หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาอนามัยสตรีและเด็กปฐมวัย เพื่อลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย สูงดีสมส่วนและพัฒนาการสมวัย ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา พศ.2565 M1

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคน
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 10 ) 2.2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2563-2565) ฉบับปรับปรุง กรมอนามัยได้กำหนดประเด็นยุทธศาตร์การส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย ตั้งครรภ์คุณภาพ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย 2.เด็กอายุ 0-5 ปี มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย) มีเป้าประสงค์ในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ 1. อัตราส่วนการตายมารดาไทยไม่เกิน 17ต่อแสนการเกิดมีชีพ 2.ร้อยละ 85 ของเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย 3. ร้อยละ 64ของเด็กอายุ 0-5ปี สูงดีสมส่วน 4. เด็กอายุ 5 ปี มีส่วนสูงเฉลี่ยแยกตามเพศชาย113 / หญิง112(ซม.) 5. ร้อยละ 75 ของเด็กอายุ 3 ปี นี้กรมอนามัย ได้กำหนดโครงการและกิจกรรมสำคัญเพื่อให้บรรลุตามเป้าประสงค์ดังกล่าว ได้แก่ การขับเคลื่อนการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ,ส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต , ขับเคลื่อน พรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560, ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่, การขับเคลื่อนการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติและการสร้าง Health Literacy เป็นต้น ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ได้มีการดำเนินงานตามโครงการและกิจกรรมสำคัญดังกล่าวข้างต้น ในเขตนครชัยบุรินทร์ และได้มีการจัดทำฐานข้อมูลด้านอนามัยแม่และเด็ก การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการจัดการครรภ์เสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น สำหรับสถานการณ์อัตราการตายมารดา ย้อนหลัง 5 ปี ระหว่างปี 2560-2564 อยู่ที่ 3.38, 12.7, 17.1, 22.22 และ 21.60 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน ตามลำดับ โดยสาเหตุการตายส่วนใหญ่ มาจาก Indirect cause คือ การไม่ปฏิบัติตามตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด ศักยภาพของผู้ให้บริการ การเจ็บป่วยด้วยโรคอายุรกรรม หรือการขาดการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ในส่วนของข้อมูลการฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ พบว่ามีการดำเนินงานสูงถึง ร้อยละ 83.1 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ส่วนหญิงหลังคลอดได้รับการดูแลครบ 3 ครั้งตามเกณฑ์พบร้อยละ 72.27 หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางดีขึ้นร้อยละ 13.54 อย่างไรก็ตามยังพบว่าได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีนต่ำกว่าเกณฑ์ สำหรับการดำเนินงานพัฒนาการเด็กปฐมวัยนั้น ในปี 2561 ได้มีการนำคู่มือ DSPM มาใช้ในการตรวจคัดกรองพัฒนาการเด็ก ซึ่งพบว่ามีความครอบคลุมเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลปี 2560-2564 พบว่า การคัดกรองพัฒนาการเด็ก 4 ช่วงอายุ ได้แก่ อายุ 9, 18, 30 และ 42 เดือน ครอบคลุมเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ 84.73, 84.76, 89.25, 89.13 และ 91.66 ตามลำดับ และจากข้อมูลการคัดกรองภาวะโภชนาการ ในปี 2561- 2564 พบว่า เด็กอายุ 0-5 ปี มีรูปร่างสูงดีสมส่วน ร้อยละ 50.11, 56.04, 64.75 และ 61.53 ด้านพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 82.55, 82.11, 87.22, 87.23 และ 89.17 (ข้อมูลจาก HDC ณ 26 ก.ค.2564) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมาย โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก ประสบผลสำเร็จมาจากการดำเนินงานในรูปคณะกรรมการเขตหรือ MCH Node ที่มีการบูรณาการงานร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนางานและแก้ไขปัญหาร่วมกัน นอกจากนี้การขับเคลื่อนงานตามโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต เป็นอีกกิจกรรมสำคัญที่สามารถดึงศักยภาพของท้องถิ่น ชุมชน บุคลากรในพื้นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กได้อย่างครอบคลุม อย่างไรก็ตามจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าสถานการณ์อนามัยแม่และเด็กยังมีบางประเด็นที่ต้อง ส่งเสริม สนับสนุน ดำเนินงานและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการเกิดและเติบโตคุณภาพ ดังนั้น กลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสตรีและเด็กปฐมวัย เพื่อแม่เกิดรอดลูกปลอดภัย โดยพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขทั้งในและนอกองค์กร พัฒนาคุณภาพระบบฐานข้อมูล ระบบบริการสถานบริการสาธารณสุขตามเกณฑ์มาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก การส่งเสริม สนับสนุนความร่วมมือและการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ครอบครัวตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความสำเร็จการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก ในการช่วยเหลือ ดูแลสุขภาพอนามัยมารดา ทารก และเด็กปฐมวัยให้มีสุขภาพดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อขับเคลื่อนงานอนามัยสตรีและเด็กปฐมวัยลงสู่ผู้ปฏิบัติงาน 2 เพื่อพัฒนาระบบข้อมูล เฝ้าระวัง และติดตามงานอนามัยสตรีและเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง 3 เพื่อประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน ชุมชน 4 เพื่อพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กใน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รพช, รพท, รพศ, สสจ, และสถานพัฒนาการปฐมวัยแห่งชาติ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus อำเภอละ 1 ตำบล 400 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : ระบบการเฝ้าระวังการจัดการครรภ์เสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ 1 รูปแบบ
3.เชิงปริมาณ : รูปแบบการดำเนินงาน Preconceptual clinic ระดับเขต 1 รูปแบบ
4.เชิงปริมาณ : ผู้อำนวยการเล่น (PLAY WORKER) อย่างน้อยตำบลละ 1 คน 400 แห่ง
5.เชิงปริมาณ : รูปแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติต้นแบบในเขตสุขภาพที่ 9 1 รูปแบบ
6.เชิงคุณภาพ : ระบบการติดตาม รายงานเฝ้าระวังเชิงรุก พ.ร.บ.นมผง 1 ระบบ
7.เชิงคุณภาพ : ผลกระทบการติดเชื้อโควิดในหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่ 9 1 ฉบับ
8.เชิงคุณภาพ : ระบบการติดตามเด็กที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า 1 ระบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
กิจกรรมที่ 1 ส่งสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ 1.1 พัฒนาระบบการคัดกรองและการจัดการความเสี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ การดูหญิงตั้งครรภ์ที่มีโรคทางอายุรกรรมและจัดทำระบบรายงาน 1.2 ผลิตสื่อการดูแลหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด เด็กทารกแรกเกิดและเด็กปฐมวัยเพื่อห่างไกล covid-19 1.3 ขับเคลื่อนการดูแลหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด ตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กและเครือข่ายสุขภาพระดับจังหวัด และการใช้ Health Digital Platform/ Pink book online 1.4 นิเทศ ตรวจราชการปีละ 2 ครั้งและสรุปรายงานคืนข้อมูลให้พื้นที่ กิจกรรมที่ 2 มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 2.1 ขับเคลื่อนตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต บูรณาการกับเครือข่ายระดับท้องถิ่น สนับสนุนติดตามและต่อยอดตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 2.2 เยี่ยมเสริมพลังพื้นที่ดำเนินงานโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันPLUS 2.2 พัฒนาและยกระดับคุณภาพพื้นที่ Best Practice ด้านการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก กิจกรรมที่ 3 ขับเคลื่อน พ.ร.บ.ควบคุมการส่วเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก 3.1 พัฒนาศักยภาพบุคลากร พนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มีความรู้เรื่อง พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด- 19 3.2 เฝ้าระวังเชิงรุก พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 3.3 เลี้ยงงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการ กิจกรรมที่ 4 ส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็ก 2-6 ปี 4.1 ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ (สพด. 4D ) สู่ “สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยคุณภาพ” 4.2 พัฒนาระบบติดตามเด็กที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า เขตสุขภาพที่ 9 4.3 ถอดบทเรียนการดำเนินงานการเพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วยคู่มือ DSPM และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้พื้นที่ต้นแบบ “ เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” ภายใต้ Concept 3F ( family free Fun )

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ชี้แจงแผนการดำเนินงาน กลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ปี 2565 ผ่านระบบ Zoom 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 2,250.00
2 ประชุมขับเคลื่อนการจัดทำแนวทาง Preconception care ระดับเขตสุขภาพ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 9,500.00
3 รณรงค์การเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตรอย่างไรให้ปลอดภัยในสถานการณ์การโควิด 19 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 14,500.00
4 ผลิตสื่อเพื่อสร้างความรอบรู้เพื่ออนามัยสตรีและเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 50,000.00
5 ขับเคลื่อนตำบลมหัศจรรย์ 1,000วันแรกของชีวิต แบบบูรณาการกับเครือข่าย ระดับท้องถิ่น ภายใต้กิจกรรม กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน (ตำบลต้นแบบ อำเภอละ 1ตำบล) 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 59,800.00
6 ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด – 19 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 63,800.00
7 ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการและประชาสัมพันธ์การขนส่งนมแม่ฟรี 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 23,800.00
8 พัฒนาศักยภาพทักษะผู้อำนวยการเล่น (PLAY WORKER) พื้นที่ สพด.4D “สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยคุณภาพ”ให้แก่ครู ผู้ดูแลเด็ก ใน สพด. 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 16,400.00
9 ติดตามการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 9,600.00
10 จัดประชุมMorbility &Motarity Conferrence MCHB Board ระดับเขตและสืบสวนสาเหตุการตายมารดา 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 11,750.00
11 ติดตามผลกระทบการติดเชื้อโควิดในหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย เขตสุขภาพที่ 9 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 เม.ย. 2565 29,850.00
12 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเยี่ยมเสริมพลังพื้นที่ดำเนินงานโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันPLUS 2 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 22,680.00
13 พัฒนาศักยภาพบุคลากร พนักงานเจ้าหน้าที่ ทักษะให้มีความรู้เรื่องพ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสาหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 10,830.00
14 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินการเพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วย คู่มือ DSPM แก่บุคลากรที่ดูแลเด็กปฐมวัยในพื้นที่ 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 เม.ย. 2565 26,300.00
15 จัดประชุม คณะกรรมการธาลัสซีเมียและดาวน์ซินโดรมระดับเขตผ่านระบบออนไลน์ 3 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 18,140.00
16 ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านอนามัยแม่และเด็กระดับเขต เพื่อส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพผ่านระบบออนไลน์ 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 17,190.00
รวมเป็นเงิน 386,390.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
386,390.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และชัยภูมิ 2. รพสต./รพช./รพท./รพศ.ในเขตสุขภาพที่ 9 3. ตำบล/อำเภอในเครือข่ายบริการสุขภาพที่ 9 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม.และประชาชน 5. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ในเขตสุขภาพที่ 9

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 2. เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ละชัยภูมิ 3. เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม.และประชาชน 4. เจ้าหน้าที่รพสต.รพช.รพท.รพศ.ในเขตสุขภาพที่ 9 5. เจ้าหน้าที่ระทรวงมหาดไทย ศึกษาธิการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม.และประชาชนตำบล/อำเภอในเครือข่ายบริการสุขภาพที่ 9 2. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และชัยภูมิ 3. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย/สถานประกอบกิจการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางชัชฎา ประจุดทะเก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวอัญชลี ภูมิจันทึก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสาวประดับ ศรีหมื่นไวย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางดวงใจ ไทยประทุม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวดวงพร วรแสน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6. นางสาวนิตย์ติญา ดวงใจ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางชัชฎา ประจุดทะเก หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
1.แพทย์หญิงสายทิพย์ ตัน ที่ปรึกษากลุ่มงานพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก 2. นางสุจิตรา สุมนนอก รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนตามพระราชดำริ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา M2

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 4 ) 1.4 การควบคุมโรคและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ไอโอดีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องใช้เพื่อสร้างฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ มีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองและระบบประสาทของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ต่อเนื่องถึงปฐมวัย ซึ่งการได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอจะมีผลต่อระดับสติปัญญา ซึ่งประเทศไทยยังมีภาวะการขาดสารไอโอดีน จึงยังมีการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เพื่อขจัดโรคขาดสารไอโอดีนให้หมดไปจากประเทศไทยอย่างยั่งยืน และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนทุกกลุ่มวัย โดยกรมอนามัย ได้กำหนดแนวทางการการขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ปี 2560-2565 ไว้ทั้งหมด 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสู่ความยั่งยืน โดยการพัฒนาต่อยอดมาตรการเกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า สร้างเสริมความเข้มแข็งของชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนและสร้างเสริมพัฒนาเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนให้เกิดความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคขาดสารไอโอดีน โดยการวิเคราะห์สถานการณ์การผลิต การกระจายและความครอบคลุมของการใช้เกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพในระดับครัวเรือนตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ระดับไอโอดีนในปัสสาวะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการขาดสารไอโอดีนและเฝ้าระวังติดตามการจ่ายยาและการกินยาเม็ดเสริมไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร 6 เดือน ยุทธศาสตร์ที่ 3 การประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงสังคม โดยการสื่อสารทุกช่องทาง เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักถึงผลเสียของโรคขาดสารไอโอดีน และยุทธศาสตร์ที่ 4 การศึกษาวิจัยเพื่อการพัฒนา โดยการศึกษาแนวทางทางในการแก้ไขปัญหา อุปสรรคเฉพาะเรื่องในระดับพื้นที่ พัฒนาความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน เป็นต้น ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคขาดสารไอโอดีนในปัสสาวะในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และความครอบคลุมของการใช้เกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพในระดับครัวเรือน พบว่า ข้อมูลค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์และความครอบคลุมการใช้เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า (Universal Salt Iodization) ในเขตสุขภาพที่ 9 ยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 9 มีการดำเนินงานอย่างครอบคลุม ครบถ้วน จึงได้มีการจัดทำโครงการควบคุมและป้องกันโรคชาดสารไอโอดีนตามพระราชดำริ โดยบูรณาการตามยุทธศาสตร์การควบคุมและป้องกันโรคชาดสารไอโอดีน ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 9 ปลอดโรคขาดสารไอโอดีนอย่างยั่งยืน นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกกลุ่มวัย

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อขับเคลื่อนการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสู่ความยั่งยืน 2 เพื่อเฝ้าระวัง กำกับและติดตามการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอดีน 3 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้สื่อที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มวัยที่เหมาะสม 4 เพื่อสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารและเกลือเสริมไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เยี่ยมเสริมพลังชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน 2 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : รูปแบบการขับเคลื่อนงานไอโอดีนแบบบูรณาการ 1 รูปแบบ
3.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้ประกอบการที่ใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงประกอบอาหาร 1 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : ระบบข้อมูลการเผ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคขาดสารไอโอดีน 1 ระบบงาน
5.เชิงปริมาณ : การจัดกิจกรรมรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ 1 ครั้ง
6.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้ประกอบการที่ใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงประกอบอาหาร 1 แห่ง
7.เชิงคุณภาพ : รูปแบบชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนต้นแบบ 1 รูปแบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ส่งเสริมการใช้เกลือและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนในหญิงวัยเจริญพันธุ์/หญิงตั้งครรภ์/หญิงให้นมบุตรในพื้นที่ ดำเนินการโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกแห่งชีวิต 2 พัฒนาระบบข้อมูลเฝ้าระวังสถานการณ์โรคขาดสารไอโอดีน 3 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ จังหวัดละ 1 ครั้ง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 วิเคราะห์ตัวอย่างไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์โดยห้องปฏิบัติการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 39,200.00
2 ขับเคลื่อนชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนโดยการสื่อสารให้แกนนำชุมชน บุคลากรสาธารณสุข ประชาชน มาใช้แพลทฟอร์ม อนามัยโอโอดีน ให้มากขึ้นและการลงข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 5,000.00
3 จัดซื้อชุดตรวจไอคิด (I-Kit) สำหรับเฝ้าระวังคุณภาพเกลือ เสริมไอโอดีนในครัวเรือน 1 ชุด 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 90,000.00
4 ผลิตสื่อรณรงค์ส่งเสริมการใช้เกลือและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนใน ร้านอาหารหาบเร่แผงลอย ฟ้คทรัคโฮมเมด 1 ชุด 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,000.00
5 ดำเนินการเก็บตัวอย่างปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ใน 4 จังหวัด 4 แห่ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 40,000.00
6 พัฒนายุทธศาสตร์ควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในเขตสุขภาพที่ 9 (R&D) 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 22,150.00
รวมเป็นเงิน 201,350.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
201,350.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ละชัยภูมิ 2. รพสต./รพช./รพท./รพศ.ในเขตสุขภาพที่ 9 3. ตำบล/อำเภอในเครือข่ายบริการสุขภาพที่ 9 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม.และประชาชน 5. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ในเขตสุขภาพที่ 9

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 2. เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ละชัยภูมิ 3. เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม.และประชาชน 4. เจ้าหน้าที่รพสต.รพช.รพท.รพศ.ในเขตสุขภาพที่ 9

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม.และประชาชนตำบล/อำเภอในเครือข่ายบริการสุขภาพที่ 9 2. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และชัยภูมิ 3. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย/สถานประกอบกิจการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางชัชฎา ประจุดทะเก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวอัญชลี ภูมิจันทึก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสาวประดับ ศรีหมื่นไวย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางดวงใจ ไทยประทุม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวนิตย์ติญา ดวงใจ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6. นางสาวดวงพร วรแสน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางชัชฎา ประจุดทะเก หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาอนนามัยแม่และเด็ก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
แพทยหญิงสายทิพย์ ตัน ที่ปรึกษากลุ่มงานพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก และ นางสุจิตรา สุมนนอก รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเด็กวัยเรียนเข้มแข็ง แข็งแรง และฉลาด ตามแนวชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล ปีงบประมาณ 2565 S_1

