หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 8 ) 1.8 พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

7. หลักการและเหตุผล :
อาหารและน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในการบริโภค อุปโภค และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะที่ใช้เพื่อการบริโภคนั้นจะต้องสะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ โดยเฉพาะน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในการบริโภค อุปโภค และกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจ้าวัน น้ำที่ใช้เพื่อการบริโภคนั้นจะต้องสะอาดปราศจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ โดยการที่จะบรรลุการมีน้ำบริโภค มีอาหารที่ที่สะอาดปลอดภัยส้าหรับประชาชนนั้น จะต้องมีการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนไปถึงปลายน้ำที่ควบคุมคุณภาพก่อนถึงประชาชน และจากการสำรวจข้อมูลคุณภาพน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ปี 2556-2560 ซึ่งได้สุ่มเก็บตัวอย่างจำนวน 843 ตัวอย่าง จำแนกเป็นน้ำบริโภค จำนวน 385 ตัวอย่าง น้ำอุปโภค 458 ตัวอย่าง โดยทำการสำรวจและเก็บตัวอย่าง ระหว่างปีพ.ศ.2556-2560 ผลการสำรวจพบว่า คุณภาพน้ำบริโภคมีแนวโน้มดีขึ้น ด้านกายภาพและเคมีส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์ พบการปนเปื้อนในส่วนของพารามิเตอร์ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายน้อยหรือไม่รุนแรง คุณภาพทางชีวภาพ ส่วนใหญ่พบการปนเปื้อนแบคทีเรียแต่มีแนวโน้มลดลง สำหรับน้ำอุปโภค คุณภาพน้ำทางกายภาพ เคมีและชีวภาพ ต่ำกว่าน้ำบริโภค และขาดแคลนเป็นบางช่วงในบางพื้นที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ โปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ฯ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ดำเนินงาน“ โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ฯ”เพื่อช่วยเหลือเด็กและประชาชนที่ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดอาหาร พัฒนาภาวะโภชนาการ และสุขภาพของเด็ก ทรงขยายงานพัฒนาไปในด้านอื่นๆ พร้อมขยายพื้นที่การดำเนินงานมากขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดย เฉพาะในเรื่องการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และชุมชนให้มีการจัดการน้ำบริโภคและอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้สมบูรณ์ในทุกมิติ ปัจจุบันการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนและห้องเรียนสาขา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" และศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันปอเนาะ และโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร และโรงเรียนและศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาเด็กวัยเตาะแตะ ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2564 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้ดำเนินการสุ่มเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ โรงเรียนตำรวจตะเวณชายแดน (ตชด.) โรงเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนในสังกัดการศึกาษขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในพื้นที่รับผิดชอบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน พะเยา ลำปาง และลำพูน จำนวน 100 โรงเรียน 200 ตัวอย่าง ผลการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในโรงเรียน กพด. พบว่า คุณภาพน้ำบริโภคยังไม่ผ่านเกณฑ์ด้านแบคทีเรีย และยังพบการปนเปื้อโลหะหนักในบางพื้นที่ จึงยังต้องมีการเฝ้าระวังส่งเสริมให้มีการพัฒนาคุนภาพน้ำบริโภคและพัฒนาศักยภาพ องค์ความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมและการจัดการน้ำบริโภคในพื้นที่โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวัง ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค การสุขาภิบาลอาหาร และพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในพื้นที่ในการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคและอาหารปลอดภัย ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านการมีน้ำบริโภคที่สะอาด อาหารปลอดภัย และสุขอนามัยของประชาชนที่ดี ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของสุขภาพชีวิตที่ดีในที่สุด

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค อาหารปลอดภัย และจัดทำเป็นข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ผลักดัน ให้มีการพัฒนาการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค อาหารปลอดภัย และการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการจัดการน้ำบริโภค สุขาภิบาลอาหาร และสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4. เพื่อจัดทำแนวทางการพัฒนาและยกระดับการจัดการน้ำบริโภค สุขาภิบาลโรงครัว โรงเรียนในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.คุณภาพน้ำของโรงเรียนผ่านเกณฑ์ 40 ร้อยละ
2.พัฒนาศักยภาพครู แกนนำนักเรียน อสม. ในการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 83 แห่ง
3.โรงเรียนต้นแบบในการจัดการน้ำบริโภค 10 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : สำรวจสถานการณ์การจัดการสุขาภิบาลอาหารโรงครัว 64 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : ร้อยละ 80 ของผู้ดูแลโรงครัวโรงเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพ 10 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : มีฐานข้อมูลสถานการณ์การจัดการคุIภาพน้ำบริโภค/สุขาภิบาลอาหาร 1 ชุด
4.เชิงเวลา : การดำเนินงานเสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.จัดทำโครงการเพื่อเสนอขอการอนุมัติ 2. ประสานงานกับผู้รับผิดชอบและภาคีเครือข่ายโรงเรียน กพด. 3. ประชุมชี้แจงคืนข้อมูลและพัฒนาศักภาพภาคีเครือข่ายในพื้นที่ในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค การสุขาภิบาลอาหาร และการพัฒนาการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระบบออนไลน์ โดยบูรณาการร่วมกับคลัสเตอร์วัยเรียนวัยรุ่น 4. เฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคตามแผนปฏิบัติการ 5. พัฒนาต้นแบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค การสุขาภิบาลอาหาร และการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยครูอนามัย นักเรียน ผู้ดูแลเด็ก พระพี่เลี้ยง สามเณรและตัวแทนประชาชนในพื้นที่ในพื้นที่ 6. ติดตามการดำเนินงาน เยี่ยมเสริมพลังพัฒนาคุณภาพด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาลอาหารและน้ำและการจัดการน้ำบริโภคในโรงเรียนและพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ/เตรียมข้อมูล พื้นที่สำหรับการรับเสด็จ 7. ถอดบทเรียน สรุปผลการดำเนินงาน เพื่อการพัฒนาต่อยอดจัดทำรูปแบบมาตรฐานเพื่อขยายผล รวบรวม วิเคราะห์คุณภาพน้ำบริโภคและจัดทำฐานข้อมูล 8. สรุปผลการดำเนินงาน เสนอผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาการจัดการน้ำบริโภค/สุขาภิบาลอาหารโรงครัว โรงเรียน กพด. (บูรณาการร่วมกับวัยเรียน) ระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 4 ก.ค. 2565 - 29 ก.ค. 2565 0.00
2 สรุปผลการดำเนินและงานคืนข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง 1 ก.ย. 2565 - 30 ก.ย. 2565 0.00
3 ติดตามการดำเนินงาน เยี่ยมเสริมพลัง จัดเตรียมพื้นที่รับเสด็จ ร่วมกิจกรรมการจัดการน้ำบริโภคเครือข่าย 2 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 29 ก.ค. 2565 14,080.00
4 จัดซื้อ/จัดจ้าง วัสดุในการดำเนินงานพัฒนาต้นแบบ/วัสดุในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและอาหาร/ค่ารักษาสภาพตัวอย่างน้ำ/ค่าขนส่งตัวอย่างน้ำ/ค่าจัดส่งสิ่งสนับสนุนพื้นที่ 6 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 5,440.00
5 พัฒนาโรงเรียนต้นแบบการจัดการน้ำบริโภค 10 แห่ง 1 พ.ย. 2564 - 29 ก.ค. 2565 14,080.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการคืนข้อมูลและพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการจัดการน้ำบริโภค/สุขาภิบาลอาหารโรงครัว โรงเรียนพื้นที่โครงการ กพด. (บูรณาการร่วมกับคลัสเตอร์วัยเรียน) ระบบออนไลน์ 83 แห่ง 4 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
7 เฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค/สุขาภิบาลอาหารโรงเรียน กพด. 83 แห่ง 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 56,400.00
รวมเป็นเงิน 90,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
90,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
4 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชฯ ในพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/รพ.สต. ในพื้นที่รับผิดชอบ 2. โรงเรียนในสังกัดตชด./สพฐ./พระปริยัติธรรม ในพื้นที่รับผิดชอบ 3. ครูอนามัยโรงเรียน/พระพี่เลี้ยง/แกนนำนักเรียน/อสม./ภารโรงผู้ดูแลระบบน้ำดื่มโรงเรียน 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 5. ชุมชนในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/รพ.สต. ในพื้นที่รับผิดชอบ 2. โรงเรียนในสังกัดตชด./สพฐ./พระปริยัติธรรม ในพื้นที่รับผิดชอบ 3. ครูอนามัยโรงเรียน/พระพี่เลี้ยง/แกนนำนักเรียน/อสม./ภารโรงผู้ดูแลระบบน้ำดื่มโรงเรียน 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/กรมทรัพยากรน้ำบาดาล 5. ชุมชนในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 2) นางสาวปนัดดา ไพเราะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพตามหลักธรรมาภิบาล (ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์)

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 77 ) 21.1 ยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลกรมอนามัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบุคลากรภาครัฐ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   รายการค่าใช้จ่ายบุคลากรภาครัฐพัฒนาด้านสาธารณสุขและสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก

7. หลักการและเหตุผล :

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์แก่บุคลากรผู้มีสิทธิ์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 4,917,640.00
รวมเป็นเงิน 4,917,640.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
4,917,640.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ผู้มีสิทธิ์

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาววาสนา ไชยคำ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายสุทัศน์ ทองคำฟู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสุทัศน์ ทองคำฟู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล (ค่าใช้จ่ายพื้นฐานหน่วยงาน)

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 87 ) 23.4 ขับเคลื่อนและบริหารจัดการหน่วยงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :

8. วัตถุประสงค์ :

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละการเบิกจ่ายงบประมาณ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าไฟฟ้า 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 960,000.00
2 ค่าน้ำประปา 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 640,000.00
3 ค่าเช่า Internet 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 83,460.00
4 ค่าโทรศัพท์ 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 80,940.00
5 ค่าทำความสะอาด 1 หน่วยงาน 1 ต.ค. 2564 - 31 มี.ค. 2565 1,642,200.00
รวมเป็นเงิน 3,406,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
3,406,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาววาสนา ไชยคำ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายสุทัศน์ ทองคำฟู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายสุทัศน์ ทองคำฟู

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
ส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ (HL)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 64 ) 19.2 พัฒนาสถานบริการสาธารณสุข สถานศึกษา สถานประกอบการ เป็นองค์กรต้นแบบรอบรู้ด้านสุขภาพ HLO
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้านสาธารณสุข ฉบับที่ 12 มีเป้าประสงค์ให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การเจ็บป่วยและตายจากโรคที่ป้องกันได้ลดลง กรมอนามัยได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข (16 พฤศจิกายน 2559)ให้เป็นแกนหลักในการดำเนินการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ กำหนดนโยบายให้หน่วยงานของกรมอนามัยเป็นต้นแบบองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLO) เป็น HL Quality Service ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้ดำเนินการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรรอบรู้ดานสุขภาพ ทั้งนี้ อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและคุ้มครองสุขภาพเป็นเลิศ เขตสุขภาพที่ 1ล้านนา ระยะ 20 ปี (2560-2579) โดยมีเป้าหมายสร้างความรอบรู้ให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัยเพื่อให้มีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิต (Life Course Approach : LCA) ในปี 2564 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เพื่อพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ให้เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยวางยุทธศาสตร์ 2P3E (Policy ,Personnel, Environment, Health Empowerment) และพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความสามารถ/ทักษะในการถ่ายทอดความรอบรู้ด้านสุขภาพสู่ผู้รับบริการ พัฒนาการเข้าถึงและเข้ารับบริการได้อย่างถูกต้องรวดเร็วของผู้รับบริการและพัฒนาปรับปรุงสิ่งแวดล้อม/สื่อชนิดต่างๆ ที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เพื่อให้การพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมาย คือ การเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ และขับเคลื่อนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ให้เป็นต้นแบบโรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานและการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและเป็นต้นแบบระบบสุขภาพที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาสถานบริการสาธารณสุข สถานศึกษา สถานประกอบการ เป็นองค์กรต้นแบบรอบรู้ด้านสุขภาพ HLO

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ขับเคลื่อนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ให้เป็นต้นแบบโรงพยาบาลรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ต้นแบบองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพในสถานประกอบการณ์/รร./รพ . 3 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : ติดตามการดำเนินงานการพัฒนาและขับเคลื่อนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในสถานประกอบการ/รร./รพ. เป็น HLO ต้นแบบ 3 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ประชุมชี้แจงการพัฒนาและขับเคลื่อนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในสถานประกอบการณ์/รร./ร.พ เป็น HLO ต้นแบบ 2. ประชุมติดตามการดำเนินงานการพัฒนาและขับเคลื่อนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในสถานประกอบการณ์/รร./ร.พ เป็น HLO ต้นแบบ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงการพัฒนาและขับเคลื่อนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในสถานประกอบการณ์/รร./รพ. เป็น HLO ต้นแบบ 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 30,200.00
2 ประชุมติดตามการดำเนินงานการพัฒนาและขับเคลื่อนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในสถานประกอบการณ์/รร./รพ. เป็น HLO ต้นแบบ 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 19,800.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
50,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบระดับจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 และคณะทำงานขับเคลื่อนองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 1

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นพ.ชูชาติ วิสัยพรม 2. น.ส.ปัญชลิกา นาคคงคำ 3. นางสุพรรษา ฟุ้งเฟื่อง 4. น.ส.ธัญวรัชม์ วงษา 5. น.ส.อรสราภา พรหมเทศ

19. ผู้เสนอโครงการ :
น.ส.ปัญชลิกา นาคคงคำ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
น.ส.ชัญญา อนุเคราะห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 1

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดีในสถานประกอบการ เขตสุขภาพที่ 1 ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 30 ) 9.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในสถานประกอบการ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการองค์กรเป็นฐานจัดการกลุ่มวัยรอบรู้สุขภาพ (การเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดีในสถานประกอบการ)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดี

7. หลักการและเหตุผล :
จากสถานการณ์ปัญหาสุขภาพคนวัยทำงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือทำงานจากทั้งหน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เครือข่ายองค์กรสุขภาวะภาคเอกชน อาทิเช่น มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมไทย มูลนิธิรักษ์ไทย และสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของงานส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงานในสถานประกอบการ เพื่อให้คนวัยทำงานมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีจากการทำงาน โดยใช้แนวคิดองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบของการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน (10 Packages) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมให้สถานประกอบการนำไปใช้ออกแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้วัยทำงานตามสภาพปัญหาทางสุขภาพในแต่ละมิติ และความต้องการของสถานประกอบการ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดีในสถานประกอบการ เขตสุขภาพที่ 1 ปี 2565 ขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงานในสถานประกอบการ ด้วยการนำชุดความรู้สุขภาพ 10 เรื่อง (10 Packages) ปลอดภัยดี งานดี มีความสุข มาเป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้ในการสร้างแรงจูงใจ สื่อสาร กระตุ้นให้ประชาชนกลุ่มวัยทำงานเกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ ตลอดจนบูรณาการสร้างความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกับองค์กร ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน และใช้คำแนะนำด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับสถานประกอบกิจการหรือโรงงาน GOOD FACTORY PRACTICE (GFP) ซึ่งจะส่งผลให้ประชากรวัยทำงานมีสุขภาพที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดี

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อขยายการขับเคลื่อนการดำเนินงาน การพัฒนาระบบเครือข่ายการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างกระแสสังคม และการสร้างความรอบรู้ คนวัยทำงานในสถานประกอบการ 2 เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพและเทคโนโลยี ให้เกิดความเชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงเทพมหานคร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน และเชื่อมโยงกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้มีระบบระดับชั้นความปลอดภัยของข้อมูล 3 เพื่อขยายการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการพัฒนาแกนนำส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงานโดยใช้ชุดความรู้สุขภาพ 10 เรื่อง (10 Packages) เพื่อการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงานในสถานประกอบการ 4 เพื่อให้สถานประกอบการจัดบริการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตามบริบทของความต้องการปัญหาและความเสี่ยงโดยใช้ 10 Packages เป็นกระบวนการและแนวทางในการดำเนินงานแบบประชารัฐเพื่อให้ประชากรวัยทำงานมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างยั่งยืน 5 เพื่อให้ประชากรวัยทำงานร่วมถึงประชาชนทั่วไปได้รับรู้ ตระหนักและเข้าใจถึงสภาวะสุขภาพของตนเอง และสามารถตัดสินใจเลือกใช้ 10 Packages ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพของตนเอง ครอบครัว สังคมและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างยั่งยืน 6 เพื่อประเมิน ติดตาม และสนับสนุนการขับเคลื่อนรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ และใช้คำแนะนำด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับสถานประกอบกิจการหรือโรงงาน GOOD FACTORY PRACTICE (GFP) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี คนวัยทำงานในสถานประกอบการแบบบูรณาการภาครัฐและเอกชนในสถานประกอบการ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.นวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงานในสถานประกอบการเขตสุขภาพที่ 1 1 เรื่อง
2.สถานประกอบการต้นแบบของการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสุขภาวะดีสู่วิถียั่งยืน 5 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : สถานประกอบการที่มีพนักงานนำนวัตกรรมไปใช้ 5 แห่ง
2.เชิงคุณภาพ : ร้อยละของสถานประกอบการที่เป็นต้นแบบของการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสุขภาวะดีสู่วิถียั่งยืน 5 ร้อยละ
3.เชิงเวลา : ดำเนินกิจกรรมได้ตามแผน 100 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงาน 10 Packages การพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบของการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสุขภาวะดีสู่วิถียั่งยืน และการใช้ Good factory practice ในสถานประกอบการ ประสานงานขอความร่วมมือ ชี้แจงวัตถุประสงค์ กิจกรรมของโครงการ 2 สร้างนวัตกรรมในสถานประกอบการเพื่อเป็นผู้นำในสถานประกอบการ ในการส่งเสริมสุขภาพดีสู่วิถียั่งยืน 3 ขับเคลื่อนการพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบของการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสุขภาวะดีสู่วิถียั่งยืนขับเคลื่อนการใช้ 10 Packages และนำนวัตกรรมไปใช้ในสถานประกอบการ 4 ติดตามการขับเคลื่อนการพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบของการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสุขภาวะดีสู่วิถียั่งยืน การใช้ 10 Packages การนำนวัตกรรมไปใช้ในสถานประกอบการ และการใช้ Good factory practice ในสถานประกอบการ 5 สรุปรายงานผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมติดตามและประเมิน การดำเนินการตามมาตรการ GFP กระตุ้นให้เกิดการสร้างและขับเคลื่อนนวัตกรรมในสถานประกอบการ เพื่อเป็นผู้นำสถานประกอบการในการส่งเสริมสุขภาพดีสู่วิถียั่งยืน 5 แห่ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565 100,090.00
2 ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงาน 10 Packages การพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบของการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสุขภาวะดีสู่วิถียั่งยืน และการใช้ Good factory practice ในสถานประกอบการ ประสานงานขอความร่วมมือ ชี้แจงวัตถุประสงค์ กิจกรรมของโครงการ 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,300.00
3 จัดประชุมออนไลน์ ติดตาม ถอดบทเรียนการขับเคลื่อนการพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบของการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างสุขภาวะดีสู่วิถียั่งยืน การขับเคลื่อนการใช้ 10 Packages,มาตรการ GFPและนำนวัตกรรมไปใช้ในสถานประกอบการ 8 จังหวัด 3 ม.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 37,100.00
รวมเป็นเงิน 142,490.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
142,490.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานประกอบการในเขตสุขภาพที่ 1 ใน 8 จังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- สถานประกอบการและคนวัยทำงานในสถานประกอบการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน - หน่วยงานที่ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคประชากรวัยทำงานในสถานประกอบการ (MOU) - บุคลากรด้านสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
สถานประกอบการและคนวัยทำงานในสถานประกอบการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสิริรำไพ ภูธรใจ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวสิริภา ภาคนะภา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3. นายธนัฐพงษ์ กาละนิโย ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวอนุสรณ์ กันธา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางโสพิณ หมอกมาเมิน ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 6. นางสาวทิพวรรณ บุญกองรัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7. นายกฤษดา ยาณวงค์ ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 31 ) 9.22 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการองค์กรเป็นฐานจัดการกลุ่มวัยรอบรู้สุขภาพ (การเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดีในสถานประกอบการ)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดี

