หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 1

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการบริหารงานคลังงบประมาณและการบริหารค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 88 ) 23.5 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำตามสิทธิ์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี เป็นหน่วยงานวิชาการของกรมอนามัย มีบทบาทเพื่อมุ่งสู่การเป็น “องค์กรนำด้านสารสนเทศและการเรียนรู้ ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธุ์ ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ” ซึ่งต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนอง และให้มีความสอดคล้องต่อภารกิจ จึงต้องมีการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำโครงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายตามสิทธิหน่วยงงาน นี้ขึ้น เพื่อบริหารจัดการภายในหน่วยงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อให้ผลเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายที่สานักงบประมาณกาหนด

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละการเบิกจ่ายงบประมาณ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1.วางแผนการดำเนินงานโครงการ 2.กำกับติดตามการใช้งบงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายกรมอนามัย

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ค่าตอบแทน (พ.ต.ส.) 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 1,122,000.00
2 ค่าไม่ทำเวชปฏิบัติ 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 600,000.00
3 ค่าประกันสังคม 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 117,000.00
4 เงินเดือนลูกจ้างจ้างเหมา 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 1,926,624.00
5 ค่าจ้างเหมายามรักษาความปลอดภัย 12 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565 444,000.00
รวมเป็นเงิน 4,209,624.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
4,209,624.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวกฤตยา โคตรปัจถา

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางจงกล บุตรยี่

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 2

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
1) อัตราส่วนการตายมารดาไทยต่อการเกิดมีชีพแสนคน

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 10 ) 2.2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
งานอนามัยแม่และเด็กเป็นบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาคุณภาพประชากร โดยเริ่มตั้งแต่การดูแลหญิงชายวัยเจริญพันธุ์ให้มีการเตรียมความพร้อมก่อนแต่งงาน และก่อนมีบุตร เมื่อตั้งครรภ์ก็จะได้รับการดูแลตามมาตรฐานการฝากครรภ์คุณภาพ ตลอดระยะการตั้งครรภ์ ระยะคลอด และหลังคลอด เพื่อให้ “ทารกเกิดรอด แม่คลอดปลอดภัย” มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงต่อเนื่องตลอดช่วงปฐมวัย มุ่งหวังสร้างทรัพยากร ที่มีคุณค่าเป็นอนาคตของชาติ ปัจจุบันสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็ก พบมารดาตายระดับประเทศ ในปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.63 - ก.ค.64) มีอัตราส่วนการตายมารดาไทย อยู่ที่ 19.9, 22.5, 22.9 และ 28.32 ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.63-ก.ค.64) อัตรามารดาตายอยู่ที่ 59.63 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน ซึ่งสูงกว่าในระดับประเทศ เมื่อจำแนกในรายเขตสุขภาพ 12 เขต เขตสุขภาพที่ 4 มีผลการดำเนินงานสูงเกินค่าเป้าหมาย (เป้าหมายน้อยกว่า ๑๗ ต่อแสนการเกิดมีชีพ) ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 2 ของประเทศรองจากเขตสุขภาพที่ ๑๒ (ที่มา:สำนักส่งเสริมสุขภาพ ณ 30 ก.ค.64) เมื่อจำแนกรายจังหวัด อัตราส่วนการตายมารดาไทย ปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.63-ก.ค.64) พบว่าจังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และอ่างทอง มีอัตรามารดาตายสูงกว่าในระดับเขตสุขภาพที่ 4 และระดับประเทศ ผลงานอยู่ที่ ๗๙.๗๖, ๘๑.๑๖, ๑๐๑.๔๔ และ ๑๕๖.๗๔ ตามลำดับ สาเหตุการตายมารดาจาก Direct cause ที่พบได้แก่ PPH, Eclampsia และ Rupture Ectopic ส่วน Indirect cause ที่เป็นสาเหตุมารดาตายได้แก่ Pneumonia with covid-19, Acute leukemia HIV และ Heart สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ ในปัจจุบันพบว่า หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด ระหว่าง 1 เม.ย. -18 ส.ค. 2564 พบว่า มารดาที่ติดโควิด-19 สะสม 2,327 ราย เป็นคนไทย 1,590 ราย ต่างชาติ 737 ราย เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50-60 รายต่อวัน โดยผู้ติดเชื้อเคยได้รับวัคซีน 22 ราย เสียชีวิต 53 ราย ส่วนทารกติดเชื้อ 119 ราย เสียชีวิต 23 ราย จังหวัดที่มีการติดเชื้อค่อนข้างมากคือจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัดสูงสุด คือ กรุงเทพฯ 462 ราย สมุทรสาคร 356 ราย ปทุมธานี 97 ราย ยะลา 82 ราย สงขลา 80 ราย พระนครศรีอยุธยา 76 ราย นราธิวาส 75 ราย สมุทรปราการ 74 ราย ขอนแก่น 56 ราย และสุรินทร์ 50 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนยังค่อนข้างน้อย จนถึงวันที่ 19 ส.ค. 2564 ประมาณ 2 หมื่นรายแต่เป้าหมายที่มีหญิงตั้งครรภ์ปีละประมาณ 5 แสนราย เท่ากับยังไม่ถึง 10 % สำหรับในพื้นที่เขตสุขภาพที่ ๔ การได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของหญิงตั้งครรภ์ในเขตอยู่ที่ร้อยละ ๒๖.๕๑ สูงสุดคือจังหวัดปทุมธานี ร้อยละ ๔๒.๓๗ รองมาเป็นนนทบุรี ร้อยละ ๓๘.๕๔ (ที่มา: moph IC 3 ก.ย.๖๔) และจะเห็น ได้ว่าในพื้นที่เขตสุขภาพที่ ๔ จังหวัดปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ที่มีการติดเชื้อค่อนข้างมาก จากการวิเคราะห์การเสียชีวิตมารดาที่ติดโควิด-19 จำนวน 53 ราย พบว่า ปัจจัยเสี่ยง คือโรคอ้วน อายุ 35 ปีขึ้นไป เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ใช้สารเสพติด และโรคธาลัสซีเมีย และมีประวัติการฉีดวัคซีนเพียง 2 ราย แต่เพิ่งฉีดไม่กี่วันแล้วติดเชื้อ โดยเป็นการติดเชื้อจากบุคคลในครอบครัวถึงครึ่งหนึ่ง สถานที่ทำงาน ตลาด งานเลี้ยง และไม่มีข้อมูล เขตสุขภาพที่ ๔ หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด ระหว่าง 1 เม.ย. -18 ส.ค. 2564 พบว่า มารดาที่ติดโควิด-19 สะสม 2๕๖ ราย เป็นคนไทย ๑๙๖ ราย ต่างชาติ ๖๐ ราย พบการเสียชีวิตมารดาที่ ติดโควิด-19 จำนวน ๑3 ราย (ระบบเฝ้าระวังมารดาตาย ศูนย์อนามัยที่ ๔ สระบุรี ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔) ปัจจัยเสี่ยงคือ โรคอ้วน CHT เบาหวาน Pre-eclampsia โดยพบว่าเป็นการติดเชื้อจากบุคคลในครอบครัว สถานที่ทำงาน ตลาด และไม่มีข้อมูล สถานการณ์คลอดก่อนกำหนด เขตสุขภาพที่ 4 ในปี 2562-๒๕๖๔ พบว่าอัตราการคลอดก่อนกำหนด มีแนวโน้มลดลง ร้อยละ ๑๔.๕, 10.5 และ 1๐.๒ ตามลำดับ สอดคล้องกับทารกแรกเกิดมีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 9.10, 9.46, ๖.๑๘ ตามลำดับ การคลอดก่อนกำหนดนั้นจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนมนุษย์ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว เขตสุขภาพที่ 4 จึงกำหนดเป็นหนึ่งในสี่เข็มมุ่งที่สำคัญในการพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด มีเป้าหมายให้ลดลงจากเดิม ร้อยละ 10 คืออัตราการคลอดก่อนกำหนด น้อยกว่าร้อยละ ๙ ภายในปีงบประมาณ 256๕ (ที่มา : สรุปตรวจราชการรอบที่ ๒ ปีงบประมาณ ๒๕๖๔) การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน เป็น ๑ ใน ๖ ประเด็นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ได้เล็งเห็นความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ ดูแลตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ ตามมาตรฐานการฝากครรภ์คุณภาพ ตลอดระยะการตั้งครรภ์ ระยะคลอด และหลังคลอด เพื่อให้ “ทารกเกิดรอด แม่คลอดปลอดภัย” ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็ก และพัฒนาระบบบริการของหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับให้ได้มาตรฐานอนามัยแม่และเด็กคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อประชาชนมีสุขภาพที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
วัตถุประสงค์หลัก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ การดำเนินงานสร้างแม่ลูกคุณภาพ วัตถุประสงค์รอง 1. เพื่อส่งเสริมการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ในสถานการณ์ COVID-19 ๒. เพื่อเฝ้าระวัง การคัดกรองดูแลและลดการตายมารดาและทารกในสถานการณ์ COVID-19 3. เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการตามมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก 4. สร้างความรอบรู้ให้หญิงตั้งครรภ์ในโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.อัตราส่วนการตายมารดา 17 ร้อยละ
2.ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์มากกว่า ๑๒ สัปดาห์ ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน โรค COVID-19 ครบ 2 เข็ม 66 ร้อยละ
3.ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ครั้งแรก ก่อนหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ 75 ร้อยละ
4.ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลก่อนคลอด 5 ครั้ง ตามเกณฑ์ 75 ร้อยละ
5.ร้อยละของการคลอดก่อนกำหนด 9 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : พัฒนาทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันการคลอดกำหนดให้หญิงตั้งครรภ์ ในโรงเรียนพ่อแม่ โรงพยาบาลในพื้นที่นำร่อง 4 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : การตายมารดาจากสาเหตุตกเลือด ลดลงจากที่ผ่านมา 30 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : ร้อยละของหญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก 70 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : การตายมารดาจากสาเหตุความดันโลหิตสูง ลดลงจากที่ผ่านมา 30 ร้อยละ
5.เชิงปริมาณ : โรงพยาบาลผ่านมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก 5 แห่ง
6.เชิงปริมาณ : การตายมารดาจากสาเหตุการติดเชื้อ COVID 19 ลดลงจากที่ผ่านมา 70 ร้อยละ
7.เชิงคุณภาพ : สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ตั้งครรภ์ทุกรายได้รับการดูแลตามมาตรฐานในระบบบริการสาธารณสุข ที่ได้มาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก เพื่อส่งเสริมการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ 8 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติโครงการ 10.2 ประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม 10.3 ติดต่อประสานงานวิทยากรในโครงการ และผู้เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ในกิจกรรม 10.4 ทำหนังสือเชิญผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กในพื้นที่เขตสุขภาพที่ ๔ และหน่วยงานภายนอก ที่เกี่ยวข้องตามกิจกรรมที่ระบุไว้ เพื่อให้ส่งบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมตามแผนการดำเนินงาน 10.5 จัดทำกิจกรรมประชุม และประเมินติดตามการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ 10.6 กำกับติดตามผลการดำเนินงาน และวางแนวทางการแก้ไขปัญหา อุปสรรค 10.7 สรุปผล จัดทำรายงาน และเสนอผลการดำเนินโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานสร้างความรอบรู้ให้หญิงตั้งครรภ์ในโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด 1 ครั้ง 2 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 14,480.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามการดำเนินงานพัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้ให้หญิงตั้งครรภ์ในโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด 2 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 18,780.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานแม่และเด็ก MCH Board เขตสุขภาพที่ 4 ผ่านระบบ zoom conference 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 13,950.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงพยาบาลมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก (ผ่านระบบ zoom conference) 5 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 93,500.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้ให้หญิงตั้งครรภ์ในโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด 5 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 28 ก.พ. 2565 34,710.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนและวิเคราะห์สาเหตุการตายมารดาและทารกปริกำเนิดในพื้นที่ (กรณีมีมารดาตายในพื้นที่) ผ่านระบบ zoom 6 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 62,040.00
7 เยี่ยมเสริมพลังติดตามงานอนามัยแม่และเด็กในพื้นที่ 8 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 9,760.00
8 เยี่ยมเสริมพลัง ติดตามการดำเนินงานโรงเรียนพ่อแม่ คลินิกฝากครรภ์โรงพยาบาลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 8 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 9,760.00
รวมเป็นเงิน 256,980.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
256,980.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ และสถานบริการเอกชน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ ๔

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี เครือข่าย ๔ กระทรวงหลัก ผู้รับบริการที่เป็นหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด ครอบครัวและคนในชุมชน สถานบริการภาคเอกชน ในพื้นที่รับผิดชอบของ ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ครอบครัวและคนในชุมชน และในสถานบริการภาคเอกชน บุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กทุกระดับ ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นางสาวสุพัตรา ธรรมวงษ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 18.2 นางวัชรี เรือนคง ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 18.3 นางนันทิตา วงษ์สุวรรณ์ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.4 นางบุษริน ตุ่นไว ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.5 นางศรีสุดา เรืองวุฒิเดช ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.6 นางสาวธนตพร โพชสาลี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวสุพัตรา ธรรมวงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางบุญชอบ เกษโกวิท

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 3

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโต และภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 13 ) 3.1 การสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก ในเขตสุขภาพที่ 4 พบว่า หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ ร้อยละ 65.76 หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการดูแลก่อนคลอด 5 ครั้ง ตามเกณฑ์ ร้อยละ 57.28 หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจาง คิดเป็นร้อยละ 17.37 หญิงตั้งครรภ์ได้รับยาเสริมไอโอดีนคิดเป็นร้อยละ 78.12 การตรวจ อัตราส่วนการตายมารดาเท่ากับ 24.47 ต่อแสนการเกิดมีชีพ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 17 ต่อแสนการเกิดมีชีพ (HDC กระทรวงสาธารณสุข สืบค้นวันที่ 3 พฤษภาคม 2564) ในส่วนของสถานการณ์อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาไทยอย่างเดียว 6 เดือน (EBF rate) เท่ากับร้อยละ 52.27 จากข้อมูลจากระบบ HDC กระทรวงสาธารณสุข (สืบค้นวันที่ 9 สิงหาคม 2564) พบว่า มีจำนวนเด็กปฐมวัยอายุ 0-5 ปี ทั้งหมด 288,852 คน แบ่งเป็นช่วงอายุ 0-2 ปี 134,625 คน คิดเป็นร้อยละ 46.60 ช่วงอายุ 3-5 ปี 154,237 คน คิดเป็นร้อยละ 53.30 จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า เด็กปฐมวัยได้รับการตรวจพัฒนาการในช่วงอายุ 9,18,30,42 และ 60 เดือน (DSPM) ร้อยละ 81.33 ไม่ได้รับการตรวจ 18.67 ซึ่งผลด้านพัฒนาการ พบเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 82.37 พัฒนาการไม่สมวัยร้อยละ 21.04 โดยช่วงอายุ 0-2 ปี ได้รับการตรวจพัฒนาการ ร้อยละ 82.37 ไม่ได้รับการตรวจ 17.63 ช่วงอายุ 2-4 ปี ได้รับการตรวจพัฒนาการ ร้อยละ 80.77 ไม่ได้รับการตรวจ 19.23 โดยอัตราส่วนเด็กปฐมวัยที่ต้องได้รับการตรวจพัฒนาการ (DSPM) ช่วงอายุ 0-2 ปี ร้อยละ 34.88 ต่อ 2-5 ปี ร้อยละ 65.12 ด้านสูงดีสมส่วน (ไตรมาส ๓) ภาพรวมประเทศพบเด็กปฐมวัยช่วงอายุ 0-2 ปีสูงดีสมส่วนร้อยละ 60.25 ช่วงอายุ 3-5 ปี ร้อยละ 65.39 ภาพเขตสุขภาพที่ ๔ ช่วงอายุ 0-2 ปีสูงดีสมส่วนร้อยละ 55.78 ช่วงอายุ 3-5 ปี ร้อยละ 58.69 ด้านทันตกรรม พบว่า เด็กได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ภาพรวมประเทศช่วงอายุ 0-2 ปี ร้อยละ 43.93 ช่วงอายุ 3-5 ปี ร้อยละ 47.54 ภาพรวมเขตสุขภาพที่ 4 ช่วงอายุ 0-2 ปี ร้อยละ 30.65 ช่วงอายุ 3-5 ปี ร้อยละ 27.86 และพบเด็กมีฟันผุในฟันน้ำนม ภาพรวมประเทศ ช่วงอายุ 18 เดือน ร้อยละ 3.82 ช่วงอายุ 3 ปี ร้อยละ 26.83 ภาพรวมเขตสุขภาพที่ ๔ ช่วงอายุ 18 เดือน ร้อยละ 4.85 ช่วงอายุ 3 ปี ร้อยละ 27.82 จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องจะต้องตระหนักในการเฝ้าระวัง และให้การช่วยเหลือดูแลส่งเสริมให้เด็กมีภาวะโภชนาการและพัฒนาการเป็นไปตามช่วงวัยอย่างถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ถ้าปล่อยปละละเลยไม่มีกระบวนการดูแลช่วยเหลือที่ชัดเจน เด็กจะเสียโอกาสในการพัฒนาตามวัย รวมทั้งอาจเกิดปัญหาพัฒนาการที่ยุ่งยากซับซ้อน เป็นภาระต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ดังนั้น การเฝ้าระวังและส่งเสริมภาวะโภชนาการ ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 5 ปี รวมถึงการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย จึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เฝ้าดูพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิดและประเมินพัฒนาการตามช่วงวัย หรือหากมีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้แต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กเติบโตอย่างสมบูรณ์ทุกด้าน บุคลากรทางการแพทย์สาธารณสุขและภาคีเครือข่ายเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ทุกฝ่ายจึงต้องมีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ กลไกการดำเนินงานส่งเสริมและแก้ไขปัญหาพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี ตลอดเวลา เพื่อให้เด็กปฐมวัยเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กอายุ 0 - 2 ปี ผ่านกลไกตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ในสถานการณ์ COVID-19 8.2 เพื่อพัฒนาสื่อสร้างความรอบรู้สุขภาพ ด้านอาหารและโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กอายุ 0-5 ปี ที่สามารถเข้าใจ เข้าถึง และเกิดประโยชน์ต่อการนำไปใช้อย่างเหมาะสม 8.3 เพื่อเพิ่มศักยภาพและทักษะการให้ความรู้ด้านอาหารและโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กอายุ 0 - 2 ปี สำหรับบุคลากรสาธารณสุขในคลินิกฝากครรภ์ (ANC) และคลินิกสุขภาพเด็กดี (WCC) 8.4 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนงานพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริม การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 อย่างมีประสิทธิภาพ 8.5 เพื่อเฝ้าระวังการละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 และปกป้องสิทธิของมารดา และครอบครัวในการรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมผง 8.6 เพื่อสร้างความรอบรู้ให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการเข้าถึงช่องทางของบริการสุขภาพงานอนามัยแม่และเด็ก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus ภายใต้กิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ฉบับบูรณาการ อำเภอละ 1 ตำบล 70 แห่ง
2.พัฒนาและยกระดับคุณภาพพื้นที่ Best Practice ด้านการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก (กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน) 8 แห่ง
3.การส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 1 แห่ง
4.ขับเคลื่อนงานพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเขตสุขภาพที่ 4 ทุกจังหวัด 8 จังหวัด
5.เด็กแรกเกิด - 6 เดือน ได้รับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 50 ร้อยละ
6.เรื่องร้องเรียนการละเมิดพระราชบัญญัติฯ ได้รับการส่งต่อให้ส่วนกลางดำเนินคดี 100 โครงการ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เฝ้าระวังการละเมิดพระราชบัญญัติ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เชิงรุก โดยสุ่มออกตรวจไตรมาสละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 จังหวัด 8 จังหวัด
2.เชิงปริมาณ : การดำเนินงานโครงการบูรณาการความร่วมมือ ส่งการบ้านวันวัคซีน ในอำเภอนำร่อง จำนวน 20 อำเภอ 100 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : ขับเคลื่อนงานพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเขตสุขภาพที่ 4 ทุกจังหวัด 8 จังหวัด
4.เชิงปริมาณ : ขับเคลื่อนมหัศจรรย์ 1000 วันแรกของชีวิต ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 8 จังหวัด
5.เชิงปริมาณ : พัฒนาศักยภาพแกนนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และพนักงานเจ้าหน้าที่ พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. 2560 80 คน
6.เชิงปริมาณ : เฝ้าระวังและส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้มีสุขภาพแข็งแรง สูงดีสมส่วน พัฒนาการสมวัย ฟันไม่ผุ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ทุกจังหวัด 8 จังหวัด
7.เชิงคุณภาพ : สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตรทุกรายได้รับปกป้อง สนับสนุน และส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รวมถึงการได้รับการดูแลตามมาตรฐานในระบบบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก เพื่อส่งเสริมการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ 8 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติโครงการ 10.2 ประชุมคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม 10.3 ติดต่อประสานงานวิทยากรในโครงการ และผู้เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ในกิจกรรม 10.4 ทำหนังสือเชิญผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็ก ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ ๔ และหน่วยงาน ภายนอกที่เกี่ยวข้องตามกิจกรรมที่ระบุไว้ เพื่อให้ส่งบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมตามแผนการ ดำเนินงาน 10.5 จัดทำกิจกรรมประชุม รณรงค์ และประเมินติดตามการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ 10.6 กำกับติดตามผลการดำเนินงาน และวางแนวทางการแก้ไขปัญหา อุปสรรค 10.7 สรุปผล จัดทำรายงาน และเสนอผลการดำเนินโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 กิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในเดือนนมแม่แห่งชาติ และยกย่องเชิดชูเกียรติผลการดำเนินงานแม่และเด็กของเครือข่าย (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) 1 ครั้ง 1 ส.ค. 2565 - 31 ส.ค. 2565 5,720.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพพนักงานควบคุมและเฝ้าระวังการละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.๒๕๖๐ (web conference) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,880.00
3 ติดตามเยี่ยมเสริมพลังและสุ่มประเมิน Good Practice ภายใต้กิจกรรม กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ร่วมกับสำนักโภชนาการ จำนวน 2 จังหวัด 2 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 2,600.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การดำเนินงานเพื่อสร้างแม่ลูกคุณภาพ อย่างมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย (4 กระทรวงหลักและ 3 กระทรวง ที่เกี่ยวข้อง) (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 13,950.00
5 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนมุมนมแม่ ในสถานประกอบการในพื้นที่เขตสุขภาพ ที่ 4 (ขยายกิจกรรมการดำเนินงาน ) (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) และลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลังในสถานประกอบการ 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 10,590.00
6 ติดตามเฝ้าระวังพรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กพ.ศ.2560 เชิงรุก โดยสุ่มออกตรวจไตรมาสละ 1 ครั้ง 4 จังหวัด 1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 13,600.00
รวมเป็นเงิน 52,340.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
52,340.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกสังกัด สถานประกอบการภาคเอกชน ในพื้นที่ เขตสุขภาพที่ ๔

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี เครือข่าย ๔ กระทรวงหลัก ผู้รับบริการที่เป็น หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด เด็กแรกเกิดถึง 5 ปี รวมถึงครอบครัวและคนในชุมชน สถานประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่รับผิดชอบของ ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กแรกเกิดถึง 5 ปี ครอบครัวและคนในชุมชน และในสถานประกอบการ ภาคเอกชน บุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานอนามัยแม่และเด็กทุกระดับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นางสาวสุพัตรา ธรรมวงษ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 18.2 นางสาวอัญญารัตน์ ชาติไทย ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.3 นางบุษริน ตุ่นไว ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.4 นางนันทิตา วงษ์สุวรรณ์ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.5 นางสาวสุนิสา ใจท้ง ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวสุพัตรา ธรรมวงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางบุญชอบ เกษโกวิท

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 4

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กอายุ 3-6 ปี

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
2) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย
3) ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
สตรีและเด็กปฐมวัย

