถานบริการสาธารณสุขให้เป็นต้นแบบองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ พ.ศ.2565

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
ส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ (HL)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 64 ) 19.2 พัฒนาสถานบริการสาธารณสุข สถานศึกษา สถานประกอบการ เป็นองค์กรต้นแบบรอบรู้ด้านสุขภาพ HLO
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัย ได้มีการทบทวนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ ตามแผนแม่บทประเด็นที่ 13 การสร้างเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี คนไทยมีสุขภาวะที่ดีขึ้นและมีความเป็นอยู่ดีเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้กรมอนามัยเป็นเจ้าภาพหลัก แผนแม่บทย่อยที่ 13.1 การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะและการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะ ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาวะ สามารถดูแลสุขภาพที่พึงประสงค์และสามารถป้องกัน และลดโรคที่สามารถป้องกันได้ เกิดเป็นสังคมบ่มเพาะจิตสำนึก การมีสุขภาพดีสูงขึ้น โดยใช้กลยุทธ์ PIRAB ซึ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ให้คนในสังคมร่วมกันพัฒนาฐานรากของชุมชน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสุขภาพได้ด้วยตนเอง ลดความเสี่ยง เพิ่มปัจจัยปกป้อง เพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพ สร้างชุมชน ท้องถิ่นและองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ขยายวงอย่างกว้างขวาง สู่สังคมรอบรู้สุขภาพ (Health Literate Societies) และผลักดันทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ (Health in All Policy) ปี 2561 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้มีการดำเนินงานการขับเคลื่อนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ขึ้น จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด : โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ต.สีแก้ว จังหวัดกาฬสินธุ์ : โรงพยาบาลท่าคันโท จังหวัดมหาสารคาม : โรงเรียนวังยาววิทยายน อ.โกสุมพิสัย ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าว พบว่าเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กร เช่น มีการพัฒนาสื่อต่างๆ ช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงาน เป็นต้น ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ปี 2565 จึงได้จัดทำโครงการ การขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ พัฒนาสถานบริการสาธารณสุขให้เป็นต้นแบบองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อ ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมดำเนินการยกระดับสถานบริการสาธารณสุขจากองค์กรริเริ่มการขับเคลื่อนให้เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ เมื่อปี 2561 เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (ต้นแบบ HLO) ในปี 2565

8. วัตถุประสงค์ :
1.ส่งเสริม สนับสนุน ให้องค์กรมีนโยบายและมาตรการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะและการป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่คุกคาม สุขภาวะ 2.พัฒนาหน่วยบริการสถานบริการสาธารณสุขให้เป็นองค์กรต้นแบบ HLO 3.ประเมินประสิทธิผลของกิจกรรม/โครงการ/แผนงาน ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในเขตพื้นที่สุขภาพที่ 7 4.เพื่อติดตามการดำเนินงานการขับเคลื่อนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีหน่วยบริการสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 7 เป็นองค์กรต้นแบบรอบรู้ด้านสุขภาพ HLO 4 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : หน่วยบริการสาธารณสุขที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย สามารถดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาได้ ร้อยละ 100 100 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.จัดทำโครงการ เสนอผู้บริหารเพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการ 2.จัดประชุมชี้แจง การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ปี 2565 การดำเนินงานเพื่อบูรณาการงานตามกลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 คณะกรรมการขับเคลื่อนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 3.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมชี้แจง นโยบายแนวทางการพัฒนาหน่วยบริการสาธารณสุขให้เป็นองค์กรต้นแบบ HLO ผ่านระบบออนไลน์ 4.สนับสนุนพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาหน่วยบริการสาธารณสุขให้เป็นองค์กรต้นแบบ HLO โดยใช้มาตรฐาน/คู่มือ พัฒนาเป็น HLO หลักสูตรการพัฒนานักปรับพฤติกรรมมืออาชีพ 5.แลกเปลี่ยนเรียนรู้และติดตามการพัฒนาหน่วยบริการสาธารณสุขให้เป็นองค์กรต้นแบบ HLO ณ ห้องประชุมศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ผ่านระบบออนไลน์ 6.เชิดชูเกียรติสถานบริการต้นแบบ HLO ในเวทีการตรวจราชการของเขตสุขภาพที่ 7 7.สรุปประเมินผลการดำเนินโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจง นโยบายแนวทางการพัฒนาหน่วยบริการสาธารณสุขให้เป็นองค์กรต้นแบบ HLO ผ่านระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 525.00
2 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และติดตามการพัฒนาหน่วยบริการสาธารณสุขให้เป็นองค์กรต้นแบบ HLO 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 700.00
3 รวมเป็นเกียรติในการเชิดชูเกียรติสถานบริการต้นแบบ HLO ในเวทีการตรวจราชการของเขตสุขภาพที่ 7 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 8,775.00
4 สนับสนุนพื้นที่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาหน่วยบริการสาธารณสุขให้เป็นองค์กรต้นแบบ HLO โดยใช้มาตรฐาน/คู่มือพัฒนาเป็น HLO หลักสูตรการพัฒนานักปรับพฤติกรรมมืออาชีพ 4 แห่ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 40,000.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
50,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดขอนแก่น : โรงพยาบาลขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด : โรงพยาบาลร้อยเอ็ด และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ต.สีแก้ว จังหวัดกาฬสินธุ์ : โรงพยาบาลท่าคันโท