7. หลักการและเหตุผล :
ตามที่กรมอนามัยได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ต้องขังให้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ เพื่อออกมาสู่สังคมภายนอก และประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างมีคุณภาพ จากข้อมูลสถิติด้านสุขภาพของผู้ต้องขังในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา (ปีงบประมาณ 2559 – 2561) พบว่าจำนวนผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย และมาขอรับการรักษาที่สถานพยาบาลในเรือนจำ รวมทั้งการส่งผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยไปยังโรงพยาบาลภายนอก มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมาก ดังรายละเอียดในตารางที่ 1 ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากนโยบายของผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยให้ผู้ต้องขังเข้าถึงการรักษาตั้งแต่เจ็บป่วยในระยะแรกให้ได้รับการดูแลรักษา ซึ่งในทางปฏิบัติช่วงแรก พบว่าเป็นการเพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่ควบคุมเป็นอย่างมาก เพราะการนำผู้ต้องขังออกตรวจภายนอกเรือนจำ 1 คน จะต้องใช้เจ้าหน้าที่ควบคุม 2 คน แต่กลับพบว่าการส่งออกรักษาตั้งแต่ในระยะแรกจะเป็นการนำผู้ต้องขังไปรักษาแล้วสามารถนำกลับเข้าเรือนจำในวันนั้น (แบบไป-กลับ) ในขณะที่หากปล่อยไว้จนมีอาการรุนแรง ส่วนใหญ่ผู้ต้องขังจะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล (แบบ Admit) ซึ่งจะต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ในการควบคุมคือ ผู้ต้องขัง 1 คนจะต้องใช้ผู้คุม 4 คนต่อวัน ค่ารักษาพยาบาลที่รัฐบาลจะต้องสูญเสียไปในการรักษาก็จะเพิ่มสูงขึ้น จากการวิเคราะห์รายงานการเจ็บป่วยผู้ต้องขังในสถานพยาบาล พบโรคที่ผู้ต้องขังมาตรวจรักษาที่สถานพยาบาลในเรือนจำ ส่วนใหญ่จะเป็นโรคพื้นฐาน เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบกล้ามเนื้อ โรคผิวหนัง เหงือกและฟัน โรคระบบทางเดินอาหาร ส่วนโรคที่ต้องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลภายนอก ส่วนใหญ่ เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง (เช่น วัณโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง) โรคของเนื้องอก มะเร็ง ไตวาย โรคเรื้อรัง ไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด และโรคทางจิตเวช) นอกจากนี้ ยังพบโรคระบาดตามฤดูกาล เช่น ไข้หวัดใหญ่ อีสุกอีใส หัด ตาแดง ไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคพื้นฐานที่ป้องกันได้ (กรมราชทัณฑ์,(2562) การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการพัฒนาระบบการดูแลด้านสาธารณสุขในเรือนจำวันที่ 15 ตุลาคม 2562 จัดโดยกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม) จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ในฐานะศูนย์วิชาการระดับเขต มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัย จึงได้จัดทำโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการ รับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรมและผู้ต้องขัง และเมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ ทั้งกายและใจ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนวัยทำงานในราชทัณฑ์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เรือนจำและราชทัณฑ์ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 14 แห่ง 14 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
- ศึกษายุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด และแนวทางการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานของกระทรวง และกรมอนามัย ใช้หลัก PIRAB ในการจัดทำโครงการ - ศึกษาและทบทวนงานวิจัยการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพวัยทำงานในชุมชน - ร่วมประชุมกับส่วนกลางเพื่อรับทราบนโยบาย และแผนการดำเนินงานของกรมอนามัย - จัดทำแผนงานโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณ - ประชุมคณะทำงานภายในกลุ่มงานเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แผนการดำเนินงาน และมอบหมายงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 กำกับติดตามผลการดำเนินงานสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมและบริการทันต 14 แห่ง 1 ก.ย. 2564 - 31 ต.ค. 2565 15,120.00
รวมเป็นเงิน 15,120.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
15,120.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.ย. 2564 - 31 ต.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เรือนจำและราชทัณฑ์ ในเขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 14 แห่ง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและนักโทษเรือนจำ ในเขตสุขภาพที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ผู้ประกอบอาหารในห้องสูทกรรมได้รับการอบรมแนวทางการสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้สัมผัสอาหาร ที่ปฏิบัติงานในเรือนจำ 2. ผู้ปฏิบัติงานสาธารณสุข/ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ 3.พยาบาล และผู้ต้องขัง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางสิริรำไพ ภูธรใจ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2.นายธนัฐพงษ์ กาละนิโย ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3.นางสาวอนุสรณ์ กันธา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4.นางโสพิณ หมอกมาเมิน ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญงาน 5.นางสาวทิพวรรณ บุญกองรัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6.นายกฤษดา ยาณวงค์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสิริรำไพ ภูธรใจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน(Preventive Long Term Care) ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 33 ) 10.1 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ในปี 2564 เขตสุขภาพที่ 1 มีประชากรผู้สูงอายุ 1,087,371 คน คิดเป็นร้อยละ 25.94 ของประชากรทั้งหมด จากข้อมูลดังกล่าว เปรียบเทียบตามเกณฑ์ของการอนามัยโลก พบว่าเขตสุขภาพที่ 1 ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ(Aging Society) ที่สมบูรณ์แล้ว และข้อมูลการประเมินความสามารถในการดูแลตนเองเพื่อประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุ จากฐานข้อมูล Health Data center คัดกรอง ADL 916,420 คน คิดเป็นร้อยละ 84.27 97.14% ดูแลตัวเองได้ (ติดสังคม) 2.30% พึ่งพิงบ้าง (ติดบ้าน) 0.56% พึ่งพิงทั้งหมด (ติดเตียง) ประกอบกับสถานการณ์บีบคั้นทางด้านสภาวะเศรษฐกิจ สมาชิกครอบครัวต้องช่วยกันหาเลี้ยงชีพ ทำให้ผู้สูงอายุมักถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวภายในบ้านร้อยละ 17 (สวรส. https://www.thaipr.net/general/134212) จากสถานการณ์การการเจ็บป่วยและช่วยเหลือตนเองไม่ได้ของผู้สูงอายุดังกล่าว หากไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม จะทำให้เป็นภาระของครอบครัวในการดูแล/จัดหาผู้ดูแล (Care Giver) ผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียง เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเจ็บป่วย มีภาวการณ์เจ็บป่วยเรื้อรัง และเสียชีวิตก่อนวันอันควร การสูญเสียโอกาสทางด้านเศรษฐกิจในการหารายได้ขาดของสมาชิกในครอบครัว และส่งผลต่อระบบการจัดบริการสุขภาพที่บ้าน ชุมชน และสถานบริการสุขภาพของจังหวัดแพร่ในอนาคตได้ ดังนั้นเพื่อสร้างระบบเสริมสร้างสุขภาวะสู่แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม เห็นควรจัดระบบเตรียมความพร้อมของกลุ่มวัยทำงานและวัยผู้สูงอายุ องค์กรชุมชน ให้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการช่วยเหลือ สนับสนุนการดูแลสุขภาพของตนเองและชุมชน เพื่อให้เป็นประชากรสูงวัยที่มีศักยภาพในอนาคต (Smart Citizen By Health Literacy Towards) เข้าสู่ยุคคนไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาลฯ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการเฝ้าระวัง ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ พัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุเป้าหมาย และเตรียมความพร้อมของกลุ่มคนวัยทำงานในการเข้าสู่กลุ่มผู้สูงอายุคุณภาพ 2. ส่งเสริม สนับสนุน ให้กลุ่มประชากรเป้าหมายและชุมชน มีส่วนร่วมในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้อย่างเหมาะสม 3. การส่งเสริมให้ภาคีเครือข่าย องค์กรอาสาสมัคร สร้างความร่วมมือภาคประชา-รัฐ ในการดูแลและพัฒนาศักยภาพด้านสังคมและสุขภาพ ของผู้สูงอายุในพื้นที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของการสำรวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 1 50 ร้อยละ
2.จำนวนผู้สูงอายุเป้าหมายเข้ารับการอบรมการใช้งาน Application wellness plan นำไปใช้ 4000 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 1 ที่ได้รับการประเมินพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 100000 คน
2.เชิงปริมาณ : ความครอบคลุมระดับจังหวัด ที่มีเจ้าหน้าที่ประเมิน Internal Audit ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ Age Friendly City 8 จังหวัด
3.เชิงคุณภาพ : จำนวนชมรมผู้สูงอายุคุณภาพผ่านเกณฑ์(ต้นแบบ) 16 ชมรม
4.เชิงคุณภาพ : ตำบลต้นแบบการดูแลสุขภาพตามพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 16 แห่ง
5.เชิงคุณภาพ : จำนวนพื้นที่ต้นแบบบูรณาการเฝ้าระวังและการป้องกันการพลัดตกหกล้มกระดูกสะโพกหัก 24 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนสุขภาพผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 1 พัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่าย 2.ขับเคลื่อนบูรณาการการนำระบบการดูแลผู้สูงอายุPLC ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้สูงอายุตามบริบทพื้นที่ 3.จ้างเหมาประชาสัมพันธ์ Wellness Plan (แผนการส่งเสริมสุขภาพรายบุคคลสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน)และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในผู้สูงอายุ ทางวิทยุชุมชน) 4.จ้างเหมาเปิดสปอตประชาสัมพันธ์ Wellness Plan (แผนการส่งเสริมสุขภาพรายบุคคลสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน)และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในผู้สูงอายุ ทางสื่อวิทยุหลัก 5 เดือน (8 สถานี ) 5.จ้างเหมาถ่ายทอดเสียงนอกสถานที่และเผยแพร่ทาง Social media จำนวน 1 ครั้ง 6.**จ้างเหมาจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผู้สูงวัยสุขภาพดีวิถีคนเหนือ (North Healthy Aging Promotion) 1 ครั้ง (ประชุมวิชาการกรมอนามัย เขตสุขภาพที่ 1) งบประมาณอาจรวมจัดเป็น งบกลาง** 7.ค่าจ้างเหมาจัดทำปฏิทินพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 365 วันสูงวัยสุขภาพดี 16 อำเภอจำนวน 8 จังหวัด จังหวัดละ 100 อัน 8.พัฒนา Application แบบพร้อมใช้งานในการดูแลตนเอง (IWP) Wellness Aging HR1 9.พัฒนาองค์ความรู้ด้านเสริมสร้างสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อลดโอกาสการหกล้มของผู้สูงอายุ 10.อบรม Internal Audit ผู้ประเมิน Age Friendly City ผ่าน Zoom 11.ประชุมชี้แจงเกณฑ์ ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพด้านสุขภาพ และฝึกการประเมินชมรมผ่าน Google Form

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จ้างเหมาถ่ายทอดเสียงนอกสถานที่และเผยแพร่ทาง Social media จำนวน 1 ครั้ง 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2564 5,000.00
2 จ้างเหมาจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผู้สูงวัยสุขภาพดีวิถีคนเหนือ (North Healthy Aging Promotion) 1 ครั้ง (ประชุมวิชาการกรมอนามัย เขตสุขภาพที่ 1) 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 250,000.00
3 พัฒนา Application แบบให้พร้อมใช้งานสำหรับการดูแลตนเอง Easy Wellness Aging HR1 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 50,000.00
4 พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการขับเคลื่อนบูรณาการระบบการดูแลผู้สูงอายุPLC ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้สูงอายุตามบริบทพื้นที่ 16 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 125,000.00
5 พัฒนาองค์ความรู้ด้านเสริมสร้างสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อลดโอกาส การหกล้มของผู้สูงอายุ ตำบลต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการการเฝ้าระวังและป้องกันการพลัดตกหกล้ม 24 ตำบล 1 ธ.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 150,000.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนสุขภาพผู้สูงอายุเขตสุขภาพที่ 1 พัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่ายจำนวน 3 วัน ( 50 คน) 50 คน 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 57,750.00
7 ค่าจ้างเหมาจัดทำปฏิทินพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 365 วันสูงวัยสุขภาพดี 16 อำเภอจำนวน 8 จังหวัด จังหวัดละ 100 ฉบับ 800 ฉบับ 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 96,000.00
รวมเป็นเงิน 733,750.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
733,750.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่จังหวัดทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดลำปางและจังหวัดลำพูน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุในเครือข่ายสุขภาพเขตสุขภาพที่ 1 ทุกระดับ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชน กลุ่ม อายุ 55 ปีขึ้นไปในเขตสุขภาพที่ 1

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.ทันตแพทย์หญิง วริษฐา พุ่มทอง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2.นางสาวอังศุมาลิน บัวแก้ว พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3.นางสาวสุพรรณี วงศ์แก้ว พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางสาวณัฐธยาน์ ใจดุ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 5. นางชลลดา สรศักดิ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6. นางสาว เปรมกมล ศิริมงคล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
ทันตแพทย์หญิงวริษฐา พุ่มทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
แพทย์หญิงสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
แพทย์หญิงนุงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ)

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 45 ) 14.1 พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาและส่งเสริมให้จังหวัดในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีระบบประเมินและคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพ 2. เพื่อพัฒนาโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และแกนนำการสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 3. เพื่อพัฒนาระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.รายงานการประเมินและคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย 1 ฉบับ
2.โปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากภาวะหมอกควันภาคเหนือ 1 เรื่อง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้มีหน้าที่จัดการสิ่งปฏิกูลในจังหวัดเชียงรายได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการสิ่งปฏิกูล 60 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. พัฒนาและส่งเสริมให้จังหวัดในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีระบบประเมินและคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพ 1.1 รวบรวมข้อมูลด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 1.2 ระบุประเด็นผลกระทบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและประเมินคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพ 1.3 จัดประชุมเพื่อพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นรายงานการประเมินและคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย 1.4 นำข้อมูลการประเมินคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพเสนอต่อคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายเพื่อมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 2. การพัฒนาโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และแกนนำการสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 2.1จ้างเหมาพัฒนาโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม กรณีการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 2.2 ประสานงานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายเพื่อคัดเลือกพื้นที่ดำเนินงาน 2.3 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โดยนำโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม กรณีการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) จัดทำเป็นหลักสูตรการอบรม 2.4 สรุปผลการดำเนินงาน 3. พัฒนาระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 3.1 ประสานงานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายเพื่อรวบรวมข้อมูลการจัดการสิ่งปฏิกูลและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง 3.2 จัดการฝึกอบรมความรู้การจัดการสิ่งปฏิกูล จำนวน 2 หลักสูตร ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 1) หลักสูตรการฝึกอบรมการจัดการสิ่งปฏิกูลสำหรับผู้ปฏิบัติงานสูบและขนสิ่งปฏิกูล 2) หลักสูตรการฝึกอบรมการจัดการสิ่งปฏิกูลสำหรับผู้ปฏิบัติงานกำจัดสิ่งปฏิกูล 3.3 สรุปผลการจัดอบรมรวมทั้งประเมินความรู้ของผู้เข้าร่วมอบรม

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมเพื่อพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นรายงานการประเมินและคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย 1 ครั้ง 14 ม.ค. 2565 - 14 ม.ค. 2565 12,170.00
2 จ้างเหมาพัฒนาโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม กรณีการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 1 รายการ 1 มี.ค. 2565 - 1 มี.ค. 2565 10,000.00
3 ประสานงาน เตรียมการ ติดตามการดำเนินงานในพื้นที่และร่วมการดำเนินงานกับส่วนกลาง 1 ครั้ง 10 ส.ค. 2565 - 11 ส.ค. 2565 6,040.00
4 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตามโปรแกรมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม กรณีการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) 40 คน 7 มิ.ย. 2565 - 7 มิ.ย. 2565 21,200.00
5 จัดการฝึกอบรมความรู้การจัดการสิ่งปฏิกูล ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 60 คน 9 ธ.ค. 2564 - 10 ธ.ค. 2564 30,680.00
รวมเป็นเงิน 80,090.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
80,090.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
9 ธ.ค. 2564 - 11 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1 จังหวัดเชียงราย 2 พื้นที่จัดประชุมโดยหน่วยงานอื่น 3 จังหวัดเชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2 เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ 3 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 4 เจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง กรมอนามัย 5 โรงพยาบาล 6 มหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา 7 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 8 กลุ่ม อสม./ประชาชนในพื้นที่ 9 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 ผู้มีหน้าที่จัดการสิ่งปฏิกูลตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นายเอกรินทร์ วินันท์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ 2) นายนณธภัทร ธีระวรรธนะสิริ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 49 ) 14.5 พื้นที่เสี่ยงมลพิษอากาศ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) มาเป็นแนวทาง และได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับปัญหามลพิษอากาศและสุขภาพ โดยได้กำหนดในเป้าหมายการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อลดมลพิษอากาศในบรรยากาศ (SDG11) การใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดมลพิษทางอากาศในครัวเรือน (SDG7) การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG13) อันนำไปสู่การลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศทั่วโลก (SDG3.9) ตลอดจนองค์การอนามัยโลก (WHO)ได้ให้ความสำคัญและกำหนดให้ประเด็นมลพิษทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็น 1 ใน 5 ประเด็นขับเคลื่อนสำคัญของในปี 2019 – 2023 และได้จัดทำแผนระดับโลกในการเพิ่มความสามารถในการรองรับผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ ปี 2016-2019 และจัดทำ Roadmap to Enhance Global Responds แผนนี้ได้รับการรับรองในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 68 ปัญหาวิกฤติมลพิษฝุ่นควันในเขตสุขภาพที่ 1 เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนต่อเนื่องทุกปี ในปี 2562-2563 พบว่า ค่าเฉลี่ย 24 ชม.PM2.5 ของทุกจังหวัด มีค่าเกินค่ามาตรฐาน คือ ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง เท่ากับ 51-95 มคก./ลบม.(STD=50) ค่าเฉลี่ย 1ปี เท่ากับ 28-37 มคก./ลบม. (STD=25) จำนวนวันที่ค่าเฉลี่ย 24 ชม.เกินมาตรฐาน 60–95 วัน (กรมควบคุมมลพิษ, 2563) ในปี 2563 พบว่า ผู้ป่วยสะสมด้วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด 228,694 ราย กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด 221,308 ราย กลุ่มโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง(COPD) 17,466 ราย กลุ่มโรคอัมพาตฉับพลัน(Stroke) 9,974 ราย กลุ่มโรคหืด(Asthma) 8,124 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 8,297.00, 8,029.04, 633.67, 361.86 และ 294.74 ต่อแสนปชก.ตามลำดับ (สคร.1 เชียงใหม่, 2563) ดังนั้นกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2565 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยกิจกรรมการดำเนินโครงการประกอบด้วยการเฝ้าระวัง การประเมินและสื่อสารความเสี่ยง การสร้างความตระหนักรู้สถานการณ์ การป้องกันส่วนบุคคล และการจัดการตอบโต้สถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับพื้นที่ การพัฒนาระบบคาดการณ์ โดยสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกระดับ ทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะฝุ่นควันและมีการสื่อสารให้ประชาชนสามารถดูแลป้องกันตนเอง ครอบครัว และชุมชนให้ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากหมอกควันด้วยตนเองเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อสนับสนุนให้ อปท. มีการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมมลพิษที่แหล่งกำเนิด 2) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และสร้างความรอบรู้ของประชาชนในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นควัน 3) เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวัง สื่อสาร เตือนภัยฝุ่นควัน 4) เพื่อพัฒนาศักยภาพครือข่ายเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัย (ชุมชนต้นแบบ) 5) ขับเคลื่อนและพัฒนาการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ระบบรายงานและตอบโต้สถานการณ์ฝุ่นควัน (PHEOC)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พัฒนาระบบเฝ้าระวัง สื่อสาร เตือนภัย 1 ระบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : พัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และสร้างความรอบรู้การจัดทำห้องปลอดฝุ่น 69 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : พัฒนาศักยภาพครือข่ายเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัย (ชุมชนต้นแบบ) 69 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : พัฒนาโปรแกรมระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ระบบรายงานและตอบโต้สถานการณ์ฝุ่นควัน PHEOC) 1 ระบบ
4.เชิงปริมาณ : สนับสนุนให้ อปท. บังคับใช้กฎหมายในการควบคุมมลพิษที่แหล่งกำเนิด 8 แห่ง
5.เชิงคุณภาพ : ขับเคลื่อนและพัฒนาการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ระบบรายงานและตอบโต้สถานการณ์ฝุ่นควัน PHEOC) 1 ระบบ
6.เชิงคุณภาพ : พัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และสร้างความรอบรู้เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ (แหล่งเรียนรู้ห้องปลอดฝุ่น) 69 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1) สนับสนุนให้ อปท. บังคับใช้กฎหมายในการควบคุมมลพิษที่แหล่งกำเนิด 2) พัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และสร้างความรอบรู้เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ (วัดความรอบรู้ชุมชน อสม. ก่อน) 3) พัฒนาระบบเฝ้าระวัง สื่อสาร เตือนภัย 4) พัฒนาศักยภาพครือข่ายเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัย (ชุมชนต้นแบบ) 5) ขับเคลื่อนและพัฒนาการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ระบบรายงานและตอบโต้สถานการณ์ฝุ่นควัน (PHEOC)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาโปรแกรมระบบการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ระบบรายงานและตอบโต้สถานการณ์ฝุ่นควัน PHEOC) 1 ระบบ 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 40,000.00
2 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนและพัฒนาการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ระบบรายงานและตอบโต้สถานการณ์ฝุ่นควัน (PHEOC) 2 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 20,000.00
3 ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 49,800.00
4 พัฒนานวัตกรรมและแหล่งเรียนรู้ต้นแบบห้องปลอดฝุ่น ตำบลละ 1 แห่ง 69 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 82,800.00
รวมเป็นเงิน 192,600.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
192,600.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1) ระดับจังหวัดนพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 มีพื้นที่อำเภอต้นแบบ จังหวัดละ 1 อำเภอ 2) ทุกตำบลในพื้นที่อำเภอต้นแบบ และตำบลต้นแบบเดิมปี 2564 2) ตำบลต้นแบบพื้นที่เดิม

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รพ.สต. ผู้นำท้องที่ โรงเรียน อสม. แกนนำ ในพื้นที่ต้นแบบ 2) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอต้นแบบทุกอำเภอ 3) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ทุกจังหวัด 4) ส่วนราชการภายในกระทรวงสาธารณสุข ส่วนราชการภายนอกกระทรวงสาธารณสุข ที่ร่วมภาคี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รพ.สต. ผู้นำท้องที่ โรงเรียน อสม. แกนนำ ในพื้นที่ต้นแบบ 2) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอต้นแบบทุกอำเภอ 3) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ทุกจังหวัด สำนักสาธารณสุขจังหวัด 8 จังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาล ส่วนราชการภายในกระทรวงสาธารณสุข ส่วนราชการภายนอกกระทรวงสาธารณสุข 1) ระดับบุคคล ได้แก่ กลุ่มเสี่ยง ประชาชน อสม. แกนนำชุมชน สามารถเข้าถึงและใช้บริการข้อมูลการแจ้งเตือน 2) หน่วยงานระดับพื้นที่ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รพ.สต. ผู้นำท้องที่ โรงเรียน อสม. แกนนำ ในพื้นที่ต้นแบบ 3) หน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ EOC กรมอนามัย / ศูนย์อนามัย เขตสุขภาพ สสจ. สสอ. รพ. รพ.สต. 4) ระดับภาคีเครือข่าย ได้แก่. หน่วยงานที่ร่วมบูรณาการและดำเนินการ 5) หน่วยงานอื่นๆ หน่วยงานอื่นในกระทรวง สธ / ก.ทรัพย์ / มหาดไทย / อื่นๆ) สสอ (พชอ)/ อปท. /ผู้ว่าฯ สถาบันการศึกษาในพื้นที่

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นายนณธภัทร ธีระวรรธนะสิริ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2) นายเอกรินทร์ วินันท์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ 3) นางสาวอิฏฐวรา สำแดงสุข ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4) นายกฤษฏา ชิดสนิท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาขีดความสามารถและความรอบรู้ของชุมชนในการปรับตัวด้านสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 50 ) 14.6 พื้นที่เสี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) คือ การเปลี่ยนแปลงลักษณะอากาศเฉลี่ย (average weather) ในพื้นที่หนึ่ง ลักษณะอากาศเฉลี่ย หมายรวมถึง ลักษณะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอากาศ เช่น อุณหภูมิ ฝน ลม เป็นต้น (ในความหมายตามกรอบของอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ FCCC (Framework Convention on Climate Change) การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันเป็นผลทางตรง หรือทางอ้อมจากกิจกรรมของมนุษย์ ที่ทำให้องค์ประกอบของบรรยากาศเปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากความผันแปรตามธรรมชาติ กิจกรรมของมนุษย์ที่มีผลทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง คือ กิจกรรมที่ทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) ในบรรยากาศเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้ภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) รุนแรงกว่าที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ และส่งผลให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้น ที่เรียกว่า ภาวะโลกร้อน (Global warming) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์ ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ จึงมีนโยบาย มาตรการ แนวทางด้านสาธารณสุขที่เตรียมการดูแลและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ดังนั้น แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 – 2573) จึงมีความสําคัญเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งและเตรียมการรับมือกับผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระบบเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยในระดับชุมชน 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ประชุมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 – 2573) 1 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : พัฒนาศักยภาพและสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับ จนท. สธ. 1 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 – 2573) ระดับเขตสุขภาพ 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 30,000.00
2 ประชุมพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระบบเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยในระดับชุมชน 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 30,000.00
3 จัดกิจกรรมรณรงค์วันสำคัญด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 4 ครั้ง คือ วันล้างมือโลก (ต.ค) วันล้างส้วม (เม.ย) วันอนามัยสิ่งแวดล้อมโลก (6 มิ.ย.) วันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย (4 ก.ค) วันสำคัญอื่น ๆ 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 16,000.00
4 ติดตามเยี่ยมเสริมพลังชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระบบเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยในระดับชุมชน 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 14,000.00
รวมเป็นเงิน 90,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
90,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวอิฏฐวรา สำแดงสุข ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2) นายนณธภัทร ธีระวรรธนะสิริ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3) นายเอกรินทร์ วินันท์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ 4) นายกฤษฏา ชิดสนิท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่เส้น ทางท่องเที่ยวสุขภาพดี