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 18 ) 5.1 พัฒนารูปแบบ มาตรฐานการจัดบริการด้านการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กปฐมวัย
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กอายุ 2 – 6 ปี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นอนาคตที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เด็กมีสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการดูแลจากครอบครัวและสังคม การวางรากฐานที่ดีให้กับเด็กปฐมวัย จึงเป็น การเตรียมความพร้อม และสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ เด็กช่วงปฐมวัย (๐-๕ ปี) เป็นระยะที่สำคัญของชีวิต เนื่องจากเป็นวัยที่มีพัฒนาการเจริญเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา มีการเรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ด้าน จากบิดามารดาและผู้คนรอบข้าง รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กด้วย ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ จะส่งผลต่อการพัฒนาจิตใจและความคิดของเด็ก หล่อหลอมให้เกิดเป็นบุคลิกภาพและอุปนิสัยของเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ครอบครัว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมถึงผู้เลี้ยงดู จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อเด็กในช่วงวัยนี้ แต่จากสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปโครงสร้างครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ความจำเป็นในการประกอบอาชีพ การออกไปทำงานนอกบ้านของบิดามารดา เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้เด็กขาดการอบรมเลี้ยงดูจากผู้ดูแล โดยเฉพาะช่วง ๕ ปีแรก จากข้อมูลจากระบบ HDC กระทรวงสาธารณสุข (สืบค้นวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๔) พบว่า มีจำนวนเด็กปฐมวัยอายุ ๐-๕ ปี ทั้งหมด ๒๘๘,๘๕๒ คน แบ่งเป็นช่วงอายุ ๐-๒ ปี ๑๓๔,๖๑๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๖.๖๐ ช่วงอายุ ๓-๕ ปี ๑๕๔,๒๓๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๓๐ จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า เด็กปฐมวัยได้รับการตรวจพัฒนาการในช่วงอายุ ๙,๑๘,๓๐,๔๒ และ ๖๐ เดือน (DSPM) ร้อยละ ๘๑.๓๓ ไม่ได้รับการตรวจ ๑๘.๖๗ ซึ่งผลด้านพัฒนาการ พบเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ ๘๒.๓๗ พัฒนาการไม่สมวัยร้อยละ ๒๑.๐๔ โดยช่วงอายุ ๐-๒ ปี ได้รับการตรวจพัฒนาการ ร้อยละ ๘๒.๓๗ ไม่ได้รับการตรวจ ๑๗.๖๓ ช่วงอายุ ๒-๕ ปี ได้รับการตรวจพัฒนาการ ร้อยละ ๘๐.๗๗ ไม่ได้รับการตรวจ ๑๙.๒๓ โดยอัตราส่วนเด็กปฐมวัยที่ต้องได้รับการตรวจพัฒนาการ (DSPM) ช่วงอายุ ๐-๒ ปี ร้อยละ ๓๔.๘๘ ต่อ ๒-๕ ปี ร้อยละ ๖๕.๑๒ด้านสูงดีสมส่วน (ไตยมาส ๓) ภาพรวมประเทศพบเด็กปฐมวัยช่วงอายุ ๐-๒ ปีสูงดีสมส่วนร้อยละ ๖๐.๒๕ ช่วงอายุ ๓-๕ ปี ร้อยละ ๖๕.๓๙ ภาพเขตสุขภาพที่ ๔ ช่วงอายุ ๐-๒ ปีสูงดีสมส่วนร้อยละ ๕๕.๗๘ ช่วงอายุ ๓-๕ ปี ร้อยละ ๕๘.๖๙ ด้านทันตกรรม พบว่า เด็กได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ภาพรวมประเทศช่วงอายุ ๐-๒ ปี ร้อยละ ๔๓.๙๓ ช่วงอายุ ๓-๕ ปี ร้อยละ ๔๗.๕๔ ภาพรวมเขตสุขภาพที่ ๔ ช่วงอายุ ๐-๒ ปี ร้อยละ ๓๐.๖๕ ช่วงอายุ ๓-๕ ปี ร้อยละ ๒๗.๘๖ และพบเด็กมีฟันผุในฟันน้ำนม ภาพรวมประเทศ ช่วงอายุ ๑๘ เดือน ร้อยละ ๓.๘๒ ช่วงอายุ ๓ ปี ร้อยละ ๒๖.๘๓ ภาพรวมเขตสุขภาพที่ ๔ ช่วงอายุ ๑๘ เดือน ร้อยละ ๔.๘๕ ช่วงอายุ ๓ ปี ร้อยละ ๒๗.๘๒ และจากรายงานการศึกษาปัจจัยที่มี ผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยครั้งที่ ๖ พ.ศ.๒๕๖๐ พบว่าเด็กอายุระหว่าง ๓ - ๕ ปี ได้รับการดูแลจากสถานเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและ โรงเรียน ถึงร้อยละ ๔๓.๓๐ แสดงให้เห็นว่าสถานพัฒนา เด็กปฐมวัยเป็นทางส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่แทนบิดามารดา จะเห็นได้ว่าจากผลการดำเนินการ ปัญหาด้านต่าง ๆ ในเด็กปฐมวัยจะพบในช่วงอายุ ๓-๕ ปี ซึ่งอยู่ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานและคุณภาพในการเลี้ยงดูส่งเสริมให้เด็กในช่วงวัยนี้มีการเจริญเติบโต พัฒนาการที่สมวัย และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ศูนย์อนามัยที่ ๔ สระบุรี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลเด็กด้านสุขภาพ 4D ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยการส่งเสริมให้มี การเจริญเติบโตที่ดีมีการดูแลเรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เหมาะสมตามวัย (diet) ส่งเสริมพัฒนาการที่สมวัยทั้ง ๕ ด้าน โดยบูรณาการผ่านการเล่น (development & play) ได้รับการดูสุขภาพช่องปากและฟันที่แรงแข็ง (dental) และส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพที่ดี รวมทั้ง ดูแลป้องกันไม่ให้การเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อ (diseases) และเป็นต้นแบบ ให้แก่สถานประกอบ ภาครัฐ เอกชน และ ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเขตสุขภาพที่ ๔ ที่มีความสนใจที่จะพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
๑. เพื่อเฝ้าระวังการเจริญเติบโตพัฒนาการและสุขภาพเด็กปฐมวัยในสถานการณ์ COVID-19 ๒. เพื่อยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ 4D ๓. เพื่อส่งเสริมการเล่นของเด็กปฐมวัยในครอบครัว สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและชุมชนภายใต้ Concept 3F (Family Free Fun) ๔. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการบูรณาการความร่วมมือ ครู หมอ พ่อแม่ (Action plan)

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เครือข่าย สพด. ต้นแบบด้านสุขภาพช่องปากระดับเขตจังหวัดละ ๑ แห่ง 8 แห่ง
2.เด็ก ๓ ปี ปราศจากฟันผุ (ภายใต้ ความครอบคลุมการตรวจฟัน ร้อยละ ๕๐) 75 ร้อยละ
3.ผู้อำนวยการเล่น อย่างน้อยตำบลละ ๑ คน 713 คน
4.พื้นที่ต้นแบบ เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก ตำบลละ ๑ แห่ง 713 ตำบล
5.ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ 4D ๑ แห่ง / จังหวัด 8 แห่ง
6.ความครอบคลุมการประเมินตนเองตามมาตรชาติฯ ของสพด.ทุกสังกัด 70 ร้อยละ
7.การดำเนินงานโครงการบูรณาการความร่วมมือ ครู หมอ พ่อแม่ ในอำเภอนำร่อง (๒๐ อำเภอ) 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
๑๐.๑ เขียนและขออนุมัติโครงการ ๑๐.๒ ดำเนินการประสานกลุ่มเป้าหมาย ๑๐.๓ ดำเนินกิจกรรมตามแผน ๑๐.๔ สรุปรายงานตามแผนการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานสัปดาห์รณรงค์ คัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วยเครื่องมือ DSPM (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 2,500.00
2 ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ 4D บูรณาการความร่วมมือ ครู หมอ พ่อแม่ (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,000.00
3 ประชุมติดตามความก้าวหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ 4D (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) 2 ครั้ง 2 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 3,800.00
4 ประชุมขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบ “เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก” (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) 2 ครั้ง 1 เม.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 7,600.00
5 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย4D ๓ โซน (เมือง อุตสาหกรรม ชนบท) (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) 3 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 8,550.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพทักษะผู้อำนวยการเล่น play worker ในพื้นที่เขตสุขภาพ ที่ ๔ (ประชุมทางไกลผ่าน โปรแกรม Zoom) ๓ โซน (เมือง อุตสาหกรรม ชนบท) 3 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 19,350.00
7 เยี่ยมเสริมพลังและกำกับติดตามการดำเนินงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย4D 8 แห่ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 13,840.00
8 เยี่ยมเสริมพลังและสรุปผลการดำเนินงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย4D 8 แห่ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 13,840.00
รวมเป็นเงิน 74,480.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
74,480.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตสุขภาพที่ ๔

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
๑. ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ๒. ภาคีเครือข่ายสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ๔ กระทรวง ๓. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ในพื้นที่ ๔. ผู้บริหารอปท. /เจ้าหน้าที่อปท./ครู ผู้ดูแลเด็ก ๕. เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ ๔ สระบุรี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัวเด็กปฐมวัยในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยนำร่อง, บุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
๑๘.๑ นางสาวสุพัตรา ธรรมวงษ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ๑๘.๒ นางสาวอัญญารัตน์ ชาติไทย ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ๑๘.๓ นางสาวสุนิสา ใจท้ง ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ๑๘.๔ นางนภาพร มอญรัต ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ๑๘.๕ นางสาววาธิณี วงศาโรจน์ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวสุพัตรา ธรรมวงษ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางบุญชอบ เกษโกวิท

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 5

1. ชื่อโครงการ :
โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 26 ) 8.1 การเตรียมความพร้อมประชากรไทยด้านอาหารและโภชนาการเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
7. หลักการและเหตุผล จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้สูงอายุโดยประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย (Aged Society) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา และคาดว่าประเทศไทยจะเป็น“สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์” (Complete Aged Society) ในปี พ.ศ. 2564 คือ ประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 5 และเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super Aged Society) ภายในปี พ.ศ. 2578 โดยประมาณการว่า จะมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยจากแนวโน้มของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุมีอุบัติการณ์การเกิดโรคมากกว่าวัยอื่นๆ ถึง 4 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่าผู้สูงอายุเกิน 65 ปี ประมาณ 4 ใน 5 คน จะมีโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 โรค เกิดการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ในสังคม ขาดรายได้ และเมื่อพิจารณาสาเหตุการเสียชีวิตในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อเป็นกลุ่มโรคที่คร่าชีวิตประชากรไทยถึงร้อยละ 75 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด ในจำนวนนี้พบว่าประมาณครึ่งหนึ่ง หรือราวร้อยละ 55 เสียชีวิตที่อายุต่ำกว่า 70 ปี ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดว่าเป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และยังพบว่ากลุ่มโรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรสูงอายุ อยู่ในภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ติดเตียง และทำให้เกิดการสูญเสียปีสุขภาวะของประชากรไทย และจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งล่าสุด ครั้งที่ 5 ปี 2558 พบว่าอัตราการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในสามของประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไปมีอัตราชุกของการเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 8.9 ในปี 2558 คิดเป็นจำนวนประมาณ 4.8 ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 300,000 คน ในขณะที่โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.4 เป็นร้อยละ 24.7 คิดเป็น 13 ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มปีละ 600,000 คน นอกจากนี้ยังพบว่าสถานการณ์น้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยความชุกของภาวะน้ำหนักเกิน(BMI ≥ 23 kg/m2) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34.7 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 37.5 ในปี 2558 และจากรายงานการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของวัยทำงานปี 2562 พบว่าวัยทำงานเพียง 1 ใน 3 ที่มีการกินผักได้ตามปริมาณที่เพียงพอ และมีมากถึง ร้อยละ 10.1 ที่เติมเครื่องปรุงรสเค็มทุกครั้งเมื่อกินอาหาร อีกร้อยละ 16.9 ที่มีการดื่มเครื่องดื่มรสหวานทุกวัน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเพียงมากถึง 1 ใน 3 และออกกำลังกายไม่เพียงพอ ร้อยละ 20.7 แสดงให้เห็นว่า วัยทำงานมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วน และการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งใหญ่เกิดมาจากพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากทั้งปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยทางสังคม เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง กลยุทธ์ทางการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เทคโนโลยีการสื่อสาร ค่านิยมของคนในสังคม ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต จนนำมาซึ่งภาวะอ้วนและโรคเรื้อรังในที่สุด ทั้งนี้หากจัดการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการจัดการกับปัจจัยกำหนดสุขภาพก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ (Complete aged society) จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องให้ความสำคัญและร่วมมือขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน ตั้งแต่ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ รวมไปจนถึงการเตรียมความพร้อมในระดับบุคคล และการเตรียมความพร้อมเชิงระบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยควรให้ความเข้มข้นตั้งแต่ในช่วงวัยทำงานซึ่งจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุในอนาคต เพื่อให้เป็น สังคมผู้สูงอายุที่มีพลัง (Active Aging Society) ทั้ง 7 มิติ ประกอบด้วย ความสุข สุขภาพ ความมั่นคง นวัตกรรม สภาพแวดล้อม การออม ที่อยู่อาศัย จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จึงเห็นความสำคัญในการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมประชากรวัยทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงาน (25-59 ปี) ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง โดยการลดปัจจัยเสี่ยง ก่อนเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อป้องกันภาวะอ้วนของประชากรวัยทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อม จึงต้องบูรณาการให้บรรลุผลทั้ง ในมิติสุขภาพ และคุณภาพชีวิต ตามปัจจัยกำหนดสุขภาพ เช่น สังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม ทั้งในระดับนโยบาย ระดับบุคคล ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ท้องถิ่น ระดับองค์กร/สถานประกอบการ

8. วัตถุประสงค์ :
8. วัตถุประสงค์: 8.1 เพื่อให้ประชาชนวัยทำงานมีความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการ 8.2 เพื่อพัฒนาเมนูอาหารให้เป็นเมนูชูสุขภาพที่ส่งผลต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดี 8.3 เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและเครื่องมือเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อม ที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน 8.4 เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และเพิ่มการเข้าถึงบริการทางทันตกรรมในกลุ่มวัยทำงาน 8.5 เพื่อสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานในสถานประกอบการ และจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการมีสุขภาพช่องปากที่ดี 8.6 เพื่อสร้างเสริมสุขภาพช่องปากวัยทำงานกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง ลดอาการแทรกซ้อนของโรคที่เกิดจากปัญหาสุขภาพช่องปาก 8.7 เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับประชาชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.9.1.1 ร้อยละวัยทำงานอายุ 25 – 59 ปี มีการเตรียมการยามสูงอายุด้านสุขภาพ โดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
2.9.1.2 ร้อยละวัยทำงานอายุ 19 – 59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 51 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 9.2.1 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผ่านการอบรมหลักสูตรอาหารและโภชนาการสำหรับผู้รับผิดชอบงานผ่าน mooc.Anamai (จังหวัดละ 10 คน) 80 คน
2.เชิงปริมาณ : 9.2.4 มีเมนูชูสุขภาพในร้านอาหารที่ลงทะเบียนผ่าน Thai Stop Covid อย่างน้อยจังหวัดละ 5 ร้าน (บูรณาการกับตัวชี้วัด Clean Food Good Taste Plus ของ คลัสเตอร์อนามัยสิ่งแวดล้อม) 40 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : 9.2.2 ผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านการอบรมหลักสูตรอาหารและโภชนาการสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร ผ่าน mooc.Anamai (จังหวัดละ 10 คน) 80 คน
4.เชิงปริมาณ : 9.2.5.สถานประกอบการผ่านเกณฑ์รับรอง Healthy Canteen (แห่ง) อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง (ขึ้นกับสถานการณ์ระบาดของ COVID-19) 1 แห่ง
5.เชิงปริมาณ : 9.2.3 ประชาชนผ่านการอบรมหลักสูตรอาหารและโภชนาการสำหรับประชาชนผ่าน mooc.Anamai (จังหวัดละ 100 คน) 800 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
10. วิธีการดำเนินงาน: 10.1 จัดประชุมชี้แจงรายละเอียดให้กับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ผ่านระบบออนไลน์ 10.2 ส่งเสริมความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการโดยการอบรมหลักสูตรอาหารและโภชนาการ ผ่าน mooc.Anamai ทำงาน ติดตามผลผ่าน APPICATION Food 4 health และ mooc. Anamai 10.3 เยี่ยมเสริมพลังและประเมิน ผู้ประกอบอาหารเพื่อพัฒนาคุณภาพอาหาร ในสถานประกอบการ ร้านอาหาร 10.4 ขับเคลื่อนร่วมกับจังหวัดดำเนินการถ่ายทอดระบบ Application H4U จัดเก็บข้อมูลความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ตามกลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน และติดตามกำกับผลการดำเนินงานผ่านระบบ Application H4U 10.5 สรุปและประเมินผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามกำกับ/สรุปผลการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพความรอบรู้และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน เขตสุขภาพที่ 4 8 จังหวัด 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 80,000.00
2 ประเมินพัฒนาเมนูชูสุขภาพ และ Healthy canteen 48 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 25,920.00
3 เยี่ยมเสริมพลังผู้ประกอบอาหารเพื่อติดตามการพัฒนาคุณภาพอาหาร ในสถานประกอบการ ร้านอาหาร 48 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 28 ก.พ. 2565 14,080.00
รวมเป็นเงิน 120,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
120,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ม.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
14. พื้นที่เป้าหมาย / สถานที่ดำเนินโครงการ: จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี , จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดอ่างทองจังหวัดสระบุรี, จังหวัดลพบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ: สสจ.,รพ.สต.,ประชาชนวัยทำงาน และสถานประกอบการ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี , จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดอ่างทองจังหวัดสระบุรี, จังหวัดลพบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดนครนายก

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18. ผู้รับผิดชอบโครงการ 18.1 นางสาวศิรินทร ปัญจะทองคำ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.2 นายวัชรพงศ์ สอนคำ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
( นางพัชราภรณ์ พัฒนะ ) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
( นายพนิตเทพ ทัพพะรังสี ) ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
(นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ) ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 6

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 39 ) 12.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะแบบบูรณาการ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สถาบันพระพุทธศาสนาอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน ปัจจุบันวัดในประเทศไทยมีวัด จำนวน 42,473 แห่ง วัดพระอารามหลวงจำนวน 310 แห่ง เป็นวัดมหานิกาย 247 แห่ง ธรรมยุต 63 แห่ง วัดราษฎร์ จำนวน 42,163 แห่ง เป็นวัดมหานิกาย 37,957 แห่ง ธรรมยุต 4,168 แห่ง จีนนิกาย 15 แห่ง อนัมนิกาย 23 แห่ง วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 25,791 แห่ง วัดที่ไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 16,682 แห่ง (กองพุทธศาสนสถาน, 2563) มีพระสงฆ์จำนวน 282,571 รูป สามเณรจำนวน 47,736 รูป ซึ่งมากกว่าร้อยละ 50 ของพระสงฆ์เป็นผู้สูงอายุ ในเขตสุขภาพที่ 4 มีวัดทั้งหมด 2,562 แห่ง มีพระสงฆ์ทั้งหมด 25,213 รูป สามเณรจำนวน 2,846 รูป (สำนักงานเลขานุการกรม สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัด, 2561) ในอดีตที่ผ่านมาวัดจะเป็นศูนย์กลางของชุมชน พระสงฆ์เป็นผู้มีความสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างที่ดีทางด้านคุณธรรม จริยธรรม สิ่งแวดล้อม และด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ในปัจจุบันบริบททางสังคมเปลี่ยนไป พระสงฆ์มีปัญหาสุขภาพโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ส่วนหนึ่งเกิดจากอาหารที่ใส่บาตรของประชาชนที่ไม่ตระหนักถึงผลเสียต่อภาวะสุขภาพของพระสงฆ์ รวมทั้งพระสงฆ์มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง และขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขพระสงฆ์จะกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่ของไทย พระสงฆ์มีหลักประกันสุขภาพ แต่เมื่อพระสงฆ์อาพาธยังมีปัญหาในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ และสาธารณสุข รวมทั้งขาดการดูแลสุขภาพพระสงฆ์อย่างต่อเนื่องและครบวงจร หากไม่มีการพัฒนากระบวนการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลพระสงฆ์ จะส่งผลให้กลไกการสืบทอดพระพุทธศาสนาของประเทศอ่อนแอลง รัฐบาลรวมทั้งมหาเถรสมาคมตระหนักถึงสถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ จึงมีมติสมัชชาแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ให้มีการขับเคลื่อน “พระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ” โดยกรมอนามัยเป็นเจ้าภาพหลักในฐานะผู้บริบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จากการสุ่มสำรวจข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 582 รูป พบว่าปัญหาด้านสุขภาพพระภิกษุที่เป็นประเด็นสำคัญ ได้แก่ สูบบุหรี่ ร้อยละ 63.2 ดัชนีมวลกายเกิน ร้อยละ 57.73 รอบเอวเกินร้อยละ 36.3 ตามลำดับ ศูนย์อนามัยได้ตระหนักถึงประเด็นปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดโครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ เขตสุขภาพที่ 4 มาตั้งแต่ปี 2562 โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะแบบบูรณาการ พัฒนาระบบข้อมูลพระสงฆ์ สามเณร รวมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงานความรอบรู้ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชี ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อประเมินคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ สามเณรและแม่ชี 8.2 เพื่อให้พระสงฆ์ สามเณรและแม่ชี มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ได้รับการดูแล ส่งเสริมสุขภาพตามหลักพระธรรมวินัยสามารถขยายผลสู่การพัฒนาสุขภาวะของชุมชน 8.3 เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพพัฒนา ทักษะกายใจ ในพระสงฆ์ สามเณร และแม่ชีกลุ่มเสี่ยง 8.4 เพื่อสร้าง/พัฒนาและขยายเครือข่ายการขับเคลื่อน การดูแลส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.พระคิลานุปัฏฐาก 713 คน
2.วัดส่งเสริมสุขภาพผ่านเกณฑ์ 40 ร้อยละ
3.วัดส่งเสริมสุขภาพสู่วัดรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านเกณฑ์ 8 แห่ง
4.พระสงฆ์สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 15 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : อบรมพระคิลานุปัฏฐาก ระดับพื้นที่ 450 คน
2.เชิงปริมาณ : พัฒนาวัดส่งเสริมสุขภาพให้เป็นวัดรอบรู้สุขภาพ 8 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : วัดส่งเสริมสุขภาพผ่านเกณฑ์ 1800 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 จัดทำโครงการ 10.2 ประชุมคณะทำงาน/วางแผนรูปแบบการดำเนินงาน 10.3 ชี้แจงโครงการ รูปแบบการดำเนินงานให้ผู้รับผิดชอบในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 10.4 สื่อสาร/ประชาสัมพันธ์โครงการ/ประสานงาน 10.5 ประชุมร่วมกับภาคีเครือข่าย 10.6 ขับเคลื่อน นิเทศ ติดตาม การดำเนินงาน 10.7 ประชุมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน 10.8 ประเมินผลโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมติดตามการดำเนินงานวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 37,200.00
2 พัฒนาแนวทางการดูแลตนเองสำหรับพระสงฆ์เพื่อป้องกัน โควิด-19 1 เรื่อง 1 พ.ย. 2564 - 28 ก.พ. 2565 5,000.00
3 ติดตามผลการพัฒนาแนวทางการดูแลตนเองสำหรับพระสงฆ์เพื่อป้องกันโควิด-19 8 แห่ง 2 พ.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 15,680.00
4 ประเมินรับรองวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ(Health Literate Tempel) และวัดส่งเสริมสุขภาพ 8 แห่ง 2 พ.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 17,400.00
5 อบรมพระคิลานุปัฏฐาก(พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.) ผ่านระบบZoom 450 คน 1 พ.ย. 2564 - 31 มี.ค. 2565 186,500.00
รวมเป็นเงิน 261,780.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
261,780.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4 ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1 พระภิกษุสงฆ์ในเขตสุขภาพที่ 4 15.2 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล เขตสุขภาพที่ 4 15.3 สำนักงานพระพุทธศาสนา และวัฒนธรรมจังหวัด