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 21 ) 6.1 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็ก วัยเรียนวัยรุ่นตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New normal)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัย ได้กำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย ในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น มีเป้าประสงค์เพื่อให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นเข้มแข็ง แข็งแรง และฉลาดตามแนววิถีชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล ปี 2565 โดยกำหนดตัวชี้วัดตามแผนยุทธศาสตร์กรมอนามัย เด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน ร้อยละ 66 และเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 71 ตามลำดับ จากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมาสถานการณ์สุขภาพเด็กวัยเรียน เขตสุขภาพที่ 9 ยังพบปัญหาสุขภาพด้านโภชนาการและการเจริญเติบโตของเด็กวัยเรียน จากรายงาน HDC กระทรวงสาธารณสุข ปี 2564 พบว่า เด็กอายุ 6-14 ปีสูงดีสมส่วนร้อยละ 54.4 (เป้าหมาย ร้อยละ 66) ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 10.5 (เป้าหมาย ไม่เกินร้อยละ 10) ภาวะผอมร้อยละ 4.1 (เป้าหมาย ไม่เกินร้อยละ 5) ภาวะเตี้ย ร้อยละ 13.3 (เป้าหมาย ไม่เกินร้อยละ 5) และเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 67.8 (เป้าหมาย ร้อยละ 70) ตามลำดับ จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของเด็กวัยเรียนยังไม่บรรลุตามเป้าหมายนั้นเกิดจากเด็กนักเรียนได้รับอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจึงทำให้การเจริญเติบโตช้าและผอม หากเด็กนักเรียนได้รับสารอาหารมากเกินความต้องการของร่างกายจะทำให้เกิดภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน และหากขาดอาหารเป็นเวลานานเรื้อรัง จะทำให้เด็กเตี้ย ส่งผลต่อการพัฒนาสมองโดยระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์ อีกทั้งเด็กที่มีภาวะเตี้ยมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเรื้อรังเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เช่นเดียวกับเด็กที่มีภาวะอ้วน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กวัยเรียน และการจัดสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพของเด็กนักเรียน การจะส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนให้มีภาวะโภชนาการที่ดีสูงดีสมส่วนจะต้องให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ การออกกำลังกาย กิจกรรมทางกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ รวมถึงการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ซึ่งต้องดำเนินการแบบบูรณาการ ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน และแก้ไขปัญหาร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมความรอบรู้ของเด็กวัยเรียนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 9 จึงได้จัดทำโครงการเด็กวัยเรียนเข้มแข็ง แข็งแรง และฉลาด ตามแนวชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล ปีงบประมาณ 2565 เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ของเด็กวัยเรียนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน เสริมสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้งเฝ้าระวังภาวะโภชนาการและอาหารในโรงเรียน เพื่อให้เด็กวัยเรียนเข้มแข็ง แข็งแรง เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และมีคุณภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่น มีทักษะสุขภาพ และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย การนอนหลับ และทันตสุขภาพตามแนววิถีชีวิตใหม่ 2. เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้พิทักษ์อนามัยนักเรียนในการเฝ้าระวังภัยคุกคามสุขภาพอย่างปลอดภัย สร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและโรงเรียน ในการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียน 3. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข การศึกษาและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน 4. เพื่อส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษและเพิ่มการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษ 5. เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลงานอนามัยโรงเรียน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.นักเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
2.นักเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ 50 ร้อยละ
3.รูปแบบการคัดกรอง/ส่งต่อ Obesity sign ในเด็กนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน 1 รูปแบบ
4.การคัดกรองและการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษ 50 ร้อยละ
5.โรงเรียนดำเนินงานผ่านมาตรฐานงานวัยเรียน (โรงเรียนส่งเสริมโภชนาการ โรงเรียนส่งเสริม สุขภาพระดับเพชร โครงงานสุขภาพนักเรียน โรงเรียนส่งเสริมด้านกิจกรรมทางกายเพื่อเด็กไทยสูงสมส่วน) 16 แห่ง
6.สื่อส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพเด็กวัยเรียนตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New Normal) 2 รูปแบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพพัฒนาก้าวสู่โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLS) 410 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียนและแกนนำสุขภาพนักเรียน 60 คน
3.เชิงปริมาณ : สื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนในวันดื่มนมโลก ประกวดและคัดเลือกนวัตกรรมเด็กวัยเรียนเข้มแข็ง แข็งแรง และฉลาด ตามแนวชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล 1 ครั้ง
4.เชิงคุณภาพ : เด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน 66 ร้อยละ
5.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมตามระยะเวลาที่กำหนดในแผนปฏิบัติการ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. กิจกรรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็ก วัยเรียนวัยรุ่นตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New normal) 1.1) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “มาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพฉบับใหม่ สู่โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพและการใช้โปรแกรมประเมินตนเองของโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ และ Sandbox Safety Zone in School ผ่านระบบ ออนไลน์ 1.2) ส่งเสริมความรอบรู้ โดยใช้ “สื่อการเรียนรู้การส่งเสริม (ชุดความรู้ NuPETHS) และวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียน ผ่านระบบ ออนไลน์ 1.3) สื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนในวันดื่มนมโลก ประกวดและคัดเลือกนวัตกรรมเด็กวัยเรียนเข้มแข็ง แข็งแรง และฉลาด ตามแนวชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล 1.4) ส่งเสริมความรอบรู้เปิดเรียนมั่นใจ ปลอดภัยไร้โควิด 19 ในโรงเรียน (Sandbox Safety Zone in School) 1.5) เยี่ยมติดตามมาตรการ TSC+ TST) และ Sandbox Safety Zone in School และเยี่ยมบูรณาการ ร่วมกับกระทรวงศึกษา 2. กิจกรรมยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนในยุคดิจิทัล 2.1) จัดประชุม “แนวทางการดำเนินงานระบบรายงานข้อมูลสุขภาพนักเรียนแฟ้มอนามัยโรงเรียน และ VISION 2020 ให้มีประสิทธิภาพ ประจำปีงบประมาณ 2565” 2.2) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการพัฒนางานวัยเรียน เขตสุขภาพที่ ๙ ปีงบประมาณ 2565 2.3) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพเพิ่มขีดความสามารถของภาคีเครือข่ายและชุมชน ในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ผ่านระบบ ออนไลน์ 2.4) จัดประชุม “พัฒนานวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่นในการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายตามแนววิถีชีวิตยุคใหม่ ผ่านระบบ ออนไลน์ 2.5) คัดเลือกโครงงานสุขภาพนักเรียนด้านส่งเสริมสุขภาพ และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2.6) คัดเลือกโรงเรียนต้นแบบด้านโภชนาการประจำปี 2565 2.7) เยี่ยมเสริมพลังโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ ที่ประเมินตนผ่านด้านกระบวนการ และ coaching แบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 3. กิจกรรมเสริมสร้างสมรรถนะ ผู้พิทักษ์อนามัยนักเรียนในการเฝ้าระวังภัยคุกคามสุขภาพอย่างปลอดภัย 3.1) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ“ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน ในการดูแล ช่วยเหลือ ป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพ นักเรียนภายใต้สถานการณ์ภัยโควิด-19 ในสถานศึกษาอย่างปลอดภัย” 3.2) คัดกรองภาวะสุขภาพโรงเรียนพระปริยัติธรรม และพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด 19 ผ่าน Google Form 4. กิจกรรมคัดกรองสุขภาพเด็กพิเศษและการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 4.1) ศักยภาพบุคลากรครูศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนเฉพาะความพิการด้านการส่งเสริมสุขภาพและตรวจคัดกรองสุขภาพเด็กพิเศษและสร้างความรอบรู้ผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพ 4.2) เยี่ยมเสริมพลังติดตามการดำเนินงานการตรวจคัดกรองสุขภาพเด็กพิเศษร่วมกับภาคีเครือข่ายศูนย์วิชาการและทันตสาธารณสุข 5. กิจกรรมผลิตสื่อเด็กวัยเรียนเข้มแข็ง แข็งแรง และฉลาด ตามแนวชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล 5.1) โล่และใบประกาศโครงงานสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โรงเรียนโภชนาการ ระดับเขต 5.2) ผลิตสื่อส่งเสริมความรอบรู้ตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ผ่านระบบออนไลน์ หรือ คลิปวีดีโอ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “มาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพฉบับใหม่ สู่โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพและการใช้โปรแกรมประเมินตนเองของโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ และ Sandbox Safety Zone in School ผ่านระบบ ออนไลน์ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 1,000.00
2 สื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนในวันดื่มนมโลก ประกวดและคัดเลือกนวัตกรรมเด็กวัยเรียนเข้มแข็ง แข็งแรง และฉลาด ตามแนวชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 24,400.00
3 ส่งเสริมความรอบรู้เปิดเรียนมั่นใจ ปลอดภัยไร้โควิด 19 ในโรงเรียน (Sandbox Safety Zone in School) 1 งาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 84,190.00
4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการพัฒนางานวัยเรียน เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ 2565 1 ฉบับ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 1,560.00
5 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพเพิ่มขีดความสามารถของภาคีเครือข่ายและชุมชน ในการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน โดยผ่านระบบ ออนไลน์ ” 1 รูปแบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 5,650.00
6 จัดจ้างทำโล่เชิดชูเกียรติ และใบประกาศพร้อมกรอบ 1 งาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 9,500.00
7 ผลิตสื่อส่งเสริมความรอบรู้ตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ผ่านระบบออนไลน์/คลิปวีดีโอ 2 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 7,000.00
8 เยี่ยมติดตามเสริมพลัง/ประเมินรับรอง/ตามมาตรฐานงานอนามัยโรงเรียน/โรงเรียน HPS Plus HL Sandbox Safety Zone in School โรงเรียนพระปริยัติ โรงเรียนพิเศษร่วมกับภาคีเครือข่ายศูนย์วิชาการสาธารณสุข และศึกษาธิการ 4 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 39,200.00
9 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการดำเนินงานระบบรายงานข้อมูลสุขภาพนักเรียนแฟ้มอนามัยโรงเรียน และ VISION 2020 ให้มีประสิทธิภาพ ประจำปีงบประมาณ 2565” 4 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 8,640.00
10 จัดประชุมคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบด้านโภชนาการประจำปี 2565 4 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 7,150.00
11 จัดประชุม “พัฒนานวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่นในการขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายตามแนววิถีชีวิตยุคใหม่ โดยผ่านระบบออนไลน์” 8 เรื่อง 1 ก.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 3,550.00
12 จัดประชุมคัดเลือกโครงงาน จำนวน 2 ครั้ง แบ่งเป็นด้านส่งเสริมสุขภาพ และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 8 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 8,500.00
13 จัดประชุมประสานความร่วมมือในระดับพื้นที่และพัฒนาศักยภาพบุคลากรครูศูนย์การศึกษาพิเศษและโรงเรียนเฉพาะความพิการด้านการส่งเสริมสุขภาพและตรวจคัดกรองสุขภาพเด็กพิเศษและสร้างความรอบรู้ผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพ แบบออนไลน์ 50 ร้อยละ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 9,350.00
14 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ“ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” ในการดูแล ช่วยเหลือ ป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพนักเรียนภายใต้สถานการณ์ภัยโควิด-19 ในสถานศึกษาอย่างปลอดภัย 60 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 73,000.00
15 ส่งเสริมความรอบรู้ โดยใช้ “สื่อการเรียนรู้การส่งเสริม (ชุดความรู้ NuPETHS) และวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียน ผ่านระบบออนไลน์ 410 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 25,000.00
รวมเป็นเงิน 307,690.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
307,690.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)ในเขตสุขภาพที่ 9 2. โรงเรียนในสังกัด สพป./สพม./กพด./โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน/โรงเรียนพระปริยัติธรรม/ การศึกษาตามอัธยาศัย/สถานพินิจ/โรงเรียนการศึกษาพิเศษ/โรงเรียนโสตศึกษา ในเขตสุขภาพที่ 9 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. เด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ผู้ปกครอง บุคลารกรในโรงเรียน และผู้นำชุมชน ในเขตสุขภาพที่ 9 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) ในเขตสุขภาพที่ 9 3. โรงเรียนในสังกัด สพป. /สพม. /กพด. /โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน/โรงเรียนพระปริยัติธรรม/ การศึกษาตามอัธยาศัย/สถานพินิจ/โรงเรียนการศึกษาพิเศษ/โรงเรียนโสตศึกษา ในเขตสุขภาพที่ 9 4. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เด็กวัยเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน โรงเรียน หน่วยงานสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวอัมพร สมพงษ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางอภิรดี ฟั่นเพ็ง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางศุภรัตน์ เลิศนิธิธรรมกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 4. นางอัญชลีพร อิษฎากร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางสาวกัลยาณี คำมุง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางทรงคูณ ศรีดวงโชติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายณัฐพล สุวัชรังกูร / นางสุจิตรา สุมนนอก

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมโภชนาการและอนามัยสิ่งแวดล้อมเด็กและเยาวชนในโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริฯปี 2565 S_2

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 2 ) 1.2 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงริเริ่มโครงการตามพระราชดำริในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 8 โครงการ คือ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ โครงการฝึกอาชีพ โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน โครงการส่งเสริมสหกรณ์ และโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็ก ซึ่งมีแนวทางการพัฒนาตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริฯ ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2560 – 2569) เป้าหมายของการพัฒนาเพื่อให้ เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างสมดุล ขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ จากการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริฯ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ พบว่าเด็กมีปัญหาอ้วนและเตี้ย ได้รับอาหารไม่เพียงพอเนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ครอบครัวไม่สามารถดูแลเด็กอย่างเต็มที่ เกิดปัญหาด้านสุขภาพโรงเรียนไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ เด็กต้องเรียนออนไลน์ที่บ้าน เด็กติดเกมส์ ขาดวินัย ควบคุมตัวเองไม่ได้ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม เช่น ชอบบริโภคอาหารจานด่วน ขนมหวาน เครื่องดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม ระหว่างมื้ออาหาร จากการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการของเด็กนักเรียนในโรงเรียน ตามโครงการพระราชดำริฯ เขตสุขภาพที่ 9 ในปีการศึกษา 2563 เด็กวัยเรียนมีภาวะสูงดีสมส่วน ร้อยละ 81.22 เตี้ยร้อยละ 2.82 อ้วนและเริ่มอ้วนร้อยละ 7.03 ผอมร้อยละ 3.84 และในปีการศึกษา 2564 พบว่าภาวะสูงดี สมส่วนร้อยละ 77.76 เตี้ยร้อยละ 8.12 อ้วนและเริ่มอ้วนร้อยละ 7.54 ผอมร้อยละ 10.55 ตามเกณฑ์ของ กรมอนามัย เด็กวัยเรียน 6-14 ปีมีภาวะอ้วนและเริ่มอ้วนไม่เกินร้อยละ 10 มีภาวะเตี้ยไม่เกินร้อยละ 5 (สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์,2559) จะพบว่าเด็กมีแนวโน้มสูงดีสมส่วนลดน้อยลง เกิดปัญหาอ้วนและเตี้ย สูงมากขึ้น จากปัญหาในพื้นที่การพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี การสร้างเสริมสุขภาพเด็กในโรงเรียนจึงมีความสำคัญมาก เพราะเด็กต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียนจึงจำเป็นต้องมีการสร้างเสริมสุขภาพควบคู่ ไปกับการศึกษา การมีสุขภาพดีสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่ผู้อื่นไม่สามารถหยิบยื่นให้ได้ จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องแสวงหาและสร้างเสริมให้เกิดกับตนเอง พร้อมทั้งสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้อื่นที่อยู่ใกล้ชิดได้ด้วยการปฏิบัติเป็นประจำจนเป็นสุขนิสัย การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพดีจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง การกระตุ้นปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีทางด้านสุขภาพแก่เพื่อนนักเรียนในโรงเรียนเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่เหมาะสม เอาใจใส่ตนเอง มีพลานามัยสมบูรณ์ รักความสะอาด ปราศจากโรค มีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตดี สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมาตระหนักและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ในโครงการตามพระราชดำริ ให้ได้รับการปลูกฝังพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเด็ก อันนำไปสู่ การพัฒนาครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมโภชนาการและอนามัยสิ่งแวดล้อมเด็กและเยาวชนในโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริฯปี 2565 ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพและให้แกนนำนักเรียนสามารถดูแลสุขภาพตนเองและสุขภาพเพื่อนนักเรียนในโรงเรียนและเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลความรู้และแนะนำไปสู่ครอบครัวและชุมชนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.3.1 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน ครู และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาด้านโภชนาการ การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน 1.3.2 เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไปมีความรอบรู้ในการดูแลสุขภาพของตนเอง 1.3.3 ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.แกนนำผู้พิทักษ์อนามัย่โรงเรียนที่ได้รับการส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพ 60 คน
2.นวัตกรรม/โครงงานด้านโภชนาการ การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยส่งแวดล้อม กิจกรรมทางกาย 6 เรื่อง
3.นักเรียน ครู และภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนโรงเรียนที่ได้รับการเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานในโรงเรียนกพด. 12 แห่ง
2.เชิงเวลา : กิจกรรมในโครงการสามารถดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดในแผนปฏิบัติการ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1พัฒนาศักยภาพแกนนำนักเรียนพัฒนาเป็นผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน 1.1 ชี้แจงนโยบายและแผนงานโครงการปี 2565 1.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำนักเรียนพัฒนาเป็นผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียนผ่านระบบออนไลน์ในเรื่องการคัดกรองสุขภาพ ภาวะโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดสิ่งแวดล้อม การดูแลสุขอนามัยช่องปาก การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในสถานศึกษา ตลาด ชุมชน 1.3 ประเมินความรอบรู้สุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ 1.4 ติดตามและประเมินผลผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน 1.5 จัดทำรายงานสรุปผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ 2. ค้นหานวัตกรรม/โครงงานการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กิจกรรมทางกาย ผ่านสื่อออนไลท์ 3. เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานในโรงเรียนกพด. 4.จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานเสนอผู้บริหารและส่วนที่เกี่ยวข้อง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพแกนนำนักเรียนพัฒนาเป็นผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 47,900.00
2 ค้นหานวัตกรรม/โครงงานการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กิจกรรมทางกาย ผ่านสื่อออนไลน์ 6 เรื่อง 1 ม.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 14,000.00
3 ติดตามประเมินผลเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานในโรงเรียนกพด. 12 แห่ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 38,100.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงเรียนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 12 แห่ง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.นักเรียน ครู บุคลากรในโรงเรียน ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 2.ผู้รับผิดชอบงานอนามัยเด็กวัยเรียนวัยรุ่น จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ และสุรินทร์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลชุมชน และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 3.กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 4.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. นักเรียน ครู บุคลากรในโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 2. ผู้รับผิดชอบงานอนามัยเด็กวัยเรียนวัยรุ่น จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ และสุรินทร์ , สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลชุมชน และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 3. กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 21 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ และ ภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 9

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวอัมพร สมพงษ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางอภิรดี ฟั่นเพ็ง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางสาวกัลยาณี คำมุง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 4. นางศุภรัตน์ เลิศนิธิธรรมกุล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางอัญชลีพร อิษฎากร ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางทรงคูณ ศรีดวงโชติ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุจิตรา สุมนนอก นายณัฐพล สุรัชรังกูร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการ ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ T_1