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่จาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 4 แห่ง เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เข้าร่วมพัฒนาองค์กรรอบรู้ด้านสุขาภาพปี 2561 จำนวน 6 แห่ง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตสุขภาพที่ 7 ประชาชน ผู้รับบริการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาววนิดา อุตตรนคร ตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2.นายไพบูรณ์ จัตกุล ตำแหน่ง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ 3.น.ส.จันทิยา เนติวิภัชธรรม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4.น.ส.ประทุม โพธิจินดา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5.คณะทำงานพัฒนาองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวประทุม โพธิจินดา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาววนิดา อุตตรนคร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 19

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนนโยบาย กรมอนามัย สู่การปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 93 ) 26.2 พัฒนาและขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติราชการสู่การปฏิบัติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัยองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดยุทธศาสตร์ 4 Excellence ภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ที่เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ของประเทศ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมสุขภาพและความป้องกันโรคเป็นเลิศ (Prevention & Promotion Excellence) พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยทุกกลุ่มวัย การป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ความปลอดภัย ด้านอาหารและลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 2 ระบบบริการเป็นเลิศ (Service Excellence) ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วยทุกระดับ ยุทธศาสตร์ที่ 3 บุคลากรเป็นเลิศ (People Excellence) การวางแผนความต้องการอัตรา กำลังคนการผลิตและพัฒนากาลังคน การพัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการกำลังคน การพัฒนาเครือข่าย ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมด้านสุขภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการเป็นเลิศ (Governance Excellence) ระบบข้อมูล สารสนเทศด้านสุขภาพ ระบบหลักประกันสุขภาพ ความมั่นคงด้านยาและเวชภัณฑ์ และการคุ้มครอบผู้บริโภค ระบบธรรมาภิบาล โดยมีการบริหารจัดการร่วมกันของหน่วยงานสาธารณสุขส่วนภูมิภาค ในรูปแบบเขตสุขภาพ แบ่งเป็น 13 เขต ซึ่งในส่วนของกรมอนามัยได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ มีหน้าที่หลักเป็นผู้กำกับ และควบคุมดูแล (Regulator) กรมอนามัยไดกําหนด วิสัยทัศน พันธกิจ และวัฒนธรรมองคกร โดยการมีสวนรวมของผูบริหาร นักวิชาการ และบุคลากร กรมอนามัย และมีกลไกในการจัดทํารายละเอียดของแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบสงเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดลอมฯ ในรูปแบบของคณะจัดทําแผนยุทธศาสตรการพัฒนาระบบสงเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดลอมฯ คณะกรรมการขับเคลื่อนการบริหารการเปลี่ยนแปลงดานวิชาการและพัฒนาองคความรู้ (กลุมสตรีและเด็กปฐมวัย, กลุมวัยเรียน, กลุมวัยรุน, กลุมวัยทํางาน, กลุมวัยสูงอายุและกลุมอนามัยสิ่งแวดลอม) และคณะกรรมการสนับสนุนการบริหารการเปลี่ยนแปลง 3 กลุม (กลุม 1 คณะกรรมการยุทธศาสตรกําลังคน (HR