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1 พระภิกษุสงฆ์ในเขตสุขภาพที่ 4 16.2 ประชาชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 ชื่อ-สกุล นางสาวปริยา ศรีน้ำอ้อม ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเพชรา ชวนะพันธุ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
ทพ.พนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 7

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2564

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ
15) ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแล ตาม Care Plan

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 33 ) 10.1 พัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สังคมไทยเป็นสังคมสูงอายุ จากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย ปี 2553 – 2583 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยใช้ข้อมูลสำมะโนประชากร และเคหะ พ.ศ. 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นฐานในการประมาณ พบว่า ในปี 2583 ประเทศไทย จะมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึง 20.5 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด โครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่สังคมสูงอายุจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากการลดลงของจำนวนและสัดส่วนของประชากรวัยแรงงานกระทบกับศักยภาพการผลิต นอกจากนี้ การเพิ่มของประชากรผู้สูงอายุ ยังสะท้อนการเพิ่มขึ้นของภาระทางการคลัง จากจำนวนประชากรที่อยู่ในวัยพึ่งพิงทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ นอกจากนี้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังขาดการพัฒนาทักษะทั้งในการทำงานและการดำรงชีวิตในสังคม ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ผู้สูงอายุไทยร้อยละ 95 มีความเจ็บป่วยด้วยโรคหรือปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้ โรคความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 41) โรคเบาหวาน (ร้อยละ 18) ข้อเข่าเสื่อม (ร้อยละ 9) เป็นผู้พิการ (ร้อยละ 6) โรคซึมเศร้า (ร้อยละ 1) และผู้ป่วยนอนติดเตียง (ร้อยละ 1) ขณะที่มีเพียงร้อยละ 5 ที่ไม่มีโรคหรือปัญหาสุขภาพ (กรมอนามัย, 2556) จากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของ United Nations เป้าหมายที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เป้าหมายที่ 10 การลด ความเหลื่อมล้ำ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 – 2580 กำหนดเป้าหมาย “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมียุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุในประเด็น 1) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่ยึดหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลด้านผู้สูงอายุ ซึ่งคณะรัฐมนตรีโดยนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2557 ได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน 11 ด้าน โดยนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ คือ นโยบายด้านที่ 3 การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ดังนี้ ข้อ 4 เตรียมความพร้อมสังคมผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการมีงานหรือกิจกรรมที่เหมาะสม เพื่อสร้างสรรค์และไม่ก่อภาระต่อสังคม ในอนาคตโดยจัดเตรียมระบบการดูแลในบ้าน สถานพักฟื้น และโรงพยาบาลที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และครอบครัว รวมทั้งพัฒนาระบบการเงิน การคลัง สำหรับการดูแลผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 4 มีประชากรสูงอายุจำนวน 851, 521 คน ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองตามความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (Barthel Activities of Daily Living : ADL) จำนวน 592,472 คน (ร้อยละ 69.6) พบผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม (ADL 12-20 คือ กลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองได้ทั้งหมด) ร้อยละ 96.8 ผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน (ADL 5-11 คือ กลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน) ร้อยละ 2.4 ผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง (ADL 0-4 คือ กลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย) ร้อยละ 0.8 (HDC, วันที่ 30 สิงหาคม 2564) ที่ผ่านมาเน้นการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มพึ่งพิงมากกว่ากลุ่มติดสังคม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนแต่เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ในปี 2564 จึงเพิ่มแผนการส่งเสริม ป้องกันในผู้สูงอายุ กลุ่มติดสังคม เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาสุขภาพ และลดโอกาสการเป็นผู้สูงอายุกลุ่มพึ่งพิง ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์เพื่อให้มีสุขภาพดีโดยรวม การพัฒนาชมรมผู้สูงอายุก็เป็นเกณฑ์หนึ่งที่ถูกผลักดันและขับเคลื่อนมาโดยตลอด ปัจจุบันมีจำนวนชมรมผู้สูงอายุ 1,237 ชมรม (สสจ. เขตสุขภาพที่ 4,2563) เขตสุขภาพที่ 4 ร้อยละผู้สูงอายุมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์พบว่า ปี 2564 ผู้สูงอายุ มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ร้อยละ 23.7 (H4U, 31 กรกฎาคม 2564) ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการดูแลส่งเสริมสุขภาพวัยสูงอายุและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุในทุกระดับ บนฐานข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (GOAL) “ผู้สูงอายุสุขภาพดี ดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี”จึงได้จัดทำ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565 ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมผู้สูงอายุและการเข้าสู่สังคมสูงอายุ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) มีสุขภาวะที่ดีต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการประเมินคัดกรองสุขภาพและเข้าถึงระบบบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 8.2 เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุไทยมีสุขภาพดี และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ภายใต้แนวคิด “สุขเพียงพอ ชะลอชรา ชีวายืนยาว” 8.3 เพื่อส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ในชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ/โรงเรียนผู้สูงอายุ/ชุมชน 8.4 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ภาคีเครือข่าย ในการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี 8.5 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาเมือง/ชุมชนที่มีการดำเนินงาน Age - Friendly Communities/Cities 8.6 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดนวัตกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในพื้นที่ที่มีการดำเนินงานส่งเสริม สุขภาพดูแลผู้สูงอายุ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ประชากรสูงอายุที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
2.จำนวนชมรมผู้สูงอายุคุณภาพด้านสุขภาพ 16 ชมรม
3.จำนวนผู้สูงอายุที่มีแผนการดูแลและส่งเสริมสุขภาพ Individual Wellness Plan 3565 คน
4.มีการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ 2 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาด้านการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 800 คน
2.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาด้านการดำเนินงานเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ 50 คน
3.เชิงคุณภาพ : ภาคีเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาระบบข้อมูล การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุผ่านระบบ Health Platform (H4U/Bluebook/Anamai care) 800 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ขออนุมัติโครงการ/ขออนุมัติดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 10.2 ประชุมคณะทำงาน/วางแผนรูปแบบการดำเนินงาน 10.3 ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานปีงบประมาณ 2565 ให้ผู้รับผิดชอบในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 10.4 ประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาการใช้งานระบบข้อมูลสุขภาพการเฝ้าระวังสุขภาพผู้สูงอายุ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุ, Individual Wellness Plan และสถานการณ์ สุขภาพผู้สูงอายุในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและภาคีเครือข่าย 10.5 สร้างและพัฒนาเครือข่ายชุมชนแห่งความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 10.6 จัดทำ/พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้สูงอายุ การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ 10.7 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงานพื้นที่ต้นแบบเมือง/ชุมชนที่เป็นมิตร กับผู้สูงอายุแบบบูรณาการ, Individual Wellness Plan, ชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ และพฤติกรรม สุขภาพของผู้สูงอายุไทย 10.8 ขับเคลื่อน นิเทศ ติดตาม การดำเนินงานโครงการ 10.9 จัดทำรายงานผลการดำเนินงานโครงการปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 10.10 จัดทำแผนในการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมพัฒนาแนวทางเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565 (ผ่านระบบ Zoom) 1 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 6,100.00
2 สนับสนุนสื่อในการพัฒนาการดำเนินงานและคู่มือแนวทางการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 40,000.00
3 สนับสนุนสื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพในชมรมผู้สูงอายุคุณภาพ/ คู่มือแนวทางการจัดทำแผนส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุรายบุคคลในชุมชน (IWP)สำหรับเจ้าหน้าที่และผู้สูงอายุ (ทั้งสื่อคู่มือและonline) 8 จังหวัด 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 40,000.00
4 อบรมพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุเพื่อการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565 (ผ่านระบบ Zoom) 8 ครั้ง 3 ม.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 48,800.00
5 นิเทศ/ติดตามการดำเนินงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) 8 จังหวัด 2 พ.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 14,400.00
6 นิเทศ/ติดตามการดำเนินงานเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ปี 2565 8 จังหวัด 2 พ.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 14,400.00
รวมเป็นเงิน 163,700.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
163,700.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ธ.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4 ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1 ผู้สูงอายุ/แกนนำผู้สูงอายุ/ชมรมผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 4 15.2 บุคลากรสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 15.3 เครือข่ายภาครัฐ/เอกชน เขตสุขภาพที่ 4

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 16.2 ผู้สูงอายุ/แกนนำผู้สูงอายุ/ชมรมผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 4

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
ชื่อ-สกุล นางสาวกรวินท์ เรืองปรีชา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเพชรา ชวนะพันธุ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
ทพ. พนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 8

1. ชื่อโครงการ :
โครงการ10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 27 ) 8.2 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ความรอบรู้ และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพวัยทำงาน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการชุมชนเป็นฐานจัดการครอบครัวรอบรู้สุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้สูงอายุโดยประเทศไทยได้เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย (Aged Society) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา และคาดว่าประเทศไทยจะเป็น“สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์” (Complete Aged Society) ในปี พ.ศ. 2564 คือ ประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นถึง 1 ใน 5 และเป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super Aged Society) ภายในปี พ.ศ. 2578 โดยประมาณการว่า จะมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยจากแนวโน้มของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุมีอุบัติการณ์การเกิดโรคมากกว่าวัยอื่นๆ ถึง 4 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่าผู้สูงอายุเกิน 65 ปี ประมาณ 4 ใน 5 คน จะมีโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 โรค เกิดการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ในสังคม ขาดรายได้ และเมื่อพิจารณาสาเหตุการเสียชีวิตในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อเป็นกลุ่มโรคที่คร่าชีวิตประชากรไทยถึงร้อยละ 75 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด ในจำนวนนี้พบว่าประมาณครึ่งหนึ่ง หรือราวร้อยละ 55 เสียชีวิตที่อายุต่ำกว่า 70 ปี ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดว่าเป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และยังพบว่ากลุ่มโรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรสูงอายุ อยู่ในภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ติดเตียง และทำให้เกิดการสูญเสียปีสุขภาวะของประชากรไทย และจากรายงานการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งล่าสุด ครั้งที่ 5 ปี 2558 พบว่าอัตราการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในสามของประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไปมีอัตราชุกของการเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 8.9 ในปี 2558 คิดเป็นจำนวนประมาณ 4.8 ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 300,000 คน ในขณะที่โรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.4 เป็นร้อยละ 24.7 คิดเป็น 13 ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มปีละ 600,000 คน นอกจากนี้ยังพบว่าสถานการณ์น้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยความชุกของภาวะน้ำหนักเกิน(BMI ≥ 23 kg/m2) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34.7 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 37.5 ในปี 2558 และจากรายงานการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของวัยทำงานปี 2562 พบว่าวัยทำงานเพียง 1 ใน 3 ที่มีการกินผักได้ตามปริมาณที่เพียงพอ และมีมากถึง ร้อยละ 10.1 ที่เติมเครื่องปรุงรสเค็มทุกครั้งเมื่อกินอาหาร อีกร้อยละ 16.9 ที่มีการดื่มเครื่องดื่มรสหวานทุกวัน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเพียงมากถึง 1 ใน 3 และออกกำลังกายไม่เพียงพอ ร้อยละ 20.7 แสดงให้เห็นว่า วัยทำงานมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วน และการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งใหญ่เกิดมาจากพฤติกรรมสุขภาพของบุคคล ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากทั้งปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยทางสังคม เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง กลยุทธ์ทางการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เทคโนโลยีการสื่อสาร ค่านิยมของคนในสังคม ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต จนนำมาซึ่งภาวะอ้วนและโรคเรื้อรังในที่สุด ทั้งนี้หากจัดการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการจัดการกับปัจจัยกำหนดสุขภาพก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ (Complete aged society) จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายที่ทุกภาคส่วนของสังคมต้องให้ความสำคัญและร่วมมือขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน ตั้งแต่ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ รวมไปจนถึงการเตรียมความพร้อมในระดับบุคคล และการเตรียมความพร้อมเชิงระบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยควรให้ความเข้มข้นตั้งแต่ในช่วงวัยทำงานซึ่งจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุในอนาคต เพื่อให้เป็น สังคมผู้สูงอายุที่มีพลัง (Active Aging Society) ทั้ง 7 มิติ ประกอบด้วย ความสุข สุขภาพ ความมั่นคง นวัตกรรม สภาพแวดล้อม การออม ที่อยู่อาศัย จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จึงเห็นความสำคัญในการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมประชากรวัยทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงาน (25-59 ปี) ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง โดยการลดปัจจัยเสี่ยง ก่อนเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อป้องกันภาวะอ้วนของประชากรวัยทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อม จึงต้องบูรณาการให้บรรลุผลทั้ง ในมิติสุขภาพ และคุณภาพชีวิต ตามปัจจัยกำหนดสุขภาพ เช่น สังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม ทั้งในระดับนโยบาย ระดับบุคคล ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ท้องถิ่น ระดับองค์กร/สถานประกอบการ

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพด้านกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพิ่มขึ้น 8.2 เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกาย

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.9.1.1 ครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 408055 ครอบครัว
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 9.2.1 ประชาชนเขตสุขภาพที่ 4 มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพิ่มขึ้น 40 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมความรอบรู้ด้านกิจกรรมทางกาย 30 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : 9.2.3 ประชาชนเขตสุขภาพที่ 4 มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 60 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10. วิธีการดำเนินงาน: 10.1 ประชุมชี้แจงรายละเอียดให้กับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ผ่านระบบ ออนไลน์ 10.2 ประชุมชี้แจงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมความรอบรู้ด้านกิจกรรมทางกาย ร่วมกับกลุ่มอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี 10.3 เยี่ยมเสริมพลังและประเมินการสร้างความรอบรู้การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ให้ภาคีเครือข่ายเข้าร่วมโครงการ 10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและติดตามการจัดตั้งชมรมรายจังหวัด พร้อมประชาสัมพันธ์ Application ก้าวท้าใจ 10 ล้านครอบครัวไทย ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ https://www.kaotajai.com/login และมอบใบประกาศสำหรับหน่วยงานที่เข้าร่วมและขับเคลื่อน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประเมินการสร้างความรอบรู้ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 96 แห่ง 1 มี.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 35,000.00
รวมเป็นเงิน 35,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
35,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 มี.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
14. พื้นที่เป้าหมาย / สถานที่ดำเนินโครงการ: จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี , จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดอ่างทองจังหวัดสระบุรี, จังหวัดลพบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ: สสจ.,รพ.สต.,ประชาชนวัยทำงาน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และสถานประกอบการ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
-

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18. ผู้รับผิดชอบโครงการ 18.1 นายสุรศักดิ์ ปั้นบุญมี ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

19. ผู้เสนอโครงการ :
( นางพัชราภรณ์ พัฒนะ ) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
( นายพนิตเทพ ทัพพะรังสี ) ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
(นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ) ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 9

1. ชื่อโครงการ :
โครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม และรณรงค์สตรีไทยห่างไกลมะเร็ง เต้านม ปี2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 6 ) 1.6 สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สตรีไทยต้องเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม ประมาณ 3-4 หมื่นคนต่อปี ในปัจจุบันยังพบว่าโรคมะเร็งเต้านม มีอัตราการป่วยและอัตราการตายสูงขึ้นทั่วโลก ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรีได้เล็งเห็นความสำคัญของสาเหตุต่างๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นจึงได้มีการจัดให้มีการดำเนินการโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่า จึงได้ให้ความสำคัญกับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self Early Detection Early Protection) โดยการส่งเสริมส่งเสริมให้ความรู้ทางด้านวิชาการในการการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ในเขตสุขภาพที่ 4 ประกอบด้วย 8 จังหวัด เพื่อลดการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในพื้นที่ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อให้สตรีไทยในเขตสุขภาพที่ 4 มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและมีพฤติกรรมการตรวจเต้านมตนเองอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ 8.2 เพื่อให้เกิดระบบคัดกรองมะเร็งเต้านมที่มีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.สตรีอายุ 30-70 ปี มีการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ 80 ร้อยละ
2.2.นักศึกษาอายุ 20 ปีขึ้นไป ในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ 60 ร้อยละ
3.3.สตรีอายุ 30-70 ปี ได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านม (BSE+CBE) 70 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 1.จำนวนบุคลากรครู อาจารย์ นักศึกษา มีความรอบรู้การดูแลตนเองให้ห่างไกลมะเร็งเต้านม 80 คน
2.เชิงปริมาณ : 4.เกิดการรณรงค์สตรีไทยห่างไกลมะเร็งเต้านม เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลกและเพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า 1 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : 2.นักศึกษามหาวิทยาลัย ได้รับการฝึกอบรมสตรีแกนนำนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความรอบรู้การดูแลตนเองให้ห่างไกลมะเร็งเต้านมและการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 80 คน
4.เชิงปริมาณ : 3.บุคลากรด้านสาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพหลักสูตรผู้จัดการดูแลมะเร็งเต้านม (Breast cancer care manager) 80 คน
5.เชิงเวลา : กิจกรรมจัดเก็บข้อมูลดำเนินการแล้วเสร็จในเวลาตามแผน 80 ร้อยละ
6.เชิงเวลา : กิจกรรมจัดเก็บข้อมูลดำเนินการแล้วเสร็จในเวลาตามแผน 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ร่วมประชุมชี้แจงนโยบายและวางแผนการดำเนินงาน 10.2 จัดกิจกรรมรณรงค์สตรีไทยห่างไกลมะเร็งเต้านมในรูปแบบ New Normal ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางงา จังหวัดลพบุรี ,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี และประชาสัมพันธ์ออนไลน์ในกลุ่มสถานประกอบการที่เข้าร่วม 10 Packages บูธประกอบด้วย บูธประวัติโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม บูธสอนทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อเป็นการคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้น บูธผลงานดีเด่นด้านการขับเคลื่อนโครงการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่าต้านภัยมะเร็งเต้านมของจังหวัดลพบุรี และบูธสอนการลงบันทึกอย่างไรไม่ให้ลืมโดยการใช้ application BSE ในการบันทึกข้อมูลประจำตัวการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (การบันทึกการตรวจเต้านมด้วยตนเอง http://doh.hpc.go.th/bseApp/ และเอกสารสื่อมะเร็งเต้านม https://hp.anamai.moph.go.th/th/cms-of-46/190800) 10.3 การพัฒนาศักยภาพ ครู อาจารย์ นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความรอบรู้การดูแลตนเองให้ห่างไกลมะเร็งเต้านม ผ่านระบบออนไลน์ 10.4 ฝึกอบรมสตรีแกนนำนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้าง ความรอบรู้การดูแลตนเองให้ห่างไกลมะเร็งเต้านม 10.5 อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพหลักสูตรผู้จัดการดูแลมะเร็งเต้านม (Breast cancer care manager ผ่านระบบออนไลน์ 10.6 นิเทศติดตาม/เยี่ยมเสริมพลัง

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพัฒนาศักยภาพ ครู อาจารย์ นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความรอบรู้การดูแลตนเองให้ห่างไกลมะเร็งเต้านม (ความรู้ทั่วไป)ผ่านระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,800.00
2 อบรมพัฒนาศักยภาพสตรีแกนนำนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความรอบรู้การดูแลตนเองให้ห่างไกลมะเร็งเต้านมและการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง(หลักสูตรส่วนกลางเฉพาะแกนนำนักศึกษา) ผ่านระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 13,200.00
3 รณรงค์สตรีไทยห่างไกลมะเร็งเต้านม เนื่องในวันมะเร็งเต้านมโลกและเพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 17,120.00
4 เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จย่า ต้านภัยมะเร็งเต้านม 8 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 13,280.00
5 อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสาธารณสุขได้รับการพัฒนาศักยภาพหลักสูตรผู้จัดการดูแลมะเร็งเต้านม (Breast cancer care manager) ผ่านระบบออนไลน์ 80 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 49,600.00
รวมเป็นเงิน 99,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
99,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 31 พ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดอ่างทองจังหวัดสระบุรี, จังหวัดลพบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
จังหวัดนำร่อง 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดนครนายก จังหวัดลพบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเข้าร่วมพัฒนา 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี,สิงห์บุรี,อ่างทอง,นนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี ผู้ร่วมดำเนินการ ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 8 จังหวัด และมูลนิธิถันยรักษ์ฯ สถาบันการศึกษา

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางนวลจันทร์ ธนะภูมิขัย

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพัชราภรณ์ พัฒนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายพนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 10

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้เพื่อป้องกันพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 35 ) 10.3 ส่งเสริมการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายเพื่อลดโอกาสการหกล้มของผู้สูงอายุ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เขตสุขภาพที่ 4 มีประชากรตามที่อยู่จริง 4,153,913 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุ 851,725 คน ร้อยละ 20.50 (HDC ณ 25 สิงหาคม 2564) ซึ่งใกล้เคียงกับระดับประเทศ (ร้อยละ 20.45) การคาดการแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของประชากรผู้สูงอายุไทย ในปี พ.ศ.2573 ว่า สัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 4 ของประชากรไทย (มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย 2557) จากการวัดปัญหาสุขภาพของคนไทยโดยใช้การสูญเสียปีสุขภาวะ (Disability Adjusted Life Year: DALY) พบว่า ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ มีสาเหตุการสูญเสียปีสุขภาวะ เนื่องจากโรคไม่ติดต่อ ร้อยละ 85.2 รองลงมา คือ โรคติดต่อ และอุบัติเหตุ ร้อยละ 11.3 และ 3.5 ตามลำดับ (คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานผู้สูงอายุแห่งชาติ , 2557) จากการรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2551 พบว่า หนึ่งในอุบัติเหตุที่ผู้สูงอายุได้รับบาดเจ็บมากที่สุด คือ การพลัดตกหกล้ม สูงถึงร้อยละ 40.4 ของการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดในผู้สูงอายุ และข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขพบว่า 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2554–2558) แนวโน้มผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยมากกว่า 800 คนต่อปี หรือประมาณ 3 คนต่อวัน ผู้สูงอายุ 1 ใน 3 หรือมากกว่า 3 ล้านคน พลัดตกหกล้มทุกปี โดยได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากที่สุดคือ กระดูกข้อมือหัก รองลงมาคือสะโพกหัก และซี่โครงหัก สาเหตุการหกล้มมีทั้งปัจจัยภายในตัวผู้สูงอายุเอง จากความเสื่อมของระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายที่มีผลต่อการทรงตัว ได้แก่ ความเสื่อมของระบบการมองเห็น ระบบการได้ยิน ระบบกายสัมผัสและการรับรู้ การเคลื่อนไหวของข้อต่อความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อที่ลดลง ทำให้ขณะเดินหรือเปลี่ยนท่าทาง และปัจจัยภายนอกได้แก่สภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น พื้นลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ การจัดวางสิ่งของไม่เป็นระเบียบ ข้อมูลจากกองป้องกันบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค พบว่าเขตสุขภาพที่ 4 ข้อมูลอัตราการบาดเจ็บต่อแสนประชากร จากพลัดตกหกล้ม ปี 2560-2562 มีแนวโน้มสูงขึ้น เป็น 214.59 ,279.71 และ 575.17 ตามลำดับ จากผลกระทบต่อผู้สูงอายุจากพลัดตกหกล้มดังที่กล่าวข้างต้น ถ้าผู้สูงอายุมีความรู้ในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพตนเอง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้น จะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ศูนย์อนามัยที่ 4 ตระหนักในปัญหาเรื่องพลัดตกหกล้ม จึงได้จัดทำโครงการนี้เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันพลัดตกหกล้มสำหรับผู้สูงอายุ 8.2 เพื่อสร้างความรอบรู้ในการป้องกันพลัดตกหกล้มให้กับผู้สูงอายุ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.รูปแบบการป้องกันพลัดตกหกล้มสำหรับผู้สูงอายุ 1 รูปแบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ผ่านเกณฑ์ 50 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ประสานจังหวัดเขตเมือง กึ่งเมือง และเขตชนบทเพื่อเลือกพื้นที่ต้นแบบ 10.2 ประชุมชี้แจงผู้เกี่ยวข้อง 10.3 คัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนทั้ง 3 แห่ง (เขตเมือง กึ่งเมือง และเขตชนบท) 10.4 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความรอบรู้ในการป้องกันพลัดตกหกล้มให้กับผู้สูงอายุและผู้เกี่ยวข้อง 10.5 นำความรู้ในการป้องกันพลัดตกหกล้มที่ได้รับไปปฏิบัติ 10.6 ประเมินติดตามผลการปฏิบัติและผลลัพธ์หลังการปฏิบัติ 10.7 ประชุมเพื่อสรุปผลและพัฒนาปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อป้องกันพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมชี้แจงแผนการดำเนินงานแก่ผู้เกี่ยวข้องผ่านระบบ web conference 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 1,900.00
2 ประชุมวางแผนพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันพลัดตกหกล้ม และสรุปผลโครงการ 1 ครั้ง 1 ก.ค. 2565 - 15 ก.ค. 2565 16,700.00
3 ประเมินคัดกรองภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ 3 ตำบล 1 ต.ค. 2564 - 30 พ.ย. 2564 119,670.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางการจัดทำแผนส่งเสริมสุขภาพรายบุคคล เพื่อป้องกันพลัดตกหกล้มให้ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง (การสร้างความรอบรู้ในการป้องกันพลัดตกหกล้ม) 3 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 42,000.00
5 กำกับติดตามผล การส่งเสริมสุขภาพรายบุคคล เพื่อป้องกันพลัดตกหกล้มให้ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง (ความรอบรู้ในการป้องกันพลัดตกหกล้ม) 3 ตำบล 1 เม.ย. 2565 - 31 พ.ค. 2565 72,160.00
รวมเป็นเงิน 252,430.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
252,430.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 15 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตเมือง กึ่งเมือง และเขตชนบท ผจังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยาและสิงห์บุรี