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
8) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน
9) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
10) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 25 ) 7.1 พัฒนาระบบและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
วัยรุ่น เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ทำให้วัยรุ่นต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น การใช้สารเสพติด ดื่มแอลกอฮอล์ ทะเลาะวิวาท ใช้ความรุนแรง ปัญหาโภชนาการ ทันตกรรม รวมถึงปัญหาการตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยและการแท้งที่ไม่ปลอดภัย จากสถานการณ์ของประเทศไทย พบว่า พ.ศ.2555 อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ15-19 ปี พันคน เท่ากับ 54.4 ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และลดลงเหลืออัตรา 25.80 ใน พ.ศ.2563 เขตสุขภาพที่ 9 พบอัตราการคลอดมีชีพ ในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี พันคน ตั้งแต่พ.ศ. 2555-2563 ในอัตรา 54.4 52.7 49.5 46.8 43.5 35.4 30.67 23.3 และ 25.8 ตามลำดับ ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าอัตราการคลอดในวัยรุ่น ของเขตสุขภาพที่ 9 มีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกันกับสถานการณ์ของประเทศ อัตราการคลอดมีชีพ ในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน ตั้งแต่ พ.ศ. 2555-2563 ในอัตรา 1.7 1.6 1.7 1.6 1.5 1.0 1.2 0.9 และ 1.0 ตามลำดับ พบว่าหญิงอายุ10-14 ปี มีแนวโน้มตั้งครรภ์ลดลง และการตั้งครรภ์ซ้ำ ในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี 2555-2563 ในอัตรา 15.5 16.1 17.7 17.0 15.0 13.5 12.0 และ13.5 ตามลำดับ มีแนวโน้มตั้งครรภ์ซ้ำลดลง และยังพบว่าวัยรุ่นหญิงที่ตัดสินใจตั้งครรภ์ต่อไม่ได้รับการฝากครรภ์ ตามเกณฑ์คุณภาพทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย หลังคลอดไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เนื่องจากไม่มีรายได้ เกิดการหย่าร้าง และขาดโอกาสในการศึกษาต่อ ส่วนวัยรุ่นหญิง ที่ตัดสินใจไม่ตั้งครรภ์ต่อยังเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพที่เป็นมิตรทำให้เกิดการแท้งที่ไม่ปลอดภัยรุนแรงถึงสูญเสียชีวิต จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงควรสร้างความร่วมมือในการส่งเสริมให้โรงพยาบาลมีการจัดบริการสุขภาพ ที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (YFHS) ส่งเสริมความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในระดับอำเภอและตำบลในการดำเนินงานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ให้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้วัยรุ่นและเยาวชนเข้าถึงและใช้บริการสุขภาพที่เป็นมิตร สนับสนุนคณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อน พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 สู่ระดับพื้นที่ มีการติดตาม ประเมินผล ในระดับอำเภอ ค้นหาแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พัฒนาช่องทางการให้ความช่วยเหลือส่งต่อวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ผ่านระบบบริการสุขภาพด้วยระบบ tele-medicine รองรับสถานการณ์โรคโควิด-19 จัดทำหลักสูตรการให้คำปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดสำหรับแกนนำวัยรุ่น กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น เห็นความสำคัญในปัญหาดังกล่าว จึงจัดทำโครงการส่งเสริม ความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นแบบบูรณาการภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นมิตร ตามสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น เพิ่มช่องทางการให้ความช่วยเหลือส่งต่อวัยรุ่น ที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม พัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดสำหรับแกนนำวัยรุ่น สร้างการมีส่วนร่วม ของภาคีเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อก้าวสู่วัยทำงานที่มีคุณภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อลดอัตราการคลอดและการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่น 2. เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนด้วยเทคโนโลยีดิจิตัล 3. เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของสถานบริการสาธารณสุข, สถานศึกษา, อปท., รพ.สต.,สถานประกอบการ และชุมชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 4. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม พรบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สนับสนุนการประชุมของคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 4 ครั้ง
2.แกนนำวัยรุ่นเพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและการให้การปรึกษาการคุมกำเนิดในวัยรุ่น 80 คน
3.ภาคีเครือข่ายที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ในระบบบริการสุขภาพด้วยระบบ tele-medicine 80 คน
4.รพ.สังกัด สป.จัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนแบบบูรณาการและประเมินซ้ำ 13 แห่ง
5.อำเภอผ่านมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์และประเมินซ้ำ 13 แห่ง
6.แหล่งเรียนรู้การป้องกันแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นภายใต้ พรบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 3 แห่ง
7.ชุดส่งเสริมความรอบรู้ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และการคุมกำเนิดในแม่วัยรุ่น 300 ชุด
8.นวัตกรรมหรืองานวิจัยในการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น 2 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละวัยรุ่นที่เข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นมิตร 55 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : จำนวนแหล่งเรียนรู้การป้องกันแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภายใต้พรบ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 3 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : ร้อยละของแกนนำวัยรุ่นมีความรอบรู้ด้านสุขภาพและให้การปรึกษาการคุมกำเนิดในวัยรุ่น 85 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : ร้อยละของ รพ./อำเภอ ผ่านมาตรฐานการดำเนินงานคลินิกวัยรุ่นและ อนามัยการเจริญพันธุ์ (YFHS13 แห่ง /RHD13 แห่ง) 30 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : ภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมในกิจกรรมสำคัญในโครงการมีความพึงพอใจการดำเนินงานระดับดีมากขึ้นไป 85 ร้อยละ
6.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมตามระยะเวลาที่กำหนดในแผนปฏิบัติการ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาฐานข้อมูลงานวัยรุ่น56ประจำปีงบประมาณ 2565 2. ออกแบบและจัดจ้างผลิตชุดส่งเสริมความรอบรู้ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ (Teen Club)และการคุมกำเนิดในแม่วัยรุ่น 3. อบรมแกนนำวัยรุ่นเพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและให้การปรึกษาคุมกำเนิดในวัยรุ่น 4. พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยในระบบบริการสุขภาพ ด้วยระบบ tele-medicine 5. ประเมินรับรองอำเภอตามมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์แบบผสมผสาน 6. ประเมินรับรอง รพ. ตามมาตรฐานการจัดบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนผ่านระบบ Web Application 7. ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำกรอบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยรุ่นระดับเขต ( Teenage conceptual framework) 8. สนับสนุนการจัดประชุมของคณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อน พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไข ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 9. คัดเลือก/ถอดบทเรียนแหล่งเรียนรู้การป้องกันแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของ 5 กระทรวงหลัก และจัดทำสื่อเพื่อเผยแพร่ในช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 10. พัฒนานวัตกรรม/งานวิจัย และนำเสนอในเวทีที่เกี่ยวข้อง 11. กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานทุกไตรสมาส 12. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ โอกาสพัฒนา และข้อเสนอแนะ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำกรอบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยรุ่นระดับเขต ( Teenage conceptual framework) 1 แผน 1 พ.ย. 2564 - 31 ม.ค. 2565 2,600.00
2 พัฒนานวัตกรรม/งานวิจัย และนำเสนอในเวทีที่เกี่ยวข้อง 2 เรื่อง 1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 0.00
3 คัดเลือก/ถอดบทเรียนแหล่งเรียนรู้การป้องกันแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และจัดทำสื่อเพื่อเผยแพร่ในช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 3 แห่ง 1 ก.พ. 2565 - 30 เม.ย. 2565 33,300.00
4 สนับสนุนการจัดประชุมของคณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อน พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไข ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 4 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 30 เม.ย. 2565 126,000.00
5 ประเมินรับรองอำเภอตามมาตรฐานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์แบบผสมผสาน และประเมินรับรอง รพ. ตามมาตรฐานการจัดบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนผ่านระบบ Web Application 13 แห่ง 1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 28,600.00
6 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาฐานข้อมูลงานวัยรุ่นประจำปีงบประมาณ 2565 50 คน 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 1,950.00
7 อบรมแกนนำวัยรุ่นเพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและให้การปรึกษาคุมกำเนิดในวัยรุ่น 80 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 11,300.00
8 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยในระบบบริการสุขภาพ ด้วยระบบ tele-medicine 80 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 8,000.00
9 ส่งเสริมความรอบรู้ด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และการคุมกำเนิดในแม่วัยรุ่น 300 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 160,000.00
รวมเป็นเงิน 371,750.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
371,750.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
รพศ./รพท./รพช./รพ.สต./อำเภอ/สถานศึกษา/ชุมชน/ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในเขตจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และ สุรินทร์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 2. ผู้รับผิดชอบงานวัยรุ่นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์ 3. อปท., สถานประกอบการ, ชุมชน, ครอบครัว,วัยรุ่นและเยาวชนในและนอกสถานศึกษา 4. รพศ./รพท./รพช./สสอ./รพ.สต./รพ.เอกชน/รพ.นอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และคลินิกเอกชน 5. แกนนำวัยรุ่น ผู้ปกครอง และจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. วัยเรียนวัยรุ่นทั้งกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย ในเขตสุขภาพที่ 9 2. ผู้รับผิดชอบงานวัยรุ่นทุกระดับในจังหวัดนครราชสีมา,ชัยภูมิ,บุรีรัมย์,สุรินทร์ 3. รพศ./รพท./รพช./สสอ./รพ.สต./รพ.เอกชน/รพ.นอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและคลินิกเอกชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวธิฏิญาศ์ภัค วรปรัชญ์ชยุตม์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางจีรภา ผ่องแผ้ว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาววาสนา ไขพันดุง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางทรงคูณ ศรีดวงโชติ ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
1. นางสุจิตรา สุมนนอก ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 2. นายณัฐพล สุวัชรังกูร ตำแหน่ง ที่ปรึกษากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการองค์กรและสถานประกอบการเป็นฐานในการจัดการสุขภาพกลุ่มวัยทำงานเพื่อสร้างความรอบรู้สุขภาพ W_1

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 30 ) 9.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในสถานประกอบการ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการองค์กรเป็นฐานจัดการกลุ่มวัยรอบรู้สุขภาพ (การเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดีในสถานประกอบการ)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมากลุ่มโรคไม่ติดต่อได้คร่าชีวิตประชากรไทยถึงร้อยละ 75 ของการเสียชีวิตทั้งหมดหรือราว 320,000 คนต่อปี ในจำนวนนี้พบว่าร้อยละ 55 เสียชีวิตที่อายุต่ำกว่า 70 ปีซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดว่าเป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และสาเหตุการเสียชีวิตมาจาก 4 โรคสำคัญคือ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้องรัง จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย โดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พ.ศ.2557 พบว่าประชากรวัยทำงาน ร้อยละ 9 เป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 25 เป็นความดันโลหิตสูง ร้อยละ 50 จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บ (BRFSS) ปี2558 พบว่าความชุกภาวะน้ำหนักเกินร้อยละ 30.5, ภาวะอ้วนร้อยละ 7.5, การสูบบุหรี่ในปัจจุบันร้อยละ 21.3, การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบันร้อยละ 36.2 ตามลำดับ การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอและการมีพฤติกรรมเนือยนิ่งของคนมีอัตรา เพิ่มขึ้นทั่วโลก สำหรับประเทศไทยแม้คนไทยส่วนใหญ่จะมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ แต่กิจกรรมทางกายในกลุ่มวัยทำงานมีแนวโน้มลดลง จากผลสำรวจ กิจกรรมทางกายโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สสส. พบว่าในปี2561-2563 พบว่า คนไทยวัยทำงาน18-59 ปี มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ อยู่ที่ร้อยละ 76.9, 74.6 และ 54.7 ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่กระทรวงสาธารณสุข และสสส.กำหนดไว้ ในแต่ละวันคนไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มมากขึ้น หากหักเวลานอนแล้ว คนไทย นั่งนิ่งๆ นั่งดูโทรทัศน์ คุยประชุม/นั่งเรียน นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ นานมากกว่า 3 ใน 4 ของเวลาตื่น ข้อมูลการสำรวจตั้งแต่ปี2561, 2562 และปี2563 พบคนไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งทิศทางที่เพิ่มขึ้น จาก 14.15 ชั่วโมง เป็น 13.47 และ 14.32 ชั่วโมงตามลำดับ การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอและการมีพฤติกรรมเนือยนิ่งมีผลกระทบต่อ สุขภาพ เศรษฐกิจสังคม และคุณภาพชีวิต ซึ่งกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมที่เนือยนิ่งสอดคล้องกับทิศทางดัชนีมวลกายในเขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ที่มีแนวโน้มดัชนีมวลกายที่ปกติในประชากรช่วงอายุ18-59 ปี ปี 2561-2564 ลดลง พบว่าในระดับประเทศ ประชาชนอายุ 18-59 ปีมีดัชนีมวลกายปกติ ร้อยละ 49.09 48.29 48.21 และ 48.06 ตามลำดับ โดย เขตสุขภาพที่ 9 มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติลดลงเช่นกัน คือ ร้อยละ 50.5 51 และ 49.76 ตามลำดับ ปัจจัยที่ส่งผลต่อกิจกรรมทางกาย พฤติกรรมเนือยนิ่ง และค่าดัชนีมวลกาย ที่มีแนวโน้มลดลงทั้งปัจจัยภายใน ในเรื่องของความรอบรู้ และสุขภาพปัจเจกบุคคล และปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบตามสถานการณ์โควิด 19 ที่กำลังระบาดไม่ว่าจะเป็นการปิดสถานออกกำลังกาย สื่อความรู้ต่างๆ ในการออกกำลังกายเองที่บ้าน จากการเก็บข้อมูลเฝ้าระวังพฤติกรรมที่พึงประสงค์วัยทำงานในกลุ่มตัวอย่างประชากรไทยอายุ 15 - 59 ปี เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ 2562-2564 พบว่ามีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน คือการกินผัก 5 ทัพพี 4-7 วัน/สัปดาห์ เคลื่อนไหวออกแรง มากกว่า 150 นาที/สัปดาห์ การนอน 7-9 ชม./วัน 3-7 วัน/สัปดาห์ และการแปรงฟันก่อนนอนนานอย่างน้อย 2 นาทีทุกวัน เท่ากับร้อยละ 27.2 28.1 และ 41.2 ตามลำดับ วัยทำงานส่วนใหญ่อยู่ในโรงงานและชุมชน การบูรณาการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้ประชากรวัยทำงานมีสุขภาพดี มีความสุข อายุยืนยาว และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข เป็นสิ่งสำคัญ ด้วยการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย 8 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานประอบการคือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงเทพมหานคร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านองค์กรและชุมชนเป็นฐานจัดการกลุ่มวัยทำงานรอบรู้สุขภาพ (การเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดีในสถานประกอบการ และครอบครัว) โดยนำชุดเครื่องมือการส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงาน ด้วยชุดความรู้สุขภาพ 10 เรื่อง “ปลอดภัยดี สุขภาพดี งานดี มีความสุข ในสถานประกอบการ” และ Good Factory practice ซึ่งมีมาตรการควบคุมป้องกันการเกิดโรคโควิด 19 และมี Application ก้าวท้าใจเพื่อใช้ในการสร้างความรอบรู้ และส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่าน ในรูปแบบ New normal สู่เป้าหมายวัยทำงานสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ฉลาดรอบรู้

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อขับเคลื่อนชุดความรู้สุขภาพ 10 เรื่อง “ปลอดภัยดี สุขภาพดี งานดี มีความสุข ในสถานประกอบการ” และ Good Factory practice รองรับวิถีชีวิตใหม่ New Normal 2. เพื่อพัฒนางานในสถานประกอบการร่วมกับเครือข่ายให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสร้างความรอบรู้สุขภาพผ่านสื่อออนไลน์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละสถานประกอบการเข้าร่วมดำเนินการส่งเสริมสุขภาพ 82 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : อาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ (Health Promoter ) ผ่าน ติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ 2 ครั้ง
2.เชิงคุณภาพ : สถานประกอบการต้นแบบรอบรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐาน HLO 1 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : จำนวนสถานประกอบการผ่านเกณฑ์รับรอง Healthy Canteen (แห่ง) อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง (ขึ้นกับสถานการณ์ระบาดของ COVID-19) 4 แห่ง
4.เชิงเวลา : กิจกรรมดำเนินการตามแผนที่กำหนดหรือปรับแผนทันเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. จัดประชุมคณะกรรมการการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ ปี 2565 (ผ่านระบบ ประชุมทางไกล) 2. จัดประชุม“ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ 10 Packages และการดำเนินงาน Good Factory Practice ในสถานประกอบการ”ผ่านระบบประชุมทางไกล 3. ประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ประชุมทางไกลระบบ Meeting Zoom 4. จัดทำสื่อสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ 5. จัดอบรมพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ (Health Promoter ) ผ่านระบบประชุมทางไกล 6. ขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ (healthy canteen) 7. รณรงค์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมก้าวท้าใจ 8. ติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ 9. จัดเวทีเชิดชูเกียรติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ ปี 2565 และชุมชน 10. ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพ 11. เยี่ยมเสริมพลังโรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพ ระดับเขต และหน่วยงาน 12. พัฒนาเครื่องมือ และประเมินองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 13. ค้นหาสถานประกอบการต้นแบบรอบรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐาน HLO 14. ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดทำสื่อสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ และ Health station 1 ชุด 1 ต.ค. 2564 - 15 ก.ย. 2565 37,680.00
2 จัดอบรมพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ (Health Promoter ) ผ่านระบบประชุมทางไกล 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 15 ก.ย. 2565 19,800.00
3 รณรงค์/ประชาสัมพันธ์ความรอบรู้สุขภาพผ่าน App ก้าวท้าใจและกิจกรรมก้าวท้าใจ season4 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 23,000.00
4 จัดเวทีเชิดชูเกียรติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ ปี 2565 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 13,550.00
5 พัฒนาโรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 38,320.00
6 ติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 15 ก.ย. 2565 3,440.00
รวมเป็นเงิน 135,790.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
135,790.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 15 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
13.1 สถานบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งระดับจังหวัด อำเภอและตำบลในพื้นที่นำร่อง 13.2 สำนักงานจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 9, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย 13.3 สถานศึกษา/สถานประกอบการ/องค์กร

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
14.1 ประชาชนวัยทำงานทั้งในสถานประกอบการและชุมชน 14.2 เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพศ./รพท., รพช. และรพ.สต. ในพื้นที่เป้าหมาย 14.3 ชุมชนและประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย 14.4 บุคลากรสาธารณสุข และผู้ต้องขังในเรือนจำ 14.5 บุคลากร และพนักงานในสถานประกอบกิจการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวนาตยานี เซียงหนู ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางนันทิชา แปะกระโทก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวสันธนี ชโลปถัมภ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวขวัญใจ สิทธินอก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวปิยมาภรณ์ โล่ทวีมงคล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายวรพงษ์ สายโสภา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวกนิษฐากาญจน์ สุขเหลือง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฎิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวนาตยานี เซียงหนู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสุพาภรณ์ สรุจิกำจรวัฒนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการชุมชนเป็นฐานในการเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ปี 2565 (pre-aging) W_2