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 53 ) 15.3 เพิ่มทักษะ และความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ในการ ควบคุมกำกับการประกอบการของสถานประกอบการ/สถานบริการ ในพื้นที่ท่องเที่ยว
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการท่องเที่ยว

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สืบเนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวหลังเกิดวิกฤติการ การระบาดของโรค COVID 19 การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดีและเหมาะสม มีผลทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของประชาชน สำหรับการท่องเที่ยวในฐานะที่เป็นงานที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุนกิจการท่องเที่ยวให้เกิดความราบรื่นและก่อให้เกิดสุขภาพที่ดีของนักท่องเที่ยว โดยกิจกรรมในการท่องเที่ยวมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ตั้งแต่การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว การจัดการสุขภาพอนามัย การส่งเสริมการท่องเที่ยวนอกจากแหล่งท่องเที่ยว อีกปัจจัยหนึ่ง คือ สถานที่พักอาศัย เช่น โรงแรม รีสอร์ท และส้วมสาธารณะในสนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งหากสถานบริการเพื่อพักอาศัยชั่วคราวและ ส้วมสาธารณะ มีสภาพการดำเนินกิจการที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนดอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน จึงจำเป็นต้องสนับสนุนและขับเคลื่อนให้เกิดการบริหารจัดการและการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการเพื่อพักอาศัยชั่วคราวในพื้นที่การท่องเที่ยว โดยส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันพัฒนาระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานและเป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมแก่ทุกภาคส่วน การเสริมสร้างขีดความสามารถของเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขใช้มาตรการทางกฎหมายในการจัดการปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาในพื้นที่ อันจะเป็นการคุ้มครองสิทธิทางสุขภาพของประชาชนจากการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งอาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพโดยปกติสุข

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการที่พักอาศัยชั่วคราว (โรงแรม รีสอร์ท) ในพื้นที่ท่องเที่ยว ให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานกรมอนามัย (GREEN Health Hotel) 2. เพื่อยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสารและส้วมสาธารณะ(HAS) 3. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของพื้นที่ กระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาสถานประกอบการด้านอาหารและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.โรงแรมและรีสอร์ทมีการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 16 แห่ง
2.พัฒนาระบบการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสาร ให้ได้มาตรฐาน 8 จังหวัด 8 จังหวัด
3.ยกระดับส้วมในสถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐานส้วมสาธารณะ (HAS) 8 จังหวัด 70 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เสริมสร้างศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการเพื่อพักอาศัยชั่วคราวและส้วมสาธารณะแก่ภาคีเครือข่าย 16 แห่ง
2.เชิงคุณภาพ : มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานที่ให้บริการพักอาศัยชั่วคราว (โรงแรม รีสอร์ท) ตามมาตรฐานกำหนด 16 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ 8 จังหวัด
4.เชิงคุณภาพ : มีการพัฒนาส้วมสาธารณะให้ได้ตามมาตรฐาน HAS 70 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ขั้นเตรียมการ 1.1. ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาจากการดำเนินการในปีที่ผ่านมา 1.2. จัดทำโครงการสอดคล้องกับนโยบายกรมอนามัย และนำเสนอโครงการ 2 ขั้นดำเนินการ 2.1. จัดประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์และการดำเนินงานโครงการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการเพื่อรองรับการท่องเที่ยว (โรงแรม รีสอร์ท สนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งผู้โดยสาร) โดยระบบออนไลน์ 2.2. การขับเคลื่อนสู่การรับรองมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงแรม รีสอร์ท สนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งผู้โดยสารในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย 2.3. การพัฒนาต้นแบบการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โรงแรม รีสอร์ท สนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งผู้โดยสาร 2.4. การนิเทศ ติดตาม ส่งเสริมการดำเนินงานตามกิจกรรม และตรวจประเมินในพื้นที่ 3 การติดตามประเมินผล 3.1. สรุปผลการดำเนินการติดตามเยี่ยมเสริมพลัง ตรวจประเมินมาตรฐานในพื้นที่เป้าหมาย/ถอดบทเรียน เพื่อการพัฒนา 3.2. รายงานผล

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมชี้แจงนโยบายการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน -โรงแรมที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (GREEN Health Hotel) สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสารเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวการท่องเที่ยว -ส้วมสาธารณะ (HAS) ในสถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยวิธีออนไลน์ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 2,250.00
2 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การพัฒนาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการเพื่อพักอาศัยชั่วคราว สนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยวิธีออนไลน์ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 9,500.00
3 สรุปผลงานการรับรองมาตรฐานโรงแรม รีสอร์ท สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสาร ส้วมสาธารณะในสถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 0.00
4 ลงพื้นที่เสริมพลังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทาง/รูปแบบปฏิบัติที่ดีในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงแรม รีสอร์ท สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และส้วมสาธารณะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ 8 จังหวัด 1 ม.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 43,600.00
รวมเป็นเงิน 55,350.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
55,350.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กลุ่มเป้าหมายทั้งภาครัฐและเอกชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2. ผู้ประกอบการสถานที่ให้บริการที่พักอาศัยชั่วคราว

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางภทรพร พิบุลย์ 2. นายสราวุธ ปิ่นแก้ว 3. นายกฤษฎา ชิดสนิท 4. นางสาวศิริวรรณ์ การัตน์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและยกระดับระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 53 ) 15.3 เพิ่มทักษะ และความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ในการ ควบคุมกำกับการประกอบการของสถานประกอบการ/สถานบริการ ในพื้นที่ท่องเที่ยว
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการจัดการสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการท่องเที่ยว

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สืบเนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวหลังเกิดวิกฤติการการระบาดของโรค COVID-19 การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดีและเหมาะสม มีผลทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของประชาชน สำหรับการท่องเที่ยวในฐานะที่เป็นงานที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุนกิจการท่องเที่ยวให้เกิดความราบรื่นและก่อให้เกิดสุขภาพที่ดีของนักท่องเที่ยว โดยกิจกรรมในการท่องเที่ยวมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอนามัยสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ตั้งแต่การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว การจัดการสุขภาพอนามัยในการท่องเที่ยว ที่พักอาศัยระหว่างการท่องเที่ยว ซึ่งกิจกรรมและบริการต่างๆ เหล่านี้จำเป็นต้องมีการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในด้านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ และประชาชนในพื้นที่ ในประเทศไทย ได้มีการประยุกต์งานอนามัยสิ่งแวดล้อมเข้ามาใช้ดำเนินการกับกิจการท่องเที่ยวบางกิจการในรูปแบบของการประเมินตามมาตรฐานของกิจการท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งประเด็นมาตรฐานในการประเมินนั้นมีความเกี่ยวข้องกับงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก เช่น การสุขาภิบาลอาหาร การจัดการสิ่งแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยว ในปัจจุบันมีการจัดตั้งร้านอาหาร และแผงลอยจำหน่ายอาหาร ไว้บริการอาหารปรุงสำเร็จแก่ประชาชน สะดวกต่อการเลือกซื้อมาเพื่อบริโภค หรือการจัดเลี้ยงอาหารในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นการควบคุม ดูแล ให้การประกอบกิจการการจัดบริการอาหารโดยสถานประกอบการด้านอาหารเป็นไปอย่างเหมาะสม เน้นความสะอาดและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค จึงเป็นงานสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญและให้ความร่วมมือในการปรับปรุงและพัฒนายกระดับสถานประกอบการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหาร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในการนี้ ศูนย์อนามัยที่1 เชียงใหม่ โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงได้ จัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับระบบการจัดการสุขาภิบาลอาหารและอนามัยสิ่งแวดล้อมรองรับการท่องเที่ยว เขตสุขภาพที่ 1 ปี 2565 ขึ้นเพื่อให้เพื่อพัฒนาต้นแบบ (model) การจัดบริการอาหารและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้มาตรฐาน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายต้นแบบด้านสุขาภิบาลอาหาร สำหรับอาหารริมบาทวิถี (Street Food Good Health) จังหวัดละ 1 แห่ง ตลาดนัด (Temporary Market) จังหวัดละ 5 แห่ง และร้านอาหาร (Clean Food Good Taste Plus) จังหวัดละ 5 แห่ง

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้จังหวัดมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานอาหารปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข 2. เพื่อให้สถานประกอบกิจการอาหารมีการพัฒนาด้านสุขลักษณะตามเกณฑ์มาตรฐาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พัฒนาอาหารริมบาทวิถี (Street Food Good Health) ให้ได้มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร 8 แห่ง
2.พัฒนาตลาดนัด (Temporary Market) ให้ได้มาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด และด้านสุขาภิบาลอาหาร 40 แห่ง
3.พัฒนาร้านอาหาร (Clean Food Good Taste Plus) ให้ได้มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร 40 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : อาหารริมบาทวิถี (Street Food Good Health) ได้รับการพัฒนาให้ได้มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหาร 8 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : ตลาดนัด (Temporary Market) ได้รับหารพัฒนาให้ได้มาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด และด้านสุขาภิบาลอาหาร 40 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : ร้านอาหาร (Clean Food Good Taste Plus) ได้รับการพัฒนาให้ได้มาตรฐานตามกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร 40 แห่ง
4.เชิงคุณภาพ : มีต้นแบบการดำเนินการด้านสุขาภิบาลอาหารได้มาตรฐานและยั่งยืน และมีการประเมินตนเองผ่าน TSC Plus++ 8 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาจากการดำเนินการในปีที่ผ่านมา 2. จัดทำโครงการสอดคล้องกับนโยบายกรมอนามัย และนำเสนอโครงการ 3. ประสาน/ ชี้แจงเป้าหมายการดำเนินงานให้กับพื้นที่ เพื่อร่วมทำแผนบูรณาการพัฒนาสุขาภิบาลอาหารและอนามัยสิ่งแวดล้อม 4. คัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย 5. พัฒนาระบบกลไกการกำกับ ติดตาม 6. สนับสนุนวิชาการ การพัฒนาศักยภาพ/เสริมสร้างความรอบรู้ให้ ผปก. / อปท. / จนท.สธ. ด้านมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสุขาภิบาล 7. ลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลังเป้าหมายในการดำเนินงานส่งเสริมการพัฒนา วางแผนบูรณาการร่วม กับภาคีเครือข่าย (Street food, ตลาดนัดน่าซื้อ, ร้านอาหาร) 8. วิเคราะห์ / ชี้เป้า ปัญหา ของพื้นที่เป้าหมาย 9. พัฒนาระบบข้อมูล สารสนเทศ เพื่อการเฝ้าระวัง กำกับติดตาม และสื่อสารประชาสัมพันธ์ 10. ติดตาม ส่งเสริมการดำเนินงานตามกิจกรรม และตรวจประเมินผลการดำเนินงานการพัฒนายกระดับ ร่วมกับ สสจ. 11. สรุปผลการดำเนินงาน ตรวจประเมินมาตรฐานในพื้นที่เป้าหมาย/ถอดบทเรียน เพื่อการพัฒนา 12. จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเวทีมอบป้ายให้กับสถานประกอบการ 13. รายงานผล

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตาม ส่งเสริมการดำเนินงานตามกิจกรรม และตรวจประเมินผลการดำเนินงานการพัฒนายกระดับดีมาก ร่วมกับ สสจ. 3 จังหวัด 1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 4,600.00
2 ลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลังเป้าหมายในการดำเนินงานส่งเสริมการพัฒนา วางแผนบูรณาการร่วม กับภาคีเครือข่าย (Street food, ตลาดนัดน่าซื้อ, ร้านอาหาร) 5 จังหวัด 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 45,800.00
รวมเป็นเงิน 50,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
50,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.พ. 2565 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. ผู้ประกอบกิจการอาหารริมบาทวิถี ตลาดนัด และร้านอาหาร 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. ประชาชน 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นายกฤษฏา ชิดสนิท ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ 2) นางสาวศิริวรรณ์ การัตน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3) นางภทรพร วิบุลย์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ 4) นายสราวุธ ปิ่นแก้ว ตำแหน่ง นิติกร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบูรณาการภาคีเครือข่ายจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะที่ดี

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 57 ) 16.2 บูรณาการภาคีเครือข่ายจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะที่ดี
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับท้องถิ่น ชุมชน จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ผลผลิตพัฒนาและบริการการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับประชาชน ชุมชนและภาคีเครือข่าย

7. หลักการและเหตุผล :
วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศไทย ในระยะ 20 ปี ที่มุ่งสู่การพัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพได้ หากขาดความพร้อมในการบริหารจัดการทั้งในระดับชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด และประเทศ การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ จากหลายภาคส่วนในการทำงานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ สามารถสนับสนุนการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปอย่างมีสมดุลได้อย่างยั่งยืน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพที่ 1 ภายใต้แผนบูรณาการระดับประเทศ “การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม” ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข แผนงานที่ 4 โครงการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม รวมถึงยุทธศาสตร์ 5 ปี กรมอนามัย ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันและรองรับผลกระทบที่อาจเกิดจากความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งความเสี่ยงจากการสุขาภิบาล เช่น การสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย และความเสี่ยงจากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งที่เป็นการค้าและไม่เป็นการค้า การป้องกันควบคุมเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นต้น จากการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (Environmental Health Accreditation : EHA) พบว่า มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่าน EHA จ านวน 1,910 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 24.58 โดยมีเทศบาลที่ผ่าน EHA ระดับพื้นฐานขึ้นไป (หมวดใดหมวดหนึ่งใน 4 หมวด: EHA 1000-4000) จ านวน 1,309 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 52.95 จากเทศบาลทั้งหมด 2,472 แห่ง ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ก าหนด ร้อยละ 70 เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ท าให้เกิดอุปสรรคในเรื่องของการลงพื้นที่เพื่อตรวจประเมิน พัฒนาองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลที่มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชนและท้องถิ่นน่าอยู่ (GREEN and Healthy Cities/Communities) ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จ านวน 599 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 11.30 จากองค์การบริหารส่วนต าบล ทั้งหมด 5,300 แห่ง สถานการณ์การดำเนินงานพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) ปี 2562-2564 เขต 1 พบว่า เทศบาลผ่านการประเมินระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 55.37 ส่วนการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนา อบต.ต้นแบบในเขตสุขภาพที่ 1 ปี 2564 พบว่า ร้อยละ 8.7 ของ อบต.ผ่านการประเมินรับรองระดับน่าอยู่ขึ้นไป ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงจัดทำโครงการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการทั้งพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่ท้องถิ่นทั้งระดับเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล สร้างชุมชน น่าอยู่ โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนและชุมชนมีความตื่นตัว ตระหนักต่อสถานการณ์และสิทธิ์ของตนเอง ในการ เฝ้าระวัง รับรู้สถานการณ์และความเสี่ยง สามารถวางแผนป้องกัน ควบคุม แก้ไขจัดการปัญหาอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนโดยภาคประชาชนได้

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อผลักดันการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่ท้องถิ่น ชุมชนน่าอยู่ 2. เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายในการพัฒนาความเข้มแข็งด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม 3. เพื่อประเมินรับรองมาตรฐานการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชนและท้องถิ่นน่าอยู่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของเทศบาลที่มีระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของประชาชน (EHA ระดับพื้นฐานขึ้นไป) 70 ร้อยละ
2.ร้อยละของ อบต. ที่มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชนและท้องถิ่นน่าอยู่ 15 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/อปท. ผ่านระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 4 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 2,850.00
2 อบรมพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจประเมินระดับศูนย์เขต ระบบออนไลน์ (กรมอนามัยดำเนินการ) 1 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 0.00
3 ร่วมการประชุม EHA Forum 2020 1 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 11,640.00
4 สรุปผลการดำเนินงาน เสนอผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง 1 ก.ย. 2565 - 30 ก.ย. 2565 0.00
5 สนับสนุน ผลักดัน ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจประเมินระดับจังหวัดและผู้รับการประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระบบออนไลน์ (กรมอนามัยดำเนินการ) 2 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 0.00
6 ประชุมติดตามและเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน อบต. ที่มีการพัฒนาผลการดำเนินงานสู่ชุมชนต้นแบบ ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (ออนไลน์/on-site) 2 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 12,010.00
7 รวบรวมข้อมูล/สำรวจจัดทำฐานข้อมูล อปท.ที่มีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและ อปท.ที่ผ่านการประเมินรับรอง EHA ระดับพื้นฐานขึ้นไป 2 ชุด 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 0.00
8 ประเมินรับรองมาตรฐาน EHA และ อบต.น่าอยู่ 8 จังหวัด 8 จังหวัด 4 เม.ย. 2565 - 31 ส.ค. 2565 64,400.00
รวมเป็นเงิน 90,900.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
90,900.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
4 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1. ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานแก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/อปท. ผ่านระบบออนไลน์ 2. ประสาน ชี้แจง และส่งเสริมการใช้งานเครื่องมือรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น และการพัฒนา อบต.น่าอยู่/เปิดรับสมัคร อปท.ที่สนใจเข้ารับการประเมิน EHA และ อบต.น่าอยู่ 3. พัฒนาศักยภาพผู้ตรวจประเมินระดับศูนย์เขต ระบบออนไลน์ (กรมอนามัยดำเนินการ) 4. สนับสนุน ผลักดัน ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจประเมินระดับจังหวัดและผู้รับการประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระบบออนไลน์ (กรมอนามัยดำเนินการ) 5. รับสมัคร อปท. ในการขอรับประเมิน EHA และ อบต.น่าอยู่ 6. ประเมินรับรองมาตรฐาน EHA และ อบต.น่าอยู่ 8 จังหวัด 7. ประชุมติดตามและเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน อบต. ที่มีการพัฒนาผลการดำเนินงานสู่ชุมชนต้นแบบ ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม (ออนไลน์/on-site) 8. รวบรวมข้อมูล/สำรวจจัดทำฐานข้อมูล อปท.ที่มีชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและ อปท.ที่ผ่านการประเมินรับรอง EHA ระดับพื้นฐานขึ้นไป 9. ตรวจข้อร้องเรียน/เหตุรำคาญ และการร่วมประชุมคณะกรรมการ คจส. 10. ร่วมการประชุม EHA Forum 2020 11. สรุปผลการดำเนินงาน เสนอผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/รพ.สต. ในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 จังหวัด ภาคเหนือ 3. สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด/อำเภอ 4. แกนนำชุมชนในการพัฒนาชุมชนต้นแบบ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ/รพ.สต. ในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 จังหวัด ภาคเหนือ 3. สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด/อำเภอ 4. แกนนำชุมชนในการพัฒนาชุมชนต้นแบบ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวปนัดดา ไพเราะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2) นายเอกรินทร์ วินันท์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ 3) นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ 4) นายสราวุธ ปิ่นแก้ว ตำแหน่ง นิติกร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 58 ) 16.3 รับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับท้องถิ่น ชุมชน จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเพื่อการบริโภค

7. หลักการและเหตุผล :
การมีน้ำดื่มสะอาดปลอดภัยถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี แต่ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเจริญของประเทศ ภายใต้แผนบูรณาการระดับประเทศ "การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม"ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข) ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข แผนงานที่4 โครงการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม รวมถึงยุทธศาสตร์ 5 ปี กรมอนามัย ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันและรองรับผลกระทบที่อาจเกิดจากความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งความเสี่ยงจากการสุขาภิบาล เช่น การสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย ปัจจุบันประเทศไทยพบการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมจึงจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้อย่างทั่วถึงและพอเพียง ระบบประปาหมู่บ้านมีคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ ทั้งส่งเสริม สนับสนุนการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในระดับครัวเรือน ชุมชน ทั้งในพื้นที่เมืองและในชนบท ถิ่นทุรกันดารหรือพื้นที่เสี่ยง สนับสนุน ส่งเสริมมาตรการการตรวจประเมินและการรับรองคุณภาพมาตรฐานที่กรมอนามัยได้ให้การรับรอง รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคในชุมชน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำที่มีความสะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับการบริโภค อันจะเป็นการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อและส่งผลให้ประชาชนในประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดี