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงต่อพลัดตกหกล้ม 3 จังหวัด (เขตเมือง กึ่งเมือง และเขตชนบท) จังหวัดจังหวัดละ 1 ตำบล

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
- ผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อพลัดตกหกล้ม - ผู้สูงอายุที่ยังไม่มีความเสี่ยงต่อพลัดตกหกล้ม

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 ชื่อ-สกุล นางสาวเพชรา ชวนะพันธุ์.ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 18.2 ชื่อ-สกุล นางสาวปริยา ศรีน้ำอ้อม ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเพชรา ชวนะพันธุ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
ทพ. พนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 11

1. ชื่อโครงการ :
โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 38 ) 11.2 พัฒนาระบบ Long Term Care และ Intermediate care in Community
5.2 โครงการสำคัญ โครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวแบบบูรณาการ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
โลกเรากำลังเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มากขึ้นเรื่อยๆ หลายประเทศเริ่มประสบปัญหาในการมีจำนวนประชากรเด็กและผู้สูงอายุมากกว่าวัยแรงงานซึ่งคนที่เกิดในยุค Baby Boomer ราวช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองจำนวนมหาศาลกำลังกลายเป็นประชากรสูงวัยที่เป็นชนส่วนใหญ่ของโลกในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3 - 4 ทศวรรษที่ผ่านมาทำให้ประเทศเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัย ตั้งแต่ประมาณปี 2543 - 2544 คือ มีประชากรอายุ 60 ปี คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทัง้ หมด นอกจากสัดส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีอีกตัวบ่งชี้หนึ่งที่แสดงถึงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว คือ “ดัชนีการสูงวัย” (Aging index) ซึ่งแสดงถึงการเปรียบเทียบโครงสร้างการทดแทนกันของประชากรกลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปี ขึ้นไป) กับกลุ่มประชากรวัยเด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี ) โดยดัชนีการสูงวัยมีค่าต่ำกว่า 100 แสดงว่าจำนวนประชากรสูงอายุมีน้อยกว่าจำนวนเด็ก ปัจจุบันประชากรโลกมีอายุสูงขึ้น จึงมีการใช้ดัชนีการสูงวัยจำแนกสังคม ปัญหานั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวบุคคลแต่เป็นปัญหาภาคสังคมในหลายๆ มิติที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ การแพทย์ ตลอดจนความเป็นอยู่ต่างๆ อย่างไรก็ดีทั้งโลกก็กำลังเตรียมรับมือกับเรื่องนี้อยู่ บางประเทศก็ขยับตัวไปกันแล้วซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยของเราด้วยที่เริ่มก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว สำหรับการเตรียมตัวรับมือนั้นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างก็ช่วยกันเต็มที่ รวมไปถึงองค์กรต่างๆ ที่เตรียมรับมือทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่จะช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง โดยเฉพาะในชุมชน ท้องถิ่นมีส่วนร่วมการดูแลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุระยะยาว ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และเพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุทุกราย ทั้งกลุ่มติดสังคม ติดบ้านและติดเตียง ตามนโยบายการจัดการของภาครัฐ และประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมสูงวัยแล้ว เพื่อทำให้การดูแลและให้ความสำคัญต่อประชาชนสูงวัยมีความสำคัญยิ่งเพราะผู้สูงวัยจะเริ่มมีปัญหาจากการถดถอยของร่างกาย การดำเนินชีวิตประจำวันที่ไม่คล่องแคล่ว จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นช่วย ในการทำกิจวัตรประจำวัน ด้านจิตใจที่เริ่มรู้สึก ท้อแท้ หดหู่ ตลอดจนการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปัญหาที่จะเกิดขึ้นดังที่ได้กล่าวมาแล้วผู้สูงอายุจะต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพวัยสูงอายุจึงได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565 ขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาและส่งเสริมสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่าย และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตสุขภาพที่ 4

8. วัตถุประสงค์ :
7.1 เพื่อให้ผู้สูงอายุสุขภาพดี ดูแลตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 7.2 เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองสุขภาพและมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง 7.3 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร ภาคีเครือข่ายด้านวิชาการ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชน ผ่านเกณฑ์ 98 ร้อยละ
2.ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการการดูแลตาม Care Plan 90 ร้อยละ
3.ผู้สูงอายุได้รับการประเมินและคัดกรอง ADL 726478 คน
4.มีการดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแบบผสมผสาน Long Term Care และ Intermediate Care ระดับชุมชน 8 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุผ่านการอบรม รายใหม่ หลักสูตร 70 ชั่วโมง กรมอนามัย 80 คน
2.เชิงปริมาณ : จำนวนตำบลผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่ปี 2558 - 2559 ได้รับการประเมิน คุณภาพซ้ำ (Re Accredit) ตามเกณฑ์ที่กำหนด 20 ตำบล
3.เชิงปริมาณ : ผู้จัดการการดูแล (ที่จบ ระหว่าง ปี 2561 – 2562) ได้รับการอบรมฟื้นฟูศักยภาพ 120 คน
4.เชิงปริมาณ : ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) นักบริบาลชุมชน (Community Care) ในพื้นที่นำร่องได้รับการอบรมฟื้นฟูศักยภาพ 120 คน
5.เชิงคุณภาพ : ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ที่เข้าอบรมฟื้นฟู ผ่านเกณฑ์อบรม 90 ร้อยละ 90 ร้อยละ
6.เชิงคุณภาพ : ตำบลผ่านเกณฑ์ประเมินซ้ำ ( reaccreditation) ของตำบลที่ขอประเมินซ้ำ 50 ร้อยละ
7.เชิงคุณภาพ : ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ที่เข้าอบรมฟื้นฟู ผ่านเกณฑ์การอบรม 80 ร้อยละ
8.เชิงคุณภาพ : ผู้จัดการการดูแล (Care Manager) (หลักสูตร 70 ชั่วโมง) ผ่านการอบรม 95 ร้อยละ
9.เชิงคุณภาพ : ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลตาม Care Plan คุณภาพ 90 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
- แต่งตั้งคณะทำงาน - มอบหมายหน้าที่ ความรับผิดชอบ - แจ้งแผนการดำเนินงานให้สมาชิกกลุ่มงานทราบและขอข้อเสนอแนะ ปรับปรุง - ชี้แจงแผนงานกับภาคีเครือข่าย และผู้มีส่วนได้เสีย - ดำเนินงานตามแผนในแต่ละกิจกรรม ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ - ประเมินผลการดำเนินงาน - ติดตาม เยี่ยม เสริมพลังในพื้นที่เป้าหมาย - สรุปผลงานตามวาระที่กำหนดไว้ ว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่ - วิเคราะห์ ปัญหา อุปสรรค เมื่อผลงานไม่บรรลุเป้าหมาย - ปรับแผนงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หากมีความจำเป็น

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังแก่บุคลากร จิตอาสา ผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเขตสุขภาพที่ 4 1 ฉบับ 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 10,560.00
2 อบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุรายใหม่ 100 คน 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 52,546.00
3 อบรมฟื้นฟูผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) พื้นที่นำร่อง(ลพบุรี สระบุรี )ผ่านระบบZoom 120 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 11,300.00
4 อบรมฟื้นฟูผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ(Care Manager) 120 คน 3 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 16,950.00
รวมเป็นเงิน 91,356.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
91,356.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 28 ก.พ. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ได้แก่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรีและจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรสาธารณสุข ระดับ สสจ/สสอ/รพสต/ประชาชนจิตอาสา ภาคีเครือข่าย ได้แก่ อปท. เจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับท้องที่ กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ องค์กรเอกชน และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ภาคีเครือข่ายบุคคลากรสาธารณสุขและท้องถิ่น ผู้จัดการการดูแล ผู้ดูแลผู้สูงอายุ นักบริบาลชุมชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางจิตติณัฏฐ์ จูมไธสง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ นางนภสร ขำพงษ์ ตำแหน่ง พยาบาลเทคนิคชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเพชรา ชวนะพันธุ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
ทพ. พนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 12

1. ชื่อโครงการ :
โครงการองค์กรเป็นฐานจัดการกลุ่มวัยรอบรู้สุขภาพในสถานประกอบการ เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
11) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 18-59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ

4. cluster :
วัยทำงาน

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 30 ) 9.1 ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานในสถานประกอบการ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการองค์กรเป็นฐานจัดการกลุ่มวัยรอบรู้สุขภาพ (การเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานสุขภาพดีในสถานประกอบการ)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ระบุว่า สถานการณ์ของประชากรวัยทำงานทั่วโลก (ประชากรอายุระหว่าง 15-59 ปี) กำลังประสบปัญหาจากการทำงานที่ส่งผลทำให้มีภาวะสุขภาพแย่ลงและความไม่ปลอดภัยในการทำงาน ประมาณ 1,900,000,000 คน สำหรับข้อมูลวัยทำงานเขตสุขภาพที่ 4 ปี2563 พบว่า วัยทำงานเขตสุขภาพที่ 4 จำนวน 3,261,996 คน อยู่ในช่วงอายุ 15–29 ปี คิดเป็นร้อยละ 31.93 ช่วงอายุ 30 – 44 ปี คิดเป็นร้อยละ 37.53และช่วงอายุ 44 – 59 ปี คิดเป็นร้อยละ 30.54 จำนวนสถานประกอบการเขตสุขภาพที่ 4 รวมทั้งสิ้น 45,096 แห่ง (เพิ่มขึ้นจาก ปี 59 จำนวน 27,790 แห่ง) แบ่งเป็นจังหวัดสิงห์บุรี 1,339 แห่ง จังหวัดอ่างทอง 1,400 แห่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 5,813 แห่ง จังหวัดลพบุรี 3,359 แห่ง จังหวัดสระบุรี 7,418 แห่ง จังหวัดนครนายก 1,460 แห่ง จังหวัดปทุมธานี 10,813 แห่ง และจังหวัดนนทบุรี 13,494 แห่ง และจากการสำรวจข้อมูลพฤติกรรมที่พึงประสงค์ (ปี 2562)ในเขตสุขภาพที่ 4 พบว่า พฤติกรรมการบริโภคผัก 5 ทัพพี/วัน คิดเป็น22.35% การเติมเค็ม คิดเป็น 70.04% การดื่มหวานคิดเป็น 42.83% การมีกิจกรรมทางกายคิดเป็น 76.09% การมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง คิดเป็น 40.50% และยังพบว่า อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงปี 62 คิดเป็น30.44% อัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานปี 62 คิดเป็น 14.45% ร้อยละของวัยทำงาน อายุ 30-44 ปี ที่มีค่าดัชนีมวลกายปกติ 53.3% ซึ่งค่าเป้าหมายคือ 55% และจากผลการสำรวจประเทศไทยผลการสำรวจภาวะ การทำงานของประชากร เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า จำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มีประมาณ 56 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงานประมาณ 38 ล้านคน ประกอบด้วยผู้มีงานทำ 37 ล้านคน ผู้ว่างงาน 5 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 5 แสนคน ทั้งนี้ผู้มีงานทำ 37 ล้านคน ประกอบด้วยผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 10 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 27 ล้านคน ซึ่งจะเห็นได้ว่าประชากรวัยทํางาน (อายุ 15-59 ปี) เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศและเป็นกลุ่มที่ต้องทําหน้าที่ดูแลวัยสูงอายุ เด็ก และผู้พิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยมีผู้สูงอายุจำนวน 10 ล้านคน ในปี พ.ศ.2557 และประมาณการว่าในปีพ.ศ. 2583 ประเทศไทยจะมีผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป สูงถึง 21 ล้านคน หรือร้อยละ 32 ของจํานวนประชากรไทยทั้งหมดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น จะก่อให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญที่มีผลต่อสังคมไทยอย่างมากนั่นคือ การมีผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากจำนวนเด็กที่ลดลงในขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกประมาณ 15 ปีข้างหน้า จำนวนเด็กจะพอๆ กับผู้สูงอายุ และหลังจากนั้นจะเกิดปรากฏการณ์มีผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ยังมีการแพร่ระบาดในวงกว้าง กระจายครอบคลุมไปทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4 จากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในเขตสุขภาพที่ 4 พบการระบาดในสถานประกอบการโรงงาน สถานที่เสี่ยง ชุมชนแออัด แคมป์คนงานก่อสร้าง ชุมชนรอบตลาด ชุมชนรอบโรงงานจากผู้ใช้แรงงานกลุ่มเสี่ยง นำเชื้อไวรัสมาแพร่ระบาดไป สู่ครอบครัว ชุมชน การเกิดโรคโควิด 19 ทำให้เกิดผลกระทบในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่มีความปลอดภัยเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย อาจเกิดเจ็บป่วยและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ และยังทำให้ประชาชนเกิดความกลัว ตื่นตระหนกไม่กล้าที่จะออกมาใช้ชีวิตในสังคมตามปกติ สำหรับในด้านเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในอาชีพต่าง ๆ เช่น ต้องมีการปิดโรงงาน และจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าวข้างต้น ประชากรวัยทำงานซึ่งถือเป็นวัยที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศและดูแลผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงจึงต้องรับภาระหนักมากยิ่งขึ้น แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าประชากรวัยทำงานกลับเป็นวัยที่กำลังประสบปัญหาสุขภาพสำคัญ หลายอย่าง ดังเช่นจากข้อมูลจากการสํารวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2553-2557) โดยมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ประชากรวัยทำงาน ร้อยละ 9 เป็นโรคเบาหวาน, ร้อยละ 25 เป็นความดันโลหิตสูง, ผู้หญิงร้อยละ 55 และผู้ชายร้อยละ 42 มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน, ผู้หญิงร้อยละ 20 และผู้ชายร้อยละ 19 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ, ผู้หญิงร้อยละ 2 และผู้ชายร้อยละ 31 สูบบุหรี่ เป็นต้น โดยเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2546-2547) และ 4 (พ.ศ. 2551-2552) อย่างชัดเจน รวมถึงโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจขาดเลือด โรคเครียด และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่ถูกต้อง อาจนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และศักยภาพการผลิตที่ลดลง จากค่ารักษาพยาบาล การขาด/ลางาน การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีการรณรงค์และการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพหลายรูปแบบ แล้วยังพบว่า ประชากรในวัยทำงานจำนวนมากยังป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ หรือโรคเรื้อรังดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น อย่างไรก็ตาม การสร้างความตระหนักให้บุคลากรสถานประกอบการ มีความเอาใจใส่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเอง ให้เหมาะสม และเข้าหาบริการข้อมูลสุขภาพได้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น เพื่อให้แนวคิดการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน ให้มีความยั่งยืน สร้างการปฏิบัติในสถานบริการได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพื่อยกระดับศูนย์อนามัยที่ 4 บุรี ให้เป็นผู้นำด้านการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน จึงมีแนวความคิด ในการนำการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการโดยใช้ 10 แพคเกจ ขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ ซึ่งการทํางานเป็นสิ่งสําคัญในชีวิตคนเรา โดยคนจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในสถานที่ทำงาน ผู้ปฏิบัติงานจึงไม่ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ อันจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ และด้วยประชากรวัยทำงานในปัจจุบันมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปโดยใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบแข่งกับเวลา ทำให้เกิดความเครียดขาดการออกกำลังกาย ขาดการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ขาดความสนใจต่อสุขภาพทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ไขมันในเส้นเลือด เบาหวานความดันโลหิตสูง มะเร็ง รวมไปถึงโรคอ้วน เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถป้องกันและลดอุบัติการณ์ได้ โดยการที่เราใส่ใจดูแลตนเองและปฏิบัติตัวตามองค์ประกอบของพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ทั้งนี้ได้มีการศึกษาวิจัยมาแล้วว่าพฤติกรรมที่พึงประสงค์ที่มีผลต่อภาวะ BMI เกินมีอยู่ด้วยกัน 4 องค์ประกอบหลัก คือการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับและการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลทำให้เกิดโรคอ้วนได้มากที่สุด และถ้าเป็นโรคอ้วนโรคต่างๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วก็จะเกิดได้ง่ายเช่นกัน ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาคนไทยเจ็บป่วยด้วยโรควิถีชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และมีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาทิเช่น โรคหัวใจเพิ่มจาก 318 ราย เป็น 682 รายต่อประชากรแสนคน โรคเบาหวานจาก 278 ราย เป็น 587 รายต่อประชากรแสนคน และโรคมะเร็งจาก 80 ราย เป็น 124 รายต่อประชากรแสนคน 1 ที่กล่าวเบื้องต้นว่าเป็นโรควิถีชีวิต คือไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรค แต่เกิดมาจากสาเหตุการใช้วิถีชีวิตแบบสังคมคนเมืองสมัยใหม่ที่มีพฤติกรรมการกินเปลี่ยนแปลงไป โดยบริโภคอาหารหวาน มัน และเค็มเพิ่มขึ้น กินผักผลไม้น้อย และขาดการออกกำลังกาย จึงส่งผลให้คนไทยมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มขึ้น ซึ่งในรอบทศวรรษที่ผ่านมาคนไทยอายุ 20-29 ปี มีภาวะโรคอ้วนเพิ่มจากร้อยละ 2.9 เป็นร้อยละ 21.7 หรือเพิ่มขึ้น 7.5 เท่า ในกลุ่มอายุ 40-49 ปี เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า การบริโภคอาหาร ที่ไม่เหมาะสม และการขาดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมทางกาย (Physical inactivity) จัดอยู่ในกลุ่มสาเหตุนำ (leading causes) ของโรควิถีชีวิตโรคดังกล่าวมีผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อระบบเศรษฐกิจของโลก เพราะก่อให้เกิดภาวะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงกับสังคม เนื่องจากสุขภาพเป็นปัจจัยหลักของการพัฒนาประเทศ และเป็นปัจจัยเบื้องต้นของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แผนงานต่างๆ ที่มีการส่งเสริมอาหาร โภชนาการ และการใช้แรงกาย ถือเป็นเครื่องมือหลักของนโยบายที่จะบรรลุเป้าประสงค์การพัฒนา ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรีจึงเห็นความสำคัญของสาเหตุต่างๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น และคิดว่าการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานให้มีสุขภาวะที่ดีในสถานประกอบการ และการเฝ้าระวังความรอบรู้พฤติกรรมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม จะสามารถลดปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นได้ และเพื่อเป็นการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุ โดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ จึงได้มีการจัดให้มีการพัฒนาศักยภาพภาพแกนนำในสถานประกอบการเพื่อนำ 10 แพคเกจไปดำเนินการในการส่งเสริมสุขภาพต่อไปได้

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อขยายการขับเคลื่อนการดำเนินงาน การพัฒนาระบบเครือข่ายการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างกระแสสังคม และการสร้างความรอบรู้ คนวัยทำงานในสถานประกอบการในเขตสุขภาพที่ 4 8.2 เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพและเทคโนโลยีคนวัยทำงานในสถานประกอบการในเขตสุขภาพที่ 4 ผ่านการลง Platform 8.3 เพื่อฟื้นฟูศักยภาพบุคลากรและการพัฒนาแกนนำส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงานในสถานประกอบการตามหลักสูตร Health Promoter ให้ครอบคลุมในเขตสุขภาพที่ 4 8.4 เพื่อให้สถานประกอบการใช้ 10 Packages จัดบริการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตามบริบท 8.5 เพื่อประเมิน ติดตาม การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ของคนวัยทำงานในสถานประกอบการ แบบบูรณาการภาครัฐและเอกชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1. วัยทำงานอายุ 18 - 59 ปี มีดัชนีมวลกายปกติ 51 ร้อยละ
2.2. วัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุด้านสุขภาพโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ 50 ร้อยละ
3.3. จำนวนคนมีความรอบรู้สุขภาพเขตสุขภาพที่ 4 816110 คน
4.4. จำนวนร้อยละสถานประกอบการส่งเสริมสุขภาพเขตสุขภาพที่ 4 3 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 1.พัฒนาศักยภาพคณะทำงานเครือข่ายการส่งเสริมสุขภาพและสร้างความรอบรู้คนวัยทำงานในสถานประกอบการใน 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 4 50 คน
2.เชิงปริมาณ : 4. มีสถานประกอบการส่งเสริมสุขภาพเขตสุขภาพที่ 4 (ร้อยละ 3 ตามจำนวนสถานประกอบการขนาดใหญ่เขตสุขภาพที่ 4 ทั้งหมดจำนวน 558 แห่ง) 17 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : 2.พัฒนาแกนนำส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงานในสถานประกอบการ (Health Promoter) โดยใช้หลักสูตรออนไลน์ 80 คน
4.เชิงปริมาณ : 3.พัฒนาศักยภาพคณะทำงานด้านการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพและเทคโนโลยีคนวัยทำงานในสถานประกอบการ 50 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
10. วิธีการดำเนินงาน: 10.1 ประชุมคณะทำงานระดับเขตสุขภาพ เพื่อชี้แจงและวางแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนการเสริมสร้างความรอบรู้วัยทำงานในสถานประกอบและการพัฒนาบริการส่งเสริมสุขภาพเพื่อคนวัยทำงานสุขภาพดีโดยระบบออนไลน์ (ร่วมกับฝ่ายยุทธศาสตร์) 10.2 อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายการส่งเสริมสุขภาพและสร้างความรอบรู้คนวัยทำงานในสถานประกอบการ ใน 8 จังหวัดเขตสุขภาพที่ 4 โดยระบบออนไลน์ 10.3 อบรมหลักสูตรฟื้นฟูสมรรถนะ(หลักสูตรส่วนกลาง) (Health Promoter) โดยใช้หลักสูตรอบรมแบบออนไลน์ 10.4 ประชุมพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการดำเนินงานโดยระบบออนไลน์ 10.5 ติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการและสนับสนุนการขับเคลื่อนรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยใช้ชุดความรู้สุขภาพ 10 Packages 10.6 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และตลาดนัดสุขภาพ โดยระบบออนไลน์