Strategy), กลุม 2 คณะกรรมการบูรณาการ จัดการความรูขอมูลและการเฝาระวัง (KM & IT Surveillance) และกลุม 3 คณะกรรมการ การคลังและงบประมาณ (FIN) เพื่อวางยุทธศาสตร (Strategic Development) โดยกําหนด ประเด็นยุทธศาสตรหรือประเด็นหลักที่ตองคํานึงถึง/พัฒนา/หรือมุงเนน มีเปาประสงคเชิงยุทธศาสตร ตัวชี้วัดและเปาหมายรองรับ รวมถึงกลยุทธและมาตรการที่จะสงผลใหกรมอนามัยบรรลุวิสัยทัศน นอกจากนี้ ยังแปลงแผนยุทธศาสตรสูการปฏิบัติ ผ่านการสื่อสารและถ่ายทอด (Strategic Communication and Translation) ใหหนวยงานจัดทําแผนปฏิบัติการ บริหารความเสี่ยง แผนงาน/โครงการสําคัญ ถายทอดตัวชี้วัดและเปาหมายสูระดับบุคคล ตลอดจนกําหนดแนวทางการกํากับติดตามและประเมินผลอยางเปนระบบ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นหน่วยงานในสังกัดของกรมอนามัยที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค จึงต้องปรับบทบาทการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายกรมอนามัยและรับผิดชอบเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคามและร้อยเอ็ด งานยุทธศาสตร์ มีบทบาทหน้าที่ 1) วิเคราะห์นโยบายกระทรวง กรมอนามัย ปัญหาของพื้นที่ เพื่อจัดทำแผนของหน่วยงาน 2) กำหนดกรอบแนวทางการจัดทำแผนงาน งบประมาณ ให้สอดคล้องกับนโยบายเป้าหมายองค์กร 3) ร่วมปฏิบัติการและบูรณาการแผนของศูนย์ฯ 4) ประสานและชี้แจงการทำงานกับภาคีเครือข่ายของศูนย์ฯ ได้แก่ เขตสุขภาพ, สสจ., อปท.,ฯลฯ 5) จัดระบบการกำกับ ติดตามการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการของหน่วยงาน และพัฒนาศักยภาพการวิจัยแก่บุคลากรของศูนย์ฯ ทุกระดับ ดังนั้นเพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนให้การดำเนินงานของศูนย์ฯสอดคล้องกับนโยบายของกรมอนามัยและบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพจึงได้จัดทำ โครงการบริหารยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนนโยบาย กรมอนามัยสู่การปฏิบัติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อสนับสนุนการดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ แผนคำของบประมาณ ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นและประสานชี้แจงการทำงานกับภาคีเครือข่าย 2. เพื่อถ่ายทอดนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และเป้าหมายการดำเนินงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ทุกระดับได้รับฟังการชี้แจงนโยบาย กรมอนามัย และของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ไม่น้อยกว่า 85 ร้อยละ
2.มีการบูรณาการแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กับภาคีเครือข่าย ศูนย์วิชาการในเขตสุขภาพที่ 7 1 ครั้ง
3.มีการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 แก่พื้นที่ 4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 7 1 ครั้ง
4.มีแผนยุทธศาสตร์ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปี 2566-2570 1 ฉบับ
5.ได้เอกสารคำของบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1 ฉบับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้เข้าร่วมประชุมฯ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ในแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ทุกระดับได้รับฟังการชี้แจงนโยบาย กรมอนามัย และของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1 ครั้ง
3.เชิงคุณภาพ : ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในการจัดประชุม ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง
4.เชิงเวลา : ร้อยละ 80 ของกิจกรรมที่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 6 งาน