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านให้ได้รับการยกระดับคุณภาพน้ำประปาจนผ่านเกณฑ์คุณภาพ น้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย 2. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในระดับครัวเรือน ชุมชน ให้มีรูปแบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคในชุมชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.อปท.เป้าหมายมีการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน 8 จังหวัด
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ระบบประปาหมู่บ้านได้รับการพัฒนายกระดับคุณภาพ/รับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 48 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. การจัดการคุณภาพน้ำบริโภค (การพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภคของการประปาส่วนภูมิภาค) 1. 1. ร่วมประชุมสร้างความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 1. 2. ร่วมตรวจประเมินเพื่อคุณภาพน้ำประปาดื่มได้รับรองคุณภาพและสุ่มประเมินมาตรฐานน้ำประปาดื่มได้(Water is Life) โดยการประปาส่วนภูมิภาคเขต 9 3. ร่วมการประชุมสรุปผลการดำเนินงาน 2. พัฒนาและยกระดับคุณภาพนํ้าประปาให้ผ่านเกณฑ์คุณภาพนํ้าประปาดื่มได้กรมอนามัย 2.1. สำรวจข้อมูล ประสานข้อมูลชุมชน/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วม 2.2. ประชุมชี้แจงสร้างความรู้ความเข้าใจระบบประปาหมู่บ้าน 3. ประสานงาน/ออกติดตามระบบ/เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ โดยการส่งวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ(21พารามิเตอร์) จำนวน 100 ตัวอย่าง 4. สรุปผลงานการรับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (จากคู่มือการประเมินรับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน พ.ศ.2563 ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฯ)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 การพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลหรือรับผิดชอบระบบประปาหมู่บ้าน/เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในรูปแบบของการอบรม Training on the job (OJB) หรือผ่านระบบ Online 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 21,920.00
2 -ประสานงาน/ออกติดตามระบบ/เฝ้าระวังคุณภาพน้ำโดยการส่งวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ(21พารามิเตอร์)ในพื้นที่อปท.เป้าหมาย จำนวน 48แห่ง เฝ้าระวังทั้งสิ้นจำนวน 96 ตัวอย่าง 48 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2564 100,480.00
รวมเป็นเงิน 122,400.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
122,400.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ผู้ดูแลผู้รับผิดชอบดูแลระบบประปาหมู่บ้าน กลุ่มผู้รับประโยชน์ / ผู้รับบริการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ผู้ดูแลผู้รับผิดชอบดูแลระบบประปาหมู่บ้าน กลุ่มผู้รับประโยชน์ / ผู้รับบริการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวปนัดดา ไพเราะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2) นายเอกรินทร์ วินันท์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ 3) นางสาวพัฒนา สมาธิ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
18) ร้อยละของสถานบริการการสาธารณสุขที่จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 60 ) 17.1 ส่งเสริมการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุข
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการการสาธารณสุขที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
โรงพยาบาลเป็นหน่วยบริการประชาชนทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีบทบาทครอบคลุมทั้งในด้าน การรักษาพยาบาล การป้องกันควบคุมโรค การฟื้นฟูสภาพ การส่งเสริมสุขภาพ และการส่งเสริมอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มวัยในแต่ละวันจึงมีกิจกรรมที่เกิดจากผู้มาใช้บริการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นจำนวนมากก่อให้เกิดของเสีย เช่น เศษอาหารจากโรงอาหาร จากร้านอาหาร สิ่งปฏิกูลที่เกิดจากการขับถ่าย น้ำเสีย ตลอดจนมูลฝอยติดเชื้อ การใช้พลังงาน และการใช้สารเคมีในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้หากมีการจัดการที่ไม่ดีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้มาใช้บริการ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้ เช่น การเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมไม่ดี โรคจากการทำงาน เป็นต้น นอกจากนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ยังส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาลได้ เช่น การแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ การแพร่กระจายเชื้อทางน้ำ การแพร่กระจายเชื้อจากมูลฝอยติดเชื้อ เป็นต้น กระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากการดำเนิน กิจกรรมของสถานพยาบาล มุ่งเน้นการจัดการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องภายใต้ การขับเคลื่อนให้โรงพยาบาลผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าว ใช้ครอบคลุมโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย เป็นหน่วยงานภาครัฐภายใต้กระทรวงสาธารณสุขที่มีพื้นที่รับผิดชอบอยู่ในเขตสุขภาพที่ 1 ประกอบไปด้วยจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนบน จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน และ แม่ฮ่องสอน มีจำนวนโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งสิ้น จำนวน 107 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลศูนย์ 3 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป 8 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 89 แห่ง และโรงพยาบาลสังกัดกรมวิชาการต่างๆ จำนวน 7 แห่ง การดำเนินงาน GREEN & CLEAN Hospital โดยศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ มีการวางแผนบูรณาการร่วมกันผลักดันในภาพเขตสุขภาพที่ 1 ภายใต้ ENV cluster ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานควบคุมป้องกันโรคที่ 1 (สคร.1) สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 (สบส.1) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) (ประกอบด้วยกลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค) มีแผนและสนับสนุนการขับเคลื่อนของโรงพยาบาลเพื่อการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital ผลการดำเนินงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital ประจำปี 2564 ผ่านตัวชี้วัดตามค่าเป้าหมาย ดังนี้ 1. โรงพยาบาลผ่านเกณฑ์ระดับดีมากขึ้นไป เป้าหมายร้อยละ 90 ผลการดำเนินงานสะสมร้อยละ 93.46 2. โรงพยาบาลผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก Plus เป้าหมายร้อยละ 60 ผลการดำเนินงานสะสมร้อยละ 70.09 ในการจัดทำโครงการสถานบริการสาธารณสุขมีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital ได้ดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาวะประชาชน และเตรียมความพร้อมในการตอบโต้ความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยมีการดำเนินงานเกี่ยวกับกิจกรรม GREEN ประกอบด้วย การจัดการมูลฝอยทุกประเภท (G: Garbage) การจัดการห้องส้วม (R: Restroom) การลดใช้พลังงาน (E: Energy) การจัดการสภาพแวดล้อม (E: Environment) และการสุขาภิบาลอาหาร (N: Nutrition) รวมทั้งสร้างกระบวนการให้ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของประชาชนทุกกลุ่มวัย มีการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ผลักดันให้เกิดความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการขยายสู่ชุมชน เพื่อประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิทางสุขภาพนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี ชุมชนมีความเข้มแข็ง ยั่งยืน ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยครอบคลุมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อส่งเสริมให้สถานบริการสาธารณสุขสามารถยกระดับการพัฒนามาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้สูงขึ้น เป็นไปตามมาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital สนับสนุนเครือข่ายและโรงพยาบาลเพื่อตอบโต้ความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.โรงพยาบาลพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GCH. ระดับดีมากขึ้นไปร้อยละ 98 98 ร้อยละ
2.โรงพยาบาลพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GCH. ระดับดีมากPlus ร้อยละ60 60 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GCH. ระดับดีมากขึ้นไป 5 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GCH. ระดับดีมากPlus 15 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ชี้แจงนโยบาย ตัวชี้วัด ทำความเข้าใจกับพื้นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 8 จังหวัด วางแผนร่วมในการบรรลุตามวัตถุประสงค์ 2 โรงพยาบาลทุกแห่งประเมินตนเองและบันทึกข้อมูลในแบบรายงานผลการดำเนินงานส่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวบรวมข้อมูลการประเมินโรงพยาบาลในพื้นที่ วิเคราะห์แล้วส่งรายงานให้ศูนย์อนามัย (พร้อมแนบไฟล์แบบรายงานที่กรมอนามัยกำหนด) และรายงานผ่านระบบ Health KPI ไตรมาสละ 1 ครั้ง 4 ลงพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงานส่งเสริมการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน ที่วางแผนบูรณาการร่วมกัน (สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ เขต 1 เชียงใหม่, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่) 5 พัฒนาขีดความสามารถตามข้อมูลที่ได้รับจากพื้นที่ให้ตรงตามความต้องการ และสื่อสารประชาสัมพันธ์ ด้านการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม 6 การนิเทศ ติดตาม ตรวจประเมินในพื้นที่โรงพยาบาล และชุมชน เขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา เชียงราย แพร่ และน่าน 7 การติดตามประเมินผล - สรุปผลการประชุมเชิงวิชาการ - สรุปผลการการนิเทศ ติดตาม ตรวจประเมินในพื้นที่โรงพยาบาล และชุมชน เขตสุขภาพที่ 1 8 รายงานผลตามตัวชี้วัด ส่งกรมอนามัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 1.1 พัฒนาต่อยอดการประมวลผลของสื่ออิเล็กโทรนิค/โปรแกรม 1 ระบบ 1 เม.ย. 2565 - 30 เม.ย. 2565 5,000.00
2 1.2 จัดประกวดนวัตกรรมระดับเขต 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 2,520.00
3 2.1 ประชุมติดตามแผนการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม จัดทำโล่รางวัล/เกียรติบัตร 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 12,520.00
4 1.3 การเก็บข้อมูลงานวิจัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 3 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 34,380.00
5 2.2 เยี่ยมเสริมพลัง/ตรวจประเมิน/สนับสนุนทางวิชาการ (ประชุม,อบรม) 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 90,480.00
รวมเป็นเงิน 144,900.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
144,900.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย และแม่ฮ่องสอน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด - โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และสังกัดกรมวิชาการ - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ เขต 1 เชียงใหม่ - สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และสังกัดกรมวิชาการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นายนิราช นอรัตน์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฎิบัติการ 2) นางสาวอิฏฐวรา สำแดงสุข ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3) นายวิภู กฤษณุรักษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิภู กฤษณุรักษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 16

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว แบบบูรณาการ ปี 2565 เขตสุขภาพที่ 1

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ
15) ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแล ตาม Care Plan

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 38 ) 11.2 พัฒนาระบบ Long Term Care และ Intermediate care in Community
5.2 โครงการสำคัญ โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและภารกิจหลักในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุในทุกระดับ บนฐานข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (GOAL) “ผู้สูงอายุสุขภาพดี ดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลบริการด้านสาธารณสุขถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาทักษะบุคลากรทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในลักษณะของทีมสหสาขาวิชาชีพ Care Manager Caregiver จิตอาสาในชุมชน ชมรมผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น และในการขับเคลื่อน การดำเนินงานด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้บรรลุเป้าหมาย บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้มีความมุ่งมั่น เสียสละ ในการปฏิบัติงานเพื่อบรรลุเป้าหมายประเด็นยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยสำนักอนามัยผู้สูงอายุได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดูแลด้านสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน ปี 2564 เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพในชุมชนอย่างทั่วถึงเท่าเทียม เสริมสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุไทยมีสุขภาวะที่ดีและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ได้รับการยกย่องเชิดชูและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ประเทศไทย ส่งเสริมสุขภาพก้าวไกล สูงวัยอย่างมีคุณค่า (Golden Ageing, prosperous Thailand ) เขตสุขภาพที่ 1 เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ปี 2564 ประชากรผู้สูงอายุ 1,087,371 คน คิดเป็นร้อยละ 25.94 ของประชากรทั้งหมด สถานการณ์สุขภาพผู้สูงอายุ ปี 2565 คัดกรอง ADL 916,420 คน คิดเป็นร้อยละ 84.27 โดยที่ 97.14% ดูแลตัวเองได้ (ติดสังคม) 2.30% พึ่งพิงบ้าง (ติดบ้าน) 0.56% พึ่งพิงทั้งหมด (ติดเตียง) จึงจัดทำโครงการขึ้นเพือรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม

8. วัตถุประสงค์ :
1. ส่งเสริม สนับสนุนการประเมินคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ (ADL) 2. พัฒนาระบบ Long Term Care และ Intermediate care in Community

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุแลผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว แบบบูรณาการ ปี 2565 เขตสุขภาพที่ 1 1 ระบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : สถานประกอบการใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด
2.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่ใน รพสต ในเขตสุขภาพที่ 1 8 จังหวัด
3.เชิงปริมาณ : อสม อสบ ในเขตสุขภาพที่ 1 8 จังหวัด
4.เชิงปริมาณ : ใบประกาศ care giver 500 ฉบับ
5.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่ เทศบาล อบต. ในเขตสุขภาพที่ 1 8 จังหวัด
6.เชิงปริมาณ : พยาบาลวิชาชีพ ในรพสต. รพ. พยาบาลวิชาชีพอปท 8 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ทบทวนสถานการณ์การดำเนินงานพัฒนาระบบบริการการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชน 2. พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care in Community) และระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) 3. พัฒนาคู่มือแนวทางการให้บริการ/ มาตรฐานผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านในชุมชน 4. พัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุในระดับส่วนกลางเขตสุขภาพ และระดับพื้นที่ 5. อบรมพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) และนำเสนอนวัตกรรมด้านการขึ้นทะเบียนผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) และการจัดทำแผนการดูแลผู้สูงอายุรายบุคคล Care Plan พร้อมจัดทำคู่มือแนวทางการดำเนินงาน 6. พัฒนาศักยภาพเครือข่ายให้ใช้โปรแกรมการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ 7. ชี้แจงแนวทางการใช้โปรแกรมการแบบคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุผ่านระบบออนไลน์ 8. ประชุมผู้เชี่ยวชาญพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ ในรูปแบบ New normal 9. พัฒนานวัตกรรม ชุดโมเดล ในการฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver)

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรม CM ออนไลน์ 70 ชั่วโมง ผ่านระบบ ZOOM 8 จังหวัด 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 90,000.00
2 อบรม พยาบาล IMC ในชุมชน ได้แก่ รพสต และท้องถิ่น หลักสูตร 5 วัน หลักสูตร เวชชารักษ์ ศูนย์สิรินทร ร่วมกับศอ 1 ผ่านระบบ zoom 8 จังหวัด 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 60,000.00
3 อบรม IMC ในชุมชน อสม ตามนโยบาย 3 หมอ เขต 1 ผ่านระบบ zoom 8 จังหวัด 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 32,000.00
4 อบรม IMC ในอปท ในการสร้าง IMC ในชุมชน 8 จังหวัด 1 มี.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 25,000.00
5 อบรมมาตรฐานการดำเนินงานในสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ ผ่าน zoom 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 6,000.00
6 สนับสนุนใบประกาศ อบรม CG และฟื้นฟู CG 500 ฉบับ 31 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 15,000.00
รวมเป็นเงิน 228,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
228,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
31 ต.ค. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
รพสต ในเขตสุขภาพที่ 1 กลุ่ม care manager care giver อปทในเขต 1 อสม อสบ. สถานประกอบการใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พยาบาลวิชาชีพ ในรพสต. รพ.และ-พยาบาลวิชาชีพท้องถิ่น

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขทุกระดับ เจ้าหน้าที่ในอปท ผู้ดูแลและเจ้าหน้าที่ในสถานประกอบการ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางวริษฐา พุ่มทอง ทันตแพทย์ ชำนาญการพิเศษ นางชลลดา สรศักดิ์ นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ นางสาวอังศุมาลิน บัวแก้ว พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ นางสาวสุพรรณี วงศ์แก้ว พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ นางสาวณัฐธยาน์ ใจดุ นักวิชาการสาธารณสุข ปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางวริษฐา พุ่มทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 17

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ปี 2565 เขตสุขภาพที่ 1

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 39 ) 12.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะแบบบูรณาการ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
คนไทย ร้อยละ 95 นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งใช้หลักการทางพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต จนกลายเป็นรากฐานทางประเพณีและวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์มรดกของชาติไทย พระสงฆ์เป็นผู้มีความสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนาพัฒนาการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาสังคม ท้องถิ่น ชุมชน อันเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชุมชนในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง สิ่งแวดล้อมภายในวัด และขยายผลสู่การพัฒนาสุขภาวะของชุมชน แต่พระสงฆ์กลับมีปัญหาทางสุขภาพ โดยเฉพาะป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือดและภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่ใส่บาตรทำบุญของประชาชน ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงผลเสียต่อการเจ็บป่วยของพระสงฆ์ นอกจากนี้พระสงฆ์ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสิ่งที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ เครื่องดื่มชูกำลังและขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม หากไม่ได้รับการแก้ไขจะกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ซึ่งการดำเนินงาน ที่ผ่านมามีโครงการแก้ไขปัญหาแต่ยังขาดการบูรณาการและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง มีข้อจำจัดเรื่องพระธรรมวินัย ยังไม่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน กระทรวงสาธารณสุข จึงได้มอบหมายให้กรมอนามัยเป็นแกนหลักร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนนโยบายตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ “พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ” และธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ซึ่งมีประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาวะตัวเองตามหลักพระธรรมวินัย 2. ชุมชนและสังคมกับการดูแลสุขภาวะ พระสงฆ์ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และ 3. บทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการดำเนินงาน มุ่งสู่การสร้างความมั่นคงของพระพุทธศาสนา ตามเป้าหมาย “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” โดยจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ขับเคลื่อนการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) และบูรณาการการขับเคลื่อนการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก หรือพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว. ในพื้นที่ต่างๆ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายการดำเนินงาน ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างและ การพัฒนาพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) การขับเคลื่อนวัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) และการส่งเสริมให้พระสงฆ์มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ จึงได้จัดทำโครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ปี 2565 เขตสุขภาพที่ 1

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะแบบบูรณาการ 2.เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลพระสงฆ์ สามเณร และวัดส่งเสริมสุขภาพ 3.เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานความรอบรู้ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณรและแม่ชี

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.วัดส่งเสริมสุขภาพผ่านเกณฑ์ 40 ร้อยละ
2.วัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Temple) 8 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : พระสงฆ์มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 15 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : พระคิลานุปัฏฐาก 1 รูป/1 ตำบล 150 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1. จัดทำโครงการเสนอเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 2. ศึกษา สำรวจ และคืน ข้อมูลพระสงฆ์ สามเณร วัดส่งเสริมสุขภาพ และพระคิลานุปัฏฐาก ใน 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 1 3. ประสานภาคีเครือข่ายองค์กรที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ เขตสุขภาพที่ 1 ให้บุคลากรในพื้นที่รับทราบ และแต่งตั้งคณะทำงานระเขตสุขภาพ ขั้นดำเนินการ 1. สนับสนุนการอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก 2. จัดอบรมการใช้งานระบบข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลวัดส่งเสริมสุขภาพและพระคิลานุปัฏฐาก 3. ขับเคลื่อนการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ และวัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ ขั้นติดตามและประเมินผล 1. พื้นที่มีแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ วัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ และพระคิลานุปัฏฐาก 2. ติดตามการดำเนินงานผ่าน video conference 2. ถอดบทเรียน และ สรุปผลการดำเนินงานโครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาจัดทำสื่อ การดูแลส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และวัดส่งเสริมสุขภาพ 2 ชุด 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 50,000.00
2 เยี่ยมเสริมพลังและถอดบทเรียนขับเคลื่อนการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ /วัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพ และติดตามการดำเนินงานตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (THAI STOP COVID PLUS) ในศาสนสถาน 8 จังหวัด 1 ม.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 93,205.00
3 ถอดบทเรียนพระอสว. 80 คน 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 26,660.00
4 จัดอบรมการใช้งานระบบข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลวัดส่งเสริมสุขภาพและพระคิลานุปัฏฐาก 80 คน 22 ก.ค. 2565 - 22 ก.ค. 2565 10,000.00
5 สนับสนุนการอบรมพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) เขตสุขภาพที่ 1 150 คน 1 ธ.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 25,000.00
รวมเป็นเงิน 204,865.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
204,865.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. พระคิลานุปัฏฐาก ใน 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 1 2. ภาคีเครือการการดำเนินงานพระสงฆ์และวัดส่งเสริมสุขภาพ (สสจ. รพ.สต. มจร.เป็นต้น) 3. วัด ใน 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. พระสงฆ์ใน 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 1 2. วัด ใน 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 1

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางวริษฐา พุ่มทอง ตำแหน่ง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ 2. นางสาวณัฐธยาน์ ใจดุ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 3. นางชลลดา สรศักดิ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4. นางสาวอังศุมาลิน บัวแก้ว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสาวสุพรรณี วงศ์แก้ว ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางวริษฐา พุ่มทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 18

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 37 ) 11.1 พัฒนาระบบข้อมูลการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวผ่านระบบ Health Platform
5.2 โครงการสำคัญ โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุ

7. หลักการและเหตุผล :
“ฟัน” นับเป็นอวัยวะที่สามารถอยู่กับมนุษย์ไปได้ตลอดชีวิตหากมีการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพช่องปากที่ดีจะรู้สึกสบาย รับประทานอาหารได้อร่อย มีร่างกายแข็งแรง ช่วยให้การพูดออกเสียงได้ชัดเจน ไม่ต้องกังวลในการเข้าสังคมและส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ในผู้สูงอายุบางรายที่ดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่ดีพอ อาจะทำให้เกิดภาวะการสูญเสียฟันในวัยสูงอายุตามมา และอาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ การสูญเสียฟันนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบดเคี้ยวอาหาร การกัด และการกลืนอาหาร ทำให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารไม่ครบทั้ง 5 หมู่ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ทำให้ร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วยง่าย นอกจากนี้ยังส่งผลให้ความสูงของใบหน้าลดลงเนื่องจากไม่มีฟันมารองรับ ใบหน้าเหี่ยวย่น เกิดการพูดไม่ชัด และอาจทำให้เกิดความกังวลในการเข้าสังคม การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างต่อเนื่องควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจอย่างจริงจัง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพฤติกรรมสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม ลดการเกิดโรคในช่องปาก ที่อาจกลายเป็นปัญหาการสูญเสียฟันในวัยผู้สูงอายุตามมาได้

8. วัตถุประสงค์ :
1. พัฒนาช่องทาง / รูปแบบ การสื่อสาร เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูล การดูแลช่องปากผู้สูงอายุ และพัฒนากลไกบริการ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการ 2. ส่งเสริมสนับสนุน การดูแลตนเองการ เข้าถึงบริการโดยใช้นวัตกรรมการสร้างความเข็มแข็งเครือข่ายภาคประชาชนและบุคลากร 3. บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากลไกการดูแล และคุณภาพต่อเนื่อง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.มีระบบการพัฒนาสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 1 ระบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : อสม อสบ.ผู้สูงอายุและญาติที่ใช้ระบบมือถือได้ 8 จังหวัด
2.เชิงปริมาณ : เจ้าหน้าที่ อสม.ภาคีเครือข่าย สุขภาพ เขตสุขภาพที่ 1 8 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ทบทวนสถานการณ์การดำเนินงานสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565 2. พัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565 3. พัฒนาแนวทางการให้บริการ/ มาตรฐานผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้านในชุมชน 4. พัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขผู้รับผิดชอบสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ระดับพื้นที่ 5. อบรมพัฒนาศักยภาพอสม ผู้สูงอายุ และญาติผู้ดูแลในการคัดกรอง สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุผ่านระบบออนไลน์ 6. ชี้แจงแนวทางการใช้โปรแกรมการแบบคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุผ่านระบบออนไลน์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สอนการใช้ blue book ออนไลน์ฟันแท้ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565 24,000.00
2 จ้างเหมาจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผู้สูงวัยสุขภาพดีวิถีคนเหนือ (North Healthy Aging Promotion) ด้านส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 8 จังหวัด 1 ก.พ. 2565 - 31 ก.ค. 2565 16,000.00
รวมเป็นเงิน 40,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
40,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
กลุ่มน้อยกว่า 60 ปี กลุ่มสูงอายุ และกลุ่มอสม.ผู้คัดกรองช่องปาก

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกระดับ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางวริษฐา พุ่มทอง ทันตแพทย์ ชำนาญการพิเศษ นางชลลดา สรศักดิ์ นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ นางสาวอังศุมาลิน บัวแก้ว พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ นางสาวสุพรรณี วงศ์แก้ว พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ นางสาวณัฐธยาน์ ใจดุ นักวิชาการสาธารณสุข ปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางวริษฐา พุ่มทอง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 19

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาพหุโปรแกรม ละอ่อนเชียงดาว เพิ่มสูง กินเป็น เล่นได้

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 18 ) 5.1 พัฒนารูปแบบ มาตรฐานการจัดบริการด้านการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กปฐมวัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กอายุ 2 – 6 ปี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มแม่และเด็ก