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 แลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานประกอบการส่งเสริมสุขภาพที่ผ่านมาตรฐานขั้นดีเด่นและตลาดนัดสุขภาพ โดยระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 12,800.00
2 ติดตามเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการและสนับสนุนการขับเคลื่อนรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยใช้ชุดความรู้สุขภาพ 10 Packages 8 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 100,800.00
3 อบรมพัฒนาศักยภาพคณะทำงานระดับเขตสุขภาพ โดยระบบออนไลน์ 50 คน 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,800.00
4 อบรมพัฒนาศักยภาพคณะทำงานด้านการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านการลง Platform โดยระบบออนไลน์ 50 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 4,100.00
5 อบรมพัฒนาแกนนำส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงานในสถานประกอบการเรื่องใช้ชุดความรู้สุขภาพ 10 Packages (Health Promoter) โดยระบบออนไลน์ 80 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 21,500.00
รวมเป็นเงิน 145,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
145,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
14. พื้นที่เป้าหมาย / สถานที่ดำเนินโครงการ : จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี , จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดอ่างทองจังหวัดสระบุรี, จังหวัดลพบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ : สถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี , จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดอ่างทองจังหวัดสระบุรี, จังหวัดลพบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดนครนายก และหน่วยงานที่ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคประชากรวัยทำงานในสถานประกอบการ (MOU) บุคลากรด้านสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และประชาชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ / ผู้รับบริการ (ถ้ามี) : กลุ่มเป้าหมาย คือ สถานบริการสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คมนาคม ประกันสังคม แรงงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ส่วนราชการจังหวัดสถานประกอบการในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวสุพิชญา ไชยรัตน์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
( นางพัชราภรณ์ พัฒนะ ) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
( นายพนิตเทพ ทัพพะรังสี ) ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
(นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ) ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 13

1. ชื่อโครงการ :
โครงการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง และรณรงค์สาวไทยแก้มแดง ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 5 ) 1.5 การควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งเสริมให้คนไทยมีลูกเพื่อชาติหลังพบอัตราการเกิดน้อย-ด้อยคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันผู้หญิงไทยแต่งงานน้อยลงหรือช้าลง นอกจากนี้ยังพบปัญหาการเกิดน้อยด้อยคุณภาพ โดยในปี2558 พบอัตราการตายมารดาอยู่ที่ 20 ต่อการเกิดมีชีพแสน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการตกเลือด มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก39 % ทารกคลอดก่อนกำหนด 10.4% ทารกเสียชีวิตจากภาวะพิการแต่กำเนิด 7% และภาวะโลหิตจางของเด็กไทย ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จึงเห็นความสำคัญของสาเหตุต่างๆ ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจึงต้องเตรียมความพร้อมการมีบุตรให้มีคุณภาพตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดโครงการส่งเสริมสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางในประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน และหญิงวัยเจริญพันธุ์ 8.2 เพื่อส่งเสริมให้พื้นที่มีการขับเคลื่อนโครงการสาวไทยแก้มแดง 8.3 เพื่อส่งเสริมให้หญิงไทยได้รับยาเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ครั้งแรก 18 ร้อยละ
2.2.รณรงค์ประชาสัมพันธ์โครงการสาวไทยแก้มแดงในสถานประกอบการ 1 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4 มีการขับเคลื่อนและป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน และหญิงวัยเจริญพันธุ์ (วัยทำงาน) 8 จังหวัด
2.เชิงคุณภาพ : กิจกรรมดำเนินการแล้วเสร็จในเวลาตามแผน 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ประสานงานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/เตรียมพื้นที่ 10.2 จัดกิจกรรมรณรงค์โครงการสาวไทยแก้มแดง และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักประชาชนทุกกลุ่มวัยบริโภคอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก 10.3 นิเทศเสริมพลังเพื่อขับเคลื่อนโครงการควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจาง 10.4 สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 รณรงค์ประชาสัมพันธ์สาวไทยแก้มแดง 3 กลุ่มวัย 1 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 4,000.00
รวมเป็นเงิน 4,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
4,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
หญิงตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียนและหญิงวัยเจริญพันธุ์ บุคลากรสาธารณสุข สสจ. รพสต. อปท. สถานประกอบการ และเจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐและเอกชน หญิงวัยเจริญพันธุ์ ผู้ร่วมดำเนินการ กรมอนามัย กองทันตสาธารณสุข

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางสาวสุพิชญา ไชยรัตน์

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพัชราภรณ์ พัฒนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายพนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 14

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพ ประจำปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
14) ร้อยละของตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 34 ) 10.2 ส่งเสริม สนับสนุนความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้สูงอายุ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน (Preventive Long Term Care) ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2562 ประชากรทั้งหมด 65.5 ล้านคน จำนวนผู้สูงอายุ 11.6 ล้านคน คิดเป็น 17% คาดว่าในปี พ.ศ.2564 ประชากรทั้งหมด 66.1 ล้านคน จำนวนผู้สูงอายุ 13.1 ล้านคน คิดเป็น 20% (สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์) และ ในปี 2574 ประชากรทั้งหมด 66 ล้านคน จำนวนผู้สูงอายุ 18 ล้านคน คิดเป็น 28% (สังคมสูงอายุสุดยอด) นโยบายการเตรียมความพร้อมสังคมผู้สูงอายุ กำหนดให้สังคมผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติ บาทบาทของสาธารณสุขคือการเตีรยมความพร้อมระบบสุขภาพเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยมีเป้าหมายผู้สูงอายุไทยเป็น Active Ageing, Healthy, Security and participation ปัญหาของผู้สูงอายุพบว่ามีโรคเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ มักก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพแก่ผู้สูงอายุตามมา ควรเน้นส่งเสริมป้องกัน ในกลุ่มติดสังคมให้มากขึ้น เช่น สนับสนุนการดำเนินงานหมู่บ้าน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การสร้างความรอบรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง สนับสนุนชมรมผู้สูงอายุคุณภาพให้คลอบคลุม ในการนี้ ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ บุคลากร และองค์กรที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำโครงการเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ ในระบบ LTC ประจำปี 256๕ เพื่อยกย่องสรรเสริญ สร้างแรงจูงใจให้กับบุคคล ชมรมผู้สูงอายุ และองค์กรที่มีผลงานดีเด่นเป็นต้นแบบในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการดำเนินงาน และนวัตกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนในชุมชนโดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ภาคีเครือข่าย Care Manager , Caregiver ร่วมกันคิดค้นเพื่อเป็นผลงาน สิ่งประดิษฐ์ อุปกรณ์ในการดูแลช่วยเหลือในการดำรงชีวิตของผู้สงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงให้กลับมามีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี และดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติทั่วไป

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อคัดเลือกบุคคล ชมรมผู้สูงอายุ และองค์กรที่มีผลงานดีเด่นเป็นต้นแบบ ในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ 2. เพื่อยกย่องสรรเสริญ สร้างแรงจูงใจให้กับบุคคล ชมรมผู้สูงอายุ และองค์กรที่มีผลงานดีเด่นเป็นต้นแบบ ในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ตำบลที่มีระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ในชุมชนผ่านเกณฑ์ ดีเด่น 1 แห่ง
2.ชมรมผู้สูงอายุ ดีเด่น 1 แห่ง
3.ผู้สูงอายุต้นแบบสุขภาพดี ชีวีมีสุข ดีเด่น 1 คน
4.ผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care Manager) ดีเด่น 1 คน
5.ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) ดีเด่น 1 คน
6.นวัตกรรมด้านการส่งเสริมดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ดีเด่น 1 เรื่อง
7.วัดส่งเสริมสุขภาพดีเด่น ระดับเขต 2 แห่ง
8.วัดรอบรู้ด้านสุขภาพดีเด่น ระดับเขต 2 แห่ง
9.วัดส่งเสริมสุขภาพดีเด่น ระดับจังหวัด 8 แห่ง
10.พระ อ.ส.ว ดีเด่น 1 คน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ผลงานการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุดีเด่น 10 เรื่อง
2.เชิงคุณภาพ : ต้นแบบบุคคล ชมรมผู้สูงอายุ และองค์กรในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ 10 เรื่อง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 จัดทำโครงการ 10.2 ประชุมคณะทำงาน/วางแผนรูปแบบการดำเนินงาน 10.3 ชี้แจงแผนการดำเนินงาน 10.4 สื่อสาร/ประชาสัมพันธ์/ประสานงาน 10.5 ประชุมร่วมกับภาคีเครือข่าย 10.6 แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก และประเมินผลงาน 10.7 คัดเลือก และประเมินผลงานระดับจังหวัด และระดับเขต 10.8 รวบรวมส่งผลการคัดเลือกประเมินผลงานระดับจังหวัด และระดับเขต 10.8 ประเมินผลโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประกวดผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ ผ่านระบบออนไลน์ 10 เรื่อง 1 ก.ค. 2565 - 30 ก.ค. 2564 42,150.00
รวมเป็นเงิน 42,150.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
42,150.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ก.ค. 2565 - 30 ก.ค. 2564

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4 ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1 ผู้สูงอายุ/แกนนำผู้สูงอายุ/ชมรมผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 4 15.2 บุคลากรสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 15.3 เครือข่ายภาครัฐ/เอกชน เขตสุขภาพที่ 4 15.4 พระ อ.ส.ว และ วัด ในเขตสุขภาพที่ 4

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4 16.2 ผู้สูงอายุ/แกนนำผู้สูงอายุ/ชมรมผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 4 16.3 พระ อ.ส.ว และ วัด ในเขตสุขภาพที่ 4

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นางนภสร ขำพงษ์ ตำแหน่ง พยาบาลเทคนิคชำนาญงาน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวเพชรา ชวนะพันธุ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
ทพ. พนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 15

1. ชื่อโครงการ :
โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ปี2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
12) ร้อยละของวัยทำงานอายุ 25-59 ปี ที่มีการเตรียมการเพื่อยามสูงอายุโดยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 7 ) 1.7 ราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันกว่าร้อยละ 60 ของประเทศต่างๆทั่วโลกมีประชากรผู้ต้องขังเกินอัตราความจุ ที่เรือนจำาสามารถรองรับได้หรือที่เรียกว่าสภาวะ“นักโทษล้นเรือนจำา” (prison overcrowding) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสภาพความเป็นอยู่ทั่วไปของผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังจำนวนมากต้องอาศัยอยู่รวมกันอย่างแออัดยัดเยียด ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ได้ตระหนักเห็นความสำคัญของ จึงได้จัดทำโครงการราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการ รับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรมและผู้ต้องขัง และเมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม (ด้านโภชนาการ ออกกำลังกาย สุขภาพช่องปาก มารดาและทารก ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 8.2. เพื่อสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้ต้องขังอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม 8.3 เพื่อสร้างแนวทางและระบบการส่งเสริมสุขภาพและการเฝ้าระวังอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนเรือนจำและราชทัณฑ์ /โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้รับการสนับสนุนฯ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ 18 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขัง ให้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ เมื่อพ้นโทษออกมาสู่สังคมภายนอกจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นใน 8 จังหวัดที่รับผิดชอบ 18 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : เรือนจำและทัณฑสถานนำร่องมีมุมสุขภาพ 18 แห่ง
3.เชิงคุณภาพ : ผู้ต้องขังได้รับการคุ้มครองสุขภาพ และลดการเจ็บป่วยอันเกิดจากสิ่งแวดล้อม 60 ร้อยละ
4.เชิงเวลา : กิจกรรมดำเนินการแล้วเสร็จในเวลาตามแผน 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1. ชี้แจงนโยบายให้พื้นที่รับทราบ 10.2. สนับสนุนสื่อเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังให้ อสรจ. 10.3. นิเทศติดตามและประเมินผลการดำเนินงานราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และติคตามเรือนจำและทัณฑสถานการจัดมุมสุขภาพในเรือนจำ 10.4. สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 นิเทศ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 8 วัน 1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565 11,840.00
รวมเป็นเงิน 11,840.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
11,840.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 เม.ย. 2565 - 31 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เรือนจำจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด รวม 18 แห่ง

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้ร่วมดำเนินการสสจ. รพสต.บุคลากรสาธารณสุข ผู้คุมเรือนจำ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้ต้องขัง เรือนจำ

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
นายวัชรพงศ์ สอนคำ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางพัชราภรณ์ พัฒนะ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายพนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 16

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
13) ร้อยละของผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์

4. cluster :
วัยผู้สูงอายุ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 44 ) 13.3 บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากลไกการดูแล และคุณภาพต่อเนื่อง
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ปี 2565

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากเป้าหมายแผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2558-2565 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2558 ที่ต้องการให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากที่ดี มีฟันใช้งานได้อย่างเหมาะสม (อย่างน้อย 20 ซี่ 4 ฟันคู่สบฟันหลัง) และมีนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้งนี้สืบเนื่องจากประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองยังไม่เหมาะสม มีข้อจำกัดในการเข้าถึงการรับบริการในขณะที่การรักษาฟื้นฟูทำได้ยาก ซับซ้อน การให้บริการต้องใช้เครื่องมือและบุคลากรเฉพาะด้าน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ภายใต้แผนงานทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2558-2565 ที่ประเทศไทยจัดทำให้สอดคล้องกับแผนงานผู้สูงอายุแห่งชาติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ โดยเน้นการเพิ่มศักยภาพการดูแลด้วยตนเองและเพิ่มการเข้าถึงบริการตามความจำเป็น ทั้งการส่งเสริมป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสภาพ รวมถึงการส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ โดยเฉพาะการดูแลในระดับปฐมภูมิซึ่งจัดเป็นรากฐานสำคัญของระบบบริกี่สาธารณสุขที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงสาธารณสุขภายใต้นโยบาย primary care cluster (pcc) ทั้งนี้การดูแลทันตสุขภาพผู้สูงอายุได้มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานใต้การเชื่อมต่อของหน่วยบริการและชุมชนในจังหวัดต้นแบบมาแล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิด วิธีการดำเนินงานที่ส่งผลต่อการพัฒนารูปแบบ ระบบบริการผู้สูงอายุภายใต้ primary care cluster (pcc) ทั้งประเทศ กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ โดยการสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากตนเองของภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ชุมชน และท้องถิ่น

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองของภาคีเครือข่ายภาคประชาชน 8.2 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุของทันตบุคลากรและนักวิชาการสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 4 8.3 เพื่อกำกับ ติดตาม แผนงานและประเมินผล

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของผู้สูงอายุเข้าถึงข้อมูลความรู้/กิจกรรม เพื่อการประเมินดูแลช่องปากด้วยตนเอง 25 ร้อยละ
2.ร้อยละของผู้สูงอายุและก่อนวัยสูงอายุ เข้าถึงบริการ/นวัตกรรม และการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก 10 ร้อยละ
3.ร้อยละของผู้สูงอายุ มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ หรือ 4 คู่สบฟันหลัง 73 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ทันตบุคลากรและภาคีเครือข่ายภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากประชาชน 30 คน
2.เชิงปริมาณ : ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากประชาชน 8 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : ผู้สูงอายุต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก 1 คน

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ขั้นตอนการเตรียมงาน - จัดทำโครงการเสนอขออนุมัติ - ประสานผู้รับผิดชอบและจัดทำแผนการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการ สาขาสุขภาพช่องปาก - จัดทำหนังสือเชิญประชุมและประสานงานผู้เข้าร่วมประชุม - ประสานสถานที่จัดประชุม - จัดเตรียมเอกสารประกอบการประชุม และจัดเตรียมวัสดุที่ใช้ในการประชุม 10.2 กิจกรรม - จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสาขาสุขภาพช่องปาก เขตสุขภาพที่ 4ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสาขาสุขภาพช่องปาก เขตสุขภาพที่ 4 - จัดประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพช่องปากระดับปฐมภูมิ เขตสุขภาพที่ 4 - นิเทศติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 - สรุป รายงานดำเนินงาน 10.3 การสรุปผล - สรุปผลการประชุม / อบรม - วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และหาแนวทางแก้ไข

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพช่องปากระดับปฐมภูมิ เขตสุขภาพที่ 4 ผ่านระบบออนไลน์ 1 ฉบับ 1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565 3,040.00
2 การนิเทศติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และคลินิก ANC โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 1 ฉบับ 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 16,880.00
3 ประชุมคณะ กรรมการพัฒนาระบบบริการ สาขาสุขภาพช่องปาก เขตสุขภาพที่ 4 ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ 4 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565 3,040.00
รวมเป็นเงิน 22,960.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
22,960.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 ส.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานที่ราชการ, ชมรมผู้สูงอายุ/ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก/โรงเรียน/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
เครือข่ายภาคประชาชน, ทันตบุคลากร

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ประชาชนในเขตสุขภาพที่ 4

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นาย พนิตเทพ ทัพพะรังสี ตำแหน่ง ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) 18.2 นางสาว ภัสสรา น้อยสิทธิ์ ตำแหน่ง ทันตแพทย์ปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางสาวภัสสรา น้อยสิทธิ์

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
ทพ. พนิตเทพ ทัพพะรังสี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 17

1. ชื่อโครงการ :
โครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ และรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 4 ) 1.4 การควบคุมโรคและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การส่งเสริมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เป็นการสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ต้องการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน ในหมู่คนไทย จากผลการสำรวจปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์และความครอบคลุมเกลือไอโอดีนที่มาตรฐานระดับครัวเรือน ถึงแม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกยังอยู่ระดับที่ไม่น่าไว้วางใจจึงยังต้องเพิ่มยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานและต้องมีการทำอย่างต่อเนื่องให้ประชากรในพื้นที่ได้รับสารไอโอดีนเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โรคขาดสารไอโอดีน เป็นปัญหาสาธารณสุขทางด้านโภชนาการที่สำคัญ เป็นต้นเหตุที่พบมากที่สุดของภาวะ ปัญญาอ่อนซึ่งป้องกันได้พบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่จะมีผลร้ายแรงชัดเจนในทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนอายุ 2-3 ปี โดยมี ผลลดความเฉลียวฉลาด หรือไอคิวของเด็กได้ถึง 10-15 จุด ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยปกติร่างกายต้องการสารไอโอดีนทุกวัน วันละ 100-150 ไมโครกรัม ในส่วนของหญิงมีครรภ์หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้ทารกตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือแท้งหรือพิการตั้งแต่กำเนิดเด็กที่เกิดจากแม่ที่ขาดสารไอโอดีน มีโอกาสที่จะเป็นปัญญาอ่อน เป็นใบ้ ช่วยตัวเองไม่ได้กลายเป็นเด็กเอ๋อ ส่วนในเด็กวัยเรียนที่ขาดสารไอโอดีนจะส่งผลให้เรียนรู้ช้า เฉื่อยชา เป็นคอพอกเพราะสารไอโอดีนมีความสำคัญมากต่อการพัฒนาสมองทารกที่อยู่ในครรภ์ต้องการสารไอโอดีนจากมารดาในการเพิ่มและขนาดเซลล์สมองและช่วยสร้างโครงข่ายใยประสาทที่ต่อเชื่อมถึงกันสร้างปลอกหุ้มเซลล์ใยประสาทอย่างต่อเนื่อง ส่วนในวัยผู้ใหญ่หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้กลายเป็นคนเซื่องซึม เฉื่อยชาประสิทธิภาพการทำงานลดลง ดังนั้นศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนที่ต่อเนื่อง และเฝ้าระวังติดตามอย่างมีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ โดยการสนับสนุนชุดตรวจไอโอดีน I-kit ให้กับพื้นที่ใน 8 จังหวัด ได้แก่จังหวัดสระบุรี,นครนายก,ลพบุรี,สิงห์บุรี,อ่างทอง,พระนครศรีอยุธยา,นนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี ในการสุ่มตรวจเกลือทุกตำบล และรณรงค์สนับสนุนให้ประชาชนใช้เกลือเสริมไอโอดีน ซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชน องค์กรในระดับตำบล และหมู่บ้านเกิดความเข้าใจ และร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนซึ่งจะส่งผลให้โรคขาดสารไอโอดีนลดลง

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเกิดการผลักดันและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนสู่ความยั่งยืน 2. เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 3. เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ การขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ 4. เพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1.ชุมชนหมู่บ้านเป็นชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน 566 แห่ง
2.2.ร้านอาหารที่ใช้เกลือเสริมไอโอดีนและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนเพิ่มขึ้น 160 แห่ง
3.1.ครัวเรือนมีการใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพ 90 ร้อยละ
4.2.ค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ มากกว่าหรือเท่ากับ 150 ไมโครกรัมต่อลิตร 150 งาน
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ทุกตำบล ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 4 จำนวน 8 จังหวัด ได้รับการตรวจเกลือโดยต้องมีไอโอดีนในทุกจังหวัดร้อยละ 90 8 แห่ง
2.เชิงคุณภาพ : ทุกตำบลได้รับการตรวจเกลือโดยใช้ I-kit ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 8 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.วิธีการดำเนินงาน 10.1 ประสานงานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด / เตรียมพื้นที่ 10.2 เฝ้าระวังเพื่อติดตามและประเมินผลการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยง 10.3 นิเทศ/เยี่ยมเสริมพลัง สนับสนุนอุปกรณ์ในการตรวจเกลือหารสารไอโอดีนและติดตามผลการดำเนินงานชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีนชุมชนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้มีการดำเนินงานอย่างยั่งยืน 10.4 จัดกิจกรรมรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน 10.5 สรุปผลการดำเนินงาน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 สนับสนุนชุดตรวจไอโอดีนในเกลือ (I- Kit) ให้แก่เขตสุขภาพที่ 4 1 ครั้ง 1 ต.ค. 2564 - 31 ต.ค. 2564 60,000.00
2 รณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ แบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 4,000.00
รวมเป็นเงิน 64,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
64,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
14.พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ: จังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดอ่างทองจังหวัดสระบุรี, จังหวัดลพบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ: ชุมชน/หมู่บ้าน, ครัวเรือน, ผู้ร่วมดำเนินการสสจ. รพสต.บุคลากรสาธารณสุข อปท. ผู้ร่วมดำเนินการ กรมอนามัย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี): ชุมชน/หมู่บ้านที่ดำเนินการตามโครงการชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.ผู้รับผิดชอบโครงการ: นางสาวปรียาภรณ์ รอดเดชา ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
( นางพัชราภรณ์ พัฒนะ ) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
( นายพนิตเทพ ทัพพะรังสี ) ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตสาธารณสุข) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
(นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ) ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 18

1. ชื่อโครงการ :
โครงการบูรณาการขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. cluster :
ส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ (HL)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 65 ) 19.3 พัฒนาภาคีเครือข่าย แกนนำภาคประชาชน เป็นผู้ตรวจสอบสถานประกอบการและเฝ้าระวังพฤติกรรม ประชาชนในชุมชน
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ของประเทศไทย ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยได้กำหนดเป็นแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (13) ประเด็น การเสริมสร้าง คนไทยมีสุขภาวะที่ดี เป้าหมาย คนไทยมีสุขภาวะที่ดีขึ้นและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และในปี ๒๕๖๔ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบาย ๑๐ ประเด็น ซึ่งประเด็นเรื่องสุขภาพดีวิถีใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ สู่ New Normal ด้วยหลัก อาหาร ออกกำลังกาย และ Health Literacy สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ของประชาชนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และกรมอนามัย ได้กำหนดทิศทางองค์กรไว้อย่างชัดเจนจะเป็นองค์กรหลัก ของประเทศในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อสุขภาพของประชาชน เพื่อให้การขับเคลื่อนงานสาธารณสุขในการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 256๔ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและบรรลุประสิทธิผล ซึ่งประกอบด้วยประเด็นที่สำคัญ 4 ประเด็น ประกอบด้วย Agenda based จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ ๑ โครงการพระราชดำริ และประเด็นที่ 2 กัญชาทางการแพทย์และสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ Functional based จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 1 สุขภาพกลุ่มวัย และประเด็นที่ 2 ลดแออัด ลดรอคอย Area based (ปัญหาสำคัญของพื้นที่) และประเด็นปัญหาที่พบจากการตรวจราชการ รวมทั้งการตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับ สำนักนายกรัฐมนตรี และได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดประเด็นและติดตามผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการกำหนดกรอบประเด็นแนวทางการตรวจราชการ กำกับ ติดตาม และการให้ข้อเสนอแนะ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานและขับเคลื่นงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ในชองศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ศูนย์อนามัยที่ ๖ ชลบุรี และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ในระดับเขตสุขภาพที่ ๔,๖ และเขตกรุงเทพมหานคร เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเป็นการดูแลสุขภาพของประชาชน ในระดับเขตสุขภาพแบบบูรณาการ จึงได้ดำเนินการจัดทำ โครงการขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่เขตสุขภาพ