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 26 ) 8.1 การเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ปัจจุบันมีผู้สูงอายุในประเทศไทยถึง 10 ล้านคนหรือคิดเป็น 16% ของประชากรทั้งหมด และมีการคาดการณ์ว่าในปี 2568 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนที่จะเกิดจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญ คือ ความเจ็บป่วยและความบกพร่องในการทำงานของร่างกายในทุกๆด้าน รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับสภาพจิตใจ และมีปัจจัยเหนี่ยวนำที่ก่อให้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังร่วมกันคือ พฤติกรรมสุขภาพ ทั้งในเรื่องของพฤติกรรมการบริโภคผัก การลดการบริโภค หวาน มัน เค็ม การเคลื่อนไหวออกแรงที่เพียงพอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งจากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของวัยทำงานในเขตสุขภาพที่ 9 เมื่อปี 2564 พบว่า ประชากรก่อนวัยสูงอายุ 25-59 ปี มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์มีแนวโน้มดีขึ้น จากการเก็บข้อมูลเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของประชาชนวัยทำงาน อายุ 15 – 59 ปี เขตสุขภาพที่ 9 พบว่า รับประทานผัก 5 ทัพพีทุกวัน ได้ร้อยละ 81.66 การมีกิจกรรมทางกายมากกว่าหรือเท่ากับ 30 นาที/วัน 5 วัน/สัปดาห์ ได้ร้อยละ 73.62 แปรงฟันก่อนนอนทุกวัน นานอย่างน้อย 2 นาที ได้ร้อยละ นอนมากกว่าหรืออย่างน้อย 7 ชม. ได้ร้อยละ 90.59 รวมประชาชนที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 4 ด้าน/คน ร้อยละ 41.2 แต่ต้องพัฒนาต่อให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์มากพอที่จะไม่ทำให้เกิดโรคที่ป้องกันได้ ซึ่งสัมพันธ์กับสถานการณ์โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง พื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์จากระบบรายงาน HDC พบว่า ปีงบประมาณ 2562 มีการคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวานจาก ประชากรกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรอง ร้อยละ 90.28 (เป้าหมายร้อยละ 90) และพบผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยง Pre-DM ร้อยละ 2.18 ไม่เกินเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (ร้อยละ 2.4) ซึ่งทุกจังหวัดผ่านเกณฑ์ที่กำหนดแต่ในปี 2557 – 2562 พบว่าอัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานต่อประชากรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คือ 412.84, 435.4, 409.64, 579.73, 932.68 และ 555.41 ต่อแสนประชากรและมีอัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูงต่อประชากร 82.12, 914.41, 966.26, 1340.6, 2,092.75 และ 1,268.64 ต่อแสนประชากรตามลำดับ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การดูแลสุขภาพประชาชนวัยทำงานจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยก่อนเข้าผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุภาวะร่างกายมีความเสื่อมถอยตามอายุ มีภูมิต้านทานโรคต่ำลง มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้น วัยทำงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 จึงจัดทำโครงการเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ปี 2565 (pre-aging) เพื่อเตรียมรองรับประชากรไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเขตสุขภาพที่ 9 ให้ประชากรในพื้นที่เข้าถึงระบบการคัดกรองได้เพิ่มขึ้น และสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ผู้สูงวัย .เพื่อให้ประชาชนรับรู้ความเสี่ยง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ประชาชนมีสมุดสุขภาพประจำตัว (Personal Health Recode) มีความพร้อมในการ เข้าถึง เข้าใจ ตัดสินใจ สามารถจัดการสุขภาพของตนเอง และก้าวเข้าสู่ผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาวะที่ดี จนกระทั่งสามารถบอกต่อผู้อื่นที่อยู่ในชุมชนได้ รองรับสังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับสถานการณ์และทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างยั่งยืน

8. วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับประชาชนวัยทำงาน 2) เพื่อให้ประชาชนวัยทำงานมีแหล่งอาหารที่เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการดี (ดัชนีมวลกายปกติ) 3) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและเครื่องมือเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อม ที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน 4) พัฒนากิจกรรมทางกายและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยทำงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการดำเนินงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ภาคีเครือข่ายทางด้านสาธารณสุข/ผู้ประกอบการร้านอาหาร/ประชาชน ได้รับการพัฒนาด้านการใช้งาน Digital Health Platform 480 คน
2.ร้านอาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานเมนูชูสุขภาพ 20 แห่ง
3.รายงานผลการดำเนินงานเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ 1 ฉบับ
4.รายงานการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เขตสุขภาพที่ 9 1 ฉบับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงคุณภาพ : ประชาชนอายุ 19 – 29 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 53.5 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : วัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุด้านสุขภาพโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 46.12 ร้อยละ
3.เชิงคุณภาพ : ประชาชนอายุ 30 – 44 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 55 ร้อยละ
4.เชิงคุณภาพ : ประชาชนอายุ 45 - 59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 47.7 ร้อยละ
5.เชิงเวลา : ร้อยละของการดำเนินงานตามแผนงานโครงการทันเวลา 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อเข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายผู้ดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพระดับจังหวัด (ประสานสสจ.เพื่อค้นหาพื้นที่ในการดำเนินงานชุมชนเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ/อปท.ในพื้นที่เป้าหมาย/ผู้ประกอบการร้านอาหาร) 2. จัดอบรมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายการใช้งาน Digital Health Platform Food4Health และโปรแกรมประเมินมาตรฐาน โรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพออนไลน์ (Healthy Canteen) ให้กับเครือข่ายระดับพื้นที่ เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และ อปท. 3. ขับเคลื่อนการดำเนินงานเมนูชูสุขภาพในร้านอาหารที่ลงทะเบียนผ่าน TSC 4. ประชาสัมพันธ์การอบรมหลักสูตรอาหารและโภชนาการออนไลน์ mooc.anamai สำหรับผู้รับผิดชอบงาน/ร้านอาหาร/ประชาชน ให้กับผู้รับผิดชอบงานระดับพื้นที่ผ่านออนไลน์ 5. ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน (จัดเก็บข้อมูลเฝ้าระวัง) 6. สำรวจข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน 7. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างกระแสนโยบาย/มาตรการพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เพื่อเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ 8. เผยแพร่คลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน Digital Health Platform Food4Health 9. ถอดบทเรียนการเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพและจัดทำรูปเล่มรายงาน(Electronic file)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายผู้ดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพระดับพื้นที่ในการใช้งาน Digital Health Platform Food4Health โปรแกรมประเมินรับรองโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ และ TNS 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2564 6,700.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานเฝ้าระวังเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ H4U 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 1,950.00
3 พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและประชาชนในการใช้งาน Digital Health Platform Food4Health 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 6,200.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ (online) 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 1,950.00
5 รณรงค์กิจกรรมทางกาย ก้าวท้าใจ season4 โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน 4 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 15,520.00
6 ขับเคลื่อนการดำเนินงานเมนูชูสุขภาพในร้านอาหารที่ลงทะเบียนผ่าน TSC 4 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 7,840.00
7 เยี่ยมเสริมพลังและถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านสุขภาพเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ 4 แห่ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 7,840.00
รวมเป็นเงิน 48,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
48,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ชุมชน/สถานประกอบการ/องค์กร/ร้านอาหารในเขตพื้นที่รับผิดชอบจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. บุคลากรกรมอนามัย (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) และบุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 2. ครอบครัว ชุมชน โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 3. นักเรียน /นักศึกษา ประชาชนทุกกลุ่มวัย ภาคีเครือข่าย ได้แก่ บุคลากรสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคลากรหน่วยงานภาคเอกชน/สถานประกอบกิจการ และภาคีเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนวัยทำงานในเขตนครชัยบุรินทร์ ผู้บริหารและบุคลากรสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐและเอกชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 นางสาวนาตยานี เซียงหนู ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2 นางสาวปิยมาภรณ์ โล่ห์ทวีมงคล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3 นางสาวขวัญใจ สิทธินอก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4 นางสาวนันทิชา แปะกระโทก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5 นางสาวสันธนี ชโลปถัมภ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6 นายวรพงษ์ สายโสภา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7 นางสาวกนิษฐากาญจน์ สุขเหลือง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวนาตยานี เซียงหนู หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสุพาภรณ์ สรุจิกำจรวัฒนะ นายแพทย์ชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ 2565 W_3

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 6 ) 1.6 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
โรคมะเร็งเต้านมเป็นปัญหาที่สำคัญที่คุกคามสุขภาพของสตรีไทยในปัจจุบัน มีอัตราป่วยและอัตราตายสูงขึ้นทั่วโลกและเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของมะเร็งในสตรีมากกว่า 10 ปี อุบัติการณ์ในประเทศไทยมะเร็งเต้านมมีประมาณ 30 คนต่อประชากรแสนคน ในระยะแรกจะไม่แสดงอาการหรือแสดงความผิดปกติให้สังเกตได้ซึ่งอาการผิดปกติจะปรากฏเมื่ออยู่ในระยะที่มีการอักเสบลุกลามไปทั่วและอาจเสียชีวิตต่อมาได้ จากข้อมูลทางสถิติ รายงาน HDC ปี 2560 – 2563 พบว่า อัตราป่วยมะเร็งเต้านมต่อแสนประชากร 104 , 119 , 139.3 140.1 ตามลำดับ มีแนวโน้มสูงขึ้น การป้องกันที่ดีที่สุดคือการค้นหาความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อมีโอกาสในการรักษาและรอดชีวิต การตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน หากพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำให้มีโอกาสหายขาดได้ โดยกลุ่มที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองสมํ่าเสมอ มีอัตราการรอดชีวิต สูงกว่ากลุ่มที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองไม่สม่ำเสมอ (ชลธิศ อุไรฤกษ์กุล,2559) รายงาน HDC ปี 2560 – 2563 พบว่าอัตราการคัดกรองมะเร็งเต้านมอายุ 30-70 ปี เขตสุขภาพที่ 9 ร้อยละ 47.08 79.11 80.42 และ 80.95 และเนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีการพัฒนา Application สร้างความรอบรู้ให้ประชาชนสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเอง ผลการดำเนินงานคือ จังหวัดนครราชสีมาเข้าถึงการใช้งานมากที่สุด 3,063 คน ลองลงมาคือ ชัยภูมิ 1,160 คน สุรินทร์ 738 และบุรีรัมย์ 667 ตามลำดับ ซึ่งยังมีการเข้าถึงการใช้งานน้อย ดังนั้นการพัฒนาให้ประชาชนรอบรู้ในการดูแลตนเองโดยการตรวจเต้านมด้วยตนเองจึงมีความสำคัญ นอกจากปัญหามะเร็งเต้านมแล้ว การขาดธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์ ก็เป็นปัญหาที่สำคัญของหญิงไทยเช่นกัน การขาดธาตุเหล็กในหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย หากมารดามีอาการตกเลือดหลังคลอด มารดาจะมีอันตรายมากขึ้น จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ปี 2551-52 และ 2557-58 พบว่าหญิงไทยมีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 25.7 และ 22.7 ตามลำดับ อยู่ในเกณฑ์พื้นที่ที่มีปัญหาโลหิตจางในระดับปานกลาง (moderate public health problem) ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก และข้อมูลจาก HDC ปี 2564 พบว่าหญิงตั้งครรภ์ในเขตสุขภาพที่ 9 มีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 13.54 แต่รายจังหวัดพบว่า จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดเดียวที่มีหญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางสูงสุดร้อยละ 17.36 ซึ่งดีขึ้นกว่าปี 2563 (ร้อยละ 19.97) ถือว่าเป็นปัญหาระดับพื้นที่ ซึ่งการสร้างความรอบรู้ให้แก่หญิงวัยเจริญพันธุ์ในการป้องกันภาวะโลหิตจาง เพื่อสร้างมารดาที่มีความพร้อมในการตั้งครรภ์ และทำการสร้างความรู้ความตระหนักในเรื่องการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพียงพอ รวมถึงการให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกคนได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก เพื่อป้องกันความพิการในทารกแรกเกิด จึงมีความจำเป็นในการขับเคลื่อนอย่างจริงจังเพื่อให้การดำเนินงานเป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมาย อย่างไรก็ตามโครงการตามพระราชดำริฯ มิได้มุ่งดูแลเฉพาะสุขภาพประชาชนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังดูแลไปจนถึงกลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำอีกด้วย โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ซึ่งทรงริเริ่มโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งเน้นการฝึกอบรมบุคลากร และอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) เพื่อให้ผู้ต้องขังมีความรอบรู้ด้านสุขภาพและสามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยส่งแวดล้อมในเรือนจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อส่งเสริมให้สตรีไทยมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอด้วยการใช้ App BSE 2. เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังสถานการณ์การคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีไทย 3. เพื่อควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ 4. เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ 5. เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายแกนนำในการสร้างความรอบรู้สุขภาพ เช่น นักศึกษา อสรจ. และสถานประกอบการต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้สตรีไทยรุ่นใหม่ ภัยมะเร็งเต้านม 1 รูปแบบ
2.อบรมหลักสูตรผู้จัดการดูแลมะเร็งเต้านม (breast cancer care manager) 1 ครั้ง
3.มีระบบเฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ 1 ระบบ
4.เรือนจำและราชทัณฑ์ดำเนินงานตามแนวทางการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ 12 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ประชุมคณะกรรมการทำงานเพื่อวางแผนและพัฒนาการคัดกรองมะเร็ง เต้านมระดับเขต 4 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : รณรงค์ประชาสัมพันธ์และสนับสนุนสื่อการป้องกันภาวะโลหิตจาง 1 ครั้ง
3.เชิงปริมาณ : รณรงค์สตรีไทยห่างไกลมะเร็งเต้านม เนื่องในวันมะเร็งโลก 1 ครั้ง
4.เชิงปริมาณ : ประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 9 2 ครั้ง
5.เชิงคุณภาพ : มีพื้นที่ต้นแบบด้านการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง 1 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. วิเคราะห์สถานการณ์ การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองในพื้นที่เขตสุขภาพท 2. ประชุมคณะกรรมการทำงานเพื่อวางแผนและพัฒนาการคัดกรองมะเร็งเต้านมระดับเขต 3. วางแผนการจัดประชุมเครือข่ายฯ จัดอบรมแกนนำฯตามโครงการสืบสานฯ 4 รณรงค์สตรีไทยห่างไกลมะเร็งเต้านม เนื่องในวันมะเร็งโลก 5 พัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้สตรีไทยพันธุ์ใหม่พ้นภัยมะเร็ง 6. พัฒนาศักยภาพครู อาจารย์ แกนนำนักศึกษาในสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างความรอบรู้มะเร็งเต้านม 7. อบรมหลักสูตรผู้จัดการดูแลมะเร็งเต้านม (breast cancer care manager) 8. เยี่ยมเสริมพลังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานตามโครงการสืบสานฯ เขตสุขภาพที่ 9 9 .สรุป วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะตามโครงการสืบสานฯ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 รณรงค์สตรีไทยห่างไกลมะเร็งเต้านมเพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าและเนื่องในวันมะเร็งโลก (บูรณาการโลหิตจาง) 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 37,240.00
2 พัฒนาศักยภาพครู อาจารย์ แกนนำนักศึกษาในสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างความรอบรู้มะเร็งเต้านม ร่วมกับ พัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้สตรีไทยพันธุ์ใหม่ พ้นภัยมะเร็งเต้านม (บูรณาการโลหิตจาง) 1 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 31,600.00
3 อบรมหลักสูตรผู้จัดการดูแลมะเร็งเต้านม (breast cancer care manager) 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 11,160.00
4 รณรงค์ประชาสัมพันธ์และสนับสนุนสื่อการป้องกันภาวะโลหิตจาง 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 8,000.00
5 ประชุมพัฒนาภาคีเครือข่ายข้อมูลด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และโภชนาการ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
6 ประชุมติดตามผลการดำเนินงานราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
7 ประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการเฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ เขตสุขภาพที่ 9 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
8 ประชุมคณะกรรมการทำงานเพื่อวางแผนและพัฒนาการคัดกรองมะเร็งเต้านมระดับเขต 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 0.00
9 เยี่ยมเสริมพลังการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมและโภชนาการ 12 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 15,520.00
รวมเป็นเงิน 103,520.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
103,520.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. สถานบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งระดับจังหวัด อำเภอและตำบลในพื้นที่นำร่อง 2. สำนักงานจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 9, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย 3. สถานศึกษา/สถานประกอบการ/องค์กร 4. เรือนจำในเขตสุขภาพที่ 9

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. นักศึกษามหาวิทยาลัย ในพื้นที่นำร่อง 2. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพศ./รพท., รพช. และรพ.สต. ในพื้นที่เป้าหมาย 3. ชุมชนและประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย 4.บุคลากรสาธารณสุข และผู้ต้องขังในเรือนจำ 5. บุคลากร และพนักงานในสถานประกอบกิจการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. สตรีอายุ 18-59 ปี 2. สตรีวัยเจริญพันธุ์ในสถานประกอบการ 3. ผู้ต้องขังในเรือนจำ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวนาตยานี เซียงหนู ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางสาวขวัญใจ สิทธินอก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นางนันทิชา แปะกระโทก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวสันธนี ชโลปถัมภ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวปิยมาภรณ์ โล่ห์ทวีมงคล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6. นายวรพงษ์ สายโสภา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7. นางสาวกนิษฐากาญจน์ สุขเหลือง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวนาตยานี เซียงหนู หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสุพาภรณ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ที่ปรึกษากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุและพระสงฆ์แบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่ 9 ปี 2565 A_1

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ
15) ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแล ตาม Care Plan