7. หลักการและเหตุผล :
ในปัจจุบันประเทศไทยประสบกับ ปัญหาคุณภาพการเกิดและการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย เผชิญกับสภานการณ์ “เด็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ” (วิวัฒน์ โรจนพิทยากรม, แพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; เลขาธิการ ASEAN, 2562) ปัญหาเหล่านี้ ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development Goals: SDG) ทั้งนี้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 5 ปี ให้ได้รับการการดูแลที่มีคุณภาพก่อนเข้าสู่วัยเรียน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการ โดยเฉพาะ 4 กระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้ตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21” ควบคู่กับการเป็น “คนไทย 4.0 ในโลกที่หนึ่ง” จากนโยบาย Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และทิศทางหนึ่งคือการยกระดับคุณค่ามนุษย์ โดยมีการกำหนดคุณลักษณะของคนไทย 4.0 คือ เด็กไทยมี IQ เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 100 ภายใน 5 ปี และร้อยละ 70 ของเด็กไทยมีคะแนน EQ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (กรมสุขภาพจิต, 2561) การสร้างเด็กไทยให้มีการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพจึงเริ่มต้นจากช่วง1000 วันแรกของชีวิต เนื่องจาก ช่วงทารกในครรภ์ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงอายุ 2 ปี เป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนามากที่สุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดโครงข่ายเส้นใยประสาทนับล้านโครง เป็นผลให้เพิ่มประสิทธิภาพ การสื่อสารระหว่างเซลล์สมอง ทำให้เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้ จดจำ นอกจากนี้ การเจริญเติบโตด้านร่างกายเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการดูแลต่อเนื่องในช่วง 3-5 ปี ทั้งในเรื่องการเจริญเติบโต และการปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรมจริยธรรม การส่งเสริมโภชนาการก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะส่วนสูงของเด็กอายุ 2-3 ปี ถือเป็น Proxy indicator ของสุขภาพผู้ใหญ่และเป็นทุนมนุษย์ (Human capital) อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อวัยวะต่างๆ กำลังสร้าง ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบเผาผลาญ ระบบภูมิต้านทานโรค ของร่างกายให้สมบูรณ์ จากการศึกษาวิจัยใน ต่างประเทศพบว่า โภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต มีความสำคัญมากถึงร้อยละ 80 ต่อการกำหนดภาวะสุขภาพไปตลอดชีวิต ในขณะที่ปัจจัยด้านพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อแม่มีส่วนกำหนดเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น หาก ในช่วง 1000 วัน ได้รับอาหารน้อยไปจะส่งผลให้ทารกในครรภ์และเด็กอายุ 0-2 ปี เจริญเติบโตไม่ดี มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม มีภาวะเตี้ย เด็กกลุ่มนี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ตามทฤษฎีของ David Barker นายแพทย์ชาวอังกฤษและนักระบาดวิทยาผู้สร้าง ทฤษฎี “Fetal programming” หรือ “Fetal origins of adult disease” ในทางตรงกันข้าม หากได้รับอาหารมากเกินไป ทารกในครรภ์จะมีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม ทารกกลุ่มนี้จะเติบโตเป็นเด็กอ้วน ผู้ใหญ่อ้วน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเช่นเดียวกัน (แนวทางการขับเคลื่อนมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต กรมอนามัย, 2562) สถานการณ์พัฒนาการเด็ก ปี2564 (ข้อมูลจากHDCวันที่16กันยายน2564) จากผลการคัดกรองพัฒนาการพบว่าเด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับการคัดกรองพัฒนาการ ร้อยละ 83.88 ยังไม่ผ่านเกณฑ์ค่าเป้าหมาย (เกณฑ์ ร้อยละ 90) และยังต่ำกว่าภาพรวมในระดับประเทศ เด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 79.20 (เกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85) จังหวัดที่ผ่านเกณฑ์ได้แก่ จังกวัดลำปาง ร้อยละ 90.21 ส่วนจังหวัดอื่นยังต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเป้าหมายที่กำหนด เด็กมีพัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ30.51 (เกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20) ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มที่สามารถตรวจพบสงสัยล่าช้าได้ผ่านเกณฑ์ได้มากขึ้นในทุกจังหวัด เด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้าได้รับการติดตามกระตุ้นร้อยละ 83.77 (เกณฑ์ มากกว่า ร้อยละ 90) ส่วนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ตามตัวชี้วัด ร้อยละเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) พบเด็กอายุ 3 ปี ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ร้อยละ42.61 (เกณฑ์ ร้อยละ 25) ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 72.08 (เกณฑ์ร้อยละ 70.90) พบว่า เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) สูงสุด ได้แก่ จังหวัดพะเยาร้อยละ 87.39 รองลงมาจังหวัดแพร่ร้อยละ 82.78 และจังหวัด น่าน ร้อยละ74.02 ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ และหาแนวทางแก้ไขต่อไปโดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุเพราะปัญหาสุขภาพช่องของเด็กเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ประเด็นปัญหาในเขตสุขภาพที่ 1 ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการคือ ปัญหาเด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพื้นที่เขตสุขภาพที่1และระดับประเทศ จากผลการดำเนินงาน ย้อนหลัง 3 ปี พบว่า ในปี 2561-2563 ระดับประเทศ พบเด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย (เกณฑ์ <ร้อยละ 10) ร้อยละ 10.18, 15.67 และ 13.44 ตามลำดับ ส่วนในเขตสุขภาพที่1 พบ เด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย (เกณฑ์ <ร้อยละ 10) ร้อยละ 14.23,19.36 และ 18.24 ตามลำดับ ปัญหาภาวะเตี้ยในเด็กปฐมวัยไม่ผ่านเกณฑ์ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของระดับประเทศ ปี2564 (ข้อมูลจากHDCวันที่16กันยายน2564) เขตสุขภาพที่1 มีเด็กปฐมวัยเตี้ย ร้อยละ 15.70 (เกณฑ์ ไม่เกินร้อยละ 10) ซึ่งในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง แต่ยังเกินเกณฑ์ทุกจังหวัด จังหวัดที่มีเด็กปฐมวัยเตี้ยมากสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 19.56 รองลงมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อยละ 15.95 และจังหวัดเชียงราย ร้อยละ 15.02 ตามลำดับจังหวัดที่มีผลลัพธ์ที่ดี ได้แก่ จังหวัดลำพูน ร้อยละ12.79 แพร่ ร้อยละ12.87 จังหวัดลำปาง ร้อยละ 12.96 เมื่อแยกข้อมูลในช่วง เด็ก0-2ปี และเด็ก3-5ปี พบว่า ไม่แตกต่างกันมาก เด็ก0-2ปี มีภาวะเตี้ย ร้อยละ 14.88 และค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ 8.23 พบว่า เด็ก3-5 ปี มีภาวะเตี้ย ร้อยละ 11.97 และค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ ร้อย 8.12 ตามลำดับ สถานการณ์การเจริญเติบโตเด็กปฐมวัยอื่นๆ พบว่า เด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับการชั่งน้ำหนัก วัดความยาวและวัดส่วนสูง ร้อยละ 80.66 พบเด็กสูงดีสมส่วน ร้อยละ 54.41 (เกณฑ์ เขต ร้อยละ 52.4 ประเทศร้อยละ 62) ประเด็นที่พบในเขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ยซึ่งพบว่าได้สูงกว่าเกณฑ์ทุกจังหวัด นอกจากนี้พบเด็กปฐมวัยอ้วนในเขตสุขภาพที่ 1 ร้อยละ 10.97 (เกณฑ์ไม่เกินร้อยละ10) และพบเด็กปฐมวัยผอม ร้อยละ 6.10 (เกณฑ์ไม่เกินร้อยละ5 ) ส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี เด็กชายเท่ากับ 108.06 ซม. และเด็กหญิง เท่ากับ 108.04 ยังต่ำกว่าเกณฑ์ภาพรวมในระดับประเทศ ส่วนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เด็ก 0-5 ปี ได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กร้อยละ 69.37 ภาวะซีดในเด็กร้อยละ 22.41 ตามลำดับ ความครอบคลุมในการเจาะตรวจความเข้มข้นของเลือด ร้อยละ 22.30 อัตราทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า2,500กรัม ร้อยละ6.44 (เกณฑ์ไม่เกิน ร้อยละ7) จังหวัดที่เกินเกณฑ์ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อยละ8.72 เด็กแรกเกิด - ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียว ร้อยละ 53.72 ตามลำดับ จากสถานการณ์ข้างต้น พบว่า การดำเนินงานด้านอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพ ยังเป็นประเด็นที่ท้าทายทั้งในเรื่องการป้องกันมารดาตาย พัฒนาการ เด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนและเด็กปฐมวัยเตี้ย เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries Free) ดังนั้นศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการ สอดคล้องกับผลการนิเทศตตรวจราชการในปี 2564 พบว่า จุดร่วมที่สะท้อนปัญหาที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความไม่สำเร็จของการแก้ไขปัญหาเด็กเตี้ย คือ 1. การขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมการเจริญเติบโต และการดูแลเด็กปฐมวัยโดย 4 กระทรวงหลัก ยังเป็นการบูรณาการระดับ นโยบาย ส่วนการปฏิบัติ ยังมีการทำงานแยกส่วน ของแต่ละกระทรวง 2.เขตสุขภาพที่ 1 มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาเด็กเตี้ยผ่านกระบวนการ OKR มาตรการการแก้ไขปัญหาเด็กเตี้ยยังไม่สอดคล้องกับkey result ที่ตั้งไว้ ทำให้ไม่สามารถประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้ 3.ความร่วมมือกับท้องถิ่นชุมชนในการแก้ไขปัญหาเด็กเตี้ย ค่อนเตี้ย การจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาผ่านกองทุนสุขภาพตำบล และมีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปรับปรุงพัฒนา คือ 1. หน่วยงานสาธารณสุขนำเสนอข้อมูลปัญหา วิเคราะห์ปัญหา วางแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กปฐมวัยที่มีปัญหาโภชนาการต่อคณะอนุกรรมการเด็กปฐมวัยเพื่อวางแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน 2. บูรณาการแผนงานร่วมของจังหวัดโดย 4 กระทรวงวางแผนร่วมกัน กำหนดบทบาทหน้าที่ การใช้งบประมาณและจัดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับภาวะโภชนาการในเด็กปฐมวัย โดยเริ่มต้นที่ปัญหาเด็กเตี้ย 3.จังหวัดต้องมีระบบข้อมูลและผลการวิเคราะห์ภาวะเตี้ย ค่อนเตี้ย ของเด็กปฐมวัยเป็นรายบุคคล มีมาตรการดูแล individual care plan, มีมาตรการด้านโภชนาการในการจัดอาหารมาแก้ไขปัญหา มีมาตรการส่งเสริมกิจกรรมกระโดดโลดเต้น วิเคราะห์สถานการณ์ คืนข้อมูลแก่พื้นที่ เพื่อจัดทำแผนงานโครงการแก้ปัญหา ส่งเสริม และสนับสนุนพื้นที่ จัดทำชุด กิจกรรม / โครงการ โดยใช้งบกองทุนสุขภาพตำบล (กสต.) หรือกองทุนอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ภาวะเตี้ย และค่อนข้างเตี้ย ของเด็กปฐมวัย 4.สถานบริการ มีการวางแผนดูแลและติดตามแก้ไขปัญหา เด็กที่มีภาวะเตี้ย ค่อนเตี้ย เป็นรายบุคคล (Individual care plan) มีการติดตาม ประเมิน การเจริญเติบโต 5. สร้างความร่วมมือกับท้องถิ่นในการใช้งบกองทุนสุขภาพตำบล (กสต.) หรืองบประมาณของท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหา ภาวะ เตี้ยและค่อนข้างเตี้ย ของ เด็กปฐมวัย จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้เด็ก 6 เดือน – 2 ปี กินนม แม่ร่วมกับ อาหารตามวัย และเสริมไข่ 1 ฟองต่อวัน - อายุ 2-5 ปี กิน อาหารตามวัย และเสริมนม 2 กล่อง/แก้ว ร่วมกับไข่ 1 ฟอง ต่อวัน ให้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่สำเร็จต้องขยายเวลาเป็น 1 ปี ส่งเสริมและจัดหาอาหารกลางวันที่มีสารอาหารครบห้าหมู่และมีพลังงานเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเด็กตามโปรแกรม Thai school lunch หรือปรึกษานักโภชนาการของแต่ละโรงพยาบาล 6. ประสานความร่วมมือกับสปสช.ในการเขียนโครงการแก้ไขปัญหาเด็กเตี้ย ค่อนเตี้ยในชุมชนผ่านกองทุนสุขภาพตำบล 7. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดกิจกรรมกระโดดโลดเต้นในแผนการสอนปกติให้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน (สำนักตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, 2563) จากสถานการณ์ข้างต้น พบว่า ปัญหาเด็กเตี้ยเป็นประเด็นที่ท้าทายของเขตสุขภาพที่ 1 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังไม่มีชุดโปรแกรมในการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาเด็กปฐมวัยเตี้ยในศูนย์เด็กเล็ก ดังนั้นเพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการศึกษา “การพัฒนาพหุโปรแกรม ละอ่อนเชียงดาวเพิ่มสูง กินเป็น เล่นได้ ” ในพื้นที่นำร่องอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมุ่งหวังให้เด็กปฐมวัยให้มีการเจริญเติบโตเหมาะสมตามวัย มีส่วนสูงสมวัย และเป็นต้นแบบการดำเนินงานในพื้นที่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของประเทศที่มุ่งเน้นการสร้างเด็กไทยให้มีการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อพัฒนาพหุโปรแกรมละอ่อนเชียงดาวเพิ่มสูง กินเป็น เล่นได้

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งที่ 1 เพื่อศึกษาข้อมูลภาวะโภชนาการและทันตสาธารณสุขเด็กปฐมวัย ก่อนการดำเนินงานพหุโปรแกรม 1 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : ค่าจ้างเหมาวิเคราะห์ข้อมูล 3 ครั้ง
3.เชิงปริมาณ : ลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งที่ 2 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานพหุโปรแกรม (หลังการดำเนินงาน 3 เดือน) 1 ครั้ง
4.เชิงปริมาณ : จัดประชุมคืนข้อมูลผลการดำเนินงานให้กับอปท.และสพด. 1 ครั้ง
5.เชิงปริมาณ : ลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งที่ 3 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานพหุโปรแกรม (หลังการดำเนินงาน 6 เดือน) 1 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1.ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 2.ประสานพื้นที่ สสจ.เชียงใหม่ สสอ.เชียงดาว เทศบาลตำบลเมืองนะ 3.ดำเนินการตามข้ออนุมัติจริยธรรมการวิจัย 4.เตรียมเครื่องมือพหุโปรแกรม เพื่อลงพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 5.วางแผนการลงพื้นที่ ขั้นดำเนินงาน 1.ลงพื้นที่ครั้งที่ 1 : ศึกษาข้อมูลภาวะโภชนาการและทันตสาธารณสุขเด็กปฐมวัย ก่อนการดำเนินงานพหุโปรแกรม 2.ลงพื้นที่ครั้งที่ 2 : ติดตามผลการดำเนินงานพหุโปรแกรม (หลังการดำเนินงาน 3 เดือน) 3.ลงพื้นที่ครั้งที่ 3 : ติดตามผลการดำเนินงานพหุโปรแกรม (หลังการดำเนินงาน 6 เดือน) 4.วิเคราะห์ข้อมูล 5.เขียนรายงานผลการศึกษา

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งที่ 1 เพื่อศึกษาข้อมูลภาวะโภชนาการและทันตสาธารณสุขเด็กปฐมวัย ก่อนการดำเนินงานพหุโปรแกรม 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2565 16,800.00
2 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งที่ 2 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานพหุโปรแกรม (หลังการดำเนินงาน 3 เดือน) 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 10,400.00
3 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลครั้งที่ 3 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานพหุโปรแกรม (หลังการดำเนินงาน 6 เดือน) 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 16,800.00
4 ค่าจ้างเหมาวิเคราะห์ข้อมูล 1 เรื่อง 1 พ.ย. 2564 - 31 พ.ค. 2565 15,000.00
5 จัดประชุมคืนข้อมูลผลการดำเนินงานให้กับอปท.และสพด. 20 คน 1 ก.พ. 2565 - 31 ส.ค. 2565 9,440.00
รวมเป็นเงิน 68,440.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
68,440.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สพด.นำร่อง 10 แห่ง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1.พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก 2.ครู พี่เลี้ยงเด็ก 3.ภาคีเครือข่าย เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางกฤษณา กาเผือก

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ นางกฤษณา กาเผือก นางวราพร สุภา นางพชรา คำฟู นส.ชนิดาภา ภูดอนตอง นส.วชรินทร์ ปนคำปิน นส.ยุพารัตน์ งามประดิษฐ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 20

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
8) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน
9) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิง อายุ 15-19 ปี พันคน
10) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 25 ) 7.1 พัฒนาระบบและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่น
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) และปัจจุบันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่นานาชาติต้องการบรรลุให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 ได้กำหนดให้การลดอัตราคลอดในวัยรุ่น อายุ 10-14 ปี และอายุ 15-19 ปี เป็นส่วนหนึ่งของร่างตัวชี้วัดในการบรรลุเป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกันให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนทุกเพศทุกวัย สอดคล้องกับเป้าหมายของกรมอนามัยในปี พ.ศ. 2569 คือ อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ไม่เกิน 0.5 ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปีพันคน และอัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ไม่เกิน 25 ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปีพันคน สถิติในประเทศไทย พบอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ปี 2561-2563 คือ 1.24 1.02 และ 0.94 ตามลำดับ อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ปี 2561-2563 คือ 35.33 28.57 และ 29.01 ตามลำดับ โดยในเขตสุขภาพที่ 1 ปี 2564 พบอัตราการคลอดของหญิงอายุ 10-14 ปี เท่ากับ 1.13 (ไตรมาสที่ 3) อัตราการคลอดของหญิงอายุ 15-19 ปี เท่ากับ 24.66 (ไตรมาสที่ 3) ซึ่ง 3 จังหวัดแรกที่มีอัตราคลอดสูงที่สุด คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เท่ากับ 34.28 ต่อพัน จังหวัดเชียงราย เท่ากับ 30.22 ต่อพัน และจังหวัดลำพูน เท่ากับ 29.19 ต่อพัน และ (HDC, 2564) การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบเชิงลบทางสุขภาพต่อแม่วัยรุ่นและทารก เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์สูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า เช่น การเสียชีวิตของมารดา การเสียชีวิตของทารก ทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยตัดวงจรการเป็นแม่วัยรุ่น ทำให้วัยรุ่นมีสุขภาวะทางเพศที่ดี มีโอกาสทางการศึกษา และสามารถใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเติบโตมีคุณภาพต่อไป การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่น สามารถทำได้โดยลดปัจจัยสาเหตุ และเพิ่มปัจจัยการป้องกัน ซึ่งศูนย์อนามัยมีบทบาทในการผลักดันให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดฯ มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 2559 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย 5 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงในมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำเนินงานแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.ฯ สามารถประสานให้เกิดการทำงานร่วมกันได้ ในปีงบประมาณ 2565 ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ จึงจัดทำโครงการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยเจริญพันธุ์แบบบูรณาการ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยการเจริญพันธ์แบบบูรณาการ ลดปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และส่งเสริมให้วัยรุ่นสูงดีสมส่วน มีทักษะชีวิต และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนยุทธศาสตร์กรมอนามัย

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยการเจริญพันธ์แบบบูรณาการ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี ไม่เกิน 0.9 ต่อพันคน 0.9 ร้อยละ
2.อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 15-19 ปี ไม่เกิน 25 ต่อพันคน 25 ร้อยละ
3.การตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ไม่เกินร้อยละ 13 13 ร้อยละ
4. ร้อยละของหญิงไทยอายุน้อยกว่า 20 ปี หลังคลอดหรือหลังแท้งที่คุมกำเนิดได้รับการคุมกำเนิดด้วยวิธีกึ่งถาวร (ยาฝังคุมกำเนิด/ห่วงอนามัย) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 35 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลในสังกัด สป.สธ. ผ่านเกณฑ์ประเมินรับรองตามมาตรฐาน YFHS ฉบับ พ.ศ. 2563 ร้อยละ 30 30 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : อำเภอผ่านการประเมินรับรองตามมาตรฐานการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับอำเภอ ร้อยละ 30 30 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : จัดการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 8 จังหวัด
4.เชิงคุณภาพ : ความรอบรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาและทักษะชีวิตของวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี 1 ฉบับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ 1. ทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์ ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จในปี 2564 ที่ผ่านมา สภาพปัญหา อุปสรรค ความพร้อม ศักยภาพ การดำเนินงานโครงการฯ ความพึงพอใจและความต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 2. ศึกษาทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่กำหนดการสอดรับกับเป้าหมายชาติและนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) การขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 แผนงานบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข นโยบายกระทรวง แผนปฏิบัติราชการกระทรวงและนโยบายของกรมอนามัย ผู้รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น 3. ผู้รับผิดชอบงาน ประชุมปรึกษาหารือ ร่วมกัน กำหนดเป้าหมายและกรอบแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมสำคัญ (Key Activities) ที่กรมอนามัยกำหนดในปี 2565 โดยวิเคราะห์และทำความตกลงร่วมกัน (Fully Active Participation) เพื่อร่วมกำหนดการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน แบบบูรณาการ ระยะที่ 2 ขั้นจัดทำโครงการและแผนปฏิบัติการ 1. จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น ตามทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี กรอบยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกรมอนามัย แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมสำคัญ และเป้าหมายสำคัญ โดยบูรณาการกิจกรรมที่มีการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกันหรือมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันที่สามารถสะท้อนถึงเป้าหมาย และทบทวนปรับเปลี่ยนกิจกรรมดำเนินงาน โดยเน้นความเหมาะสม ประหยัด และคุ้มค่า 2. นำแผนฯเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา แก้ไข ปรับปรุง ทำการปรับปรุงแผนปฏิบัติการประจำปี 2564 ตามข้อเสนอและชี้แนะของกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น 3. จัดทำโครงการฉบับสมบูรณ์เพื่อเสนอขออนุมัติ 4. ทำการสื่อสาร ถ่ายทอดค่าเป้าหมายการดำเนินงาน สู่การปฏิบัติระดับบุคคล แก่ผู้รับผิดชอบทุกคนในกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น 5. ดำเนินงานตามแผนกิจกรรม ตามรายไตรมาส 6. ประชุมเตรียมความพร้อมทีมดำเนินงาน 7. ประสานสถานที่จัดอบรม ประสานวิทยากร เตรียมการเรื่องเอกสาร วัสดุอุปกรณ์และจัดซื้อจัดจ้าง 8. จัดทำหนังสือเชิญผู้เข้าอบรม และเชิญวิทยากร 9. จัดเตรียมสถานที่และวัสดุการอบรม 10. ดำเนินงานจัดอบรม 11. สรุปผลการจัดอบรมและถอดบทเรียนการดำเนินงาน ระยะที่ 3 นิเทศติดตาม กำกับ และประเมินผล บริหารโครงการที่ได้รับการอนุมัติ นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ แผนการใช้จ่ายงบประมาณ แผนกำกับ และการบริหารความเสี่ยง ตามรายกิจกรรมและรายไตรมาสที่กำหนดไว้สรุปผลการดำเนินงาน วิเคราะห์และถอดบทเรียน นำเสนอในเชิงนโยบายต่อไป

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพวัยรุ่นและอนามัยการเจริญพันธุ์ในโรงเรียนตามวิถีแนวใหม่ (New normal)/ ขับเคลื่อน teenage digital platform 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 10,000.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการการถ่ายทอดนโยบาย และองค์ความรู้ในการปฏิบัติงานวัยรุ่น ผ่านระบบออนไลน์ 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 18,000.00
3 นิเทศติดตามและสนับสนุนการจัดประชุมคณะทำงาน/คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 108,500.00
4 นิเทศติดตามเยี่ยมประเมินโรงพยาบาลตามมาตรฐาน YFHS และอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ หรือประชุมพิจารณาโรงพยาบาลและอำเภอ ตามมาตรฐานฯ ผ่านระบบออนไลน์ 17 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 59,800.00
5 อบรมให้บริการยาฝังคุมกำเนิดสำหรับพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 20 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 64,700.00
รวมเป็นเงิน 261,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
261,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
1) โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 1 ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ฉบับปรับปรุง ปี 2563 และที่ขอเข้ารับการ reaccredit 2) อำเภอในเขตสุขภาพที่ 1 ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับอำเภอ 3) 5 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงในมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข ที่ดำเนินการภายใต้คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด (8 จังหวัด)

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในคลินิกวัยรุ่น คลินิกให้คำปรึกษา และภาคีเครือข่าย 2) พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ไม่ผ่านการอบเรื่อง การคุมกำเนิด (ยาฝัง) 3) โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 1 ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน YFHS ฉบับปรับปรุง ปี 2563 และที่ขอเข้ารับการ reaccredit 4) อำเภอในเขตสุขภาพที่ 1 ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับอำเภอ 5) กลุ่มส่งเสริมสุขภาพสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และผู้รับผิดชอบ 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 6) คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 8 จังหวัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
กลุ่มวัยรุ่น (อายุ 10-19 ปี) ทั้งในโรงเรียน และนอกระบบการศึกษา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2) นางสาวไพลิน เชิญทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3) นางสาวศุทธินี รุจิระพงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4) นางเขมจิรา กออำไพ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5) นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6) นางสาวอรพิน พิศไหว นักชิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 7) นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 8) นางสาวผกาสินี กาวี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 9) นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม พยาบาลเทคนิคชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 21