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อให้บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ได้รับการพัฒนารูปแบบ แนวทางและนำไปสู่ความสามารถเกิดการสร้างความรอบรู้ในประชาชนทุกกลุ่มวัยร่วมกับภาคีเครือข่าย 2. เพื่อให้ประชาชนมีทักษะและพฤติกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพและงานอนามัยสิ่งแวดล้อมที่พึงประสงค์ 3. เพื่อขับเคลื่อนยกระดับการสร้างความรอบรู้สู่องค์กรสร้างความรอบรู้ HLO

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละประชาชนทักษะและพฤติกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่พึงประสงค์ 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนบุคลากรเข้าร่วมประชุม แบบ Hybrid 90 คน
2.เชิงปริมาณ : หลักสูตรการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแบบออนไลน์ 1 เรื่อง
3.เชิงปริมาณ : องค์กรสร้างความรอบรู้ HLO 1 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติโครงการฯ 2 ติดต่อประสานและประชาสัมพันธ์การจัดประชุม 3 ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนสร้างความรอบรู้กลุ่มวัยและงานอนามัยสิ่งแวดล้อมสู่เขตสุขภาพ 4 กำกับ ติดตาม และสรุปผลการดำเนิน

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ติดตามการขับเคลื่อนสร้างความรอบรู้กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ แบบ Hybrid 4 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 0.00
2 จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรอบรู้กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม แบบโปสเตอร์ 5 เรื่อง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 25,000.00
3 ประชุมขับเคลื่อนหลักสูตรสร้างความรอบรู้กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการร่วมกับเทศบาลท่าลาน, วิทยาลัยเทคนิคท่าหลวง และภาคีเครือข่าย แบบ Hybrid 30 ร้อยละ 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 6,500.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาความรอบรู้สู่องค์กรแห่งความรอบรู้ HLOร่วมกับภาคีเครือข่าย แบบ Hybrid 30 คน 27 ม.ค. 2565 - 27 ม.ค. 2565 6,500.00
5 เวทีถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนความรู้กลุ่มวัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม 30 คน 2 พ.ค. 2565 - 27 พ.ค. 2565 12,000.00
รวมเป็นเงิน 50,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
50,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 27 พ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
สถานที่จัดประชุมในและนอกพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 และรูปแบบการประชุมแบบ Hybrid หน่วยงานภาคีเครือข่าย

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
บุคลากรจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 4 บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
- ผู้บริหารระดับส่วนกลาง และระดับเขตสุขภาพ - นักวิชาการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี - ภาคีเครือข่าย และประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นายประจวบ แสงดาว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 2) นางวัชรี เรือนคง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 3) นางจิตติณัฏฐ์ จูมไธสง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 4) นายกิรติ เจริญสุข นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 5) นางสาวมาลิณี เอี่ยมคง พยาบาลวิชาปฏิบัติการ 6) นางสาวหนึ่งฤทัย ศรีภิรมย์ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายประจวบ แสงดาว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นายประจวบ แสงดาว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
แพทย์หญิงไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 19

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัย พัฒนาการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคและ สุขาภิบาลในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร(กพด.)อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน

4. cluster :
คทง.โครงการพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 2 ) 1.2 ส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแนวทางโครงการพระราชดำริ และโครงการเฉลิมพระเกียรติ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่นกลุ่มพัฒนาอนามัยแม่และเด็กและกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานร่วมสนองงานโครงการตามพระราชดำริ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มานานสามสิบปี มีเป้าหมายมุ่งเน้นพัฒนาปรับปรุงการบริการอนามัยแม่และเด็ก และการส่งเสริมสุขภาพเด็กทุกช่วงอายุครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงประชาชนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร มุ่งให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากข้อมูลระบบ Health Data Center (HDCวันที่ 29 กรกฎาคม 2564) ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเขตบริการสุขภาพที่ 4 ร้อยละหญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ ครั้งแรกก่อนหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ (เป้าหมายร้อยละ 75) จังหวัดนครนายก ร้อยละ 69.48อำเภอเมืองนครนายก ร้อยละ 74.01อำเภอบ้านนา ร้อยละ 69.15 อำเภอองค์รักษ์ ร้อยละ 65.10จังหวัดปทุมธานี ร้อยละ 66.19อำเภอเมือง ร้อยละ76.72 อำเภอลำลูกกา ร้อยละ 48.45และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาร้อยละ 66.18 อำเภอบางปะอิน ร้อยละ 86.99ร้อยละของทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม (เป้าหมายไม่เกินร้อยละ 7) จังหวัดนครนายก 6.51 อำเภอเมืองนครนายกร้อยละ7.51 อำเภอบ้านนา ร้อยละ 3.85 อำเภอองค์รักษ์ ร้อยละ 8.38จังหวัดปทุมธานี 4.84อำเภอเมือง ร้อยละ 5.14 อำเภอลำลูกกา ร้อยละ 3.57 และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 6.02อำเภอบางปะอิน ร้อยละ 3.7 และร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี มีพัฒนาการสมวัย (เป้าหมายร้อยละ 85) จังหวัดนครนายก ร้อยละ 95.77 อำเภอเมืองนครนายก ร้อยละ 94.86 อำเภอบ้านนา ร้อยละ 96.05 อำเภอองค์รักษ์ร้อยละ 96.72จังหวัดปทุมธานี ร้อยละ 95.74อำเภอเมือง ร้อยละ96.63 อำเภอลำลูกกา ร้อยละ 95.87และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร้อยละ 96.56 อำเภอบางปะอิน ร้อยละ 98.37 จากการสำรวจข้อมูลพื้นฐานพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของเด็กนักเรียนด้านการส่งเสริมโภชนาการในเขตสุขภาพที่ 4 พบว่ามีเด็กนักเรียนที่มีรูปร่างสมส่วน ร้อยละ 78.2เริ่มอ้วนและอ้วนร้อยละ 10.28(ไม่เกินร้อยละ 10) ไม่กินอาหารที่เป็นแหล่งธาตุเหล็กร้อยละ 20.8 นักเรียนกินอาหารที่เป็นแหล่งธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ร้อยละ 46.87ได้รับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กร้อยละ 54.39 มีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสมเพียงพอร้อยละ 76.69ทันตสุขภาพ ร้อยละ 52.13 กิจกรรมทางกายเหมาะสมร้อยละ 17.79 มีการนอนหลับที่เพียงพอร้อยละ 75.19 และความรอบรู้การดูแลสุขภาพ (การบริโภคอาหาร,ทันตสุขภาพ และกิจกรรมทางกาย)ร้อยละ 5.26จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลจะเห็นได้ว่าปัญหาสุขภาพในเด็กวัยเรียนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ จำเป็นจะต้องเร่งแก้ไข โดยเสริมสร้างความรู้ด้านส่งเสริมโภชนาการ สุขภาพอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม แก่ครูนักเรียนผู้ปกครองชุมชนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อม น้ำบริโภคเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และส้วมให้ถูกสุขลักลักษณะที่เอื้อต่อสุขภาพ อันจะส่งผลให้สุขภาพอนามัยของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเป็นไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังพบปัญหาภาวะสุขภาพ เช่น อ้วน เตี้ย ผอม จากข้อมูลระบบ Health Data Center (HDC วันที่ 29 กรกฎาคม 2564) ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเขตบริการสุขภาพที่ 4 ภาคเรียนที่ 2ปี 2563 ในระดับประเทศ พบภาวะโภชนาการของเด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปีสูงดีสมส่วนของนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ร้อยละ 58.32 และของนักเรียนชั้น ม.1-ม.3ร้อยละ 55.84(ค่าเป้าหมายร้อยละ 66) เด็กวัยเรียนอายุ 6-14ปีภาวะอ้วน (ค่าเป้าหมายไม่เกินร้อยละ 10)ของนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ที่มีภาวะอ้วนร้อยละ3.92 ของนักเรียน ชั้น ม.1-ม.3 ที่มีภาวะอ้วนร้อยละ 2.86เด็กวัยเรียนอายุ 6-14 ปีภาวะผอม และเตี้ย(ค่าเป้าหมายไม่เกินร้อยละ 5) ของนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ภาวะผอมและเตี้ย พบร้อยละ 3.08และ 8.51 ตามลำดับของนักเรียน ชั้น ม.1-ม.3 ภาวะผอม และเตี้ยพบร้อยละ 1.98และ 8.14 ตามลำดับอีกทั้งยังพบว่ามีภาวะสุขภาพสุขอนามัยไม่ดี มีเหา ฟันผุ ส้วมไม่ถูกสุขลักษณะและน้ำดื่มไม่สะอาด ซึ่งในปีงบประมาณ 2564กลุ่มงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคอุปโภค โดยการเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ โรงเรียนละ2 ตัวอย่าง โดยทำการเก็บน้ำดิบน้ำอุปโภคก่อนเข้าเครื่องกรอง 1 ตัวอย่าง และน้ำบริโภคหลังผ่านเครื่องกรอง จำนวน1 ตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 70 ตัวอย่าง ร่วมกับการใช้ชุดทดสอบการปนเปื้อนแบคทีเรียภาคสนาม จากผลการตรวจประเมินและวิเคราะห์คุณภาพน้ำบริโภคอุปโภคตามดัชนีชี้วัดคุณภาพ 20 พารามิเตอร์ พบว่าคุณภาพน้ำไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ35.71 โดยเป็นการปนเปื้อนทางด้าน Coliform Bacteriaและ Faucal Coliform Bacteria มากที่สุด และส่วนใหญ่เป็นการปนเปื้อนในน้ำดิบน้ำอุปโภคก่อนเข้าเครื่องกรอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงคุณภาพน้ำบริโภคก่อนจัดบริการน้ำดื่มให้กับนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญต้องได้รับการบำรุงรักษาและดูแลเรื่องความสะอาดให้ถูกสุขลักษณะอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อสอดคล้องกับในโอกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจตามการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริในพื้นที่เป้าหมายในถิ่นทุรกันดาร ทรงห่วงใยและมีพระราชกระแสรับสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทุกภาคส่วนตระหนักถึงปัญหาภาวะสุขภาพของเด็กและเยาวชนที่มีแนวโน้มมากขึ้นศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องดำเนินงานโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร และส่งเสริมการพัฒนาการจัดการคุณภาพน้ำบริโภคในโรงเรียน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัย และพัฒนารูปแบบการจัดการคุณภาพน้ำอุปโภค บริโภคให้นักเรียน บุคลากร รวมทั้งประชาชนที่มาใช้บริการ ได้มีสุขภาพดีภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยพัฒนาการจัดการคุณภาพ น้ำบริโภค และสุขาภิบาลในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร (กพด.)อันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำปี งบประมาณ 2565 8.2 เพื่อให้น้ำบริโภคของโรงเรียน กพด. มีคุณภาพได้ตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำบริโภคที่กำหนด 8.3 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของโรงเรียนให้มีองค์ความรู้ในการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค และ สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการดูแล บำรุงรักษา แก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำบริโภคของโรงเรียนได้ด้วย ตนเอง

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.จำนวนเครือข่ายในพื้นที่โครงการพระราชดำริ ได้รับการพัฒนาดูแลและส่งเสริมโภชนาการสุขภาพอนามัยและสภาพแวดล้อมในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) 35 แห่ง 35 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : 6. คุณภาพน้ำของโรงเรียนผ่านเกณฑ์ 40 ร้อยละ
2.เชิงปริมาณ : 1.ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) สูงดีสมส่วน 66 ร้อยละ
3.เชิงปริมาณ : 4. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) ผอม 5 ร้อยละ
4.เชิงปริมาณ : 7.จำนวนโรงเรียน กพด. ต้นแบบการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค 10 แห่ง
5.เชิงปริมาณ : 2. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) เริ่มอ้วนและอ้วน 10 ร้อยละ
6.เชิงปริมาณ : 5. ร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (Caries free) 71 ร้อยละ
7.เชิงปริมาณ : 3. ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6-14 ปี) เตี้ย 5 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.วิธีการดำเนินงาน 10.1 เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติโครงการ 10.2 ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 10.3 เตรียมข้อมูลการดำเนินโครงการ 10.4 ดำเนินการจัดประชุมแบบออนไลน์ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน และอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่โรงเรียนถิ่นทุรกันดาร (กพด) 10.5 ประชาสัมพันธ์สื่อคลิปวิดิโอสาธิตวิธีการใช้ชุดทดสอบภาคสนาม อ.11, SI2 และประเมินคุณภาพระบบการจัดการน้ำบริโภค และสุขาภิบาลอาหาร ในโรงเรียนในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 10.6 สนับสนุน เอกสารความรู้ทางด้านวิชาการ และชุดทดสอบภาคสนามในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคและเฝ้าระวังคุณภาพอาหาร 10.7 ดำเนินการเก็บตัวอย่าง และตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำบริโภคในโรงเรียนในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 10.8 ดำเนินการเก็บตัวอย่างอาหาร ภาชนะ และมือผู้สัมผัสอาหารในโรงเรียนในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 10.9 นิเทศติดตามการดำเนินงานและเยี่ยมเสริมพลัง 10.10 สรุปผลการดำเนินการโครงการฯ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 จัดประชุมพัฒนาศักยภาพเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานแบบบูรณาการ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน และอนามัยสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่โรงเรียนถิ่นทุรกันดาร (กพด.)(ผ่านระบบโปรแกรม Zoom Conferenceจำนวน 100 คน) 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 5,250.00
2 จัดซื้อวัสดุเก็บตัวอย่างน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 43,850.00
3 ประชุมการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร เพื่อขยายการพัฒนาสู่ชุมชน ตามแนววิถีชีวิตใหม่(ผ่านระบบโปรแกรม Zoom Conference 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 3,450.00
4 เยี่ยมเสริมพลัง เก็บตัวอย่างน้ำประเมินคุณภาพระบบการจัดการน้ำบริโภค และสุขาภิบาลอาหาร 1 ฉบับ 1 ก.พ. 2565 - 31 พ.ค. 2565 20,000.00
5 เก็บตัวอย่างน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และสุ่มตรวจตัวอย่างอาหารด้วยชุดทดสอบภาคสนาม ในโรงเรียนโครงการอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ 10 แห่ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 6,030.00
รวมเป็นเงิน 78,580.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
78,580.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 พ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
14. พื้นที่เป้าหมาย / สถานที่ดำเนินโครงการ พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ 15.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต 1 จำนวน 10 โรงเรียน 15.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต 2 จำนวน 4 โรงเรียน 15.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกจำนวน 20 โรงเรียน 15.4 สำนักงานเขตพื้นฐานที่การศึกษาประถมศึกษาอยุธยา จำนวน 1 โรงเรียน 15.5 เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ระดับจังหวัด/รพช./สสอ./รพสต./สพป.ในพื้นที่/อปท./เทศบาล/อบต./ครู อนามัยและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลงานสุขาภิบาลอาหารและน้ำบริโภคผู้ปรุง ผู้ประกอบอาหารในโรงเรียน/ นักเรียน/ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และนครนายก/ประชาชน และโรงเรียน กพด. ในพื้นที่เป้าหมาย

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ / ผู้รับบริการ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ระดับจังหวัด/รพช./สสอ./รพสต./สพป. /อปท. ครู/นักเรียน/ประชาชนและโรงเรียน กพด. ในพื้นที่เป้าหมาย

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18. ผู้รับผิดชอบโครงการ 18.1 นางสาวกอบแก้ว ขันตี ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 18.2 นางนัชชิรา ใจเผื่อแผ่ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.3 นางสาววิมล สายสุ่ม ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.4นายมนตรี อาจสมิติ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 18.5 นายปิยพล ดาอินวงศ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.6 นางนภาพร มอญรัต ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.7 นางศรีสุดา เรืองวุฒิเดช ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.8 นางสาวสุนิสา ตุ้มทอง ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข

19. ผู้เสนอโครงการ :
(นางทรรศนีย์ ธรรมาธนวัฒน์) นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น (นายวิชาญ ดำรงค์กิจ) นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม (นางสาวสุพัตรา ธรรมวงษ์) นักวิชาการสาธารณสุขชำนา

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
(นางบุญชอบ เกษโกวิท) นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ(ด้านโภชนาการ) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี (นางสุกานดาพัดพาดี) นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ(ด้านสาธารณสุข) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
(นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ) ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 20

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมการจัดการและเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 49 ) 14.5 พื้นที่เสี่ยงมลพิษอากาศ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการส่งเสริมการลดและป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของพื้นที่เฉพาะ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ มีสาเหตุจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และสังคมเมือง รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ การจัดการขยะ เป็นต้น ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชน จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบด้านสุขภาพ ทั้งทางตรงจากสภาพอากาศที่รุนแรง และทางอ้อม เช่น ผลจากการเกิดความไม่มั่นคงทางอาหารและน้ำ และการแพร่ระบาดของโรคติดต่อที่มีแมลง เป็นพาหะและโรคติดต่อที่มีน้ำเป็นสื่อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังมีผลกระทบ ต่อการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ การจัดหาน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล ความไม่เท่าเทียมกันทางสุขภาพ การย้ายถิ่นของชุมชน รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นตามมา แต่ในทางกลับกัน มาตรการลด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันมากมาย เช่น อากาศสะอาดขึ้น อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น และอาหารที่ผลิตได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี ได้ดำเนินการสำรวจ ส่งเสริม พัฒนา ติดตาม ตรวจประเมิน เฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และผลักดันให้พื้นที่มีการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2564 ผลการดำเนินงานเพื่อเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมพบว่า การประเมินมาตรฐานและตรวจสุขลักษณะ Street food และ ตลาดนัดน่าซื้อ ผ่านมาตรฐานระดับพื้นฐานขึ้นไปทุกแห่ง และการเฝ้าระวังการจัดการ ด้านสุขาภิบาลอาหารในสถานที่จำหน่ายอาหารตามกฎกระทรวงฯ(Clean Food Good Taste) ร้อยละ 60.42 ซึ่งค้นพบการปฏิบัติที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์ใน 3 ประเด็นที่เป็นข้อสังเกต คือ การจัดให้มีถังรองรับมูลฝอยที่มีสภาพดี ไม่รั่วซึม และมีฝาปิดมิดชิด (ร้อยละ 29), มีทะเบียนหรือหลักฐานผ่านการอบรมตามหลักสูตรสุขาภิบาลอาหาร จากหน่วยงานจัดการอบรมที่กำหนดทุกคน (ร้อยละ 20.83) และภาชนะ อุปกรณ์ จัดเก็บในที่สะอาด มีการปกปิด เช่น ตู้ กล่องที่มีฝาปิด เป็นต้น (ร้อยละ 14.43) ในการดำเนินการดังกล่าวต้องให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้ภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่มีความเข้มแข็ง รวมถึงประชาชนสามารถเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพของตนเองได้ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการโครงการส่งเสริมการจัดการและเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2565 เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี อีกทั้งช่วยลดและป้องกันการเจ็บป่วยอันเกิดจากผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชน

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพสถานบริการที่พักอาศัยชั่วคราว และสถานีขนส่งของจังหวัดท่องเที่ยวให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 8.2 เพื่อขับเคลื่อนและเสริมสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในการจัดการสิ่งปฏิกูลตามกฎหมาย ว่าด้วยการสาธารณสุข 8.3 เพื่อเพิ่มทักษะและความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพของประชุมชน 8.4 เพื่อพัฒนามาตรฐาน องค์ความรู้ และสร้างความรอบรู้ การจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ ตามประเด็นความเสี่ยงในพื้นที่ 8.5 เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม ในระดับพื้นที่

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.อาหารริมบาทวิถี (Street Food Good Health) พื้นที่ขยาย (จังหวัดละ 1 แห่ง) 8 แห่ง
2.ตลาดนัด น่าซื้อ (Healthy Market) พื้นที่ขยายจังหวัดละ 5 แห่ง 40 แห่ง
3.ร้านอาหาร (Clean Food Good Taste Plus) (จังหวัดละ 5 แห่ง) 40 แห่ง
4.ร้อยละของ อปท.มีการจัดการสิ่งปฏิกูลตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 40 ร้อยละ
5.ร้อยละของส้วมในสถานีบริการขนส่งสาธารณะและสถานีบริการเชื้อเพลิง ได้รับการรับรองมาตรฐานส้วมสาธารณะ (HAS) 70 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนชุมชนต้นแบบที่มีการจัดการเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ จากมลพิษทางอากาศ 1 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : จำนวนชุมชนต้นแบบด้านการปรับตัวต่อผลกระทบสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 1 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ประชุมชี้แจงแผนและแนวทางการดำเนินให้แก่ภาคีเครือข่าย (ออนไลน์) 10.2 อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายการการเฝ้าระวัง สื่อสารเตือนภัย และการบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ.การสาธารณสุข ในพื้นที่ อปท. (ออนไลน์) 10.3 อบรมหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร (ออนไลน์) 10.4 ลงพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการสุขาภิบาลอาหารเพื่อลดความเสี่ยง ต่อสุขภาพประชาชน 10.5 ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง และสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 10.6 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการสุขาภิบาลอาหาร

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เยี่ยมเสริมพลังติดตาม และสร้าง ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถป้องกันและจัดการสุขภาพของตนเอง(ชุมชนต้นแบบที่มีการจัดการเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษ ทางอากาศ/การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) 1 ฉบับ 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 2,720.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม รอบ 3, 6 และ 9 เดือน 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 14,400.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามการพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน (ออนไลน์) 1 ครั้ง 1 มิ.ย. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 3,000.00
4 ประชุมเชิงปฏิบัติการ การวางระบบการเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ 8 จังหวัด 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 54,720.00
5 ติดตามการดำเนินงานการเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ 8 จังหวัด 1 ธ.ค. 2564 - 31 ม.ค. 2565 12,160.00
6 ประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายในการเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัย และการบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ.สาธารณสุข ในพื้นที่ อปท. 30 คน 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 8,440.00
7 การเฝ้าระวัง พัฒนา และยกระดับสถานประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวได้มาตรฐานตามกฎหมาย - เยี่ยมเสริมพลัง - ตรวจประเมินมาตรฐาน ตามกฎหมาย - สุ่มเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาลอาหาร 40 แห่ง 3 ม.ค. 2565 - 30 มิ.ย. 2565 43,740.00
รวมเป็นเงิน 139,180.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
139,180.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สถานประกอบการ, อาสาสมัครสาธารณสุข และแกนนำชุมชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับในพื้นที่, องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 ชื่อ-สกุล นายวิชาญ ดำรงค์กิจ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 18.2 ชื่อ-สกุล นายประจวบ แสงดาว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 18.3 ชื่อ-สกุล นายชัชนันท์ ปู่แก้ว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.4 ชื่อ-สกุล นางสาวสุจิตรา ประทุมตรี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.5 ชื่อ-สกุล นางสาวพรไพริน พรมวาด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.6 ชื่อ-สกุล นางสาวสุนิสา ตุ้มทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 18.7 ชื่อ-สกุล นางสาวศิริพร พูลทอง ตำแหน่ง นิติกร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิชาญ ดำรงค์กิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุกานดา พัดพาดี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 21

1. ชื่อโครงการ :
โครงการกำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 4

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)