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่ภาคีเครือข่ายของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น (Online) ณ ห้องประชุมศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น โดยจัด 1 วัน ในรูปแบบ Online โดยจัดประชุมที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 35 คน จัด 1 วัน 2.ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น พบบุคลากรทุกระดับเพื่อชี้แจงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 (Online ทุกเดือน/เดือนละครั้ง) 3.จัดประชุม จัดทำแผนยุทธศาสตร์ ปี งบประมาณ พ.ศ.2566-2570 และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ศูนย์อนามัย ที 7 ขอนแก่น โดยจัดประชุมที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นกลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 80 คน จัด 2 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน 4.จัดประชุมชี้แจงการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ณ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นโดยจัดประชุมที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นกลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จำนวน 80 คน จัดครึ่งวันบ่าย 5.จัดประชุมเพื่อนำเสนอแผนงาน/โครงการ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 (บูรณาการร่วมกับการนำเสนอผลการดำเนินงานรอบ 9 หรือ 12 เดือน) 6.จัดทำคำของบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำคำของบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 3,480.00
2 จัดประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-2570 และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ศูนย์อนามัย ที 7 ขอนแก่น 2 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 161,870.00
3 ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแกภ่าคีเครือข่ายของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น (Online) 40 คน 7 ต.ค. 2564 - 8 ต.ค. 2564 7,600.00
4 จัดประชุมชี้แจงการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 80 คน 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 2,800.00
รวมเป็นเงิน 175,750.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
175,750.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
7 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นและพื้นที่ในเขตสุขภาพที่ 7

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 และ บุคลากรในเขตสุขภาพที่ 7

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสุจิรา ขวาแซ้น หัวหน้ากลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน 2. นางอารุณลักษณ์ คงยัง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางศิวพร ขุมหิรัญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอารุณลักษณ์ คงยัง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิรา ขวาแซ้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 20

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการระบบสารสนเทศและติดตามประเมินผล ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
ข้อมูลจัดการความรู้และเฝ้าระวัง(KISS)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 81 ) 22.1 พัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลกลางกรมอนามัย (DoH Data Center) และระบบ DoH Dashboard
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเฝ้าระวังสุขภาพ และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในการขับเคลื่อนงานสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ทำงานตอบสนองนโยบายและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ช่วยในการสนับสนุนการดำเนินการบริหารจัดการคือข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง ทันสมัย และตรงต่อความต้องการของผู้ใช้งาน ข้อมูลที่ดีจะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจ การวางแผนการดำเนินงานที่ถูกต้อง และทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ นอกจากการมีข้อมูลสารสนเทศที่ดีแล้ว การติดตามประเมินผลการดำเนินงานก็เป็นกระบวนการหนึ่งที่มีส่วนให้การทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งกระบวนการติดตามประเมินผล จะทำให้ทราบความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานและสามารถประเมินความสำเร็จของงาน ทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงอันจะนําไปสู่การดําเนินการแก้ไขปรับปรุงร่วมกันให้บรรลุเป้าหมาย นอกจากการมีข้อมูลสารสนเทศที่ดี ระบบติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพแล้ว ส่งผลให้บรรลุเป้าหมาย “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน”