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนากำลังคนและองค์กรสมรรถนะสูง HPC1-4.0

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 77 ) 21.1 ยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลกรมอนามัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ยกระดับการนำเป็น Regional Lead ก้าวไปสู่องค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 1 และพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง High Performance Organization (องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม) เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐไปสู่ระบบราชการ 4.0 ตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ(PMQA 4.0) ในปี 2565 มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับให้มีทักษะ digital และพัฒนาผลงานวิชาการและนวัตกรรมส่งประกวด รางวัลบริการภาครัฐ (TPSA) มุ่งพัฒนาPMQA หมวด 3 และหมวด 6 ให้ผ่านเกณฑ์ ซึ่งหมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศ จัดทำฐานข้อมูลเครือข่าย การบริการประชาชนที่ทันสมัยรวดเร็วและเข้าถึงในทุกระดับ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้างนวัตกรรมการบริการที่สร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการ วางแผนเชิงรุกในการตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของกลุ่มผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งปัจจุบันและอนาคต มีกระบวนการแก้ไขข้อร้องเรียนที่รวดเร็ว และสร้างสรรค์โดยปฏิบัติงานบนพื้นที่ของข้อมูลความต้องการของประชาชน ส่งผลต่อความพีงพอใจ สร้างความร่วมมือของกลุ่มผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหมวด 6 มุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ เพื่อให้มีการบริหารจัดการกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล เชื่อมโยงตั้งแต่ตั้งจนจบและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ มีการสร้างนวัตกรรมในการปรับปรุงผลผลิต กระบวนการ และการให้บริการ มีการลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้มีขีดสมรรถนะสูงขึ้น บูรณาการกระบวนการเพื่อสร้างคุณค่าในการให้บริการแก่ประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้เน้นผลสัมฤทธิ์ต่อสุขภาพ พฤติกรรม สวล. ด้วยพัฒนาเห็นความสำคัญในการพัฒนากำลังคนให้มีขีดสมรรถนะที่พึงประสงค์ “คนดี สร้างคุณค่า สร้างความสุข”ในการนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย การก้าวไปสู่การเป็นองค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 1 อย่างมืออาชีพและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การบริหารทรัพยากรมนุษย์ต้องมีการปรับตัวและพัฒนาเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุภารกิจและเป้าประสงค์ของหน่วยงาน เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ในปี 2564 ยังพบว่ายังมี GAP ที่ต้องปรับปรุงที่สำคัญ ได้แก่ ฐานข้อมูลและสารสนเทศของผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ขาดการวิเคราะห์และนำข้อมูลมาใช้วางแผนเชิงยุทธศาสตร์และสร้างนวัตกรรม ที่สำคัญการขับเคลื่อนการบริหารและพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐ การพัฒนาผลงานไปสู่ระดับชาติ นานาชาติ การนำไปใช้ประโยชน์และเป็นที่ยอมรับ นำระบบดิจิทัลมาเสริมการทำงาน ในทุกกระบวนการทำงาน ต้องคำนึงถึงภารกิจหลักและภารกิจรองไปพร้อมกัน รวมถึงความต้องการจากภาคประชาชน จึงจำเป็นต้องพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการทำงาน และการให้บริการของรัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับงานให้มีคุณค่าสูงขึ้น (High Value Job) ผลักดันให้ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ สามารถปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และมีความพร้อมทุกมิติ ทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ทัศนคติและความคิด เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง และพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร จึงจัดทำโครงการพัฒนากำลังคนและองค์กรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง (HPO) HPC 1-4.0

8. วัตถุประสงค์ :
1. พัฒนาระบบบริหารจัดการขององค์กร สู่ระบบราชการ 4.0 2. พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดสมรรถนะของบุคลากรและมุ่งมั่นในการปฏิบัติราชการ ปรับกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม ค่านิยม ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 3. พัฒนาระบบฐานข้อมูลเครือข่าย(ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) ทั้งภายในและภายนอก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พัฒนาองค์กรสู่ระบบราชการ 4.0 1 หน่วยงาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรไปประชุม/อบรม/สัมมนา ที่จัดโดยหน่วยงานภายนอก 120 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพการถ่ายทอดตัวชี้วัดตามคำรับรองฯ 60 คน
3.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับการพัฒนาบุคลการด้าน Digital Literacy 80 คน
4.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพการรายงานตัวชี้วัดคำรับรองฯ ในระบบ DOC 20 คน
5.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับการอบรมหลักสูตร "การดูแลผู้คลอดอย่างมืออาชีพสำหรับพยาบาล" 14 คน
6.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดทำผลงานรางวัลบริการภาครัฐ ปี 2565 60 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
1. ทบทวนผลการดำเนินการพัฒนาองค์กร เทียบกับเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ระดับพื้นฐาน , วิเคราะห์ GAP นำมาวางแผนการขับเคลื่อนมุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล ทบทวนกลไก 3 ทีมนำหลัก ทีมนำ กบศ. ทีมยุทธศาสตร์ กวป. ทีมเรียนรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรม ศวรน. 2. จัดทำแบบสำรวจการรับรู้ ความต้องการ ความคาดหว้ง ความพึงพอใจ/ไม่พึงพอใจของบุคลากร เกี่ยวกับการพัฒนาองค์กร วิเคราะห์ และนำช้อมูลมาวางแผนฯ 3. จัดทำโครงการแผนปฏิบัติการ กำหนดตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่สะท้อนกระบวนการทำงาน 4. สื่อสาร ถ่ายทอด สร้างความเข้าใจให้ผู้บริหารฯและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ 5. ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนฯ 6. จัดทำฐานข้อมูลเครือข่าย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้รับบริการ และฐานข้อมูลความต้องการความคาดหวัง 7. พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล 8. พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย หลักสูตรการดูแลผู้คลอดอย่างมืออาชีพสำหรับพยาบาล 9. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตัวชี้วัดตามคำรับรองและรายงานผลการดำเนินงาน ในการประชุม กวป. ตามกำหนด 10. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน เสนอผู้บริหาร/คณะกรรมการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และประเมินผล/กพร.กรมอนามัย ตามกำหนด 11. สรุปบทเรียน และสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ เพื่อนำไปวางแผนปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 5. อบรมหลักสูตร "การดูแลผู้คลอดอย่างมืออาชีพสำหรับพยาบาล" รุ่น 1 (ทดลองใช้หลักสูตร) 14 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 21,000.00
2 2. ประชุมเชิงปฏิบัติพัฒนาศักยภาพการรายงานตัวชี้วัดคำรับรองฯ ในระบบ DOC 20 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 3,000.00
3 3. ประชุมเชิงปฏิบัติพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการพัฒนาผลงานเพื่อมุ่งสู่รางวัลบริการภาครัฐ TPSA ปี 2565 20 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 9,000.00
4 4. ประชุมเชิงปฏิบัติพัฒนาบุคลการด้าน Digital Literacy 40 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 12,000.00
5 1. ประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ จากหน่วยงานสู่กลุ่มงานและบุคคล ปี 2565 60 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 9,000.00
6 6. บุคลากรไปประชุม/อบรม/สัมมนา ที่จัดโดยหน่วยงานภายนอก 120 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 46,000.00
รวมเป็นเงิน 100,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
100,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายสาธิต อยู่ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นายฉัตรชัย ชำนาญ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นายปรัชญา ชมพล นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นางสุพรรษา ฟุ้งเฟื่อง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นางสาวธัญวรัตน์ วงษา นักทรัพยากรบุคคล

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสุพรรษา ฟุ้งเฟื่อง

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวชัญญา อนุเคราะห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 22

1. ชื่อโครงการ :
โครงการนิเทศและติดตามประเมินผลงานส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ประจำปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
27) ร้อยละของบุคลากรมีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

4. cluster :
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 93 ) 26.2 พัฒนาและขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติราชการสู่การปฏิบัติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัยองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากสถานการณ์การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 1 ประจำปี 2564 ที่ผ่านมา พบว่าผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพที่สำคัญบางตัวชี้วัดเช่น มารดาตาย เด็ก 0-5 ปี สูงดีสมส่วน วัยเรียนสูงดีสมส่วน วัยรุ่นตั้งครรภ์ซ้ำ และวัยทำงานดัชนีมวลกายปกติ ยังไม่ผ่านเกณฑ์ และคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมาย หน่วยงานจึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เพื่อแปลงสู่การปฏิบัติ โดยได้รับความร่วมมือและการบูรณาการจากทั้งฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายสนับสนุน รวมถึงพัฒนาระบบการนิเทศ ติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) ให้ครอบคลุมทุกตัวชี้วัดและโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และกรมอนามัย เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน รับรู้อุปสรรคข้อจำกัดในด้านต่างๆ รวมถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จ และให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การบริหารจัดการรวมถึงการแก้ไขปัญหาที่ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลให้ผลลัพธ์การดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าว จึงจัดทำโครงการนิเทศติดตามและประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2565 ซึ่งกิจกรรมในโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อการนิเทศ ติดตาม ควบคุมกำกับและประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน อย่างเป็นระบบ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตอบสนองและสอดคล้องกับความต้องการในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้หน่วยงานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่รับผิดชอบสามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อพัฒนาระบบการกำกับติดตามและประเมินผล อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล 2. เพื่อใช้ติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนครั้งของการนิเทศและตรวจราชการ 2 รอบ/ปี (รอบละ 8 จังหวัด) ลงพื้นที่ร่วมกับทีมตรวจราชการกระทรวงสธ. 16 ครั้ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ทีมนิเทศของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ 8 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการนิเทศและตรวจราชการ 2 รอบ/ปี (รอบละ 8 จังหวัด) ผ่านระบบออนไลน์ 16 ครั้ง
3.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการจัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รอบ 6 เดือน และ 12 เดือน 2 ครั้ง
4.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการจัดประชุมชี้แจงแนวทางการนิเทศและตรวจราชการ รอบ 1และ รอบ 2 2 ครั้ง
5.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการรับนิเทศกรม/ตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ 2 ครั้ง
6.เชิงปริมาณ : จำนวนครั้งของการจัดประชุมกวป. 2 ครั้ง/เดือน 6 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 การตรวจราชการและนิเทศงาน กระทรวงสาธารณสุข กรณีปกติ และ บูรณาการ เขตสุขภาพที่ 1 2.การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด/โครงการ ศูนย์อนามัยที่ 1 ปี 2565 3.การรับนิเทศจากกรมอนามัย, รับการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ 4.การจัดทำรายงานประจำปี 2565

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 รับนิเทศกรมอนามัย 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2564 12,400.00
2 รับการตรวจเยี่ยมเฉพาะกิจ ประจำปี 2565 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 28 ก.พ. 2565 12,400.00
3 จัดประชุมชี้แจงนโยบาย/การดำเนินงาน/ตัวชี้วัด / แนวทางการตรวจราชการ (สำนักตรวจและประเมินผล กระทรวงสธ./กรมอนามัย/เขตสุขภาพที่ 1 ) ผ่านระบบออนไลน์ 3 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 3,000.00
4 จัดประชุมสรุปผลการตรวจราชการและนิเทศงาน กรณีปกติ/ บูรณาการ รอบ 1 , รอบ 2 ( กระทรวง สธ. / เขต)ผ่านระบบออนไลน์ 4 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 31 ส.ค. 2565 8,000.00
5 จัดประชุมคณะกรรมการกวป. ศอ.1 เชียงใหม่ 5 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 20,625.00
6 ร่วมนิเทศงาน กระทรวงสธ. 8 จังหวัด 2 รอบ (16 ครั้ง) 16 ครั้ง 20 ธ.ค. 2564 - 5 ส.ค. 2565 67,020.00
7 จัดประชุมสรุปตรวจราชการรายจังหวัด 8 จังหวัด 2 รอบ รอบ 1 และ 2 รวม 16 ครั้ง ผ่านระบบออนไลน์ 16 ครั้ง 20 ธ.ค. 2564 - 5 ส.ค. 2565 16,000.00
8 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 6 เดือน และ 12 เดือน และจัดทำแผนปฎิบัติการ ประจำปี 2565 ศอ.1 เชียงใหม่ 60 คน 1 มี.ค. 2565 - 30 ก.ย. 2565 121,675.00
รวมเป็นเงิน 261,120.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
261,120.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย ในเขตสุขภาพที่ 1 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่)

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
นักวิชาการ/บุคลากรสาธารณสุขที่รับผิดชอบประเด็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ศอ.1 และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เขตสุขภาพที่ 1

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ และบุคลากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, รพช. รพ.สต. ในเขตสุขภาพที่ 1

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1.นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ, 2.นางสาวพิชชากานต์ ใจแก้ว

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางวรพรรณ บุญมาประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวชัญญา อนุเคราะห์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 23

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคน
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 9 ) 2.1 ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มแม่และเด็ก

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยอย่างรวดเร็ว จากการเกิดที่มีจำนวนน้อยลงเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ เช่น ประชากรวัยแรงงานมีแนวโน้มใช้ชีวิตโสดมากขึ้น แต่งงานช้าลง ชะลอการมีบุตร มีบุตรจำนวนน้อยหรือไม่มีบุตรเลย รวมทั้งประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (สำนักอนามัยเจริญพันธุ์ กรมอนามัย 2560) ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณืในปี 2567 โดยเพิ่มจาก 10.3ล้านคน (ร้อยละ16.2ล้านคน) ในปี2568 เป็น20.5ล้านคน (ร้อยละ20.5ล้านคน) ในปี พศ.2583 ซึ่งนอกจากปัญหาการเกิดแล้วยังพบปัญหาคุณภาพการเกิดและการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยด้วย โดยอาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหา “เด็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ” (สำนักโภชนาการ กรมอนามัย 2560) ปัญหาเหล่านี้ ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ20ปี โดยนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่2 (พศ.2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพได้มีการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อก้าวไปสู่ประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเป็น ประเทศที่พัฒนาแล้วตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และบรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development Goals: SDG) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 5 ปี ให้ได้รับการการดูแลที่มีคุณภาพก่อนเข้าสู่วัยเรียน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการ และ4กระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนโยบาย Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และทิศทางหนึ่งคือการยกระดับคุณค่ามนุษย์ พัฒนาคนไทยให้เป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21” ควบคู่กับการเป็น “คนไทย 4.0 ในโลกที่หนึ่ง” โดยมีการกำหนดคุณลักษณะของคนไทย 4.0 คือ เด็กไทยมี IQ เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 100 ภายใน 5 ปี และร้อยละ 70 ของเด็กไทยมีคะแนน EQ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้นจึงต้องสร้างคนไทยยุค 4.0 เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุด จึงเริ่มต้นจากช่วง1000 วันแรกของชีวิต เนื่องจาก ช่วงทารกในครรภ์ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงอายุ2ปี เป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนามากที่สุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดโครงข่ายเส้นใยประสาทนับล้านโครง เป็นผลให้เพิ่มประสิทธิภาพ การสื่อสารระหว่างเซลล์สมอง ทำให้เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้ จดจำ นอกจากนี้ การเจริญเติบโตด้านร่างกายเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการดูแลต่อเนื่องในช่วง3-5 ปี ทั้งในเรื่องการเจริญเติบโต และการปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรมจริยธรรม การส่งเสริมโภชนาการก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะส่วนสูงของเด็กอายุ2-3ปี ถือเป็น Proxy indicator ของสุขภาพผู้ใหญ่และเป็นทุนมนุษย์ (Human capital) อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อวัยวะต่างๆ กำลังสร้าง ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบเผาผลาญ ระบบภูมิต้านทานโรค ของร่างกายให้สมบูรณ์ สถานการณ์มารดาไทยตาย เขตสุขภาพที่1 ในปีงบประมาณ 2564 พบว่า ปี2564 พบว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้น มารดาไทยเสียชีวิต จำนวน 5 ราย อัตรามารดาไทยตายเท่ากับ 15.75 ต่อแสนการเกิดมีชีพ โดยมีรายละเอียดได้แก่ รายที่1 จังหวัดเชียงราย เดือนธันวาคม 2563 พบว่า สาเหตุการตาย คือ ตกเลือดหลังคลอด (Postpartum Hemorrhage : PPH) เดือน มีนาคม 64 จังหวัดเชียงราย 1 ราย Dx. Intracerebral hemorrhage ซึ่งทั้ง2 ราย เป็นสาเหตุทางตรง (Direct cause) รายที่3 เดือน เมษายน 64 จังหวัดเชียงราย 1 ราย Dx. Obstetric fluid embolism (Indirect cause) รายที่4 เดือนมิถุนายน 64 จังหวัดแพร่ 1 ราย Dx. Pulmonary embolism (Indirect cause) รายที่ 5 เดือนกรกฎาคม 64 จังหวัด น่าน 1 ราย Dx.Suprimpose chronic hypertension with HELLP syndrome (Direct cause) จากการวิเคราะห์ สาเหตุการตาย (รายงาน CE) พบความล่าช้า 3 ประการที่ทำให้มารดาเสียชีวิตโดยใช้ทฤษฎี Three Delays Model ได้แก่ 1. ความล่าช้าในการตัดสินใจรับบริการ(Delay in decision to seek care) ของหญิงตั้งครรภ์หรือคนในครอบครัวที่จะแสวงหาการดูแล เนื่องจากข้อจำกัดทางวัฒนธรรมหญิงตั้งครรภ์ ขาดอำนาจเพื่อใช้ในการตัดสินใจ 2. ความล่าช้าในการเดินทาง การเข้าถึงบริการ (Delay in reaching care)3.ความล่าช้าในการได้รับบริการที่ถูกต้องและมีคุณภาพ (Delay in receiving care) การคัดกรอง ให้คำปรึกษา และการติดตามดูแลภาวะแทรกซ้อน ในขณะตั้งครรภ์ เป็นต้น ส่วนสถานการณ์การดูแลหญิงตั้งครรภ์ครั้งแรกก่อนหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ ผลการดำเนินงาน ร้อยละ 73.17 (เกณฑ์ ร้อยละ 75) ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด แต่ยังต่ำกว่าระดับประเทศที่มีผลการดำเนินร้อยละ 82.29 ส่วนอายุครรภ์เฉลี่ย ในการฝากครรภ์ครั้งแรก เท่ากับ 8 สัปดาห์ซึ่งแสดงถึงการเฝ้าระวังเชิงรุกในการทำงานของพื้นที่ได้ดี ส่วนการฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 80.93 (เกณฑ์ ร้อยละ75) ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด และต่ำกว่าระดับประเทศที่มีผลการดำเนินร้อยละ 75.91 หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลหลังคลอดครบ 3 ครั้ง ร้อยละ 66.57 (เกณฑ์ ร้อยละ75) ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ภาพรวม ร้อยละ 11.27 ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ที่อายุครรภ์32-34 สัปดาห์ ร้อยละ 13.47 (เกณฑ์ ไม่เกินร้อยละ15) หญิงตั้งได้รับยาเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็กและโฟลิก ร้อยละ 73.8 ความครอบคลุม ร้อยละ80.67 นอกจากนี้ยังพบประเด็นที่เป็นความเสี่ยง ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง ทั้งในสถานบริการ และเชิงรุก เช่น อัตราการตกเลือด(Near miss) การผ่าตัดคลอด ผ่าตัดมดลูก และโรคทางอายุรกรรม No ANC /Home Birth ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและเพิ่มแนวทางรวมถึงการติดตามเชิงรุกมากขึ้น สถานการณ์พัฒนาการเด็ก ปี2564 (ข้อมูลจากHDCวันที่16กันยายน2564) จากผลการคัดกรองพัฒนาการพบว่าเด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับการคัดกรองพัฒนาการ ร้อยละ 83.88 ยังไม่ผ่านเกณฑ์ค่าเป้าหมาย (เกณฑ์ ร้อยละ 90) และยังต่ำกว่าภาพรวมในระดับประเทศ เด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 79.20 (เกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85) จังหวัดที่ผ่านเกณฑ์ได้แก่ จังกวัดลำปาง ร้อยละ 90.21 ส่วนจังหวัดอื่นยังต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเป้าหมายที่กำหนด เด็กมีพัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ30.51 (เกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20) ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มที่สามารถตรวจพบสงสัยล่าช้าได้ผ่านเกณฑ์ได้มากขึ้นในทุกจังหวัด เด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้าได้รับการติดตามกระตุ้นร้อยละ 83.77 (เกณฑ์ มากกว่า ร้อยละ 90) ส่วนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ตามตัวชี้วัด ร้อยละเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) พบเด็กอายุ 3 ปี ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ร้อยละ42.61 (เกณฑ์ ร้อยละ 25) ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 72.08 (เกณฑ์ร้อยละ 70.90) พบว่า เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) สูงสุด ได้แก่ จังหวัดพะเยาร้อยละ 87.39 รองลงมาจังหวัดแพร่ร้อยละ 82.78 และจังหวัด น่าน ร้อยละ74.02 ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ และหาแนวทางแก้ไขต่อไปโดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุเพราะปัญหาสุขภาพช่องของเด็กเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ประเด็นปัญหาในเขตสุขภาพที่ 1 ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการคือ ปัญหาเด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพื้นที่เขตสุขภาพที่1และระดับประเทศ จากผลการดำเนินงาน ย้อนหลัง 3 ปี พบว่า ในปี 2561-2563 ระดับประเทศ พบเด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย (เกณฑ์ <ร้อยละ 10) ร้อยละ 10.18, 15.67 และ 13.44 ตามลำดับ ส่วนในเขตสุขภาพที่1 พบ เด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย (เกณฑ์ <ร้อยละ 10) ร้อยละ 14.23,19.36 และ 18.24 ตามลำดับ ปัญหาภาวะเตี้ยในเด็กปฐมวัยไม่ผ่านเกณฑ์ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของระดับประเทศ ปี2564 (ข้อมูลจากHDCวันที่16กันยายน2564) เขตสุขภาพที่1 มีเด็กปฐมวัยเตี้ย ร้อยละ 15.70 (เกณฑ์ ไม่เกินร้อยละ 10) ซึ่งในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง แต่ยังเกินเกณฑ์ทุกจังหวัด จังหวัดที่มีเด็กปฐมวัยเตี้ยมากสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 19.56 รองลงมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อยละ 15.95 และจังหวัดเชียงราย ร้อยละ 15.02 ตามลำดับจังหวัดที่มีผลลัพธ์ที่ดี ได้แก่ จังหวัดลำพูน ร้อยละ12.79 แพร่ ร้อยละ12.87 จังหวัดลำปาง ร้อยละ 12.96 เมื่อแยกข้อมูลในช่วง เด็ก0-2ปี และเด็ก3-5ปี พบว่า ไม่แตกต่างกันมาก เด็ก0-2ปี มีภาวะเตี้ย ร้อยละ 14.88 และค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ 8.23 พบว่า เด็ก3-5 ปี มีภาวะเตี้ย ร้อยละ 11.97 และค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ ร้อย 8.12 ตามลำดับ สถานการณ์การเจริญเติบโตเด็กปฐมวัยอื่นๆ พบว่า เด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับการชั่งน้ำหนัก วัดความยาวและวัดส่วนสูง ร้อยละ 80.66 พบเด็กสูงดีสมส่วน ร้อยละ 54.41 (เกณฑ์ เขต ร้อยละ 52.4 ประเทศร้อยละ 62) ประเด็นที่พบในเขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ยซึ่งพบว่าได้สูงกว่าเกณฑ์ทุกจังหวัด นอกจากนี้พบเด็กปฐมวัยอ้วนในเขตสุขภาพที่ 1 ร้อยละ 10.97 (เกณฑ์ไม่เกินร้อยละ10) และพบเด็กปฐมวัยผอม ร้อยละ 6.10 (เกณฑ์ไม่เกินร้อยละ5 ) ส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี เด็กชายเท่ากับ 108.06 ซม. และเด็กหญิง เท่ากับ 108.04 ยังต่ำกว่าเกณฑ์ภาพรวมในระดับประเทศ ส่วนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เด็ก 0-5 ปี ได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กร้อยละ 69.37 ภาวะซีดในเด็กร้อยละ 22.41 ตามลำดับ ความครอบคลุมในการเจาะตรวจความเข้มข้นของเลือด ร้อยละ 22.30 อัตราทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า2,500กรัม ร้อยละ6.44 (เกณฑ์ไม่เกิน ร้อยละ7) จังหวัดที่เกินเกณฑ์ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อยละ8.72 เด็กแรกเกิด - ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียว ร้อยละ 53.72 ตามลำดับ จากสถานการณ์ข้างต้น พบว่า การดำเนินงานด้านอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพ ยังเป็นประเด็นที่ท้าทายทั้งในเรื่องการป้องกันมารดาตาย พัฒนาการ เด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนและเด็กปฐมวัยเตี้ย เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries Free) ดังนั้นศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการ “ส่งเสริมการเกิดและเติบโตเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่1 ปี2565” เพื่อให้สตรีและเด็กปฐมวัยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตั้งแต่เตรียมความพร้อมของครอบครัว การดูแลก่อนตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ การส่งเสริมการเจริญเติบโต การเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย ส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง คือการมีส่วนร่วมของครอบครัว พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ในการเลี้ยงดู เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กเติบโตอย่างสมบูรณ์ทุกด้าน บุคลากรทางการแพทย์สาธารณสุขและการขับเคลื่อนการดำเนินผ่านกลไกและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้แก่ คณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.)ระดับตำบล(พชต.) กลไก PCC สร้างชุมชนต้นแบบ และสร้างความเข้มแข็งแก่ MCH Board รวมทั้งเป็นการยกระดับทั้งในระบบบริการสุขภาพ Service plan ทุกฝ่ายจึงต้องมีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ เพื่อให้มีส่งเสริมและแก้ไขปัญหา เริ่มตั้งแต่การเตรียมครอบครัวคุณภาพ การตั้งครรภ์คุณภาพ การส่งเสริมการเกิดและเติบโตของเด็กปฐมวัยให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายเหมาะสมตามวัย เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบบริการและมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร สร้างความรอบรู้ ทักษะ การสื่อสาร ในการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก 3.เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน -มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต -พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กพ.ศ. 2560 และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ - มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก และมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ - โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กปฐมวัย 4.เพื่อสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและตระหนักในการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก 5.เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายเพื่อความร่วมมืออย่างบูรณาการด้านอนามัยแม่และเด็ก 6.เพื่อค้นหาและสนับสนุน นวัตกรรม งานวิจัย หรือต้นแบบ ด้านอนามัยแม่และเด็ก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : พัฒนาศักยภาพการป้องกันโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมระดับเขต 1 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : ประชุมคณะกรรมการ MCH Board เขตสุขภาพที่ 1 ทบทวนสาเหตุการตายมารดา (ระบบออนไลน์) 4 ครั้ง
3.เชิงปริมาณ : จัดกิจกรรมสร้างกระแสเนื่องในวันวาเลนไทน์ 1 ครั้ง
4.เชิงปริมาณ : การดำเนินงานเฝ้าระวังและดูแลเชิงรุกเพื่อลดการตายมารดาและทารกจากการติดเชื้อ COVID-19 4 ครั้ง
5.เชิงปริมาณ : พัฒนาสื่อสร้างความรอบรู้อนามัยแม่และเด็กและส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ดิจิตอลแพลตฟอร์ม "แม่ลูกหน้อยล้านนา" 1 ครั้ง
6.เชิงปริมาณ : นิเทศ ติดตาม การดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 3 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1.ศึกษานโยบายและทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ในระดับกระทรวง กรมอนามัย และเขตสุขภาพที่ 1 2.ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 3.วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 4.จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 ขั้นดำเนินงาน 1.พัฒนาทีมศักยภาพบุคลากร ในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการ การเยี่ยมเสริมพลัง และการนิเทศติดตามการดำเนินงาน 2.กำหนดกรอบวางแผนและบูรณาการโครงการให้เกิดความเชื่อมโยงและสอดคล้องทั้งแผนงานแผนงบประมาณ และแผน ด้านทีมบุคลากร 3.ดำเนินการ ตามกรอบงานและแผนงานโครงการที่กำหนด 4.ส่งเสริม สนับสนุนในเชิงวิชาการ เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กให้ เป็นไปตามมาตรฐาน 5.ประสานการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย 6.จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน 7.นำเสนองานวิจัย นวตกรรม การติดตามประเมินผล (M&E) 1.ส่งเสริมสนับสนุนติดตามงานในพื้นที่ 2.รวบรวมสรุปผลข้อมูลแต่ละตัวชี้วัด 3.รายงานผลการกำกับติดตามการดำเนินงานในรายไตรมาส 4.ติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานต่างๆโดยบูรณาการในการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1 5.สรุปและรายงานผลการนิเทศติดตามและประเมินรับรองมาตรฐานที่ครอบคลุมด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดกิจกรรมสร้างกระแสเนื่องในวันวาเลนไทน์ 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 10,000.00
2 พัฒนาสื่อสร้างความรอบรู้อนามัยแม่และเด็กและส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ดิจิตอลแพลตฟอร์ม "แม่ลูกหน้อยล้านนา" 1 รูปแบบ 1 พ.ย. 2564 - 31 มี.ค. 2565 30,000.00
3 พัฒนาศักยภาพการป้องกันโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมระดับเขต 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 49,200.00
4 ประชุมคณะกรรมการ MCH Board เขตสุขภาพที่ 1 ทบทวนสาเหตุการตายมารดา (ระบบออนไลน์) 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 20,000.00
5 การดำเนินงานเฝ้าระวังและดูแลเชิงรุกเพื่อลดการตายมารดาและทารกจากการติดเชื้อ COVID-19 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 24,100.00
6 นิเทศ ติดตาม การดำเนินงานตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 8 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 26,840.00
รวมเป็นเงิน 160,140.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
160,140.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด เขตสุขภาพที่ 1