4. cluster :
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 93 ) 26.2 พัฒนาและขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติราชการสู่การปฏิบัติ
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนกรมอนามัยองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
การตรวจราชการและนิเทศงานเป็นกลไกสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของการปฏิบัติราชการหรือการจัดทำภารกิจของหน่วยงาน เพื่อให้ได้ข้อมูล สารสนเทศ สถานการณ์/ผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทำงานทั้งด้านวิชาการและการบริหารจัดการ สอดคล้องกับโมเดลขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรมด้วยเครื่องมือ PMQA ที่จะต้องบริหารจัดการข้อมูลและความรู้ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการตรวจราชการแบบบูรณาการระหว่างกรมวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ จากการนิเทศงานแบบไขว้หน่วยงาน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการ ด้านสุขภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ตลอดจนเกิดความคล่องตัวในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญต่างๆ ให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาศักยภาพเครือข่ายให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบในการตรวจราชการและนิเทศงานกรมอนามัยได้อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนสามารถแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ ตลอดจนช่วยประสานแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในทันที ศูนย์อนามัยที่ ๔ สระบุรี เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกรมอนามัย ซึ่งเป็นศูนย์วิชาการโดยบทบาทหน้าที่ ดูแลระบบส่งเสริมสุขภาพและระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมของเขตสุขภาพที่ ๔ ประกอบด้วย ๘ จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, ลพบุรี, สิงห์บุรี, สระบุรี, และนครนายก ซึ่งมีส่วนสนับสนุนงานวิชาการด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมให้แก่หน่วยงานสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ ๔ ร่วมถึงการบริการ ด้านวิชาการให้กับภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ ๔ และตามวิสัยทัศน์ของศูนย์อนามัยที่ ๔ สระบุรี “เป็นองค์กรหลักในการอภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตสุขภาพที่ ๔” โดยประสานงาน เร่งรัดติดตาม ประเมินผล และให้ข้อเสนอแนะแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามแผนงาน งานและโครงการให้สมประโยชน์ต่อทางราชการ ตลอดจนตรวจสอบคุณภาพงาน และการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ศูนย์อนามัยที่ ๔ สระบุรี จึงกำหนดให้มี การจัดทำโครงการกำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 4

8. วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อเตรียมความพร้อมทีมตรวจราชการศูนย์อนามัยที่ 4 ให้มีความรู้ความเข้าใจแนวทางการตรวจราชการและนิเทศงานกรมอนามัย 2. เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังความคิดเห็น พร้อมให้ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา 3. เพื่อทราบสถานการณ์ แนวโน้ม และแนวทางการแก้ไขปัญหาในเขตสุขภาพที่ 4

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1. ร้อยละการผ่านค่าเป้าหมายของตัวชี้วัดตรวจราชการ กรมอนามัย 60 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : เอกสารสรุปผลการตรวจราชการและนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุขรอบ 1 และรอบ 2 2 ฉบับ
2.เชิงเวลา : การจัดทำสรุปผลการตรวจราชการ ( 1 page ) แล้วเสร็จภายใน 3 วัน หลังเสร็จสิ้นการตรวจราชการในแต่ละจังหวัด 16 ฉบับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
1 ประชุมเตรียมพร้อมชี้แจงแนวทางการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2564 2 ประชุมชี้แจงและเตรียมความพร้อมในการตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 4 รอบ 1 และ 2 ประจำปี งบประมาณ 2565 3 ประชุมเตรียมความพร้อมทีมตรวจราชการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี รอบ 1 และ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565 4 ตรวจราชการและนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุข ระดับจังหวัด เขตสุขภาพที่ 4 รอบ 1 และ 2 ประจำปี งบประมาณ 2565 5 ประชุมเตรียมความพร้อมสรุปผลตรวจราชการและนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2565 6 ประชุมสรุปผลตรวจราชการและนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุข ระดับเขตสุขภาพที่ 4 รอบ 1 และ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565 7 ประชุมสรุปผลตรวจราชการและนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2564 และ แนวทางการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2566

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเตรียมความพร้อมชี้แจงการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณอ 2565 1 ฉบับ 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 0.00
2 การประชุมสรุปผลตรวจราชการและนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุข ระดับเขตสุขภาพที่ 4 รอบ 1 และรอบ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565 2 ฉบับ 1 มี.ค. 2565 - 29 ก.ค. 2565 14,270.00
3 การตรวจราชการและนิเทศงานกระทรวงสาธารณสุข ระดับจังหวัด เขตสุขภาพที่4 รอบ 1 และ รอบ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565 8 ครั้ง 1 ก.พ. 2565 - 31 มี.ค. 2565 65,730.00
รวมเป็นเงิน 80,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
80,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 29 ก.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
เขตพื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, ลพบุรี, สิงห์บุรี, สระบุรี, และนครนายก

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้บริหาร ทีมตรวจราชการ

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้บริหารระดับหน่วยงาน , เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจังหวัด , เขตสุขภาพที่ 4 และส่วนกลาง

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1. นางสาวมาริษา ขันทอง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2. นางสาวหนึ่งฤทัย ศรีภิรมย์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางศรีสุดา บุญขยาย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
แพทย์หญิงพิชญภัสสร์ ไหลรุ่งเรืองสกุล รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
แพทย์หญิงไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 22

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นและชุมชน สู่เมืองน่าอยู่ เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ
4 อภิบาลระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
16) ร้อยละของจังหวัด มีระบบจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
17) ร้อยละขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามมาตรฐานที่กำหนดและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพดี
22) ร้อยละของจังหวัดมีการขับเคลื่อนกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอนามัยผ่านกลไกคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการ/พนักงานเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 58 ) 16.3 รับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย พ.ศ. 2563)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับท้องถิ่น ชุมชน จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อเมืองสุขภาพดี

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัจจุบันบริบทของสังคมและสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งจากกระแสโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมทั้งระดับโลก ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น อย่างไรก็ตามการพัฒนาโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังก่อให้เกิดสิ่งคุกคามสิ่งแวดล้อมที่อาจมีความเสี่ยงหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการมูลฝอย(ทั่วไป,ติดเชื้อ,อันตราย) การสุขาภิบาลอาหารและน้ำ มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำและการจัดการคุณภาพน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี โดยกลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้มีการผลักดันให้เครือข่ายมีการพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พบว่าปีงบประมาณ 2564 การดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (EHA) มีเทศบาลสมัครเข้าร่วมเพื่อประเมินรับรองมาตรฐาน และขอรับการแนะนำ จำนวนทั้งสิ้น 74 แห่ง ผลงานสะสมตั้งแต่ปี 2562 – 2564 มีเทศบาลผ่านการประเมินรับรองมาตรฐานระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 40.44 การขับเคลื่อนงาน อบต.มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อท้องถิ่นและชุมชน ระดับน่าอยู่ขึ้นไป ร้อยละ 10.94 และการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคพื้นที่ทั่วไป จำนวน 110 ตัวอย่าง พบว่าคุณภาพน้ำบริโภคเขตสุขภาพที่ 4 ไม่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ คิดเป็นร้อยละ 84.31 และมีเพียงร้อยละ 15.68 ที่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น และชุมชน สู่เมืองน่าอยู่ เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2565 เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งในเชิงวิชาการ และเชิงกฎหมาย สนับสนุนการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ จนนำไปสู่การจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายในการพัฒนาและยกระดับการจัดการ อนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบคุมการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และการจัดการเหตุรำคาญอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 8.2 เพื่อสร้างความร่วมมือระดับจังหวัด เพื่อสร้างนโยบายสาธารณะ ส่งเสริมและผลักดันพื้นที่ บังคับใช้กฎหมาย 8.3 เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ การสร้างความรอบรู้ และเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรสาธารณสุข บุคลากรท้องถิ่น แกนนำชุมชน ในการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นและชุมชน

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ร้อยละของจังหวัดจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการลดลงของอัตราป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยและมลพิษสิ่งแวดล้อม 60 ร้อยละ
2.ร้อยละของเทศบาลมีการพัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) ระดับพื้นฐานขึ้นไป 70 ร้อยละ
3.ร้อยละของอบต. มีการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชนและท้องถิ่นน่าอยู่ 15 ร้อยละ
4.ระบบประปาหมู่บ้านได้รับมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 42 แห่ง
5.อปท.เป้าหมายมีการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านได้มาตรฐาน 7 แห่ง
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : จำนวนระบบประปาหมู่บ้านได้รับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 42 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป้าหมาย มีการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านให้ได้มาตรฐาน 7 แห่ง
3.เชิงปริมาณ : เครือข่ายได้รับการพัฒนาศักยภาพ 8 จังหวัด

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ประชุมชี้แจงแผนและแนวทางการดำเนินให้แก่ภาคีเครือข่าย (ออนไลน์) 10.2 อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายการการเฝ้าระวัง สื่อสารเตือนภัย และการบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ.การสาธารณสุข ในพื้นที่ อปท. (ออนไลน์) 10.3 อบรมหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร (ออนไลน์) 10.4 ลงพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวังด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการสุขาภิบาลอาหารเพื่อลดความเสี่ยง ต่อสุขภาพประชาชน 10.5 ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง และสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ 10.6 แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและการสุขาภิบาลอาหาร

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 อบรมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข ผ่านระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 24,000.00
2 สอบเทียบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 30,000.00
3 อบรมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายระดับพื้นที่ในการปฏิบัติงาน - การพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) - อบต.น่าอยู่ - ยกระดับการจัดการคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน (สสจ./สสอ. /อปท.) (ออนไลน์) 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 9,600.00
4 ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุรำคาญ(ในกรณีอุทธรณ์คำสั่งระงับเหตุรำคาญของเจ้าหน้าที่)/การรายงานข้อเท็จจริง 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 35,200.00
5 การเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา/พัฒนาศักยภาพของบุคลากรเกี่ยวกับงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 8 จังหวัด 1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565 20,000.00
6 เฝ้าระวังคุณภาพน้ำทิ้งเรือนจำ (ภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข)บูรณาการร่วมกับวัยทำงาน 18 แห่ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 10,980.00
7 ประเมิน ตรวจสอบ พัฒนาและรับรองระบบประปาหมู่บ้านตามมาตรฐาน 42 แห่ง 1 มี.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 23,100.00
8 การตรวจประเมินรับรองมาตรฐานการพัฒนาคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม (EHA) และ อบต.น่าอยู่ 61 แห่ง 1 มี.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 40,000.00
รวมเป็นเงิน 192,880.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
192,880.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 ต.ค. 2564 - 30 มิ.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่รับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, อาสาสมัครสาธารณสุข และแกนนำชุมชน

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
หน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับในพื้นที่, องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และประชาชน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 ชื่อ-สกุล นายวิชาญ ดำรงค์กิจ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 18.2 ชื่อ-สกุล นายประจวบ แสงดาว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 18.3 ชื่อ-สกุล นายชัชนันท์ ปู่แก้ว ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.4 ชื่อ-สกุล นางสาวสุจิตรา ประทุมตรี ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.5 ชื่อ-สกุล นางสาวพรไพริน พรมวาด ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.6 ชื่อ-สกุล นางสาวสุนิสา ตุ้มทอง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 18.7 ชื่อ-สกุล นางสาวศิริพร พูลทอง ตำแหน่ง นิติกร

19. ผู้เสนอโครงการ :
นายวิชาญ ดำรงค์กิจ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
นางสุกานดา พัดพาดี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 23

1. ชื่อโครงการ :
โครงการเฝ้าระวังระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 4 ปี 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
3 สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
19) ร้อยละของประชาชนที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น
23) จำนวนงานวิจัย หรือ ผลงานวิชาการ หรือ นวัตกรรมที่ดำเนินการได้อย่างน้อง 1 เรื่องในรอบปี

4. cluster :
ข้อมูลจัดการความรู้และเฝ้าระวัง(KISS)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 81 ) 22.1 พัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลกลางกรมอนามัย (DoH Data Center) และระบบ DoH Dashboard
5.2 โครงการสำคัญ โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเฝ้าระวังสุขภาพ และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
จากข้อมูลสถานการณ์ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยการ สนับสนุนให้ประชากรไทยมีภาวะสุขภาพที่ดี เขตสุขภาพที่ 4 มีการสำรวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์บางกลุ่มวัย เท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้ทราบสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัย ที่ 4 สระบุรีจึงได้สำรวจภาวะสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์เพื่อนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนเฝ้าระวังส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพ ซึ่งการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลในการพัฒนาอย่างมีคุณภาพนั้น ต้องอาศัยข้อมูลที่มีคุณภาพที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ถูกต้อง มีรูปแบบและระบบจัดเก็บข้อมูลด้านสุขภาพ ที่ถูกต้องทันสมัยเหมาะกับบริบท สามารถเข้าถึงได้ง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริงได้ ในการณ์นี้ศูนย์อนามัยที่ 4 จึงได้จัดทำโครงการโครงการวิจัย การสำรวจภาวะสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของประชาชน 5 กลุ่มวัยในเขตสุขภาพที่ 4 ดังกล่าวข้างต้น

8. วัตถุประสงค์ :
เพื่อเฝ้าระวังภาวะสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของประชาชน 5 กลุ่มวัยในเขตสุขภาพที่ 4

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.ข้อมูลภาวะสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของประชาชนในเขตสุขภาพที่ 4 1 ระบบ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของประชาชนในเขตสุขภาพที่ 4 1 ฉบับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10. วิธีการดำเนินงาน: 10.1 ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ 1)ประชุมคณะทำงาน เพื่อกำหนดแนวทาง/ออกแบบการประเมิน/สร้างเครื่องมือ 2) ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการสำรวจข้อมูลเฝ้าระวัง 3) ประชุมคณะทำงานและผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัด 4) ทดสอบเครื่องมือ/ปรับแก้ไขเครื่องมือ 5) จัดทำแบบประเมิน/คู่มือ/วัสดุอุปกรณ์/คู่มือลงรหัส/ตารางการวิเคราะห์ข้อมูล 10.2 ระยะที่ 2 ดำเนินการเก็บข้อมูล 1) ประชุมชี้แจงทีม/หัวหน้าทีมเก็บข้อมูลภาคสนาม รายจังหวัด 2) ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลในพื้นที่/ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล 10.3 ระยะที่ 3 การวิเคราะห์ข้อมูล 1) ลงบันทึกข้อมูลในโปรแกรมและวิเคราะห์ข้อมูล 10.4 ระยะที่ 4 จัดประชุมผู้รับผิดชอบงานกลุ่มวัยและคณะทำงานเพื่อเขียนรายงานการสำรวจ 10.5 ระยะที่ 5 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการ และจัดพิมพ์รูปเล่มเอกสาร/เผยแพร่

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 เก็บข้อมูลในพื้นที่ ประชุมชี้แจงทีม /หัวหน้าทีมเก็บข้อมูลภาคสนาม 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565 70,000.00
รวมเป็นเงิน 70,000.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
70,000.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 มี.ค. 2565 - 31 พ.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
พื้นที่ของ 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1นักวิชาการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จำนวน 20 คน 15.2ประชากรที่ถือสัญชาติไทยและอาศัยอยู่ใน 8 จังหวัดของเขตสุขภาพที่ 4

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้บริหารและนักวิชาการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี และจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1) นางสาวมาริษา ขันทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2) นางสาวเยาวมาลย์ วิรัตน์คำเขียว นักวิชาการสถิติ

19. ผู้เสนอโครงการ :
(นางศรีสุดา บุญขยาย) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
(นางสาวพิชญภัสสร์ ไหลรุ่งเรืองสกุล) นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
(นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ) ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 24

1. ชื่อโครงการ :
โครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น เข้มแข็ง แข็งแรงและฉลาด ตามแนววิถีชีวิตใหม่ ในยุคดิจิตัล ปี 2565 เขตสุขภาพที่ 4

2. ยุทธศาสตร์ :
1 ส่งเสริมสุขภาพ 4 กลุ่มวัย

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
6) ร้อยละของเด็กอายุ 6-14 ปี สูงดีสมส่วน
7) ร้อยละของเด็กอายุ 12 ปี ปราศจากฟันผุ (caries free)
8) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 10-14 ปีต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปี พันคน
10) ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี

4. cluster :
วัยเรียนและวัยรุ่น

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 21 ) 6.1 เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็ก วัยเรียนวัยรุ่นตามแนววิถีชีวิตใหม่ (New normal)
5.2 โครงการสำคัญ โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่ (New HPS Plus HL)

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
สุขภาพเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการทำกิจกรรมต่างๆของเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ซึ่งสุขภาพดีนั้น หมายถึง ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย จิตใจ และอยู่ในสังคมได้อย่างดีมีความสุข เด็กซึ่งอยู่ในวัยที่กำลังเจริญเติบโตและการเรียนรู้ การดูแลและส่งเสริมสุขภาพให้มีความสมบูรณ์ จะทำให้มีสมรรถภาพในการเรียน มีความสามารถเรียนรู้ได้เต็มที่ และร่างกายเจริญเติบโตมีพัฒนาการอย่างสมวัย แต่ในทางตรงข้าม หากไม่ดูแลสุขภาพหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ จะทำให้เกิดการเจ็บป่วย ซึ่งเป็นอุปสรรค ต่อการดำรงชีวิตประจำวัน สุขบัญญัติเป็นข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐานในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน เป็นการสร้างเสริมสุขภาพ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพ สุขบัญญัติจึงเป็นแนวทาง การปฏิบัติเพื่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ การเจ็บป่วยและการเกิดปัญหาสุขภาพจะน้อยลง การดำเนินงานดูแลสุขภาพของเด็กวัยเรียนวัยรุ่นจำเป็นต้องมีการดำเนินงานควบคู่ทั้งในด้านการแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะประเด็นและการส่งเสริมสุขภาพองค์รวม โดยใช้กลยุทธ์การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ(Health Literacy) พฤติกรรมสุขภาพ ที่พึงประสงค์ และพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพโดยมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เน้นกิจกรรม การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ การฝึกทักษะสุขภาพ และจัดการปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยใช้หลักการ V-Shape มาใช้ในการออกแบบกิจกรรม เพื่อให้เด็กมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในสถานศึกษามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นได้มีการเรียนรู้ทักษะสุขภาพ กระตุ้นเตือนให้เกิดความตระหนักต่อการให้ความสำคัญและใส่ใจในการดูแลสุขภาพในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม โดยมีวิธีการและกิจกรรม ที่หลากหลาย เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ทั้งการสอน การจัดปัจจัยแวดล้อม และการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างและพัฒนาขีดความสามารถ ทักษะทางด้านการคิดด้วยปัญญา และทักษะปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ในการเข้าถึง ทำความเข้าใจ และประเมินข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพและบริการสุขภาพ ที่ได้รับการถ่ายทอดและเรียนรู้ จากสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้เกิดการจูงใจตนเองให้มีการตัดสินใจเลือกวิถีทางในการดูแลตนเอง จัดการสุขภาพตนเอง เพื่อป้องกันและคงรักษาสุขภาพที่ดีของตนเอง รวมถึงสามารถบอกต่อ แนะนำพฤติกรรมสุขภาพที่ดีสู่ผู้อื่นได้อย่างยั่งยืน การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น สถานการณ์สุขภาพวัยเรียนวัยรุ่นในภาพรวมมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังพบปัญหาสุขภาพบางประการที่ต้องพัฒนามากขึ้น จากผลการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่นพบว่า เด็กวัยเรียน (อายุ6-14ปี) สูงดีสมส่วน ร้อยละ60.10 เป็นลำดับที่ 11 ซึ่งต่ำกว่าระดับประเทศและยังไม่บรรลุ ค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปีงบประมาณ 2564 คือร้อยละ 66 เด็กวัยเรียน(อายุ6-14ปี) มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ค่าเป้าหมายไม่เกินร้อยละ10) พบว่าเขตสุขภาพที่4 (ร้อยละ16.94) เด็กวัยเรียน (อายุ6-14ปี) มีภาวะเตี้ย(ค่าเป้าหมายไม่เกินร้อยละ5) พบว่าเขตสุขภาพที่4 (ร้อยละ9.05)สูงกว่าระดับประเทศ(ร้อยละ8.03) (แหล่งข้อมูล ระบบรายงานสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์(HDC)ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564) การเข้าถึงบริการทันตกรรมในเด็กอายุ 6-12 ปี ปี 2562-2564 พบว่ามีแนวโน้มลดลงในปี 2564 ซึ่งอาจเนื่องจากเกิดการระบาด Covid -19 และการให้บริการทันตกรรมก็เป็นจุดเสี่ยง ทำให้มีการหยุดให้บริการไปในช่วงของการเกิด Covid-19 นั้น จังหวัดที่ได้รับบริการทางทันตกรรมในเด็กอายุ 6-12 ปี มากที่สุดปี 2564ในการเข้าถึงบริการทันตกรรมได้แก่ จังหวัดอ่างทอง ร้อยละ 32.89 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร้อยละ 31.57 และสระบุรี ร้อยละ 21.13 ตามลำดับ ส่วนจังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดที่พบว่าการได้รับบริการทางทันตกรรมของเด็ก 6-12 ปี น้อยที่สุด ร้อยละ 12.12และพบว่าเด็กอายุ 12 ปีเขตสุขภาพที่ 4 ปี 2562 ปราศจากฟันผุ (Caries free) ร้อยละ 68.6 ,67.7 และ 66.4 (ค่าเป้าหมายไม่เกินร้อยละ 70) ซึ่งมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยตามลำดับในภาพของจังหวัดพบว่าเด็กอายุ 12 ปีปราศจากฟันผุของเขตสุขภาพที่ 4 ภาพรวมพบในจังหวัดสระบุรีสูงสุดและจังหวัดลพบุรีมีเด็กอายุ 12 ปีปราศจากฟันผุภาพรวมน้อยที่สุดของเขตสุขภาพที่ 4(แหล่งข้อมูล ระบบรายงานสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์(HDC)ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564) การส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษจำนวนเด็กพิเศษ แยกรายจังหวัด เขตสุขภาพที่ 4 พบว่า เขตสุขภาพที่4 (2,072 คน) จังหวัดที่พบจำนวนเด็กพิเศษ มากที่สุดคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(628 คน) รองลงมาจังหวัดลพบุรี (341 คน)และจังหวัดสระบุรี(316 คน)และร้อยละ 50 ของเด็กพิเศษได้รับการคัดกรองเพื่อวางแผนการจัดบริการ สุขภาวะ ผลการดำเนินงานเด็กพิเศษในเขตบริการเขตสุภาพที่ 4 ได้รับการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพ ได้ร้อยละ 50 ของจำนวนเด็กพิเศษทั้งหมด (แหล่งข้อมูล งานข้อมูลสารสนเทศ กลุ่มแผนและงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2564) การดำเนินงานด้านการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพให้เป็นโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ ในปีงบประมาณ 2564 เขตสุขภาพที่ 4 มีโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 173 โรงเรียน (ค่าเป้าหมาย จำนวน 170 โรงเรียน) และมีโรงเรียนที่ประเมินตนเองเข้ามาในโปรแกรมโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ จำนวน 173 โรงเรียน ผ่าน การรับรองจำนวน 13 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 7.51, ไม่ผ่านการรับรอง และรอแก้ไข จำนวน 129 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 74.57, แก้ไขแล้วรอประเมินซ้ำ จำนวน 31 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 17.92 ตามลำดับ ในปีงบประมาณ 2564 ทางสำนักส่งเสริมสุขภาพยังไม่ได้ประชุมชี้แจงรายละเอียดการใช้งานโปรแกรมโรงเรียนรอบรู้ให้กับทางศูนย์อนามัยและภาคีเครือข่าย (แหล่งข้อมูล โปรแกรมโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ Plus HL กรมอนามัย ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564) ส่วนการดำเนินงานป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นพบว่า อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ10-14 ปี ต่อประชากรหญิงอายุ 10-14 ปีพันคน เท่ากับ 1.0 (ค่าเป้าหมายไม่เกินร้อยละ 1) อัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19ปีต่อประชากรหญิงอายุ 15-19ปีพันคน เท่ากับ 25.56(ค่าเป้าหมายไม่เกินร้อยละ 27) การตั้งครรภ์ซ้ำ ในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี ร้อยละ 14.41(ค่าเป้าหมายไม่เกินร้อยละ 13.5) (แหล่งข้อมูล ระบบรายงานสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์(HDC)ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564) จากการดำเนินงานอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์และสถานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชนในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไตรมาสที่ 1 ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2564ร้อยละสะสมการผ่านการประเมินอำเภออนามัยการเจริญพันธุ์ ร้อยละ 98.57 ได้แก่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และร้อยละของโรงพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสถานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน ร้อยละ 98.57 และในปี 2564 พบโรงพยาบาล ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสถานบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563 ระดับประเทศ ร้อยละ 9.475 ในระดับเขตสุขภาพที่ 4 12.85 ในระดับจังหวัด จังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดที่ประเมินผ่านสูงที่สุด ร้อยละ 81.82 เกิดแหล่งเรียนรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดของเขตสุขภาพที่ 4 ยอดสะสมปี พ.ศ.2564 จำนวน 29 แห่ง 8 จังหวัด (แหล่งข้อมูล รายงานของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 30 เมษายน 2564) ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ครบถ้วน เหมาะสมตามวัย ส่งเสริมกิจกรรมทางการ พัฒนาทักษะการดูแลสุขภาพ พัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับเด็กวัยเรียนวัยรุ่นพัฒนาความรอบรู้ด้านอนามัยเจริญพันธุ์ ขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาและการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นร่วมกับ ภาคีเครือข่าย จะทำให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่น มีการเจริญเติบโตที่ดีและเหมาะสมตามวัย นอกจากนี้ยังพบปัญหาที่สำคัญจากการตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสุข และนิเทศติดตามเชิงคุณภาพ ส่วนใหญ่พบว่าไม่มีการเชื่อมโยงการ ส่งต่อ– ส่งกลับเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะobesity sign ในระบบ service plan อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงเสียโอกาสด้านสุขภาพ เพราะไม่ได้รับการส่งต่อรักษาอย่างทันท่วงที จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลจากหน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพเด็กวัยเรียน เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลการเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งต่อเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยงให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ใช้นโยบายโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพื่อการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ได้แก่ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร โครงการโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ คัดกรองและส่งเสริมสุขภาพเด็กพิเศษการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นสูงดีสมส่วน แข็งแรง ฉลาด อนามัยเจริญพันธุ์ดีและมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ดังกล่าว กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น เข้มแข็ง แข็งแรงและฉลาด ตามแนววิถีชีวิตใหม่ในยุคดิจิตัล ปี 2565 เขตสุขภาพที่ 4 ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วน เติบโตเต็มศักยภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ คุ้มครองสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของวัยรุ่น ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการบริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่น รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการศึกษาและสาธารณสุข อันจะส่งผลให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่นเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงต่อไปในอนาคต เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 8.2 เพื่อพัฒนาโรงเรียนสู่โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 8.3 เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ให้เด็กวัยเรียนวัยรุ่น มีทักษะสุขภาพ และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ด้านการบริโภคอาหาร กิจกรรมทางกาย การนอนหลับ และทันตสุขภาพ 8.4 เพื่อส่งเสริมให้เด็กพิเศษได้เข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพ 8.5 เพื่อขับเคลื่อนกลไกของคณะอนุกรรมการตามกฎหมายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ใน วัยรุ่น 8.6 เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 8.7 เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานขับเคลื่อนสุขภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.1. เด็กวัยเรียน6-14 ปีสูงดีสมส่วน 0 ร้อยละ
2.2. เด็ก 0-12ปีฟันดีไม่มีผุ 71 ร้อยละ
3.3. จังหวัดมีการขับเคลื่อนงานอนามัยเจริญพันธุ์ โดยคณะอนุกรรมการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด 8 แห่ง
4.4. อัตราคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี 25 ร้อยละ
5.5. ร้อยละการตั้งครรภ์ซ้ำในหญิงอายุน้อยกว่า 20 ปี 13 ร้อยละ
6.6. โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับการประเมินรับรองตามมาตรฐาน บริการสุขภาพที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นและเยาวชน (YFHS)พ.ศ. 2563 20 ร้อยละ
7.7. เด็กพิเศษได้รับการคัดกรองสุขภาพ 50 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : โรงเรียนมีการใช้หลักสูตรโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 170 แห่ง
2.เชิงปริมาณ : 9. มีแกนนำต้นแบบ Superhero NuPETHS 48 คน
3.เชิงปริมาณ : โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่(New HPS Plus HL) 400 แห่ง
4.เชิงปริมาณ : . มีอาสารอบรู้สู้ภัยโควิด-19ตำบลละ 1 คน (713 ตำบล) 713 คน
5.เชิงปริมาณ : มีฐานข้อมูลการติดตามการใช้หลักสูตรบูรณาการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับนักเรียน ในเขตสุขภาพที่ 4 จัดเก็บข้อมูล HL และข้อมูลสิ่งแวดล้อม ในโปรแกรมโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ 8 แห่ง