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 33 ) 10.1 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ผู้สูงอายุในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Complete – aged society หมายถึงสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด หรือประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 14 และใน ปี 2574 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด”เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด ในขณะที่ผู้สูงอายุไทยมีอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด (Life Expectancy) สูงขึ้น จาก 73.46 ปี ในปี 2552 เป็น 74.60 ใน ปี 2558 และเพิ่มเป็น 75.4 ในปี 2560 ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าอายุคาดเฉลี่ยภาวะสุขภาพดี ของคนไทยในปี 2552 มีค่าเท่ากับ 62 ปีและในปี 2558 มีค่าเท่ากับ 66.8 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก แต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยไม่ได้มีสุขภาพที่สมบูรณ์ตลอดช่วงชีวิตซึ่งจะมีช่วงเวลาที่ต้องเจ็บป่วยหรือพิการ จากข้อมูลพบในปี 2558 พบว่าคนไทยต้องเจ็บป่วยหรือพิการก่อนเสียชีวิตกว่า 8 ปี และยังพบว่าคนไทยมีแนวโน้มเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคไตวาย ปัจจุบันประเทศไทยมีพระสงฆ์จำนวน 252,851 รูป จากจำนวนวัดทั้งหมด 41,336 วัด ทั่วประเทศ จากการ รายงานการสำรวจสุขภาพพระสงฆ์และสามเณรทั่วประเทศในปี 2559 พบว่าพระสงฆ์มีสุขภาพดีร้อยละ 52.3 มีภาวะเสี่ยงร้อยละ 19.2 มีภาวะป่วยร้อยละ 28.5 โดยพบปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ป่วยคือ ไขมันในเลือดสูง ค่าดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน สูบบุหรี่ น้ำตาลในเลือดสูงและความดันโลหิตสูง โดยสาเหตุส่วนใหญ่ เนื่องจากพระสงฆ์ไม่สามารถเลือกฉันอาหารเองได้ ต้องฉันตามที่ญาติโยมนำมาถวาย จึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้พระสงฆ์และวัดมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพ เป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชน และจัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องใน ครอบคลุมการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและพระสงฆ์ โดยสนับสมุนกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุ ชมรม คลังสมอง เพื่อนช่วยเพื่อน การดูแลพัฒนาทักษะกาย ใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในผู้สูงอายุ การพัฒนาวัดส่งเสริมสุขภาพและวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและพระสงฆ์มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยดำเนินงานโครงการดูแลผู้สูงอายุและพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้เกิดการดูแลผู้สูงอายุและพระสงฆ์ในชุมชน ให้เป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา มีความตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุและพระสงฆ์แบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่ 9 ปี 2565 ขึ้น เพื่อให้เกิดระบบการดูแลผู้สูงอายุ และพระสงฆ์ อย่างเสมอภาคเท่าเทียม และยั่งยืน อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีอายุเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาระบบการประเมินคัดกรองภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 9 2 เพื่อพัฒนาระบบการดำเนินงานการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) เขตสุขภาพที่ 9 3 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ให้มีสมรรถนะในการพัฒนาระบบ (Long Term Care) ในเขตสุขภาพที่ 9 4 เพื่อพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ/ชุมชน ที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ 5 เพื่อพัฒนาระบบการดำเนินงาน IMC และ LTC เขตสุขภาพที่ 9 6 เพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุ 7 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะแบบบูรณาการ 8 เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลพระสงฆ์/สามเณร 9 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานความรอบรู้ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณร

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการดูแลระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) 50 ร้อยละ
2.ผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านและติดเตียงในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการดูแลระยะยาว (Long Term Care) 90 ร้อยละ
3.ผู้สูงอายุทุกกลุ่มในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการดูแลผสมผสานการดูแลระยะกลาง (Intermediate Care) ที่เชื่อมโยงกับการดูแลระยะยาว (Long Term Care) ร่วมกับการพัฒนาชุมชนและเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ 4 แห่ง
4.พระสงฆ์ในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
5.วัดในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการพัฒนาให้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ และได้รับการพัฒนาสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ 4 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : บุคลากรสุขภาพในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการอบรมในหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 400 คน
2.เชิงปริมาณ : ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการอบรมในหลักสูตรฟื้นฟูผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ 500 คน
3.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 9 ได้รับการประเมินคัดกรอง ADL 898753 คน
4.เชิงคุณภาพ : วัดในเขตสุขภาพที่ 9 เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ 40 ร้อยละ
5.เชิงคุณภาพ : ชมรมผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 9 มีการดำเนินการสู่ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ 8 แห่ง
6.เชิงคุณภาพ : เขตสุขภาพที่ 9 มีตำบลดูแลสุขภาพระยะยาว (ตำบล Long Term Care) ผ่านเกณฑ์ 98 ร้อยละ
7.เชิงคุณภาพ : พระและสามเณรในเขตสุขภาพที่ 9 ผ่านการอบรมหลักสูตร พระคิลานุปัฏฐาก (พระ อสว.) 761 คน
8.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพมีการจัดทำแผนส่งเสริมสุขภาพดี 3805 คน
9.เชิงคุณภาพ : พระสงฆ์และสามเณรในเขตสุขภาพที่ 9 มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 15 ร้อยละ
10.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุในเขตสุขภาพที่ 9 มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ประชุมเครือข่ายพัฒนาระบบดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและพระสงฆ์ เพื่อชี้แจงแผนงานโครงการ แนวทางการดำเนินงาน และติดตามประเมินผลผ่านระบบการประชุมทางไกล (Zoom meeting) - จัดประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Zoom meeting) - ประสานงานและขับเคลื่อนงานตามมติและข้อเสนอแนะจากการประชุม 2 พัฒนาระบบและติดตามการประเมินคัดกรอง ADL และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 9 ผ่าน HDC Dashboard (การประเมินคัดกรอง ADL) และผ่านระบบ Application H4U และ Application Blue Book (พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุ) - ประสานการประเมินคัดกรองผู้สูงอายุตามแนวทางที่กรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุขกำหนด - ติดตามผลการประเมินคัดกรอง - จัดทำสรุปความก้าวหน้ารายเดือน และจัดทำสรุปผลการประเมินคัดกรองในระดับเขตและระดับจังหวัด 3 พัฒนาชมรมผู้สุงอายุคุณภาพ เขตสุขภาพที่ 9 - ประชุมชี้แจงเกณฑ์มาตรฐานและแนวทางการพัฒนาชมรมผู้สูงอายุคุณภาพกับจังหวัดและชมรมผู้สูงอายุ - เยี่ยมเสริมพลังเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ 4 พัฒนาศักยภาพ ครู ก. ในการจัดทำแผนส่งเสริมสุขภาพดี( Wellness Plan: WP) เขตสุขภาพที่ 9 - จัดอบรมพัฒนาศักยภาพครู ก. ผ่านระบบการอบรมทางไกล (Zoom) - ติดตามผลการดำเนินงานการพัฒนาแผนส่งเสริมสุขภาพดีของผู้สูงอายุ ผ่านระบบออนไลน์ 5 การดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ - จัดประชุมผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom meeting) กับพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานพัฒนาเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ - จัดประชุมถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานพัฒนาเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ 6 พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแบบผสมผสาน Long Term Care และ Intermediate Care ในชุมชน - จัดประชุมผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom meeting) กับพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแบบผสมผสาน Long Term Care และ Intermediate Care ในชุมชน - จัดประชุมถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแบบผสมผสาน Long Term Care และ Intermediate Care ในชุมชน 7 ขับเคลื่อนการดำเนินงาน LTC ให้ครอบคลุมร้อยละ 100 ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 - จัดประชุมทางไกล (Zoom meeting) ตำบลที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ LTC ในเขตสุขภาพที่ 9 จำนวน 17 ตำบล ร่วมกับพื้นที่และผู้รับผิดชอบระดับจังหวัด - ประสานงานและขับเคลื่อนงานตามมติและข้อเสนอแนะจากการประชุม 8 อบรมหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 70 ชั่วโมง - จัดอบรมทางไกลหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 70 ชั่วโมง ผ่านระบบ Zoom 2 รุ่นๆ ละ 200 คน รวม 400 คน - ติดตามผลการอบรม 9 อบรมหลักสูตรฟื้นฟูผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager Refreshment Course) - จัดอบรมทางไกลฟื้นฟูผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager Refreshment Course) ผ่านระบบ Zoom จำนวนผู้เข้าอบรม 500 คน - ติดตามผลการอบรม 10 สำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของพระสงฆ์และสามเณร เขตสุขภาพที่ 9 - สำรวจพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของพระสงฆ์และสามเณร เขตสุขภาพที่ 9 ผ่านระบบ Google Form - สรุปและนำเสนอผลการสำรวจในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 11 ขับเคลื่อนการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ - ประเมินวัดส่งเสริมสุขภาพโดยใช้รูปแบบการประเมินด้วยตนเอง (Self-assessment) ผ่านรูปแบบ Google Form - เยี่ยมเสริมพลังวัดส่งเสริมสุขภาพ จังหวัดนครราชสีมา 4 วัด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ จังหวัดละ 2 วัด รวม 10 วัด 12 ขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาวัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ - จัดประชุมทางไกล (Zoom meeting) วัดส่งเสริมสุขภาพที่พัฒนาสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ ในเขตสุขภาพที่ 9 จังหวัดละ 1 วัด รวม 4 วัด - เยี่ยมเสริมพลังการพัฒนาวัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ 13 ขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครสุขภาพประจำวัด-พระ อสว.) - ปรับปรุงฐานข้อมูลการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก (พระอสว.) เขตสุขภาพที่ 9 โดยใช้รูปแบบ Google Form - ประชาสัมพันธ์หลักสูตรการอบรมพระคิลานุปัฏฐาน (พระอสว.) ออนไลน์ ของกรมอนามัย และติดตามประเมินผลการอบรมผ่านระบบออนไลน์ 14 พิจารณารางวัลการดำเนินงานด้านการพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุและพระสงฆ์ดีเด่นระดับจังหวัดและระดับเขตสุขภาพ - จัดประชุมทางไกล (Zoom meeting) เพื่อคัดเลือกผลการดำเนินงานดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และการดูแลระยะยาว - สรุปและรายงานผลการพิจาณา 15 ขับเคลื่อนการดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค และประสานงานการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุ และพระสงฆ์ในเขตสุขภาพที่ 9 16 ขับเคลื่อนการดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค และประสานงานการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในกลุ่มประชาชนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมทางไกล (Zoom meeting) เพื่อคัดเลือกผลการดำเนินงานดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และการดูแลระยะยาว 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 60,300.00
2 จัดอบรมทางไกลหลักสูตรผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) 70 ชั่วโมง ผ่านระบบ Zoom 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ม.ค. 2565 140,200.00
3 ประชุมเครือข่ายพัฒนาระบบดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและพระสงฆ์ เพื่อชี้แจงแผนงานโครงการ แนวทางการดำเนินงาน และติดตามประเมินผลผ่านระบบการประชุมทางไกล (Zoom meeting) 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 5,200.00
4 จัดประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ ผ่านระบบทางไกล (Zoom meeting) 4 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 5,200.00
5 จัดอบรมพัฒนาศักยภาพ ครู ก ในการจัดทำแผนส่งเสริมสุขภาพดีผ่านระบบทางไกล (Zoom) 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 79,200.00
6 จัดประชุมทางไกล (Zoom meeting) เพื่อเตรียมความพร้อมพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานพัฒนาเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 5,200.00
7 จัดประชุมถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานพัฒนาเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ 4 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 พ.ค. 2565 30,640.00
8 จัดประชุมทางไกล (Zoom meeting) เพื่อเตรียมความพร้อมพื้นที่ต้นแบบเมือง/ชุมชน ดำเนินงานลงพื้นที่ผสมผสานงาน IMC และ LTC 4 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 5,200.00
9 จัดประชุมถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานผสมผสานงาน IMC และ LTC 4 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 30,640.00
10 จัดประชุมทางไกล (Zoom meeting) วัดส่งเสริมสุขภาพที่พัฒนาสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ ในเขตสุขภาพที่ 9 4 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 5,200.00
11 จัดประชุมประเมินเยี่ยมเสริมพลังชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ 8 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 91,680.00
12 เยี่ยมเสริมพลังวัดส่งเสริมสุขภาพ 10 แห่ง 1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 21,520.00
13 จัดอบรมทางไกลฟื้นฟูผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager Refreshment Course) ผ่านระบบ Zoom 500 คน 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 28,000.00
รวมเป็นเงิน 508,180.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
508,180.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่ดำเนินการการดูแลผู้สูงอายุและพระสงฆ์ เขตสุขภาพที่ 9

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้สูงอายุ, พระสงฆ์, เณร, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), บุคลากรสาธารณสุข, เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตสุขภาพที่ 9

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้สูงอายุ, พระสงฆ์-สามเณร, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), บุคลากรสาธารณสุข, เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตสุขภาพที่ 9

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 ชื่อ-สกุล นายสินศักดิ์ชนม์ อุ่นพรมมี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2 ชื่อ-สกุล นางสาวบุษรินทร์ พูนนอก ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3 ชื่อ-สกุล นางสุกัญญา วัชรประทีป ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4 ชื่อ-สกุล นางสาวเด่นนภา ปัดทุม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5 ชื่อ-สกุล นางสาวประภาพร ซึมรัมย์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6 ชื่อ-สกุล นางสาวรัตนา ชัยวงษา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายสินศักดิ์ชนม์ อุ่นพรมมี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายภรัญวิทย์ อนันต์ดิลกฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ 2565 D_1