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. สถานบริการสาธารณสุข บุคลากร 2. กรรมการ MCH Broad Service plan 3. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอ (พชอ.) 4. เครือข่าย 4 กระทรวง และภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. บุคลากร สาธารณสุข 2. ผู้รับบริการ แม่และเด็ก 3. พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก 4. ครู พี่เลี้ยงเด็ก 5. ภาคีเครือข่าย เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ นางกฤษณา กาเผือก นางวราพร สุภา นางพชรา คำฟู

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 24

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาสุขภาพเด็กและประชาชนในพื้นที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน
10) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 3 ) 1.3 พัฒนาสุขภาพเด็กและประชาชนในพื้นที่ภูฟ้าพัฒนา
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย ร่วมกับสำนักงานโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการตามกรอบแนวทางการดำเนินงานโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสาธารณสุข การศึกษา และโภชนาการที่ดี มีการดำเนินงานครอบคลุม 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ สถานการณ์ด้านสุขภาพกลุ่มแม่และเด็กปี 2563 ที่ผ่านมาพบว่าหญิงตั้งครรภ์ได้รับฝากครรภ์ครั้งแรกก่อนหรือเท่ากับ 12สัปดาห์ อำเภอบ่อเกลือร้อยละ 75.00 อำเภอเฉลิมพระเกียรติร้อยละ 70.00 หญิงตั้งครรภ์ได้รับฝากครรภ์คุณภาพ 5 ครั้งตามเกณฑ์ อำเภอบ่อเกลือ ร้อยละ 57.69 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ร้อยละ 58.33 หญิงหลังคลอดได้รับการดูแลครบ 3 ครั้งตามเกณฑ์ อำเภอบ่อเกลือ ร้อยละ 67.24 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ร้อยละ 79.71 เด็กแรกเกิด-ต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว อำเภอบ่อเกลือ ร้อยละ 73.53 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ร้อยละ 69.57 โดยมีความครอบคลุมของการตรวจคัดกรองพัฒนาการเด็กอายุ 9,18,30,42 เดือนอำเภอบ่อเกลือ ร้อยละ 96.70 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ร้อยละ 85.61 เด็กที่ได้รับการคัดกรอง สงสัยล่าช้าได้รับการติดตาม ในอำเภอบ่อเกลือ ร้อยละ 37.39 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ร้อยละ 13.27 เด็กแรกเกิดที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2500 กรัม สูงกว่าเกณฑ์ (อำเภอบ่อเกลือพบร้อยละ 8.79,อำเภอเฉลิมพระเกียรติ พบร้อยละ 10.13) เด็กสูงดี สมส่วน ยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (อ.บ่อเกลือ ร้อยละ 31.63/อ.เฉลิมพระเกียรติ ร้อยละ 35.11) เด็ก 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน(อ.บ่อเกลือ ร้อยละ 94.01/อ.เฉลิมพระเกียรติร้อยละ 93.88) สถานการณ์เด็กวัยเรียนปี 2563 ของอำเภอบ่อเกลือและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ พบว่าเด็กสูงดี สมส่วน ยังต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือร้อยละ 35.83 และ 41.48 พบปัญหาเด็กเตี้ยเกินเกณฑ์คือร้อยละ 38.25 และ28.75 (ข้อมูลจาก HDC แฟ้มโภชนาการ ร้อยละของเด็กวัยเรียน 6-14 ปีสูงดีสมส่วน) พบเด็กมีปัญหาฟันผุ ร้อยละ 13.4 และ 43.14 (ข้อมูลจาก HDC แฟ้มทันตสุขภาพ ร้อยละของเด็กกลุ่มอายุ 6,9,12 ปีมีฟันผุในฟันแท้) สถานการณ์การขาดสารไอโอดีน อำเภอบ่อเกลือตรวจพบคอพอกในเด็กวัยเรียนร้อยละ 4.49 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน (>ร้อยละ5) อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตรวจไม่พบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังขาดข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของเด็กวัยเรียนด้านการบริโภคอาหาร ด้านกิจกรรมทางกาย และด้านทันตสุขภาพ เพื่อจะนำมาวางแผนในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดในพื้นที่ต่อไป ส่วนสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมข้อมูลจากผลการตรวจคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคปี 2561พบว่า คุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านชีวภาพ พบการปนเปื้อนของTotal Coliform bacteria และ Fecal Coliform bacteria แต่ไม่พบโลหะหนัก ส่วนด้านกายภาพพบน้ำมีความขุ่น ซึ่งจากสถานการณ์ทุกด้านดังได้กล่าวมาในพื้นที่โครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาฯ ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อให้เด็กและประชาชนในพื้นที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนามีภาวะสุขภาพอนามัยดี และ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เสริมสร้างพลังการพัฒนายกระดับชุมชน สู่ ภูฟ้าHEALTHY Community (ต้นแบบ ) 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เด็กวัยเรียนได้รับการคัดกรองคอพอก อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี 25 คน
2.เชิงปริมาณ : เด็กและประชาชนได้เข้าถึงการให้บริการส่งเสริมสุขภาพตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพ 75 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : บุคลากรสาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพในเรื่องเทคโนโลยีการวางแผนครอบครัว และการดูแลสุขภาพอนามัยสตรี 40 คน
4.เชิงปริมาณ : นิเทศติดตาม เยี่ยมเสริมพลังการพัฒนาเสริมสร้างสมรรถนะด้านส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม 4 ครั้ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ 1. ทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์ ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จในปี 2563 ที่ผ่านมา สภาพปัญหา อุปสรรค ความพร้อม ศักยภาพ การดำเนินงานโครงการฯ ความพึงพอใจและความต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 2. ศึกษาทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่กำหนดการสอดรับกับเป้าหมายชาติและนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) การขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 แผนงานบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข นโยบายกระทรวง แผนปฏิบัติราชการกระทรวงและนโยบายของกรมอนามัย ผู้รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น 3. ผู้รับผิดชอบงาน ประชุมปรึกษาหารือ ร่วมกัน กำหนดเป้าหมายและกรอบแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมสำคัญ (Key Activities) ที่กรมอนามัยกำหนดในปี 2564 โดยวิเคราะห์และทำความตกลงร่วมกัน (Fully Active Participation) เพื่อร่วมกำหนดการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน แบบบูรณาการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เสริมสร้างพลังการพัฒนายกระดับชุมชน สู่ ภูฟ้าHEALTHY Community 1 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 52,200.00
2 นิเทศติดตาม เยี่ยมเสริมพลังการพัฒนาเสริมสร้างสมรรถนะด้านส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 29 ก.ย. 2565 66,230.00
3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างสมรรถนะด้านส่งเสริมโภชนาการและการคัดกรองคอพอกในนักเรียนและการให้บริการส่งเสริมสุขภาพเด็กและประชาชนตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพ 25 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 57,700.00
4 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องเทคโนโลยีการวางแผนครอบครัว และการดูแลสุขภาพอนามัยสตรี สำหรับบุคลากรสาธารณสุข 40 คน 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 66,870.00
รวมเป็นเงิน 243,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
243,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (พื้นที่ทรงงาน 1,800 ไร่ และพื้นที่ส่วขยาย อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ) 8 หมู่บ้าน 6 โรงเรียน 5 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในพื้นที่ ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ และ ต.ขุนน่าน , ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
- กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น - กลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก - กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน - กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม - ศูนย์ชาติพันธุ์ชายขอบและแรงงานข้ามชาติ - ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ - สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
เด็กและประชาชนในพื้นที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาฯ (พื้นที่ทรงงาน 1,800 ไร่ และพื้นที่ส่วขยาย อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ) 8 หมู่บ้าน 6 โรงเรียน 5 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในพื้นที่ ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ และ ต.ขุนน่าน , ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2) นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 3) นางเขมจิรา กออำไพ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4) นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม พยาบาลเทคนิคชำนาญงาน 5) นางสาวอรพิน พิศไหว นักชิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 6) นางสาวไพลิน เชิญทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7) นางสาวศุทธินี รุจิระพงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 8) นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 9) นางสาวผกาสินี กาวี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 25

1. ชื่อโครงการ :
โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL) ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 21 ) 6.1 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็ก วัยเรียนวัยรุ่นตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New normal)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เด็กเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติโดยเฉพาะเด็กในวัยเรียนและวัยรุ่น ถือเป็นช่วงสำคัญของเด็กในการเรียนรู้ทักษะชีวิต และพัฒนาการต่างๆทางด้านสติปัญญาเป็นช่วงที่การทำงานของสมองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและเต็มที่เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งทางร่างกายอารมณ์และสังคมแต่จากการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร ส่งผลให้เด็กวัยเรียนมีปัญหาพฤติกรรมต่างๆ เช่น พฤติกรรมการบริโภคอาหารรสหวาน มัน เค็ม อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมกรุบกรอบ พฤติกรรมกรรมเนือยนิ่ง เป็นต้น ทำให้เด็กมีปัญหาภาวะโภชนาการ ทั้งการขาดสารอาหารและภาวะโภชนาการเกิน มีทั้งภาวะอ้วน เตี้ย และผอม ปัญหาดังกล่าวจะทำให้เด็กเจริญเติบโตช้า ขาดสารอาหาร โลหิตจาง ขาดสารไอโอดีน เจ็บป่วยบ่อย ความสามารถในการเรียนรู้น้อยผลสัมฤทธิ์ในการเรียนต่ำ และสมรรถภาพในการทำกิจกรรมและการเล่นกีฬาต่ำในขณะเดียวกันปัญหาโภชนาการเกินก็ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ สถานการณ์เด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน เขตสุขภาพที่ 1 จากรายงานข้อมูลผ่านระบบ HDC ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2564 พบร้อยละ 54.04 ผลงานต่ำกว่าเป้าหมาย (เป้าหมายเขตสุขภาพที่1 ร้อยละ 63, เป้าหมายกรมอนามัย ร้อยละ 66) และต่ำกว่าระดับประเทศ (ร้อยละ 58.34) เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน รายจังหวัดของเขตสุขภาพที่ 1 พบว่าทุกจังหวัดมีผลงานต่ำกว่าเป้าหมาย จังหวัดที่มีผลงานต่ำสุด ได้แก่ จังหวัดน่าน เชียงใหม่ พะเยา และแม่ฮ่องสอน ร้อยละ 46.24, 52.28, 53.57 และ 53.57 ตามลำดับ สำหรับภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนของเด็กวัยเรียน เขตสุขภาพที่ 1 พบว่า สูงถึงร้อยละ 14.17 (เป้าหมายกำหนดให้ไม่เกิน ร้อยละ 10) ผลงานสูงกว่าระดับประเทศ (ประเทศร้อยละ 11.45) เมื่อวิเคราะห์รายจังหวัด พบว่าทุกจังหวัดมีเด็กวัยเรียนที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนสูงเกินเกณฑ์เป้าหมายร้อยละ 10 จังหวัดที่มีเด็กวัยเรียนเริ่มอ้วนและอ้วนมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดน่าน พบสูงถึง ร้อยละ 15.78 รองลงมาได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, แพร่ และ ลำพูน ร้อยละ 15.27, 14.46 และ 14.34 ตามลำดับ สถานการณ์ตามตัวชี้วัดร้อยละเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) จากระบบรายงาน Health Data Center สานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 1 เชียงใหม่ (25 สิงหาคม 2564) พบเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 69.25 ซึ่งใกล้เคียงกับปีงบประมาณที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน และภาพรวมประเทศร้อยละ 70.12 ในภาพเขตสุขภาพที่ 1 พบสูงสุดที่จังหวัดพะเยาร้อยละ 90.63 รองลงมาจังหวัดแพร่ร้อยละ 81.15 และพบต่ำสุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนร้อยละ 54.43 ส่วนเรื่องการได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากของเด็กอายุ 12 ปีนั้นพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อยข้างต่ำทุกจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากปัญหาดังกล่าวจึงควรส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ เพื่อให้ได้กินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการในปริมาณและสัดส่วนที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกายรวมทั้งส่งเสริมให้มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมตามวัย โดยการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนอย่างเพียงพอการลงทุนกับเด็กจึงคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนใดๆทั้งสิ้น เพราะเด็กที่มีคุณภาพจะนำไปสู่ผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ดังนั้น กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 1เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีเป็นหน่วยงานวิชาการ มีหน้าที่ในการผลิตองค์ความรู้ นวัตกรรม และถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน จึงได้จัดโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL) ประจำปี 2564 เพื่อส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ให้เด็กไทยฉลาด แข็งแรง เติบโตเต็มศักยภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงต่อไปในอนาคต อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพต่อยอดความรอบรู้ด้านสุขภาพ 2) เพื่อให้นักเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพตามแนววิถีชีวิตใหม่ 3) เพื่อให้นักเรียนมีภาวะสุขภาพดี โภชนาการดี และมีฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1) มีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพต่อยอดความรอบรู้ด้านสุขภาพ 400 แห่ง
2.2) นักเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ 50 ร้อยละ
3.3) นักเรียน มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 1) เด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน 63 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : 2) เด็กอายุ 6-14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 10 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : 3) เด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) 71 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ 1. ทบทวน วิเคราะห์สถานการณ์ ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จในปี 2564 ที่ผ่านมา สภาพปัญหา อุปสรรค ความพร้อม ศักยภาพ การดำเนินงานโครงการฯ ความพึงพอใจและความต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 2. ศึกษาทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่กำหนดการสอดรับกับเป้าหมายชาติและนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) การขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 แผนงานบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข นโยบายกระทรวง แผนปฏิบัติราชการกระทรวงและนโยบายของกรมอนามัย ผู้รับผิดชอบกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น 3. ผู้รับผิดชอบงาน ประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน กำหนดเป้าหมายและกรอบแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมสำคัญ (Key Activities) ที่กรมอนามัยกำหนดในปี 2565 โดยวิเคราะห์และทำความตกลงร่วมกัน (Fully Active Participation) เพื่อร่วมกำหนดการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน แบบบูรณาการ ระยะที่ 2 ขั้นจัดทำโครงการและแผนปฏิบัติการ 1. จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น ตามทิศทางและกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี กรอบยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกรมอนามัย แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมสำคัญ และเป้าหมายสำคัญ โดยบูรณาการกิจกรรมที่มีการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกันหรือมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันที่สามารถสะท้อนถึงเป้าหมาย และทบทวนปรับเปลี่ยนกิจกรรมดำเนินงาน โดยเน้นความเหมาะสม ประหยัด และคุ้มค่า 2. นำแผนฯเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา แก้ไข ปรับปรุง ทำการปรับปรุงแผนปฏิบัติการประจำปี 2564 ตามข้อเสนอและชี้แนะของกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น 3. จัดทำโครงการฉบับสมบูรณ์เพื่อเสนอขออนุมัติ 4. ทำการสื่อสาร ถ่ายทอดค่าเป้าหมายการดำเนินงาน สู่การปฏิบัติระดับบุคคล แก่ผู้รับผิดชอบทุกคนในกลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น 5. ดำเนินงานตามแผนกิจกรรม ตามรายไตรมาส 6. ประชุมเตรียมความพร้อมทีมดำเนินงาน 7. ประสานสถานที่จัดประชุม ประสานวิทยากร เตรียมการเรื่องเอกสาร วัสดุอุปกรณ์และจัดซื้อจัดจ้าง 8. จัดทำหนังสือเชิญผู้เข้าประชุม และเชิญวิทยากร 9. จัดเตรียมสถานที่และวัสดุการประชุม 10. ดำเนินงานจัดประชุม 11. สรุปผลการจัดประชุมและถอดบทเรียนการดำเนินงาน ระยะที่ 3 นิเทศติดตาม กำกับ และประเมินผล บริหารโครงการที่ได้รับการอนุมัติ นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ แผนการใช้จ่ายงบประมาณ แผนกำกับ และการบริหารความเสี่ยง ตามรายกิจกรรมและรายไตรมาสที่กำหนดไว้สรุปผลการดำเนินงาน วิเคราะห์และถอดบทเรียน นำเสนอในเชิงนโยบายต่อไป