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1จัดทำโครงการ เพื่อขออนุมัติโครงการ 10.2 บริหารจัดการงบประมาณและกิจกรรมสำคัญของแผนงาน/โครงการ 10.3 ประชุมทีมงานผู้รับผิดชอบโครงการ เตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมโครงการ 10.4 จัดทำกิจกรรมตามระยะเวลาที่กำหนดดังนี้ 10.4.1ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาสู่โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ Plus HLผ่านระบบออนไลน์ 10.4.2เยี่ยมเสริมพลังโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ ระหว่างการใช้หลักสูตรโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ ผ่านระบบออนไลน์ 10.4.3เยี่ยมเสริมพลังโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ หลังการใช้หลักสูตรโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ ผ่านระบบออนไลน์ 10.4.4ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ทางระบบ Video Conference ด้วยโปรแกรม Zoom 10.4.5 ขับเคลื่อนมาตรการ Sandbox Safety Zone in School โรงเรียนที่เข้าร่วมในโครงการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในเขตสุขภาพที่ 4 10.4.6 เสริมสร้างความรอบรู้เรื่องการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพและสุขอนามัยในสถานการณ์ โควิด-19 ในกลุ่มเด็กพิเศษ 10.4.7ประชุมขับเคลื่อนพ.ร.บ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด (โดยระบบZoom) 10.4.8 ประชุมชี้แจง แนวทางและมาตรฐานRHD และ YFHS โดยระบบZoom 10.4.9 เยี่ยมเสริมพลังส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตร และพัฒนาภาคีเครือข่ายอนามัย การเจริญพันธุ์ (ผ่านระบบสื่อสารและsocial media) 10.4.10 จัดจ้างทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการเข้าถึง Teenage Digital Platform ของวัยรุ่นและเยาวชนในเขตสุขภาพที่ 4 10.4.11 จัดจ้างทำหนังสือประชาสัมพันธ์ปากเกร็ดโมเดล 10.4.12 จัดกิจกรรม บัดดี้ ฮีโร่ 10.4.13 กำกับติดตามอาสารอบรู้ผ่านระบบสื่อ สารและsocial media 10.5สนับสนุนเอกสาร วิชาการและสื่อประชาสัมพันธ์ 10.6สรุปผล จัดทำรายงาน และเสนอผลการดำเนินโครงการ

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงาน Sandbox Safety Zone in School ผ่านระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 9,150.00
2 จัดจ้างทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการเข้าถึง Teenage Digital Platform ของวัยรุ่นและเยาวชนในเขตสุขภาพที่ 4 1 เรื่อง 1 ก.พ. 2565 - 28 ก.พ. 2565 7,500.00
3 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมบัดดี้ฮีโร่ ผ่านระบบออนไลน์ 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 3,450.00
4 เยี่ยมเสริมพลังและติดตามการดำเนินกิจกรรมบัดดี้ฮีโร่ 1 ครั้ง 1 ม.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2565 15,740.00
5 ประชุมสรุปผลการดำเนินกิจกรรมบัดดี้ฮีโร่(ผ่านระบบออนไลน์) 1 ครั้ง 1 มี.ค. 2565 - 31 มี.ค. 2565 1,320.00
6 เยี่ยมเสริมพลังโรงเรียนเตรียมพร้อมเปิดเรียนป้องกันโควิด-19 1 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 23,130.00
7 ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนดำเนินงานตามมาตรการ Sandbox Safety Zone in School 1 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 27,440.00
8 ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาสู่โรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ Plus HL ผ่านระบบออนไลน์ 2 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 12,400.00
9 ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเด็กวัยเรียนวัยรุ่น ตามแนววิถีชีวิตใหม่(New normal) ผ่านระบบออนไลน์ 3 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 21,150.00
10 ตรวจคัดกรอง ATK ในโรงเรียนที่ดำเนินงานตามมาตรการ Sandbox Safety Zone in School 4 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 9,120.00
11 เยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงานตามมาตรการ Sandbox Safety Zone in School 8 ครั้ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 17,130.00
12 เยี่ยมเสริมพลังเสริมสร้างความรอบรู้เรื่องการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพและสุขอนามัยในสถานการณ์โควิด-19 ในกลุ่มเด็กพิเศษ 8 ครั้ง 1 พ.ย. 2564 - 30 พ.ย. 2564 11,340.00
13 ประชุมขับเคลื่อน พ.ร.บ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด ผ่านระบบออนไลน์ 8 แห่ง 1 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 208,940.00
รวมเป็นเงิน 367,810.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
367,810.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 31 มี.ค. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
จังหวัด ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
15.1บุคลากรทางการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สพป. สพม. ครูอนามัยโรงเรียน นักเรียน ในเขตสุขภาพที่ 4 15.2 บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการโรงเรียนเฉพาะความพิการ และศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 4 15.3เจ้าหน้าที่จาก สสจ.รพช. รพ.สต.อสม. ในเขตสุขภาพที่ 4 15.4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้นำชุมชน 15.5 ผู้ปกครองนักเรียน 15.6 เจ้าหน้าที่จากศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
16.1 บุคลากรทางการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สพป. สพม. ครูอนามัยโรงเรียน นักเรียน ในเขตสุขภาพที่ 4 16.2 บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนเฉพาะความพิการ และศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ในเขตสุขภาพที่ 4 16.3 เจ้าหน้าที่จาก สสจ. รพช. รพ.สต. อสม. ในเขตสุขภาพที่ 4 16.4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้นำชุมชนผู้ปกครองนักเรียน

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
18.1 นางสาวกอบแก้ว ขันตี ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ 18.2 นายเทวินทร์ วารีศรี ตำแหน่ง นักโภชนาการชำนาญการ 18.3นางขวัญตา สิงห์นิกร ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.4นางนัชชิรา ใจเผื่อแผ่ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.5นางสาววิมล สายสุ่ม ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.6นางอัจฉรา คงสมฤทธิ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 18.7 นายมนตรี อาจสมิติ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ 18.8นายปิยพล ดาอินวงศ์ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.9 นางสาวพัทธนันท์ ปินตาดวง ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 18.10 นางสาวสุภาวดี กัญญาบุญ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ

19. ผู้เสนอโครงการ :
(นางทรรศนีย์ ธรรมาธนวัฒน์) นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
(นางบุญชอบ เกษโกวิท) นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ(ด้านโภชนาการ) รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
(นางสาวไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ) ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 25

1. ชื่อโครงการ :
โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 4 สู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม และการกำกับ ติดตามและประเมินผล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

2. ยุทธศาสตร์ :

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
25) การผ่านเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)
26) ร้อยละความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร

4. cluster :
ยุทธศาสตร์กำลังคน (HR)
การคลังและงบประมาณ(FIN)

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 79 ) 21.3 ส่งเสริมความผูกพันต่อองค์กรและสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี( 84 ) 23.1 การจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับการบริหารงานคลังและงบประมาณตามหลักธรรมาภิบาล

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
เนื่องด้วยกรอบทิศทางการดำเนินงานกรมอนามัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 มีนโยบายขับเคลื่อนกรมอนามัยสู่การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนผ่านกับดักเชิงซ้อนของระบบราชการ และเผชิญกับประเด็นท้าทายในการปฏิรูปองค์การ โดยใช้โมเดลขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม ด้วยเครื่องมือ PMQA (Public Sector Management Quality Award) หรือ PMQA Mechanism และขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) มาอย่างต่อเนื่อง องค์กรสมรรถนะสูง (High Performance Organization ) หรือเรียกกันย่อ ๆ ว่า HPO หรือเรียกว่าองค์กรที่เป็นเลิศ (Excellence Organization) ในปัจจุบันมีหน่วยงานหลายแห่งทั้งภาคเอกชนและภาครัฐของไทยได้ให้ความสำคัญและนำเครื่องมือการบริหารต่าง ๆ มาพัฒนาหน่วยงานเพื่อก้าวไปสู่องค์กรสมรรถนะสูง องค์กรสมรรถนะสูง คือการเป็นองค์กรที่เก่ง มีแผนรองรับกับสภาวะต่างๆ อย่างชัดเจน มีการวิเคราะห์สถานการณ์ที่สามารถกระทบต่อการทำงานจากรอบด้านทุกมุมมอง ทำให้สามารถปฏิบัติภารกิจบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามเวลา และคุณภาพของผลงานดีเยี่ยมและเป็นที่ยอมรับ กระบวนการวางแผนเป็นการกำหนดทิศทางหรือแนวทางการดำเนินงานในอนาคตขององค์กร เน้นกระบวนการและจุดมุ่งหมายรวมที่หน่วยงานหรือองค์กรมุ่งหวังให้เกิดขึ้นในอนาคตเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การบริหารและการจัดการขององค์กรมีประสิทธิภาพสูงสุด การติดตาม (Monitoring) และการประเมินผล (Evaluation) เป็นพันธกิจหลักในการควบคุมงานที่ผู้บริหารทุกระดับชั้นจะต้องปฏิบัติ ในปริมาณที่มากน้อยและด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน ในระบบการบริหารนั้น การควบคุม คือ การตรวจสอบการทำงานและกำกับการปฏิบัติ (Checking and directing actions) โดยการติดตามตรวจสอบและเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติงานที่ปฏิบัติได้จริงแล้วนำมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือกับมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ แล้วกำหนดวิธีดำเนินการที่เหมาะสมหรือวิธีการในการแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป การติดตามและประเมินผล เป็นส่วนสำคัญของการบริหารโครงการอย่างยิ่ง ข้อมูลที่จะใช้ในการรายงานของโครงการ แสดงถึงการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจแก้ไข ปรับปรุงวิธีการตามแผนปฏิบัติงานที่วางไว้ ดังนั้น ระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โดยใช้เครื่องมือวิธีการที่มีคุณภาพ จะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติงานตามแผนงาน/โครงการ นำมาซึ่งการตรวจสอบและประเมินการปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ส่งผลให้มีข้อมูล (Record) หรือการรายงาน (Report) เพื่อช่วยให้ผู้บริหารใช้ในการตัดสินใจว่างานที่กำลังปฏิบัติอยู่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่วางไว้หรือไม่ สมควรดำเนินการต่อ หรือแก้ไขปรับปรุงอย่างไรต่อไป ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี จึงเห็นควรจัดทำโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนศูนย์อนามัยที่ 4 สู่องค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม และการกำกับ ติดตามและประเมินผล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เป็นไปตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และเป็นเครื่องมือในการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและบรรลุเป้าหมายไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนด มีการดำเนินการตามแผนการดำเนินงาน บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการ และเบิกจ่ายได้เป็นไปตามเป้าหมายกรมอนามัย

8. วัตถุประสงค์ :
1 เพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมฯ สู่องค์กรสมรรถนะสูง (HPO) 2 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานตามตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ และการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีให้บุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 4 ตระหนักในภารกิจที่จะต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้อง (stakeholders) ทั่วทั้งองค์กรมีความพร้อมในการจัดการ 3 เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะในการขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพอนามัยสิ่งแวดล้อม 4 เพื่อสร้างบรรยากาศ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และเสริมสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากร และบุคคลภาพนอก 5 เพื่อติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานตามตัวชี้วัดและเป้าหมายที่กำหนด พร้อมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จ และปัญหาอุปสรรคที่มีผลกระทบทำให้การดำเนินงานไม่สำเร็จตามเป้าหมาย 6 เพื่อกำกับ ติดตามแผนการดำเนินงานและงบประมาณให้เป็นไปตามมาตรการที่กรมอนามัยกำหนด

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.หน่วยงานสามารถขับเคลื่อนระบบส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมและพัฒนาหน่วยงานให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง 1 หน่วยงาน
2.ร้อยละของการดำเนินงานตามแผนที่บรรลุเป้าหมาย 100 ร้อยละ
3.ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณ 100 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.เชิงปริมาณ : ร้อยละความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมประชุม 80 ร้อยละ
2.เชิงเวลา : ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินงานแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 80 ร้อยละ

10. วิธีการดำเนินงาน :
ขั้นตอนที่ 1 ขั้นเตรียมการ 1.1 จัดทำโครงการฯ เพื่อขออนุมัติดำเนินการ 1.2 ศึกษารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลนำเข้าสู่กระบวนการจัดเตรียมการประชุม 1.3 เตรียมงานด้านสถานที่ อุปกรณ์ วัสดุต่าง ๆ ให้เหมาะสมในการจัดกิจกรรม 1.4 ประสานการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อประกอบการประชุม 2 ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินการ 2.1 ดำเนินการประชุม 2.2 ผู้รับผิดชอบดำเนินการประเมินผลสิ่งที่ได้เรียนรู้ ประโยชน์ที่ได้รับ ความพึงพอใจ และความไม่พึงพอใจในการจัดการประชุม 3 ขั้นตอนที่ 3 หลังการประชุม 1 สรุปบทเรียนและสรุปความพึงพอใจของผู้เข้ารับการประชุม

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ประมาณการ งบประมาณ (บาท)
1 ประชุมการกำกับติดตามและประเมินผล เพื่อรับการนิเทศจากกรมอนามัย 1 เล่ม 2 พ.ค. 2565 - 29 ก.ค. 2565 5,700.00
2 ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2566 1 เล่ม 1 ก.ค. 2565 - 29 ก.ค. 2565 19,000.00
3 ส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่องค์กรสมรรถนะสูง (HPO) 1 หน่วยงาน 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 350,000.00
4 พัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะสูงในการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 1 หน่วยงาน 1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565 60,000.00
5 ประชุมขับเคลื่อนองค์กรคุณภาพคู่คุณธรรม 80 ร้อยละ 20 ธ.ค. 2564 - 31 ธ.ค. 2564 22,000.00
6 ประชุมสร้างความรักความผูกพันในองค์กร 80 ร้อยละ 1 เม.ย. 2565 - 22 เม.ย. 2565 25,900.00
7 ประชุมประสานแผนการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมร่วมกับภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 4 ผ่านระบบออนไลน์ 80 ร้อยละ 2 พ.ค. 2565 - 26 ส.ค. 2565 5,700.00
รวมเป็นเงิน 488,300.00
หมายเหตุ
1.ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยนจ่ายได้ โดยรายการที่ถัวเฉลี่ยต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงาน
2.แนบแผนการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินท้ายโครงการ
3.แนบแผนบริหารความเสี่ยง (โครงการที่มีงบประมาณ 500,000 บาทขึ้นไป) หรือโครงการสำคัญที่หน่วยงานพิจารณาว่าส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าประสงค์/ตัวชี้วัด/เป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์

12. งบประมาณ :
488,300.00 บาท

13. ระยะเวลาดำเนินการ :
1 พ.ย. 2564 - 30 ก.ย. 2565

14. พื้นที่เป้าหมาย/สถานที่ดำเนินโครงการ :
ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี และพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4

15. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ร่วมดำเนินการ :
ผู้บริหารกรมอนามัย ผู้บริหารหน่วยงาน บุคลากรศูนย์อนามัยที่ 4

16. กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์/ผู้รับบริการ (ถ้ามี) :
ผู้บริหาร นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

18. ผู้รับผิดชอบโครงการ :
1 ชื่อ-สกุล นางศรีสุดา บุญขยาย ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 2 ชื่อ-สกุล นางสาวมาริษา ขันทอง ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 3 ชื่อ-สกุล นายกิรติ เจริญสุข ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 4 ชื่อ-สกุล นางสาวเยาวมาลย์ วิรัตน์คำเขียว ตำแหน่งนักวิชาการสถิติ 5 ชื่อ-สกุล นางชิดชนก บุตรวงษ์ ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน

19. ผู้เสนอโครงการ :
นางศรีสุดา บุญขยาย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


20. ผู้เห็นชอบโครงการ :
แพทย์หญิงพิชญภัสสร์ ไหลรุ่งเรืองสกุล รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


21. ผู้อนุมัติโครงการ* :
แพทย์หญิงไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี

(...........................................................)

ตำแหน่ง……………….…………………................


หน่วยงาน ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี
ลำดับที่ : 26

1. ชื่อโครงการ :
โครงการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการการสาธารณสุข ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2565

2. ยุทธศาสตร์ :
2 สร้างความเข้มแข็งระบบอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ

3. ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ :
18) ร้อยละของสถานบริการการสาธารณสุขที่จัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital

4. cluster :
อนามัยสิ่งแวดล้อม

5. ภายใต้กิจกรรมสำคัญ/โครงการ :
5.1 กิจกรรมสำคัญ ( 60 ) 17.1 ส่งเสริมการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุข
5.2 โครงการสำคัญ โครงการยกระดับคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการการสาธารณสุขที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

6. แผนการจัดสรรงบประมาณ :
6.1 แผน   ไม่สามารถระบุแผนงบประมาณ
6.2 ผลผลิต/โครงการ   ไม่สามารถระบุผลผลิต/โครงการ

7. หลักการและเหตุผล :
ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การเพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัวของสังคมเมือง การขยายตัวภาคอุตสาหกรรม มลพิษสิ่งแวดล้อม ทั้งทางกายภาพ การใช้สารเคมีในการเพาะปลูก ก่อให้เกิดปัญหาด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชน การพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงมุ่งเน้นการจัดการสุขาภิบาล อย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Ecological Sanitation) ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี เป็นหน่วยงานวิชาการ มีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ประกอบด้วย 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี ซึ่งผลการดำเนินงานปี 2564 ที่ผ่านมา พบว่า โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่พัฒนาได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital ผ่านเกณฑ์ระดับดีมากขึ้นไป ร้อยละ 59.49 และผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก Plus ร้อยละ 37.97 กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำโครงการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสถานบริการการสาธารณสุขในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ปีงบประมาณ 2565เพื่อให้การดำเนินงานด้านการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่รับผิดชอบดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาต้นแบบในพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของหน่วยงานอื่น และเพื่อพัฒนายกระดับมาตรฐานอนามัยสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของประชาชน

8. วัตถุประสงค์ :
8.1 เพื่อยกระดับการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมและพัฒนานวัตกรรมอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานบริการการสาธารณสุขเอื้อต่อสุขภาพผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และชุมชน 8.2 เพื่อส่งเสริมให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีการยกระดับคุณภาพการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital 8.3 เพื่อขับเคลื่อนและเสริมสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการมูลฝอย อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข 8.4 เพื่อสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ในสถานบริการการสาธารณสุข

9. เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ :
9.1 เป้าหมายโครงการ จำนวน หน่วยนับ
1.โรงพยาบาลที่พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital - ผ่านระดับดีมากขึ้นไป 98 ร้อยละ
2.1. โรงพยาบาลที่พัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ได้ตามเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital - ผ่านระดับดีมากPlus 60 ร้อยละ
3.มูลฝอยติดเชื้อที่เกิดขึ้นจากทุกแหล่งกำเนิดที่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง 100 ร้อยละ
4.สถานบริการการสาธารณสุขมีการใช้งานระบบกำกับการขนส่งมูลฝอย ติดเชื้อ (Manifest system) 80 ร้อยละ
9.2 ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ จำนวน หน่วยนับ

10. วิธีการดำเนินงาน :
10.1 ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน 10.2 เป็นที่ปรึกษา กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม 10.3 พัฒนาศักยภาพเครือข่ายในพื้นที่ด้านการดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้อม 10.4 สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ สื่อและองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้กับพื้นที่

11. กิจกรรม/เป้าหมายและประมาณการงบประมาณ :
ลำดับ กิจกรรม เป้าหมาย/กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