8. วัตถุประสงค์ :
1.พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของศูนย์ฯให้มีประสิทธิภาพพร้อมใช้งาน 2.เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 3.กระตุ้นให้การดำเนินงานของศูนย์ฯ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น มีระบบข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ 1 ระบบ
2.ผลการดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่นบรรลุเป้าหมายที่กำหนด 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.วิเคราะห์ความต้องการใช้งานข้อมูลภายในศูนย์ ฯ และผู้เกี่ยวข้อง และปรับปรุงพัฒนาระบบข้อมูลให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน 2.ปรับปรุงระบบข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและพร้อมใช้งานเสมอ 3.จัดประชุมเพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินงานศูนย์ฯ พร้อมวิเคราะห์ประเมินผลการดำเนินงานโครงการ 4.สรุปและประเมินผลการดำเนินงานทุกเดือน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 รับการนิเทศจากกรมอนามัย 2 ครั้ง 2 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 91,230.00
2 จัดทำคู่มือ กพร. 30 เล่ม 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 3,000.00
3 จัดประชุมติดตามผลการดำเนินงานศูนย์ฯ รอบ 9 เดือนหรือ 12 เดือน 80 คน 1 มิ.ย. 2565 - 31 ส.ค. 2565 482,890.00
รวมเป็นเงิน 577,120.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
577,120.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น / เขตสุขภาพที่ 7 / สถานที่เอกชน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสาวกันยารัตน์ สมบัติธีระ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 2.นางสาวนภาพร หานะพันธ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวกันยารัตน์ สมบัติธีระ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิรา ขวาแซ้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 21

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 77 ) 21.1 ยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลกรมอนามัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สืบเนื่องจากการปฏิรูประบบราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. 2551 ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามมาตรา 72 บัญญัติให้ส่วนราชการมีหน้าที่เพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อให้ข้าราชการมีคุณธรรมจริยธรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดีและกำลังใจในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของหน่วยงานและมีคำกล่าวไว้ว่า “การพัฒนาองค์กรคือการพัฒนาคน” (Organization Development is Human Resource Development) ภารกิจขององค์กรจะบรรลุได้นั้น ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในองค์กร กล่าวคือ การพัฒนาบุคลากร จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในเชิงพฤติกรรม จากการขาดความรู้ให้กลายเป็นมีความรู้เพิ่มขึ้น จากการขาดทักษะความเชี่ยวชาญให้กลายเป็นมีความเชี่ยวชาญ จากการขาดความเข้าใจให้กลายเป็นมีความเข้าใจ และจากทัศนคติในเชิงลบหรือไม่ดีให้กลายเป็นทัศนคติเชิงบวกหรือดีกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้บุคลากรเกิดความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติที่ดีสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข และมีแรงจูงใจผลักดันภารกิจให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกได้ประสบปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 (COVID- 19) จึงทำให้รัฐบาลต้องกำหนดมาตรการต่าง เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงวิธีการปฏิบัติงานยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Mormal) ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวด้วยการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ อย่างมีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2565 ขึ้น เพื่อพัฒนาขีดสมรรถนะของบุคลากร ให้มีคุณภาพ ทั้งด้านความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการทำงาน รวมถึงการปฏิบัติงานยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) อันจะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรศูนย์อนามัย ที่ 7 ขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง 2. เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานแก่บุคลากร 3. เพื่อพัฒนาสมรรถนะเตรียมความพร้อมบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สู่ตำแหน่งที่สำคัญ 4. เพื่อให้บุคลากรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จัดอบรมฟื้นฟูความรู้แก่บุคลากรศูนย์ฯ 4 เรื่อง
2.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "การพยาบาล IC" 1 คน
3.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "การพยาบาลเฉพาะทางเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรม" 1 คน
4.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "ข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (HiPPS)" 1 คน
5.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร “การพยาบาลผู้สูงอายุ” 1 คน
6.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร “การพยาบาลเฉพาะทางสูติศาสตร์/วิกฤตทารกแรกเกิด” 2 คน
7.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "การบริหารยุทธศาสตร์" 2 คน
8.พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "การเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณ" (เฉพาะข้าราชการ) 4 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรที่เข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนาฯ ครบตามเวลากำหนดไม่น้อยกว่า 80 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับการพัฒนาขีดสมรรถนะ 80 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : ผู้เข้าประชุม/อบรม/สัมมนามีความพึงพอใจต่อกระบวนการจัดประชุม/อบรม/สัมมนา โดยรวม ในระดับมาก – มากที่สุด ไม่น้อยกว่า 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "พยาบาลควบคุมโรคการติดเชื้อในโรงพยาบาล (IC)" 1 คน 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 50,000.00
2 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "การพยาบาลเฉพาะทางเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรม" 1 คน 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 30,000.00
3 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร การพยาบาลผู้สูงอายุ 1 คน 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 40,000.00
4 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "การบริหารยุทธศาสตร์" 2 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 70,000.00
5 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร "ข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (HiPPS)" 2 คน 1 ก.พ. 2565 - 31 ส.ค. 2565 60,000.00
6 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตร การพยาบาลเฉพาะทางสูติศาสตร์/วิกฤตทารกแรกเกิด 2 คน 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 90,000.00
7 พัฒนาขีดสมรรถนะเฉพาะทาง หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณ 4 คน 1 ก.พ. 2565 - 31 ส.ค. 2565 80,000.00
8 พัฒนาสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งที่สำคัญ (หลักสูตร ผบต. ผบก.และ นบส.) 5 คน 1 เม.ย. 2565 - 31 ส.ค. 2565 341,920.00
9 ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการพัฒนาบุคลิกภาพและการบริการที่เป็นเลิศ 100 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 33,400.00
10 ประชุมวิชาการ : อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน 100 คน 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 5,300.00
11 อบรมฟื้นฟูความรู้การป้องกันอัคคีภัย 200 คน 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 14,200.00
12 อบรม Digital Literacy (On site,Online) 200 คน 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 52,400.00
รวมเป็นเงิน 867,220.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
867,220.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :

19. ผู้เสนอโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 22

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมพัฒนาวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรม ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
23) จำนวนงานวิจัย หรือ ผลงานวิชาการ หรือ นวัตกรรมที่ดำเนินการได้อย่างน้อง 1 เรื่องในรอบปี
24) จำนวนงานวิจัย หรือ ผลงานวิชาการ หรือ นวัตกรรมที่ผ่านมาถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างน้อง 1 เรื่องในรอบปี

4. cluster :
สำนักคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 89 ) 24.1 พัฒนาระบบและกลไกการขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการสร้างและพัฒนางานวิจัยองค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการบริการส่งเสริมสุขภาพ การจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพถือเป็นภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของกรมอนามัยในการเป็นผู้อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประชาชนคนไทย การวิจัยถือเป็นภารกิจหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และพัฒนาองค์ความรู้ในทุกๆ ด้าน โดยในปัจจุบันโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตใหม่ (New normal) ของประชาชนในสังคม ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และการที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตมีมากขึ้น ส่งผลให้บุคลากรกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จะต้องมีการปรับปรุงแนวทาง กระบวนการทำงาน และพัฒนาองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีอยู่ในสังคม และเพื่อให้บรรลุตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย การนำแนวทางมาสู่การปฏิบัติเพื่อการพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ มีความรอบด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย เป็นการพัฒนาวิธีคิด และวิธีการทำงานให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีบทบาทในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการปรับระบบการบริหาร จัดการกระบวนการให้เท่าทันสถานการณ์ และปัญหาสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้กลไกลการจัดการความรู้ การพัฒนาการเรียนรู้ และระบบข้อมูลสารสนเทศที่ดี และมีประสิทธิภาพ โดยมีอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย และภาคส่วนหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนางานวิชาการและการวิจัยด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (กรมอนามัย, 2564) ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น โดยงานส่งเสริมการวิจัย กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน เป็นผู้รับผิดชอบหลักในหน่วยงาน ได้ดำเนินในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีศักยภาพด้านการวิจัย วิชาการและนวัตกรรมรองรับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่เกิดขึ้น โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมจากทุกหน่วย เช่น คณะกรรมการพัฒนาวิชาการ คณะกรรมการจัดการความรู้ และคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอนามัย ภายในศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ส่งผลให้มีระบบสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านพัฒนาความรู้ สร้างความเข้าใจ เพื่อการบริหารจัดการการพัฒนาวิชาการและงานวิจัย วิชาการและนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจากการสนับสนุนการดำเนินงานที่ผ่านมา ส่งผลให้บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น มีความสามารถในการผลิตผลงานการวิจัยได้สำเร็จ สามารถนำไปสู่การเผยแพร่ผลงานวิจัยทั้งในเวทีภายใน และภายนอกศูนย์ฯ มาโดยตลอดปีงบประมาณ ทำให้ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2564 ที่งานส่งเสริมการวิจัยได้ให้การสนับสนุนบุคลากรได้พัฒนางานวิชาการและงานวิจัยอย่างต่อเนื่องทั้งการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้อย่างสม่ำเสมอ มีเวทีการให้คำปรึกษาทางงานวิจัย การพัฒนาวารสารวิชาการของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ นานาชาติ และการแต่งตั้งที่ปรึกษางานวิจัยใช้รูปแบบ Coaching พี่ช่วยน้อง ส่งผลให้บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สามารถผลิตผลงานเสร็จสิ้นตามเป้าหมายมาโดยตลอด มีผลงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรม และการจัดการความรู้ ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นและเผยแพร่อย่างหลากหลายทั้ง ๕ กลุ่มวัย ทันตสาธารณสุข และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ดังนั้น งานส่งเสริมการวิจัยกลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน จึงจัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรม ปีงบประมาณ 2565 เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรศูนย์ฯ ผลิตผลงานวิจัยด้านส่งเสริมสุขภาพ ทันตสาธารณสุข และอนามัยสิ่งแวดล้อม ภายในเขตสุขภาพที่ 7 ให้มีคุณภาพ และเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตามหลักการทางวิชาการและยึดหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ตรงตามวิสัยทัศน์ ศูนย์อนามัยที่ 7 มุ่งสู่การอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาผลงานวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพ ทันตสาธารณสุข และอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อบริหารจัดการให้ผลงานวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพ ทันตสาธารณสุข และอนามัยสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 3. เพื่อควบคุมมาตรฐานการพัฒนาผลงานวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพ ทันตสาธารณสุข และอนามัยสิ่งแวดล้อมตามกรอบจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ 4. เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาผลงานวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพ ทันตสาธารณสุข และอนามัยสิ่งแวดล้อม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น มีผลงานวิชาการ/งานวิจัย และนวัตกรรมที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น หรือเว็บไซต์วารสารวิชาการอื่น ๆ 10 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้เข้าร่วมการประชุม/ อบรม/ พัฒนา 10 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : จำนวนผลงานวิจัยที่แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2565 5 เรื่อง
3.เชิงปริมาณ : จำนวนผลงานวิชาการ/งานวิจัย และนวัตกรรมได้รับการคัดเลือก หรือเพื่อเผยแพร่ในเวทีระดับกรมอนามัย กระทรวง 5 เรื่อง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.บริหารจัดการข้อมูล DM & KM ด้านส่งเสริมสุขภาพ ทันตสาธารณสุข และอนามัยสิ่งแวดล้อมของเจ้าหน้าที่ใน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1) ชี้แจงการดำเนินงาน DM & KM แก่ เจ้าหน้าที่ใน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ผ่านช่องทางออนไลน์ 2) เผยแพร่ผลงานในฐานข้อมูล Thaijo ให้เป็นปัจจุบัน 3) จัดเก็บ เผยแพร่ นำเสนอข้อมูลผลงานวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรม ผ่านเว็บไซต์หน่วยงาน เว็บไซต์วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2. ส่งเสริมการจัดทำผลงานวิชาการ/งานวิจัย/ นวัตกรรม 1) ประชุมร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนวิชาการกรมอนามัย และประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ ศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น 2) จัดกิจกรรมคลินิกพัฒนางานวิจัย วารสาร การให้คำปรึกษา และขับเคลื่อนงานวิจัยจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน 3) สนับสนุนบุคลากรในเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม ทั้งระดับกรม กระทรวง 3 วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1) พัฒนาวารสารศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น เพื่อมุ่งสู่การประเมินคุณภาพวารสารวิชาการให้อยู่ในฐานข้อมูล Thaijo, และฐาน TCI ในอีก 2 ปีข้างหน้า 2) จัดพิมพ์วารสารศูนย์ฯ ปีที่ 14 จำนวน 2 ฉบับ 3) กำกับดูแลความต่อเนื่องในการเป็นสมาชิกวารสารในฐาน Thaijo 4 จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 1) ประชุมพิจารณารับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Full board) 2) จัดกิจกรรมอบรมจริยธรรมการวิจัยและรับใบรับรองแบบออนไลน์/ การศึกษาด้วยตนเอง 5 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ด้านการพัฒนางานวิจัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 1) สร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรในด้านการผลิตผลงานวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม 2) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานเพื่อคัดเลือกงานวิจัยดีเด่นของศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 3) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนบุคลากรนำเสนอผลงานและร่วมประชุมเวทีวิชาการ กรมอนามัย และกระทรวงสาธารณสุข 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 7,000.00
2 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ด้านการพัฒนางานวิจัยและคัดเลือกผลงานวิจัยดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 109,400.00
3 จัดส่งบุคลากรพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย 2 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 16,240.00
4 ประชุมพิจารณาจริยธรรมการวิจัย Fullboard 3 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 ส.ค. 2565 5,700.00
5 จัดกิจกรรมคลินิกพัฒนางานวิจัย 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565 20,080.00
6 จัดทำวารสารศูนย์ฯ ปีที่ 14 200 ฉบับ 1 ก.พ. 2565 - 31 ส.ค. 2565 71,100.00
รวมเป็นเงิน 229,520.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
229,520.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2.คณะกรรมการพัฒนาวิชาการ คณะกรรมการจัดการความรู้ และคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมอนามัย 3.บุคลากรภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ทบทวนวารสาร 4.ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นายอธิวัฒน์ บุตรดาบุตร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ(รักษาการในตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ) 2. นางสาวประภัสสรา พิศวงปราการ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 3.นางพรพรรณ นามตะ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ 4.นายธเนศ นนท์ศรีราช ตำแหน่ง ผู้ช่วยนักวิจัย