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 42 ) 13.1 พัฒนารูปแบบ/นวัตกรรม การดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง และการเข้าถึงข้อมูล โดยภาคประชาชนและเครือข่าย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สุขภาพช่องปากเป็นปัญหาหนึ่งที่มีความชุกและความรุนแรงในกลุ่มผู้สูงอายุสูงกว่ากลุ่มวัยอื่น นอกจากกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน กระทบต่อความรุนแรงของโรคทางร่างกาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปอดอักเสบติดเชื้อแล้วด้วยพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ไม่ถูกต้อง และไม่ได้รับบริการที่จำเป็นในเวลาเหมาะสม ทำให้บริการที่ได้รับเป็นการรักษา ฟื้นฟูระยะท้ายที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง ต้องใช้บุคลากรเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการบูรณาการ สหสาขาวิชาชีพ ทั้งที่โรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ หากผู้สูงอายุสามารถดูแลอนามัยช่องปากตนเองได้เหมาะสม และเข้าถึงบริการตามความจำเป็น คณะรัฐมนตรีเห็นความสำคัญและมีมติเห็นชอบในหลักการของแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุประเทศไทย พ.ศ.2558-2565 เมื่อ 6 มกราคม 2558 และมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการระยะที่ 1 พ.ศ.2559-2561 เมื่อ15 มิถุนายน 2560 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้พันธกิจของตน ในการพัฒนาสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ เมื่อสิ้นสุดแผนปี 2565 ผู้สูงอายุร้อยละ 80 มีสุขภาพช่องปากดี มีฟันใช้งานเหมาะสม (อย่างน้อย 20 ซี่ หรือ 4 คู่สบฟันหลัง) และ มีระบบ/นวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ อย่างน้อย 5 ใน 7 ประเด็นสำคัญ (ได้แก่ 1.ปัญหาการสูญเสียฟันและการใส่ฟัน 2.ฟันผุ/รากฟันผุ 3.โรคปริทันต์ 4.มะเร็งช่องปาก 5.ภาวะน้ำลายแห้ง 6.ฟันสึก 7. ปัญหาช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางเรื้อรังทางร่างกายของผู้สูงอายุ) ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่1 การพัฒนารูปแบบ ระบบ และคุณภาพบริการด้านทันตสุขภาพในกลุ่มผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ที่2 การศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบุคลากร และ หลักสูตรด้านทันตกรรมผู้สูงอายุ ยุทธศาสตร์ที่4 การบริหารจัดการและการพัฒนาระบบฐานข้อมูล การติดตามประเมินผล โดยกระทรวงสาธารณสุข เป็นส่วนราชการหลักในการบริหารแผนงาน และกรมอนามัยเป็นหน่วยประสานการขับเคลื่อนภาพรวมทั้งประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุฯ กรมอนามัยได้ดำเนินการภายใต้พันธกิจ ในยุทธศาสตร์ที่ 1 และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้ผู้สูงอายุมีหลักประกัน และเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริม ป้องกัน รักษาฟื้นฟูเพื่อคงสภาพการใช้งาน 2. เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วยตนเอง เข้าถึงสื่อความรู้ เพื่อการดูแลตนเอง ทั้งกลุ่มที่ช่วยเหลือตนเองได้และไม่ได้ 3. มีเทคโนโลยี นวัตกรรม รูปแบบ แนวทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการรองรับ ในประเด็นปัญหาสำคัญ จากการดำเนินงานที่ผ่านมาของเขตสุขภาพที่ 9 ผลผลิตที่เกิดขึ้น คือ (1) ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการทันตสุขภาพ เพิ่มขึ้นจาก 22,910 ราย ในปี 2558 เป็น 79,805 ราย ในปี2564 (2) ผู้สูงอายุเข้าถึงสื่อความรู้เพื่อการดูแลตนเอง ผ่านกิจกรรมชมรม เพิ่มจากปี 2558 100 คน ใน 1 ชมรม เป็น 483,611 คน ใน 823 ชมรม ปี2564 (3) มีรูปแบบ/นวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากในประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ การสูญเสียฟันและการใส่ฟัน มะเร็งช่องปาก และปัญหาช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 มีผลลัพธ์ การมีฟันใช้งานเหมาะสม อย่างน้อย 20 ซี่ หรือ 4 คู่สบ ร้อยละ 67 (ข้อมูลจากระบบ HDC กระทรวงสาธารณสุข 30 สิงหาคม 2563) เนื่องจากตัวเลขร้อยละของผู้สูงอายุที่มีฟันใช้งานเหมาะสม เป็นตัวเลขเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่เข้าถึงระบบบริการ ซึ่งครอบคลุมเพียงร้อยละ 22.9 จำเป็นต้องสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการตรวจเพิ่มขึ้น แม้ว่าภาพรวมจะบรรลุเป้าหมายผลผลิต แต่เมื่อวิเคราะห์การบรรลุเป้าหมายผลลัพธ์ พบว่า ยังมีช่องว่าง โดยในส่วนของการดูแลด้วยตนเอง ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ครอบครัวและเครือข่ายภาคประชาชนในชุมชน ยังไม่สามารถเข้าถึงการสื่อสารที่จำเป็น ที่ถูกต้องชัดเจน จะมีเฉพาะผู้สูงอายุกลุ่มที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม/กิจกรรมชมรม ที่รับรู้ข้อมูลการดูแลและเข้ารับบริการสม่ำเสมอ ในส่วนของการรับบริการ แม้ว่าในประเด็นปัญหา เรื่องการสูญเสียฟันและการใส่ฟัน จะมีการคัดกรองและระบบบริการรองรับชัดเจน แต่ในประเด็นสำคัญอื่น เช่น ฟันผุ/รากฟันผุ มะเร็งช่องปาก น้ำลายแห้ง กลุ่มที่มีโรคเรื้อรังทางระบบ ยังมีช่องว่างในระบบการค้นหาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง เพื่อการให้บริการป้องกันที่เหมาะสมทันเวลา รวมทั้งยังขาดความต่อเนื่องในการดูแลให้ครบวงจร นอกจากนี้ ควรเพิ่มการดูแลช่องปากในกลุ่มติดบ้านติดเตียง ซึ่งในปี 2562 ครอบคลุมร้อยละ 29 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเตรียมความพร้อมของกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงเห็นควรมีการเชื่อมโยงภารกิจต่าง ๆอย่างเป็นระบบ และจำเป็นต้องเน้นหนัก ใน 2 ส่วน คือ (1) เพิ่มการเข้าถึง สื่อความรู้ เพื่อการดูแลตนเองและการเข้ารับบริการที่เหมาะสม โดยพัฒนาช่องทางการสื่อสาร การประเมินตนเอง ผ่านเทคโนโลยี platform ควบคู่กับ ช่องทางที่ผ่านเครือข่ายภาคประชาชน และชมรม (2) เพิ่มการเข้าถึงบริการ เพื่อตรวจคัดกรองความเสี่ยง บริการส่งเสริมป้องกัน บริการฟื้นฟูสภาพการใช้งาน ในประเด็นปัญหาสำคัญ โดยการพัฒนาระบบบริการให้เข้าถึงง่าย เชื่อมโยงภาคประชาชนกับหน่วยบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ ทั้งส่งต่อและรับกลับดูแลในชุมชน ซึ่งการบรรลุเป้าหมายทั้ง 2 ส่วนนี้ จะเน้นการใช้เทคโนโลยี และการพัฒนานวัตกรรม เป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ รวมทั้งการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ จำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ผู้สูงอายุสุขภาพช่องปากดี มีฟันใช้งานเหมาะสม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดูแลและส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ 2565 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้ผู้สูงอายุทุกกลุ่ม และกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ เข้าถึงบริการผสมผสาน ทั้งส่งเสริม ป้องกัน รักษาฟื้นฟู เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากได้ด้วยตนเอง เข้าถึงสื่อความรู้ คงสภาพการใช้งานของอวัยวะในช่องปาก ในประเด็นปัญหาสำคัญ เพิ่มขึ้น 2. พัฒนาและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมในระบบบริการ โดยภาคประชาชนและทันตบุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลตนเองในทุกกลุ่มวัยเพื่อเตรียมเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เขตพื้นที่นครชัยบุรินทร์ 3. สร้างเสริมสุขภาพช่องปากและสนับสนุนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากทุกกลุ่มวัย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพด้านสุขภาพช่องปากดีเด่น ระดับยอดเยี่ยม ดีมาก ดี และขยายสู่พื้นที่อื่นในเขตสุขภาพที่ 9 4 แห่ง
2.อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ในเขตสุขภาพที่ 9 ได้พัฒนาศักยภาพด้านทันตสาธารณสุข 176 คน
3.ทันตบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพสำรวจสุขภาพช่องปาก 40 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุและก่อนวัยสูงอายุ เข้าถึงนวัตกรรม/บริการแบบผสมผสาน (ทั้งคัดกรองความเสี่ยง ส่งเสริมป้องกัน และฟื้นฟู) เพื่อคงสภาพการใช้งาน ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสูญเสียฟัน ฟันผุ/รากฟันผุ มะเร็งช่องปาก ภาวะน้ำลายแห้ง 114600 คน
2.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุ และก่อนวัยสูงอายุ เข้าถึงกิจกรรม/สื่อความรู้ เพื่อการดูแลช่องปากด้วยตนเอง ผ่านชมรม เครือข่ายภาคประชาชน หรือ ผ่านเทคโนโลยีแบบ platform 600600 คน
3.เชิงปริมาณ : รายงานแผนการปฏิบัติงานและผลการดำเนินโครงการทันตสาธารณสุขทุกกลุ่มวัยเขตสุขภาพที่ 9 1 ฉบับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประชุมชี้แจงขับเคลื่อนและจัดทำแผนระบบดูแลและสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ ปีงบประมาณ 2565 - จัดทำกำหนดการและกำหนดหัวข้อการประชุม ประสานวิทยากร ประสานพื้นที่ - ประชาสัมพันธ์ และรวบรวมรายชื่อกลุ่มเป้าหมายที่เข้าประชุม ทำหนังสือเชิญวิทยากร และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุม - ประชุมคณะทำงาน และ เตรียมเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ - ขออนุมัติ และดำเนินการจัดประชุม - สรุป และรายงานผลการดำเนินงาน 2. ประชุมเชิงปฏิบัติการ การใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากทุกกลุ่มวัน เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ - ประชุมคณะทำงาน เพื่อเตรียมการจัดงาน กำหนดบทบาทหน้าที่ - จัดทำเนื้อหาวิชาการประกอบการบรรยาย - ประสานวิทยากร, ประสานพื้นที่ - ทำหนังสือเชิญวิทยากร และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุม - ประชุมคณะทำงาน และ เตรียมเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในงานประชุม - ขออนุมัติ และดำเนินการจัดประชุม - สรุป และรายงานผลการดำเนินงาน 3 . ประชุมปรับมาตรฐานสำรวจสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 - จัดทำกำหนดการและหัวข้อการประชุม ประสานวิทยากร ประสานพื้นที่ - ประชาสัมพันธ์ และรวบรวมรายชื่อกลุ่มเป้าหมายที่เข้าประชุม - ทำหนังสือเชิญวิทยากร ภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุม และประสานกลุ่มตัวอย่าง - ประชุมคณะทำงาน และเตรียมเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ - ขออนุมัติ และดำเนินการจัดประชุม - สรุป และรายงานผลการดำเนินงาน 4. พัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพช่องปากและประเมินชมรมผู้สูงอายุคุณภาพด้านสุขภาพช่องปากดีเด่น เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ ปีงบประมาณ 2565 - ทำหนังสือประชาสัมพันธ์เครือข่ายเข้าร่วมประกวดชมรมผู้สูงอายุ - รวมรวมรายชื่อชมรมผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นตัวแทนระดับจังหวัด - ทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินชมรมผู้สูงอายุ - ประชุมคณะกรรมการเพื่อกำหนดเกณฑ์ประเมิน และกำหนดบทบาทหน้าที่ - ทำหนังสือขออนุมัติลงพื้นที่ประเมินชมรมผู้สูงอายุ - เตรียมเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ในการลงเยี่ยมและประเมิน - ดำเนินการออกประเมินชมรมผู้สูงอายุในพื้นที่ - สรุป รายงานผลการประเมินให้พื้นที่ทราบเพื่อรับรางวัลระดับเขตต่อไป 5. ประชุมสรุปผลระบบการดูแลและสร้างเสริมสุขภาพช่องปากทุกกลุ่มวัย เขตสุขภาพที่ 9 ประจำปีงบประมาณ 2565 - จัดทำกำหนดการและกำหนดหัวข้อการประชุม ประสานวิทยากร ประสานพื้นที่ - ประชาสัมพันธ์ และรวบรวมรายชื่อกลุ่มเป้าหมายที่เข้าประชุม ทำหนังสือเชิญภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุม - ประชุมคณะทำงาน และ เตรียมเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ - ขออนุมัติ และดำเนินการจัดประชุม - สรุป และรายงานผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงขับเคลื่อนนโยบายและจัดทำแผนระบบดูแลและสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ปีงบประมาณ 2565 (Zoom) 1 ครั้ง 18 พ.ย. 2564 - 19 พ.ย. 2564 12,400.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ การใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากทุกกลุ่มวัน เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ (Zoom) 1 ครั้ง 24 ก.ย. 2564 - 24 ก.ย. 2564 7,200.00
3 ประชุมปรับมาตรฐานสำรวจสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 (Zoom) 1 ครั้ง 18 มี.ค. 2565 - 18 มี.ค. 2565 40,900.00
4 ประชุมสรุปผลระบบการดูแลและสร้างเสริมสุขภาพช่องปากทุกกลุ่มวัย เขตสุขภาพที่ 9 ปีงบประมาณ 2565 (Zoom) 1 ครั้ง 22 ก.ค. 2565 - 22 ก.ค. 2565 5,500.00
5 พัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพช่องปากและประเมินชมรมผู้สูงอายุคุณภาพด้านสุขภาพช่องปากดีเด่น เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ ปีงบประมาณ 2565 (Zoom) 4 แห่ง 19 เม.ย. 2565 - 22 เม.ย. 2565 14,000.00
รวมเป็นเงิน 80,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
80,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
24 ก.ย. 2564 - 22 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
- สาธารณสุขจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 9 - องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตสุขภาพที่ 9 - ชมรมผู้สูงอายุ ในเขตสุขภาพที่ 9 -ชุมชน ในเขตสุขภาพที่ 9

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- ทันตบุคลากร - บุคลากรสาธารณสุข - เจ้าหน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น - ผู้นำชุมชนและผู้สูงอายุ - ภาคีเครือข่ายทันตสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 9

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ทันตบุคลากร บุคลากรสาธารณสุข สถานศึกษา สถานบริการ สถานประกอบการ หมู่บ้านและชุมชน ที่ดำเนินงานทันตสาธารณสุข

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวญาณิณี ลิ้มมงคล 2. นางสาวนงลักษณ์ ใจบุญ 3. นางพัชรี ถ่ายสูงเนิน 4. นางสาวณัฏฐา แทนรินทร์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวณมน เพ็ชรนิล

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายภรัญวิทย์ อนันต์ดิลกฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือภาคีเครือข่ายเพื่อการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เขตสุขภาพที่ 9 E_1

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 7 ) 1.7 ราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์( 50 ) 14.6 พื้นที่เสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
งานอนามัยสิ่งแวดล้อมเป็นงานที่มีความสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เป็นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามต่อสุขภาพประชาชน ด้วยกระบวนการจัดการที่แหล่งกำเนิด ช่องทางผ่าน และผู้รับสัมผัส การขับเคลื่อนดำเนินงานอาศัยกลไกความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภายในกระทรวงสาธารณสุข ภายนอกกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานภาคเอกชน การเติบโตและขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วสังคมไทยมี ชุมชนชนบทขยายตัวเข้าสู่สังคมเมือง (Urbanization) เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพ และสิ่งแวดล้อมจากเดิมเข้าสู่รูปแบบใหม่ สังคมเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ การเมืองที่มีความผันผวน นโยบายการทำงานที่ขาดความต่อเนื่อง การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนจากปัจจัยอันเกิดจากโรคอุบัติใหม่ สาธารณภัย รวมถึงภัยต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตบริบทเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายขึ้น ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา มีภารกิจคุ้มครอง พิทักษ์สิทธิของประชาชนด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม มีแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้ทันเวลา ทันเหตุการณ์ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมและยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการ ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือภาคีเครือข่ายเพื่อการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เขตสุขภาพที่ 9 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1.พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ 2.ส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ 3.เพื่อยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัยสนับสนุนความช่วยเหลือด้าน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.โรงเรียน กพด. ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 12 แห่ง
2.จำนวนชุมชนต้นแบบที่มีการจัดการเพื่อลดและป้กันผลกระทบต่อสุขภาพ จากมลพิษทางอากาศ 1 แห่ง
3.จํานวนชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 1 แห่ง
4.ประชาชนมีพฤติกรรมด้าน อวล. ที่พึงประสงค์ในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด 19 85 ร้อยละ
5.คุณภาพน้ำบริโภคของโรงเรียน กพด. ผ่านเกณฑ์เกณฑ์มาตรฐาน 40 ร้อยละ
6.โรงเรียน กพด.ต้นแบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 10 แห่ง
7.ร้อยละสถานประกอบการกิจการดําเนินการตามมาตรฐานอนามัยสิ่งแวด ล้อมเพื่อลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 85 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ตรวจประเมินด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการจัดการน้ำเสียในเรือนจำ 2.พัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 3.ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบริโภค และติดตามกำกับ การดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ 4.พัฒนาศักยภาพชุมชนที่มีการจัดการเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ 5.พัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 6.พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข/อปท. เพื่อการจัดการน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะติดเชื้อ ในโรงพยาบาลสนาม CI HI SQ 7.รณรงค์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในวันสำคัญต่างๆ และรณรงค์ ป้องกันโควิด-19 8.เยี่ยมสำรวจประเมินกิจการ ประเมินสถานประกอบการตาม TSC+

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพ อสม.และคืนข้อมูล ชุมชนมลพิษอากาศ 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2566 22,920.00
2 จัดประชุมขับเคลื่อนพัฒนา ชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ และชุมชนมลพิษอากาศ 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 พ.ค. 2565 18,020.00
3 รณรงค์ด้านอนามัยสิ่งแวด ล้อมในวันสำคัญต่างๆ และรณรงค์ ป้องกัน โควิด-19 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 7,720.00
4 เยี่ยมสำรวจประเมินกิจการ ประเมินสถานประกอบการ ตาม TSC+ 4 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 26,600.00
5 ตรวจประเมินด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการจัดการน้ำเสียในเรือนจำ 12 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2565 0.00
6 พัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค 12 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2565 0.00
7 ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบริโภค และติดตามกำกับ การดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ 12 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 10,800.00
8 พัฒนาศักยภาพบุคลากร สาธารณสุข/อปท. เพื่อการจัดการน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะติดเชื้อ ในโรงพยาบาลสนาม CI HI SQ (Zoom) 100 คน 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 3,700.00
รวมเป็นเงิน 89,760.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
89,760.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2566

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 2.บุคคลากร และผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถาน 3.ครู นักเรียน บุคลากรในโรงเรียน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 4.ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5.เจ้าหน้าที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 6.เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ 7. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก รพ.สต./รพ./สสอ./สสจ. 8. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9. แกนนำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน 10.ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 2.บุคคลากร และผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถาน 3.ครู นักเรียน บุคลากรในโรงเรียน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 4.ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5.เจ้าหน้าที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 6.เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ 7. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก รพ.สต./รพ./สสอ./สสจ. 8. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9. แกนนำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน 10.ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นายฐาปะนะ วิชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2.นายสมรัฐ นัยรัมย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3.นางสาวศรีประภา ลุนละวงค์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4.นางสาวสรลักษณ์ รามโกมุท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5.นางศิริภาพร ภูโยฤทธิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6.นางสาวอริษา จันทร์ทำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอารยา อินต๊ะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมชาย แช่มชูกลิ่น/นายปิติคุณ เสตะปุระ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับท้องถิ่นชุมชนจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี E2

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 56 ) 16.1 การคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพเพื่อสนับสนุนการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมเมืองสุขภาพดี
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับท้องถิ่น ชุมชน จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมเป็นงานที่สำคัญ มุ่งเน้นควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 เป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประชาชนด้านสุขลักษณะและการอนามัยสิ่งแวดล้อมหรือการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมครอบคลุมกิจกรรม กิจการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน ตั้งแต่ระดับครัวเรือนสู่ชุมชน เช่น การจัดการขยะมูลฝอย การจัดการสิ่งปฏิกูล หาบเร่ แผงลอย สถานที่จำหน่ายอาหาร ตลาด การควบคุมเลี้ยงสัตว์ กฎหมายฉบับนี้มีลักษณะการกระจายอำนาจไปสู่ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นในการควบคุมสุขลักษณะทางด้านสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ฯ 5 ปี กรมอนามัย (2560-2564) กำหนดให้ตำบลมีชุมชนที่มีศักยภาพในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในชุมชน ซึ่งได้ขยายเป้าหมายการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ให้สามารถจัดการปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้ ศูนย์อนามัยที่ 9 ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคทั้งในพื้นที่ปกติ พื้นที่เสี่ยง โดยการสำรวจข้อมูลและสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำบริโภคครัวเรือน ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่แล้วน้ำประปาทั้งประปาจากเทศบาล หรือประปาหมู่บ้าน ยังไม่ได้มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคของกรมอนามัย โดยเฉพาะโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ซึ่งการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียหรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนผู้ใช้น้ำบริโภค จากการดำเนินงานที่ยังพบปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมหลากหลายประเด็น ทั้งปัญหาคุณภาพน้ำบริโภค เสียงดัง กลิ่นเหม็น การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยที่ไม่เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล นอกจากนี้ผลการดำเนินงานสิ่งแวดล้อมในสถานบริการสาธารณะอื่นๆที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เช่น ระบบการจัดบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมของ อปท. (Environmental Health Accreditation: EHA) เป็นต้น ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ได้ตระหนักถึงประเด็นการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย จึงได้จัดทำโครงการยกระดับท้องถิ่นชุมชนจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยมีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายสามารถจัดการปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เป็นการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน ประเมินความเสี่ยง และพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมได้มาตรฐาน เพื่อเมืองน่าอยู่ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายในการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 2 เพื่อประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายในการพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อม 3 เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามมาตรฐาน 4 เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.อปท.ขับเคลื่อนคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านที่ได้มาตรฐาน (จังหวัดละ 1 แห่ง) 4 แห่ง
2.ระบบประปาหมู่บ้านผ่านประปาดื่มได้ 24 แห่ง
3.อปท. ผ่านการประเมินคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม 70 ร้อยละ
4.องค์การบริหารส่วนตำบลมีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อท้องถิ่นและชุมชนน่าอยู่ 15 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 จัดทำฐานข้อมูลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 4 จังหวัด 2 จัดประชุมชี้แจงแนวทาง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 3 ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 4 นิเทศ สุ่มประเมิน ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม /งานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ /การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูล / กฎหมายสาธารณสุข ของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ 5 สนับสนุนการพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่และเครือข่ายดำเนินงาน 6 สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ EHA 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 1,900.00
2 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเหตุร้องเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 1 ก.พ. 2565 7,080.00
3 ประชุมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปา 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
4 ถอดบทเรียนการจัดการสิ่งปฏิกูล 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 24,700.00
5 ประชุมชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 0.00
6 ประชุม Node สิ่งแวดล้อม 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 23,000.00
7 พัฒนาขับเคลื่อนอบต. จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อท้องถิ่นและชุมชนน่าอยู่ (ประชุม/ใบประกาศ/วัสดุอุปกรณ์) 3 รายการ 1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 86,400.00
8 ประเมินมาตรฐาน setting อปท. โรงแรม ส้วม ประปา กฎหมาย ฯลฯ 4 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 55,000.00
รวมเป็นเงิน 198,080.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
198,080.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 การประปาส่วนภูมิภาค

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1 เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 2 เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด อำเภอ รพ.สต. 3 เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 เจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาค 5 ประชาชนทั่วไป

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นายสมรัฐ นัยรัมย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นายฐาปะนะ วิชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นางสาวศรีประภา ลุนละวงศ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวสรลักษณ์ รามโกมุท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5. นางศิริภาพร ภูโยฤทธิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6. นางสาวอริษา จันทร์ทำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 7. นายศุภลักษณ์ ท้าวคำลือ ตำแหน่ง นิติกร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอารยา อินต๊ะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
1.นายปิติคุณ เสตะปุระ ที่ปรึกษากลุ่มงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม 2.นายสมชาย แช่มชูกลิ่น รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการท่องเที่ยว E3

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 52 ) 15.2 พัฒนาระบบเฝ้าระวังด้านการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และความเสี่ยงอนามัยสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการในแหล่งท่องเที่ยว
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการท่องเที่ยว