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 6. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาการบริหารจัดการระบบการเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่งต่อและการรายงานข้อมูลภาวะโภชนาการเด็กวัยเรียนวัยรุ่น โดยประชุมทาง online ผ่านระบบ Zoom meeting 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 5,300.00
2 7. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการดำเนินงานบริหารจัดการระบบการเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่งต่อและการรายงานข้อมูลภาวะโภชนาการเด็กวัยเรียนวัยรุ่น โดยประชุมทาง online ผ่านระบบ Zoom meeting 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 20,000.00
3 8. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพทีมแกนนำครู ก ในการนำโปรแกรมเด็กล้านนาไม่อ้วนไปใช้แก้ปัญหาเด็กอ้วนในระดับพื้นที่ โดยประชุมทาง online ผ่านระบบ Zoom meeting และสนับสนุนทีมแกนนำครู ก ดำเนินงานขับเคลื่อนโปรแกรมเด็กล้านนาไม่อ้วน ในพื้นที่ จังหวัดละ 1 แห่ง 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 5,300.00
4 9. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนการนำโปรแกรมเด็กล้านนาไม่อ้วนไปใช้แก้ปัญหาเด็กอ้วนในระดับพื้นที่ โดยประชุมทาง online ผ่านระบบ Zoom meeting 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 100,000.00
5 14. ประชุมเชิงปฏิบัติการ “ป้องกันอย่างไร ให้โควิดห่างไกลเรา” และชี้แจงโครงการอาสารอบรู้กู้ภัยโควิด “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน โดยนักเรียนแกนนำ” ปี 2565 และสรรหาผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน โดยนักเรียนแกนนำจากโรงเรียนนำร่อง ในเขตสุขภาพที่ 1 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 28,400.00
6 16. ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงงาน นวัตกรรม “ผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน สดใส ใส่ใจสุขภาพ ตามแนววิถี New Normal” 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 81,600.00
7 18. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขด้านทักษะเฉพาะการให้ บริการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษแบบองค์รวมโดยระบบ Zoom Meeting 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 7,500.00
8 19. จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การคัดกรองสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษโดยระบบ Zoom Meeting 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 7,500.00
9 2. รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างกระแสความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในวันสำคัญ ได้แก่ วันไข่โลก วันเด็กแห่งชาติ และวันดื่มนมโลก 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 15,000.00
10 12. ยกระดับการพัฒนามาตรฐานงานอนามัยโรงเรียน 1) ประเมินรับรองโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร และโรงเรียนเครือข่ายเด็กไทยฟันดี 2) เก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร 3 แห่ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 17,100.00
11 13. พัฒนายกระดับระบบความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของกลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น ตามแนววิถีชีวิตแนวใหม่ (New normal) 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 7,000.00
12 20. จัดทำสื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ และจัดระบบการเฝ้าระวังและคัดกรองสุขภาพเด็กพิเศษเป้าหมายในเขตพื้นที่อย่างครอบคลุมและทั่วถึง 3 เรื่อง 1 มี.ค. 2565 - 30 เม.ย. 2565 20,000.00
13 4. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL) เขตสุขภาพที่ 1 ปี 2565 โดยประชุมออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting 4 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 21,600.00
14 5. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ภายใต้โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL) ผ่านการประชุม Zoom Meeting 4 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 14,400.00
15 10. ร่วมประชุมกับหน่วยงานภายนอกองค์กร 4 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565 36,000.00
16 3. เยี่ยมเสริมพลังเครือข่ายการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่นแบบบูรณาการในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 54,000.00
17 11. นิเทศติดตามเสริมพลังแบบบูรณาการ การดำเนินงานการเฝ้าระวัง คัดกรอง ส่งต่อ การรายงานข้อมูลภาวะโภชนาการ และการนำโปรแกรมเด็กล้านนาไม่อ้วนไปใช้แก้ปัญหาเด็กอ้วนในระดับพื้นที่ 8 จังหวัด 1 มี.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 50,000.00
18 15. นิเทศ กำกับติดตามประเมินผลโรงเรียนนำร่องในโครงการ “อาสารอบรู้กู้ภัยโควิด” 8 จังหวัด 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 47,040.00
19 17. เยี่ยมเสริมพลังติดตามการใช้สมุดบันทึกการคัดกรองสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษมอบสื่อมาตรการป้องกันโควิด-19 และสำรวจ/เก็บข้อมูลด้านสุขภาพในโรงเรียนเฉพาะความพิการและ ศูนย์การศึกษาพิเศษ 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 83,000.00
20 1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดนโยบาย ตัวชี้วัดการดำเนินงานและแผนปฏิบัติงานประจำปี Cluster วัยเรียนวัยรุ่น โดยประชุมทาง online ผ่านระบบ Zoom meeting 24 คน 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 5,300.00
รวมเป็นเงิน 626,040.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
626,040.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ /โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/พชอ.ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ /โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/พชอ.ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 2) นางสาวพรพิสุทธิ์ ศรีประไหม พยาบาลเทคนิคชำนาญงาน 3) นางพลอยเนตร ชนานันท์พจนิธิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4) นางสาวอรพิน พิศไหว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 5) นางอรพรรณ พูลสวัสดิ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 6) นางสาวผกาสินี กาวี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 7) นางเขมจิรา กออำไพ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 8) นางสาวไพลิน เชิญทอง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 9) นางสาวศุทธินี รุจิระพงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวจรัสพรรณ อรุณแก้ว

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสาวสิดาพัณณ์ ยุตบุตร

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางนงนุช ภัทรอนันตนพ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
ลำดับที่ : 26

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโต และภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคน
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 13 ) 3.1 การสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
6.2 ผลผลิต/โครงการ   โครงการพัฒนาศักยภาพและบริการส่งเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มแม่และเด็ก

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยอย่างรวดเร็ว จากการเกิดที่มีจำนวนน้อยลงเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ เช่น ประชากรวัยแรงงานมีแนวโน้มใช้ชีวิตโสดมากขึ้น แต่งงานช้าลง ชะลอการมีบุตร มีบุตรจำนวนน้อยหรือไม่มีบุตรเลย รวมทั้งประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (สำนักอนามัยเจริญพันธุ์ กรมอนามัย 2560) ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณืในปี 2567 โดยเพิ่มจาก 10.3ล้านคน (ร้อยละ16.2ล้านคน) ในปี2568 เป็น20.5ล้านคน (ร้อยละ20.5ล้านคน) ในปี พศ.2583 ซึ่งนอกจากปัญหาการเกิดแล้วยังพบปัญหาคุณภาพการเกิดและการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัยด้วย โดยอาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหา “เด็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ” (สำนักโภชนาการ กรมอนามัย 2560) ปัญหาเหล่านี้ ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ20ปี โดยนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่2 (พศ.2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพได้มีการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อก้าวไปสู่ประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเป็น ประเทศที่พัฒนาแล้วตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และบรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development Goals: SDG) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 5 ปี ให้ได้รับการการดูแลที่มีคุณภาพก่อนเข้าสู่วัยเรียน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการ และ4กระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนโยบาย Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และทิศทางหนึ่งคือการยกระดับคุณค่ามนุษย์ พัฒนาคนไทยให้เป็น “มนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21” ควบคู่กับการเป็น “คนไทย 4.0 ในโลกที่หนึ่ง” โดยมีการกำหนดคุณลักษณะของคนไทย 4.0 คือ เด็กไทยมี IQ เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 100 ภายใน 5 ปี และร้อยละ 70 ของเด็กไทยมีคะแนน EQ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้นจึงต้องสร้างคนไทยยุค 4.0 เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุด จึงเริ่มต้นจากช่วง1000 วันแรกของชีวิต เนื่องจาก ช่วงทารกในครรภ์ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงอายุ2ปี เป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนามากที่สุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดโครงข่ายเส้นใยประสาทนับล้านโครง เป็นผลให้เพิ่มประสิทธิภาพ การสื่อสารระหว่างเซลล์สมอง ทำให้เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้ จดจำ นอกจากนี้ การเจริญเติบโตด้านร่างกายเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการดูแลต่อเนื่องในช่วง3-5 ปี ทั้งในเรื่องการเจริญเติบโต และการปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรมจริยธรรม การส่งเสริมโภชนาการก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะส่วนสูงของเด็กอายุ2-3ปี ถือเป็น Proxy indicator ของสุขภาพผู้ใหญ่และเป็นทุนมนุษย์ (Human capital) อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อวัยวะต่างๆ กำลังสร้าง ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบเผาผลาญ ระบบภูมิต้านทานโรค ของร่างกายให้สมบูรณ์ สถานการณ์มารดาไทยตาย เขตสุขภาพที่1 ในปีงบประมาณ 2564 พบว่า ปี2564 พบว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้น มารดาไทยเสียชีวิต จำนวน 5 ราย อัตรามารดาไทยตายเท่ากับ 15.75 ต่อแสนการเกิดมีชีพ โดยมีรายละเอียดได้แก่ รายที่1 จังหวัดเชียงราย เดือนธันวาคม 2563 พบว่า สาเหตุการตาย คือ ตกเลือดหลังคลอด (Postpartum Hemorrhage : PPH) เดือน มีนาคม 64 จังหวัดเชียงราย 1 ราย Dx. Intracerebral hemorrhage ซึ่งทั้ง2 ราย เป็นสาเหตุทางตรง (Direct cause) รายที่3 เดือน เมษายน 64 จังหวัดเชียงราย 1 ราย Dx. Obstetric fluid embolism (Indirect cause) รายที่4 เดือนมิถุนายน 64 จังหวัดแพร่ 1 ราย Dx. Pulmonary embolism (Indirect cause) รายที่ 5 เดือนกรกฎาคม 64 จังหวัด น่าน 1 ราย Dx.Suprimpose chronic hypertension with HELLP syndrome (Direct cause) จากการวิเคราะห์ สาเหตุการตาย (รายงาน CE) พบความล่าช้า 3 ประการที่ทำให้มารดาเสียชีวิตโดยใช้ทฤษฎี Three Delays Model ได้แก่ 1. ความล่าช้าในการตัดสินใจรับบริการ(Delay in decision to seek care) ของหญิงตั้งครรภ์หรือคนในครอบครัวที่จะแสวงหาการดูแล เนื่องจากข้อจำกัดทางวัฒนธรรมหญิงตั้งครรภ์ ขาดอำนาจเพื่อใช้ในการตัดสินใจ 2. ความล่าช้าในการเดินทาง การเข้าถึงบริการ (Delay in reaching care)3.ความล่าช้าในการได้รับบริการที่ถูกต้องและมีคุณภาพ (Delay in receiving care) การคัดกรอง ให้คำปรึกษา และการติดตามดูแลภาวะแทรกซ้อน ในขณะตั้งครรภ์ เป็นต้น ส่วนสถานการณ์การดูแลหญิงตั้งครรภ์ครั้งแรกก่อนหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ ผลการดำเนินงาน ร้อยละ 73.17 (เกณฑ์ ร้อยละ 75) ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด แต่ยังต่ำกว่าระดับประเทศที่มีผลการดำเนินร้อยละ 82.29 ส่วนอายุครรภ์เฉลี่ย ในการฝากครรภ์ครั้งแรก เท่ากับ 8 สัปดาห์ซึ่งแสดงถึงการเฝ้าระวังเชิงรุกในการทำงานของพื้นที่ได้ดี ส่วนการฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 80.93 (เกณฑ์ ร้อยละ75) ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด และต่ำกว่าระดับประเทศที่มีผลการดำเนินร้อยละ 75.91 หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลหลังคลอดครบ 3 ครั้ง ร้อยละ 66.57 (เกณฑ์ ร้อยละ75) ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ภาพรวม ร้อยละ 11.27 ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ที่อายุครรภ์32-34 สัปดาห์ ร้อยละ 13.47 (เกณฑ์ ไม่เกินร้อยละ15) หญิงตั้งได้รับยาเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็กและโฟลิก ร้อยละ 73.8 ความครอบคลุม ร้อยละ80.67 นอกจากนี้ยังพบประเด็นที่เป็นความเสี่ยง ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง ทั้งในสถานบริการ และเชิงรุก เช่น อัตราการตกเลือด(Near miss) การผ่าตัดคลอด ผ่าตัดมดลูก และโรคทางอายุรกรรม No ANC /Home Birth ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและเพิ่มแนวทางรวมถึงการติดตามเชิงรุกมากขึ้น สถานการณ์พัฒนาการเด็ก ปี2564 (ข้อมูลจากHDCวันที่16กันยายน2564) จากผลการคัดกรองพัฒนาการพบว่าเด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับการคัดกรองพัฒนาการ ร้อยละ 83.88 ยังไม่ผ่านเกณฑ์ค่าเป้าหมาย (เกณฑ์ ร้อยละ 90) และยังต่ำกว่าภาพรวมในระดับประเทศ เด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 79.20 (เกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85) จังหวัดที่ผ่านเกณฑ์ได้แก่ จังกวัดลำปาง ร้อยละ 90.21 ส่วนจังหวัดอื่นยังต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเป้าหมายที่กำหนด เด็กมีพัฒนาการสงสัยล่าช้า ร้อยละ30.51 (เกณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20) ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มที่สามารถตรวจพบสงสัยล่าช้าได้ผ่านเกณฑ์ได้มากขึ้นในทุกจังหวัด เด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้าได้รับการติดตามกระตุ้นร้อยละ 83.77 (เกณฑ์ มากกว่า ร้อยละ 90) ส่วนสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ตามตัวชี้วัด ร้อยละเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) พบเด็กอายุ 3 ปี ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ร้อยละ42.61 (เกณฑ์ ร้อยละ 25) ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 72.08 (เกณฑ์ร้อยละ 70.90) พบว่า เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) สูงสุด ได้แก่ จังหวัดพะเยาร้อยละ 87.39 รองลงมาจังหวัดแพร่ร้อยละ 82.78 และจังหวัด น่าน ร้อยละ74.02 ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ และหาแนวทางแก้ไขต่อไปโดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุเพราะปัญหาสุขภาพช่องของเด็กเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ประเด็นปัญหาในเขตสุขภาพที่ 1 ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการคือ ปัญหาเด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพื้นที่เขตสุขภาพที่1และระดับประเทศ จากผลการดำเนินงาน ย้อนหลัง 3 ปี พบว่า ในปี 2561-2563 ระดับประเทศ พบเด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย (เกณฑ์ <ร้อยละ 10) ร้อยละ 10.18, 15.67 และ 13.44 ตามลำดับ ส่วนในเขตสุขภาพที่1 พบ เด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ย (เกณฑ์ <ร้อยละ 10) ร้อยละ 14.23,19.36 และ 18.24 ตามลำดับ ปัญหาภาวะเตี้ยในเด็กปฐมวัยไม่ผ่านเกณฑ์ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของระดับประเทศ ปี2564 (ข้อมูลจากHDCวันที่16กันยายน2564) เขตสุขภาพที่1 มีเด็กปฐมวัยเตี้ย ร้อยละ 15.70 (เกณฑ์ ไม่เกินร้อยละ 10) ซึ่งในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง แต่ยังเกินเกณฑ์ทุกจังหวัด จังหวัดที่มีเด็กปฐมวัยเตี้ยมากสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 19.56 รองลงมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อยละ 15.95 และจังหวัดเชียงราย ร้อยละ 15.02 ตามลำดับจังหวัดที่มีผลลัพธ์ที่ดี ได้แก่ จังหวัดลำพูน ร้อยละ12.79 แพร่ ร้อยละ12.87 จังหวัดลำปาง ร้อยละ 12.96 เมื่อแยกข้อมูลในช่วง เด็ก0-2ปี และเด็ก3-5ปี พบว่า ไม่แตกต่างกันมาก เด็ก0-2ปี มีภาวะเตี้ย ร้อยละ 14.88 และค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ 8.23 พบว่า เด็ก3-5 ปี มีภาวะเตี้ย ร้อยละ 11.97 และค่อนข้างเตี้ย ร้อยละ ร้อย 8.12 ตามลำดับ สถานการณ์การเจริญเติบโตเด็กปฐมวัยอื่นๆ พบว่า เด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับการชั่งน้ำหนัก วัดความยาวและวัดส่วนสูง ร้อยละ 80.66 พบเด็กสูงดีสมส่วน ร้อยละ 54.41 (เกณฑ์ เขต ร้อยละ 52.4 ประเทศร้อยละ 62) ประเด็นที่พบในเขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เด็กปฐมวัยมีภาวะเตี้ยซึ่งพบว่าได้สูงกว่าเกณฑ์ทุกจังหวัด นอกจากนี้พบเด็กปฐมวัยอ้วนในเขตสุขภาพที่ 1 ร้อยละ 10.97 (เกณฑ์ไม่เกินร้อยละ10) และพบเด็กปฐมวัยผอม ร้อยละ 6.10 (เกณฑ์ไม่เกินร้อยละ5 ) ส่วนสูงเฉลี่ยที่อายุ 5 ปี เด็กชายเท่ากับ 108.06 ซม. และเด็กหญิง เท่ากับ 108.04 ยังต่ำกว่าเกณฑ์ภาพรวมในระดับประเทศ ส่วนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เด็ก 0-5 ปี ได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กร้อยละ 69.37 ภาวะซีดในเด็กร้อยละ 22.41 ตามลำดับ ความครอบคลุมในการเจาะตรวจความเข้มข้นของเลือด ร้อยละ 22.30 อัตราทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า2,500กรัม ร้อยละ6.44 (เกณฑ์ไม่เกิน ร้อยละ7) จังหวัดที่เกินเกณฑ์ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อยละ8.72 เด็กแรกเกิด - ต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียว ร้อยละ 53.72 ตามลำดับ จากสถานการณ์ข้างต้น พบว่า การดำเนินงานด้านอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพ ยังเป็นประเด็นที่ท้าทายทั้งในเรื่องการป้องกันมารดาตาย พัฒนาการ เด็กปฐมวัยสูงดีสมส่วนและเด็กปฐมวัยเตี้ย เด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries Free) ดังนั้นศูนย์อนามัยที่1เชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการ “ส่งเสริมการเกิดและเติบโตเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่1 ปี2565” เพื่อให้สตรีและเด็กปฐมวัยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตั้งแต่เตรียมความพร้อมของครอบครัว การดูแลก่อนตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ การส่งเสริมการเจริญเติบโต การเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย ส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง คือการมีส่วนร่วมของครอบครัว พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ในการเลี้ยงดู เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กเติบโตอย่างสมบูรณ์ทุกด้าน บุคลากรทางการแพทย์สาธารณสุขและการขับเคลื่อนการดำเนินผ่านกลไกและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้แก่ คณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.)ระดับตำบล(พชต.) กลไก PCC สร้างชุมชนต้นแบบ และสร้างความเข้มแข็งแก่ MCH Board รวมทั้งเป็นการยกระดับทั้งในระบบบริการสุขภาพ Service plan ทุกฝ่ายจึงต้องมีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ เพื่อให้มีส่งเสริมและแก้ไขปัญหา เริ่มตั้งแต่การเตรียมครอบครัวคุณภาพ การตั้งครรภ์คุณภาพ การส่งเสริมการเกิดและเติบโตของเด็กปฐมวัยให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายเหมาะสมตามวัย เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
1.เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบบริการและมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 2.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร สร้างความรอบรู้ ทักษะ การสื่อสาร ในการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก 3.เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน -มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต -พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กพ.ศ. 2560 และการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ - มาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก และมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ - โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กปฐมวัย 4.เพื่อสื่อสารสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและตระหนักในการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก 5.เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายเพื่อความร่วมมืออย่างบูรณาการด้านอนามัยแม่และเด็ก 5.เพื่อค้นหาและสนับสนุน นวัตกรรม งานวิจัย หรือต้นแบบ ด้านอนามัยแม่และเด็ก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 1. ประชุมชี้แจงแนวนโยบายเพื่อขับเคลื่อน “ มหัศจรรย์1,000วันแรกของชีวิต” ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล ผ่านระบบออนไลน์ (2วัน) 2 ครั้ง
2.เชิงปริมาณ : 4. ประชุมติดตามประเมินผล การดำเนินงาน ตามระบบที่พัฒนา ผ่านระบบ ZOOM 1 ครั้ง
3.เชิงปริมาณ : 2. นิเทศติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 8 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : 5. ประชุมสรุปผลการดำเนินงานมหัศจรรย์1,000 วันแรกของชีวิต 1 ครั้ง
5.เชิงปริมาณ : 3.พัฒนาระบบการติดตามการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วัน ในสถานการณ์การระบาดโควิด-19 หรือโรคติดต่ออื่น และประชุมชี้แจงการใช้งานระบบ 1 ระบบ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นเตรียมการ 1.ศึกษานโยบายและทิศทางการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก ในระดับกระทรวง กรมอนามัย และเขตสุขภาพที่ 1 2.ศึกษาปัญหาข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 3.วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 4.จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพการส่งเสริมสุขภาพสตรีและเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กในเขตสุขภาพที่1 ขั้นดำเนินงาน 1.พัฒนาทีมศักยภาพบุคลากร ในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการ การเยี่ยมเสริมพลัง และการนิเทศติดตามการดำเนินงาน 2.กำหนดกรอบวางแผนและบูรณาการโครงการให้เกิดความเชื่อมโยงและสอดคล้องทั้งแผนงานแผนงบประมาณ และแผน ด้านทีมบุคลากร 3.ดำเนินการ ตามกรอบงานและแผนงานโครงการที่กำหนด 4.ส่งเสริม สนับสนุนในเชิงวิชาการ เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กให้ เป็นไปตามมาตรฐาน 5.ประสานการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย 6.จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน 7.นำเสนองานวิจัย นวตกรรม การติดตามประเมินผล (M&E) 1.ส่งเสริมสนับสนุนติดตามงานในพื้นที่ 2.รวบรวมสรุปผลข้อมูลแต่ละตัวชี้วัด 3.รายงานผลการกำกับติดตามการดำเนินงานในรายไตรมาส 4.ติดตามการดำเนินงานตามมาตรฐานต่างๆโดยบูรณาการในการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1 5.สรุปและรายงานผลการนิเทศติดตามและประเมินรับรองมาตรฐานที่ครอบคลุมด้านปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 พัฒนาระบบการติดตามการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วัน ในสถานการณ์การระบาดโควิด-19 หรือโรคติดต่ออื่น และประชุมชี้แจงการใช้งานระบบ 1 ระบบ 1 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 5,500.00
2 ประชุมติดตามประเมินผล การดำเนินงาน ตามระบบที่พัฒนา ผ่านระบบ ZOOM 1 ครั้ง 1 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 6,100.00
3 ประชุมสรุปผลการดำเนินงานมหัศจรรย์1,000 วันแรกของชีวิต 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 0.00
4 ประชุมชี้แจงแนวนโยบายเพื่อขับเคลื่อน “ มหัศจรรย์1,000วันแรกของชีวิต” ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล ผ่านระบบออนไลน์ 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 30,000.00
5 นิเทศติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต 8 จังหวัด 1 พ.ค. 2565 - 31 ก.ค. 2565 126,625.00
รวมเป็นเงิน 168,225.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
168,225.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
8 จังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พื้นที่เฉพาะ Model Development ตำบล เมืองนะ อำเภอ เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
1. สถานบริการสาธารณสุข บุคลากร 2. กรรมการ MCH Broad Service plan 3. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอ (พชอ.) 4. เครือข่าย 4 กระทรวง และภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
1. บุคลากร สาธารณสุข 2. ผู้รับบริการ แม่และเด็ก 3. พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก 4. ครู พี่เลี้ยงเด็ก 5. ภาคีเครือข่าย เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ นางวราพร สุภา นางกฤษณา กาเผือก นางพชรา คำฟู นางสาวชนิดาภา ภูดอนตอง นางสาววชรินทร์ ปนคำปิน นางสาวยุพารัตน์ งามประดิษฐ์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพิมพ์ดวงใจ ชัยชนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................