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายอธิวัฒน์ บุตรดาบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิรา ขวาแซ้น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 23

1. ชื่อโครงการ :
โครงการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ พัฒนาสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก(ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์)

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อการบริหารจัดการขั้นต่ำตามสิทธิอย่างมีประสิทธภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการขั้นต่ำตามสิทธิอย่างมีประสิทธภาพ 1 แห่ง
2.จำนวนบุคลากรของศูนย์อนามัยได้รับค่าตอบแทนแพทย์ไม่ทำเวชฯ 12 เดือน
3.จำนวนบุคลากรของศูนย์อนามัยได้รับค่าตอบแทน พตส 12 เดือน
4. จำนวนบุคลากรที่ได้รับสมทบประกันสังคมพนักงานราชการ 12 เดือน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าตอบแทนแพทย์ไม่ทำเวชฯ 12 เดือน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 900,000.00
2 ค่าตอบแทน พตส. 12 เดือน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 3,210,000.00
3 สมทบประกันสังคมพนักงานราชการ 12 เดือน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 126,000.00
รวมเป็นเงิน 4,236,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
4,236,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางลักขณา ถาปาบุตร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางลักขณา ถาปาบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางอภิสรา หอมหวล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายชาตรี เมธธาธราธิป

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
ลำดับที่ : 24

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารจัดการของหน่วยงาน

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 92 ) 26.1 พัฒนาและขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการภาครัฐ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัยองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
บริหารจัดการของหน่วยงาน

8. วัตถุประสงค์ :
บริหารจัดการของหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธภาพ 12 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ค่าใช้จ่ายสำหรับบริหารจัดการของหน่วยงาน