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันประชาชนนิยมบริโภคอาหารนอกบ้านและอาหารปรุงสำเร็จมากขึ้น ความจำเป็นหรือความต้องการ ในการควบคุมสถานที่จำหน่ายอาหารให้ถูกสุขลักษณะจึงมีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพื่อควบคุมป้องกันการปนเปื้อน เชื้อโรค สารเคมีหรือโลหะหนัก รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อซึ่งในอดีต ที่ผ่านมาใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการค้าอาหารดำเนินการให้ได้ตามมาตรฐาน และพระราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ.2535 ที่ได้บัญญัติไว้ในหมวด 8 ว่าด้วยเรื่อง ตลาด สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร จากเหตุการณ์เจ็บป่วยจากการบริโภคอาหารที่ไม่สะอาดได้ทั้งในระดับ สถาบันการศึกษาองค์กรต่างๆ หรือในชุมชน และตามที่รัฐบาลไทย มีนโยบายที่ให้หน่วยงานราชการให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวและส่งเสริมให้ภาคเอกชนและองค์กรประชาชนจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศหันมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ปัจจัยเรื่องอาหารนับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญและมีผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างสูง เพราะถ้าอาหารที่จัดไว้บริการไม่ปลอดภัยจนทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อแล้ว ก็จะมีผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา จึงจัดทำโครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำและอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการท่องเที่ยวขึ้น เพื่อกระตุ้นมาตรการในการควบคุม กำกับ และตรวจสอบดูแลสถานที่ปรุง ประกอบ จำหน่ายอาหาร และส่งเสริมด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมภาพรวมไม่ว่าจะเป็น สถานที่จำหน่ายอาหาร ตลาด สถานที่สะสมอาหาร อาหารริมบาทวิถี (Street Food) พื้นที่ในเขตเมือง เขตชนบท พัฒนางานสุขาภิบาลอาหารที่เชื่อมโยงกับ SHA รวมถึงการส่งเสริมให้สถานบริการเพื่อพักอาศัยชั่วคราว (โรงแรม รีสอร์ท) และส้วมสาธารณะได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพและพิทักษ์สิทธิประชาชนจากการใช้บริการของสถานประกอบกิจการดังกล่าว

8. วัตถุประสงค์ :
1.3.1 เพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบการ ประเภทสถานที่จำหน่ายอาหาร ในพื้นที่ท่องเที่ยวผ่านการประเมินมาตรฐานด้านการสุขาภิบาลอาหาร 1.3.2 เพื่อส่งเสริมให้สถานบริการเพื่อพักอาศัยชั่วคราว (โรงแรม รีสอร์ท) และส้วมสาธารณะได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 1.3.3 เพื่อพัฒนาต้นแบบสถานประกอบการอาหารริมบาทวิถี (Street Food) ที่มีการจัดการด้านสุขาภิบาลอาหารที่ดี สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อแก่ผู้บริโภคได้

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ต้นแบบด้านถนนอาหารปลอดภัยผ่านเกณฑ์มาตรฐาน CFGT 4 แห่ง
2.ต้นแบบสถานประกอบการประเภทสถานที่จำหน่ายอาหาร และต้นแบบสถานบริการ เพื่อพักอาศัยชั่วคราว ส้วมสาธารณะ ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย ในแหล่งท่องเที่ยว 20 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลสถานประกอบการในแหล่งท่องเที่ยว/บริการที่พักอาศัยชั่วคราว/ส้วม 1 ฉบับ
2.เชิงปริมาณ : สถานประกอบการประเภทสถานที่จำหน่ายอาหาร ได้แก่ ร้านอาหาร แผงลอยจำหน่ายอาหาร อาหารริมบาทวิถี ห้องอาหารในโรงแรม ตลาด ฯลฯ ในแหล่งท่องเที่ยวได้รับการประเมินมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 8 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : ภาคีเครือข่ายได้รับการพัฒนาขีดความสามารถและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยว 1 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.5.1 พัฒนาศักยภาพเครือข่ายด้านการจัดการสุขาภิบาลอาหารและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ท่องเที่ยว 1.5.2 ประชุมแกนนำขับเคลื่อนการดำเนินการอาหารริมบาทวิถี (Street Food) 1.5.3 การเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหาร ตลาด/ ร้านอาหาร/ บริการที่พักอาศัยชั่วคราว/ ส้วมสาธารณะ/ อาหารริมบาทวิถี 1.5.4 ลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหาร

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาศักยภาพเครือข่ายการจัดการสุขาภิบาลอาหารและอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ท่องเที่ยว 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 1,500.00
2 ประชุมแกนนำขับเคลื่อนการดำเนินการอาหารริมบาทวิถี (Street Food) 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 1,500.00
3 การเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหาร ตลาด/ร้านอาหาร/บริการที่พักอาศัยชั่วคราว/ส้วม 8 แห่ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 47,000.00
4 ลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลอาหาร 8 แห่ง 1 มิ.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 27,400.00
รวมเป็นเงิน 77,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
77,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานที่จำหน่ายอาหาร/ สถานบริการเพื่อพักอาศัยชั่วคราว / ส้วมสาธารณะ/ อาหารริมบาทวิถี ในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก รพ.สต. /สสอ./สสจ. - ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - แกนนำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ - ผู้ประกอบการสถานที่จำหน่ายอาหาร/ พักอาศัยชั่วคราว/ บริการส้วมสาธารณะ/ อาหารริมบาทวิถี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
- เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก รพ.สต. /สสอ./สสจ. - ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - แกนนำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ - ผู้ประกอบการสถานที่จำหน่ายอาหาร/ พักอาศัยชั่วคราว/ บริการส้วมสาธารณะ/ อาหารริมบาทวิถี - ผู้ใช้บริการ และประชาชนทั่วไป

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวสรลักษณ์ รามโกมุท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2. นางสาวศรีประภา ลุนละวงค์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3. นายฐาปะนะ วิชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นายสมรัฐ นัยรัมย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5. นางศิริภาพร ภูโยฤทธิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6. นางสาวอริษา จันทร์ทำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 7. นายศุภลักษณ์ ท้าวคำลือ ตำแหน่ง นิติกร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอารยา อินต๊ะ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแพทย์ปิติคุณ เสตะปุระ (ที่ปรึกษากลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม) และ นามสมชาย แช่มชูกลิ่น (รองผู้อำนวยศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา)

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการสาธารณสุขที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ E4

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
18) ร้อยละของสถานบริการการสาธารณสุขที่จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 60 ) 17.1 ส่งเสริมการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุข
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการการสาธารณสุขที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการ เพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัวของสังคมเมือง การขยายตัวภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงโรงพยาบาล ดังนั้นการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะออกสู่ภายนอก ในแต่ละวันจึงมีกิจกรรมจากผู้มาใช้บริการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจำนวนมาก ก่อให้เกิดของเสีย อาทิเศษอาหารจากโรงอาหาร ร้านอาหารสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากการขับถ่าย น้ำเสีย ตลอดจนมูลฝอยติดเชื้อการใช้พลังงาน และการใช้สารเคมีในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลและชุมชนโดยรอบ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลโดยใช้หลักการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Ecological Sanitation) คือ กลยุทธ์ CLEAN และกิจกรรม GREEN จะสามารถบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้มาใช้บริการในการรณรงค์และขยายผลสู่สังคม กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายการปฏิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค (P & P Excellence) กำหนดให้มีการดำเนินงานเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล ภายใต้โครงการ GREEN & CLEAN Hospitalเพื่อให้เกิดการพัฒนาGREEN & CLEAN Hospital ในเขตนครชัยบุรินทร์ ผลการดำเนินงาน พบว่า โรงพยาบาลในเขตทั้งหมด จำนวน 90 แห่ง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับพื้นฐาน ร้อยละ 100.00 ผ่านมาตรฐานระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 98.90 ผ่านมาตรฐานระดับดีมากขึ้นไป ร้อยละ 86.81 และระดับดีมากพลัส จำนวน 29 แห่ง ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดขยายแนวทางการดำเนินงานสู่ชุมชน ต่อยอดนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาสู่มาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital Plus ส่งเสริมพัฒนาด้านอาหารปลอดภัยและอาชีวอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา จึงดำเนินโครงการบริหารจัดการมูลฝอยและส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 9 ขึ้น

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อให้สถานบริการการสาธารณสุขมีการจัดการมูลฝอยทุกประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ 2.เพื่อให้สถานบริการการสาธารณสุขพัฒนาให้ผ่านเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.สถานบริการการสาธารณสุขพัฒนาได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital 80 ร้อยละ
2.มูลฝอยทุกประเภทได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละของสถานบริการสาธารณสุขผ่านเกณฑ์ C&G ระดับดีมาก 80 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : มูลฝอยทุกประเภทได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 100 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : ดำเนินโครงการเป็นไปตามแผนที่กำหนด 1 โครงการ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.กิจกรรม GREEN and CLEAN Hospital 1.1. เก็บข้อมูลมูลฝอยติดเชื้อจากทุกแหล่งกำเนิด 1.2. นิเทศ /สุ่มประเมิน/ติดตามประเมิน 1.3. จัดเวทีค้นหานวัตกรรม 2 .กิจกรรมยกระดับบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม ระดับ Premium 2.1 ศูนย์คาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพจากปัจจัยเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 2. 2. บริการคลินิกอนามัยสิ่งแวดล้อม

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดเวทีค้นหานวัตกรรม 1 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 19,500.00
2 พัฒนาศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน 1 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 2,000.00
3 นิเทศ /สุ่มประเมิน/ติดตามประเมิน Green & CLEAN Hospital 80 ร้อยละ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 64,000.00
4 เก็บข้อมูลมูลฝอยติดเชื้อจากทุกแหล่งกำเนิด 100 ร้อยละ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 40,600.00
รวมเป็นเงิน 126,100.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
126,100.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงพยาบาลรัฐและเอกชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
-เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากรพ.รัฐ /รพ.เอกชน/ รพ.สต. /สสอ./สสจ. -ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น -แกนนำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากรพ.รัฐ /รพ.เอกชน/ รพ.สต. /สสอ./สสจ. -ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น -แกนนำชุมชน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายสมรัฐ นัยรัมย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นายฐาปะนะ วิชัย ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวศรีประภา ลุนละวงศ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวสรลักษณ์ รามโกมุท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางศิริภาพร ภูโยฤทธิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางสาวอริษา จันทร์ทำ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ นายศุภลักษณ์ ท้าวคำลือ ตำแหน่ง นิติกร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางอารยา อินต๊ะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสมชาย แช่มชูกลิ่น/นายปิติคุณ เสตะปุระ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสร้างสรรค์สื่อบูรณาการสร้างความรอบรู้และการสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพ HL1

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
ส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ (HL)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 66 ) 19.4 สร้างระบบการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี สื่อที่ทันสมัย และหลากหลายช่องทางการเข้าถึงสื่อและการตอบโต้ความเสี่ยง (RRHL)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างความรอบรู้และการสื่อสารด้านสุขภาพผ่านช่องทางต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ที่ประชาชนและภาคีเครือข่ายสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เข้าใจในสาระเนื้อหา ตลอดจนซักถามจนกระจ่างชัดเจนหมดข้อสงสัย สามารถนำไปปฏิบัติปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองและสามารถบอกต่อได้ในที่สุด ซึ่งการสื่อสารเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพนี้เป็นภารกิจสำคัญในการส่งเสริม ป้องกันสุขภาพในทุกมิติ ที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพอนามัยที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดีทั้งต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในประชาชนทุกกลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สะอาด เหมาะสม และปลอดภัยเอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี 2. เพื่อสื่อสารข้อมูล องค์ความรู้ที่ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 3. เพื่อผลิตและเผยแพร่สื่อสาธารณะด้านข้อมูลข่าวสารด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้แก่ประชาชนและภาคีเครือข่ายอย่างครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพ 4. เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพหีรวดเร็วทันสมัยและมีประสิทธิภาพ 5. เพื่อพัฒนาองค์กรต้นแบบรอบรู้ด้านสุขภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.รณรงค์ให้ความรู้แบบเคลื่อนที่ในชุมชน (รถแห่) เพื่อสร้าง Health Literacy 4 จังหวัด
2.เครื่องมือประเมินองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ชุด
3.รายงานการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนในเขตสุขภาพที่ 9 1 ฉบับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : การประชุม อบรม สัมมนาพัฒนาการสื่อสารเทคโนโลยีความรอบรู้ด้านสุขภาพ 6 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : การประชุม อบรม สัมมนา 6 ครั้ง
3.เชิงปริมาณ : สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อ Model สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 20 เรื่อง
4.เชิงปริมาณ : สื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านช่องทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย(สวท.) 12 ครั้ง
5.เชิงคุณภาพ : ความพึงพอใจของลูกค้าภายใน-ภายนอก ต่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านสุขภาพ 1 ฉบับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงาน 2. จัดประชุมระดมความคิดเห็นและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงาน 3.มอบหมายการดำเนินงานพร้อมจัดทำแผนงานโครงการ 4. ประสานงานภาคีเครือข่ายเพื่อรับทราบแนวนโยบายและแผนการปฏิบัติงานสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 5. วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อผลิตและจัดทำสื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 6. ออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 7. จัดประชุม อบรม สัมมนา เพื่อพัฒนาทักษาการสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 8. ออกแบบและผลิตสื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 9. สำรวจความพึงพอใจ และสุ่มสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนเขตสุขภาพที่ 9 10. ประเมินผลการดำเนินงาน 11. สรุปรายงานผลงานโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 3,900.00
2 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาสื่อสารประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 28,600.00
3 อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 10,100.00
4 อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 22,200.00
5 อบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในชุมชน 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 22,200.00
6 สุ่มสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนในเขตสุขภาพที่9 1 ฉบับ 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 5,600.00
7 ประชุมขับเคลื่อนงานสร้างความรอบรู้แบบบูรณาการ 2 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 5,200.00
8 รณรงค์ให้ความรู้แบบเคลื่อนที่ในชุมชน (รถแห่) เพื่อสร้าง HL ร่วมกับCluster 4 จังหวัด 6 ธ.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 22,000.00
9 สื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านช่องทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย(สวท.) 12 ครั้ง 25 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 38,400.00
10 ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ / สื่อ Model HL สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 20 เรื่อง 1 ธ.ค. 2564 - 30 ส.ค. 2565 104,000.00
รวมเป็นเงิน 262,200.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
262,200.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
25 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
-พื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดนครชัยบุรินทร์ - โรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- นักวิชาการ บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 - ภาคีเครือข่ายงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม - สื่อมวลชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
- นักวิชาการ บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 - ภาคีเครือข่ายงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม - สื่อมวลชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. ดร.ภญ.ปุญชรัสมิ์ ศิริทรัพย์ ตำแหน่ง เภสัชกรชำนาญการ 2. นางสาวอัมพร สมพงษ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. ดร.ศรีประภา ลุนละวงศ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารฯสุขชำนาญการ 4. นางสาวประดับ ศรีหมื่นไวย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นายสมรัฐ นัยรัมย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารฯสุขชำนาญการ 6. นางสาวปิยมาภรณ์ โล่ห์ทวีมงคล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารฯสุขชำนาญการ 7. นางสาวรัตนา ชัยวงษา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 8. นายเกรียงศักดิ์ แสนไชย ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ 10. นางสาววิลาวัลย์ แย้มจะบก ตำแหน่ง เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษาชำนาญงาน 11. นางสาววิมลพรรธ์ อัครวศิน ตำแหน่ง นักประชาสัมพันธ์ 12. นางนิตยา สาสวน ตำแหน่ง เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางนภัค นิธิวชิรธร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวกันทิมา เหมพรหมราช

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 16

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารยุทธศาสตร์ ยกระดับการบริหารแผนงานโครงการ/งบประมาณ และพัฒนาคุณภาพ สู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ปีงบประมาณ 2565 P_1

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 93 ) 26.2 พัฒนาและขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติราชการสู่การปฏิบัติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัยองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การวางแผนและติดตามประเมินผลเป็นกลไกในการสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย ในปัจจุบันหน่วยงานกรมอนามัยส่งเสริมให้มีการบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้การถ่ายระดับตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ และใช้แนวคิด House Model ในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัยเน้นให้บริหารการเปลี่ยนแปลงที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและประชาชน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการสร้างความมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานโครงการรองรับภารกิจส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กรมอนามัย ภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยเกิดการระบาดของ COVID-19 โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน จึงจัดทำโครงการโครงการบริหารยุทธศาสตร์ ยกระดับการบริหารแผนงานโครงการ/งบประมาณ และพัฒนาคุณภาพสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ปีงบประมาณ 2565 เพื่อใช้ในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานของแผนงานโครงการระดับหน่วยงาน ให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลให้ประชาชนในเขตนครชัยบุรินทร์มีสุขภาพที่ดี

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2566-2570) ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 8.2 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการศูนย์อนามัยที่ 9 ทุกโครงการให้บรรลุ เป้าหมาย 8.3 เพื่อจัดทำผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2565 และแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2566 8.4 นิเทศ กำกับ ติดตาม การดำเนินงานทุกกลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2565 1 ฉบับ
2.รายงานผลการปฏิบัติการ ของหน่วยงาน 1 ฉบับ
3.รายงานผลคำรับรองการปฏิบัติราชการ 1 เรื่อง
4.แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2566-2570) ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 1 ฉบับ
5.ผลงานวิชาการจากงานประจำ 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละของจำนวนกิจกรรมที่ดำเนินการ 80 ร้อยละ
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความสำเร็จตามเป้าหมายกิจกรรมในโครงการ 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 แต่งตั้งคณะกรรมการ 10.2 ถ่ายทอดตัวชี้วัดระดับหน่วยงาน 10.3 จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ 10.4 ชี้แจงแผนร่วมกับศูนย์วิชาการ/จังหวัด/ภายในหน่วยงาน 10.5 จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี 10.6 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 10.7 ประชุมติดตามแผนงาน & งบประมาณ และการประขุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ 10.8 รับการตรวจเยี่ยมทีมนิเทศกรมอนามัย 10.9 สรุปผลการดำเนินงานและจัดทำแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2566 10.10 จัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมระยะ 5 ปี (2566-2570)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมระยะ 5 ปี (2566-2570) ศูนย์อนามัยที่9 1 ฉบับ 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 125,400.00
2 การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 มี.ค. 2565 24,000.00
3 สรุปผลการดำเนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และจัดทำแผนปฏิบัติการปี พ.ศ.2566 2 เรื่อง 1 ส.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 24,000.00
4 การดำเนินงานตามตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ กพร. 3 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 18,500.00
5 การตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข/ รับการนิเทศงานการตรวจเยี่ยมของกรมอนามัย 4 จังหวัด 1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 134,690.00
6 ขับเคลื่อน/ศึกษาดูงานการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ 4 จังหวัด 1 ธ.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 40,000.00
รวมเป็นเงิน 366,590.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
366,590.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตสุขภาพที่ 9 / ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นางสาวณัฐนรี ทางธรรม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.2 นางสถาพร เป็นตามวา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 18.3 นายวันเฉลิม วรศรี ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ 18.4 นางณิชกมล กรึ่มพิมาย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.5 นางสาวสุธิดา เกตุพุดซา ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจีรวรรณ ชงจังหรีด

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 17

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนารูปแบบนวัตกรรมบริการ Premium service ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา H_1

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 93 ) 26.2 พัฒนาและขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติราชการสู่การปฏิบัติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัยองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากสถานการณ์ปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ของประชาชนไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ พยายามให้ข้อมูลและพัฒนามาตรการต่าง ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทำให้ความสามารถของประชาชนในการนำข้อมูลด้านสุขภาพมาใช้ในการตัดสินใจเลือกใช้บริการสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จึงเป็นสิ่งจำเป็นและต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลด้านสุขภาพต่าง ๆ ไปใช้จนเกิดประโยชน์สูงสุด ความสามารถข้างต้น เรียกว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และ“ชมรมศูนย์อนามัย”เป็นเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างผู้บริหารภายในกรมอนามัยและผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 1-12 เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2553 และในปี พ.ศ. 2554 เพื่อให้การพัฒนาระบบราชการเป็นไปอย่างยั้งยืน โดยนำเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบราชการและเริ่มดำเนินการกำหนดให้มีระบบคำรับรองการปฏิบัติราชการ ตั้งแต่ 2549 นำมาประยุกต์ใช้ปรับปรุงและพัฒนาองค์กรเพื่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านระบบการประเมิน และมีการมอบรางวัล กิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพแก่หน่วยงานของภาครัฐในปัจจุบันอีกด้วย นั้นคือ PMQA เป็นคำย่อมาจาก Public Sector Management Quality Award หมายถึง รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ การยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรและประสิทธิภาพของการบริหารภาครัฐให้มีคุณภาพทัดเทียม กับระดับนานาชาติและเป็นสากล เสริมสร้างให้บุคลากรในส่วนราชการมีการบริหารที่มุ่งให้องค์กรมีสมรรถนะสูง (High performance organization) เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมและสามารถเรียนรู้ คิดริเริ่มเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่ การบริหารงานปัจจุบันมีการแข่งขันมากขึ้นทำให้องค์กรภาครัฐและเอกชนหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กรมากขึ้น การสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กรจะทำให้บุคลากรเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร รับรู้ถึง คุณค่าที่องค์กรมอบให้ และส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ด้านการดำเนินงานในเชิงบวก และจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของบุคลากร โดยเฉพาะการวางแผน ในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานขององค์กร และการคาดการณ์สิ่งที่องค์กรต้องปฏิบัติ หรือต้องการพัฒนาให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การวางแผนงานต้องมีกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การวางแผนแบบมีส่วนร่วม จึงเป็นทางเลือกที่องค์กรควรนำมาใช้ (ปัทนีญา รอดแก้,2559) จึงได้มีการพัฒนาแลกเรียนรู้ไปสู่ Premium PP Service ซึ่งมีให้มีการดำเนินงานควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรแห่งความรอบรู้ด้านสุขภาพ คือ องค์กรที่มีการดำเนินงานที่เน้นการให้ข้อมูลที่ง่ายต่อความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ได้จริง และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ และความสะดวกของผู้รับบริการในการ 1) เดินทางไปยังจุดบริการต่าง ๆ 2) ค้นหา สอบถาม ทำความเข้าใจในข้อมูลที่จำเป็นและเกี่ยวข้อง 3) ตัดสินใจนำข้อมูลไปใช้ ในการสร้างเสริมสุขภาพดีและป้องกันโรคของตนเองและครอบครัว ตลอดจน 4) นำประสบการณ์การใช้ข้อมูลนั้นๆจนเกิดผลสำเร็จไปบอกต่อ ในเครือข่าย หรือ บริบทของตนเองได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 จึงได้มีการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ ควบคู่กับการพัฒนาบริการ Premium PP Service มีเป้าหมายพัฒนา Premium PP Service ด้านกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ และในปี 2565 จะพัฒนาบริการสู่ Premium PP Service ด้าน ดังนั้นจึงจัดทำโครงการพัฒนาต้นแบบองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนารูปแบบนวัตกรรมคุณภาพบริการ Premium service ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา โดยมุ่งหวังที่จะค้นหารูปแบบและนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาวัยทำงานและผู้สูงอายุ การสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยทำงานและกลุ่มผู้สูงอายุ

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อพัฒนาองค์กรให้เป็นต้นแบบองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ และต้นแบบโรงพยาบาลรอบรู้ด้าน สุขภาพ 8.2 เพื่อพัฒนารูปแบบนวัตกรรมบริการด้านการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ 8.3 พัฒนาศูนย์เรียนรู้และสื่อสนับสนุนการเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 8.4 เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง 8.5 เพื่อขอประเมินรับรองคุณภาพโรงพยาบาลตามเกณฑ์คุณภาพสากล

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมาเป็นต้นแบบองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 หน่วยงาน
2.รูปแบบการส่งเสริมเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกิจกรรม Premium working age health service 1 รูปแบบ
3.รูปแบบการคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในกิจกรรม Premium aging health service 1 รูปแบบ
4.ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ 80 ร้อยละ
5.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 ผู้ให้บริการมีทักษะและการสื่อสารที่เหมาะสมในการให้บริการ 80 ร้อยละ
6.ชมรมผู้สูงอายุศูนย์อนามัยที่ 9 เข้มแข็ง 1 ชมรม
7.ห้องปฏิบัติการเวชศาสตร์ชันสูตรผ่านการประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการจากสภาเทคนิคการแพทย์ (LA) 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในกิจกรรม Premium aging health service 10 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : รายงานผลสำรวจภายในองค์กร (Grand tour) เพื่อดูคนและสิ่งแวดล้อมในองค์กร 1 เรื่อง
3.เชิงปริมาณ : จำนวนรายการที่ห้องปฏิบัติการศูนย์อนามัยที่ 9 ยังคงสถานะเป็นสมาชิกประเมินคุณภาพภายนอกของห้องปฏิบัติการภายนอกองค์กร 1 ครั้ง
4.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งการจัดประชุมพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มผู้รับบริการ DPAC & Fitness Center 5 ครั้ง
5.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งการประชุมชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็งด้วยหลัก 3 อ. 5 ครั้ง
6.เชิงปริมาณ : มีศูนย์พัฒนาการเด็กปฐมวัยอายุ 0-1 ปีและกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0–5 ปี 1 แห่ง
7.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกิจกรรม Premium working age health service 5 ครั้ง
8.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งการสอบเทียบเครื่องมือทางการแพทย์และเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการ 1 ครั้ง
9.เชิงปริมาณ : มีกิจกรรมรณรงค์ “ รักได้ รักเป็น วันวาเลนไทน์ ” 1 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 แต่งตั้งคณะทำงาน 10.2 ประชุมคณะทำงานเพื่อจัดทำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม 10.3 เสนอโครงการเพื่ออนุมัติ 10.4 ดำเนินงานตามกิจกรรม ดังนี้ 1) ประชุมเกณฑ์และแนวทางการพัฒนาองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 2) จัดทำศูนย์พัฒนาการเด็กปฐมวัย/กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0 – 5 ปี 3) จัดกิจกรรมรณรงค์ “ รักได้ รักเป็น วันวาเลนไทน์ ” 4) จัดกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกิจกรรม Premium working age health service 5) จัดกิจกรรมการคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในกิจกรรม Premium aging health service 6) จัดประชุมชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็งด้วยหลัก 3 อ. 7) การประชุมสอบเทียบเครื่องมือด้านการแพทย์ให้มีมาตรฐานในการให้บริการ 8) สมัครสมาชิกการประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ กับสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 10.5 สรุปและประเมินผลโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 รณรงค์และส่งเสริมความรอบรู้ด้านทันตกรรม 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 13,200.00
2 การตรวจมาตรฐานเครื่องมือทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัย 2 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 45,255.00
3 การพัฒนาคุณภาพทางห้องปฏิบัติการเวชศาสตร์ชันสูตร 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 30,570.00
4 การพัฒนารูปแบบบริการส่งเสริมสุขภาพ 15 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 107,550.00
รวมเป็นเงิน 196,575.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
196,575.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนที่มารับบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ทุกกลุ่มวัย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นส.ยุพิน โจ้แปง ตำแหน่ง นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการพิเศษ 18.2 นางภรภัทร ซอมตะคุ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.3 นางอรทัย วงศ์พิกุล ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.4 นางจตุพร แก้วมณี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางวรรธนันท์ ทินวัง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแพทย์ภรัญวิทย์ อนันต์ดิลกฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 18

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับประสิทธิภาพระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร สู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง รองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ปีงบประมาณ 2565 HR1

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 77 ) 21.1 ยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลกรมอนามัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันองค์กรต่างๆได้เริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรและบุคลากรให้มีความสุขควบคู่กันไป การสร้างองค์กรแห่งความสุข คือ การพัฒนาคนในองค์กรอย่างมีเป้าหมาย เพื่อให้คนในองค์กรมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและนำพาองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ทรัพยากรบุคคลเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาองค์กร การพัฒนาบุคลากรเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามภารกิจหลักขององค์กรให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งการกำหนดวิธีการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เป็นผู้ที่มีศักยภาพสูง มีความเป็นเลิศ มีการสั่งสมความรู้ มีทักษะ มีความเชี่ยวชาญ ดังนั้น ศูนย์อนามัยที่ 9 จึงให้ความสำคัญในการส่งเสริมบุคลากรให้มีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาบุคลากรให้เข้าสู่เส้นทางความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ (Career Path) และส่งเสริมให้หน่วยงานมีการขับเคลื่อนองค์กรแห่งความสุข และมีดุลยภาพชีวิตในการทำงานให้สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป สามารถผลิตนวัตกรรม องค์ความรู้ ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสม ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา จึงจัดทำโครงการยกระดับประสิทธิภาพระบบการบริหารทรัพยากร บุคคลและพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง รองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ปีงบประมาณ 2565 ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลักสำคัญ 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 ประชุม แนวทางการประเมินผลงานประเภทวิชาการ กิจกรรมที่ 2 พัฒนาสมรรถนะกำลังคนศูนย์อนามัยที่ 9 ในระบบ ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่ 3 สร้างความสุขและความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร/ เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการป้องกันทุจริตในหน่วยงาน โดยเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์บริหารกำลังคน กรมอนามัย เพื่อรองรับภารกิจด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม มีสมรรถนะที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน และยกระดับบริการส่งเสริมสุขภาพ (PREMIUM SERVICES) ในองค์กรต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อพัฒนาบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนการยกระดับการบริการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม และยกระดับบริการด้านการส่งเสริมสุขภาพ 2. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ สร้างความสุขและความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรได้รับการพัฒนาตามแผนพัฒนาบุคลากร 70 ร้อยละ
2.ร้อยละความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร 85 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : มีแผนพัฒนาบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 1 ฉบับ
2.เชิงปริมาณ : มีวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 3 ฉบับ
3.เชิงคุณภาพ : ร้อยละความผูกพันของบุคลากรในองค์กร 85 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
กิจกรรมที่ 1 ประชุมแนวทางการประเมินผลงานประเภทวิชาการ 1. ประชุมแนวทางการประเมินผลงานประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ กิจกรรมที่ 2 พัฒนาสมรรถนะกำลังคนศูนย์อนามัยที่ 9 ในระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรตามความก้าวหน้าในตำแหน่ง กรมอนามัย 1 ประชุมการวางแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล แผน 5 ปี (พ.ศ. 2566- พ.ศ. 2570) 2 อบรมหลักสูตรสมรรถนะผู้นำด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม (Our Skills Our Future : OSOF VII) 3 อบรมผู้บริหารการสาธารณสุขระดับกลาง 4 อบรมผู้บริหารการสาธารณสุขระดับต้น 5 พัฒนาสมรรถนะกำลังคนคุณภาพ HIPPS 6 พัฒนาสมรรถนะกำลังคน (ก.พ.,AAIM) การพัฒนาบุคลากรเพื่อยกระดับการบริการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 ส่งบุคลากรเข้ารับการพัฒนาความรู้ ความสามารถตามนโยบายหน่วยงาน 2 การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติตามภารกิจของหน่วยงาน 1) อบรมระเบียบแนวทางการปฏิบัติด้านการเงินและพัสดุ 2) อบรมการให้ความรู้ด้านกฎหมาย 3) ประชุมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการใช้เทคโนโลยีสื่อสาร online: การใช้ Zoom, Webex, Teamlink, เทคนิคการทำสื่อ Social media ให้น่าสนใจ ,Social marketing 4) อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการควบคุมการติดเชื้อ (IC) 5) อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุหมู่และมาตรฐานการช่วยคืนชีพ(CPR) 6) อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านควบคุมความเสี่ยง (RM) 7) อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย/ซ้อมแผนหนีไฟ 8) อบรมการคัดกรองแบบประเมินผู้สูงอายุ 9) พัฒนาบุคลากรห้องปฏิบัติการเรื่องการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ 20 พารามิเตอร์ตามมาตรฐานน้ำประปาดื่มได้กรมอนามัย 10.4 การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติตามภารกิจของหน่วยงานในการสร้างผลงานวิชาการ 1 จัดงานประชุมนำเสนอผลงานวิชาการ/นวัตกรรม หรือมหกรรม CQI (Continuous Quality Improvement) 2 สนับสนุนบุคลากรเข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการในเวทีระดับต่างๆ 3 อบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการความรู้ /วิจัย/นวัตกรรม 4 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 กิจกรรมที่ 3 สร้างความสุขและความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร/เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการป้องกันทุจริตในหน่วยงาน สร้างความสุขและความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร 1 ร่วมประชุมพัฒนาทักษะนักสร้างสุข กรมอนามัย 2 ประชุมเชิงปฏิบัติการองค์กรมุ่งสู่คุณธรรม 3 ประชุมสืบสานประเพณีไทย 4 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงโรคไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและการป้องกันทุจริตในหน่วยงาน 1 คัดเลือกคนดีศรีอนามัย ปี 2564 2 การประกวดหน่วยงานคุณธรรม 3 การประกาศเจตนารมณ์การต่อต้านการทุจริต และรณรงค์ต่อต้านการทุจริต 4 ประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาการดำเนินงานคุณธรรมจริยธรรม 5 ประชุมการติดตามผลการตรวจสอบภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมแนวทางการประเมินผลงานประเภทวิชาการ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2565 3,900.00
2 สร้างความสุขและความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร/เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการป้องกันทุจริตในหน่วยงาน 9 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 122,240.00
3 พัฒนาสมรรถนะกำลังคนศูนย์อนามัยที่ 9 ในระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 19 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 464,770.00
รวมเป็นเงิน 590,910.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
590,910.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่ในเขตสุขภาพที่ 9 / ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา 2.คณะกรรมการบริหารงานบุคลากร (Human Resource Management : HRM) 3.คณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development : HRD) 4.คณะกรรมการพัฒนาวิชาการ (กพว.) 5. คณกรรมการคุณธรรมและความโปร่งใส ศูนย์อนามัยที่ 9 (Integrity and Transparency Acessment: ITA)

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายแพทย์ภรัญวิทย์ อนันต์ดิลกฤทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 19

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารหน่วยงาน (ค่าใช้จ่ายพื้นฐานหน่วยงาน) ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ปีงบประมาณ 2565 K1

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา เป็นหน่วยงานภูมิภาคของกรมอนามัย รับผิดชอบพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 มีภารกิจขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของกรมอนามัย ให้เห็นภาพรวม ที่ได้ผลผลิต ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ให้บรรลุเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ ได้ด้วยกระบวนการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง กลุ่มอำนวยการ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา เป็นหน่วยสนับสนุนให้ภารกิจหลัก มีหน้าที่ให้บริการและสนับสนุนแก่บุคลากรที่มาติดต่องาน จากภายนอกและภายในหน่วยงานในการบริหารจัดการทั่วไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จึงได้จัดทำโครงการ โครงการบริหารจัดการหน่วยงาน (ค่าใช้จ่ายพื้นฐานหน่วยงาน) ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ปีงบประมาณ 2565 เพื่อให้มีการบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อยกระดับการเบิกจ่ายงบประมาณให้ถูกต้องตามระเบียบการเงินการคลังภาครัฐและการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายที่กรมกำหนด

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีการบริหารจัดการหน่วยงาน ได้ตามเป้าประสงค์ของกรมอนามัยและกระทรวงการคลัง 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2565 ได้ตามเป้าประสงค์ของกรมอนามัยและกระทรวงการคลัง 12 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 แต่งตั้งคณะกรรมการ 10.2 จัดประชุมคณะกรรมการ 10.3 ดำเนินการตามกระบวนการ 10.4 ขออนุมัติเบิกจ่าย 10.5 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าจ้างเหมาบริการ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 550,200.00
2 ค่าไฟฟ้า 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 548,308.00
3 ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 124,900.00
4 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 232,317.00
รวมเป็นเงิน 1,455,725.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
1,455,725.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางมริษฏา แสงพรม

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางมริษฏา แสงพรม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
ลำดับที่ : 20

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบริหารค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ (ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์) ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ปีงบประมาณ 2565 K2

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา เป็นหน่วยงานภูมิภาคของกรมอนามัย รับผิดชอบพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 มีภารกิจขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของกรมอนามัย ให้เห็นภาพรวม ที่ได้ผลผลิต ผลลัพธ์เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ให้บรรลุเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ ได้ด้วยกระบวนการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง กลุ่มอำนวยการ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา เป็นหน่วยสนับสนุนให้ภารกิจหลัก รวมถึงบริหารงานค่าใช้จ่ายรายบุคคลตามสิทธิ์เฉพาะตน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จึงได้จัดทำโครงการบริหารค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐ (ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์) ศูนย์อนามัยที่ 9 ขึ้น เพื่อให้มีการบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายตามสิทธิของหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมาได้รับการเบิกค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนการเบิกจ่ายค่าใช้จาย่ตามสิทธิ์ ประจำปีงบประมาณ 2565 12 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 แจ้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 10.2 ทบทวนรายการแผนการเบิกจ่ายรายเดือน/รายปี 10.3 ทบทวนกระบวนการเบิกจ่าย 10.4 ดำเนินการขออนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ของบุคลากรศูนย์ฯ ตามลำดับขั้นตอน 10.5 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าตอบแทน พตส. 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 1,848,000.00
2 เงินเพิ่มพิเศษแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกรไม่ทำเวชปฏิบัติ 1 หน่วยนับ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 720,000.00
3 เงินสมทบประกันสังคมพนักงานราชการ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 133,560.00
4 เงินสมทบกองทุนประกันสังคมพนักงานราชการ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 316,060.00
รวมเป็นเงิน 3,017,620.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
3,017,620.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางมริษฏา แสงพรม

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางมริษฏา แสงพรม

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นายแพทย์ประสาน ชัยวิรัตนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................